Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 มิถุนายน, 2556, 21:00:13

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สัตว์ประหลาด-อมนุษย์ แห่งสยามทักษิณ และในรัฐทางตอนเหนือของมาเลเซีย  (อ่าน 1989 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,854
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« เมื่อ: 14 มกราคม, 2554, 13:39:15 »

สัตว์ประหลาด-อมนุษย์ แห่งสยามทักษิณ และในรัฐทางตอนเหนือของมาเลเซีย


1. ทวดงูพ่อตาหลวงรอง 
เป็นความเชื่อของชาวบ้านสทิ้งหม้อ  ตำบลสทิ้งหม้อ  อำเภอสิงหนคร  จังหวัดสงขลา  เชื่อและเคารพบูชาว่า ทวดงูพ่อตาหลวงรอง  หรือ  ทวดตารอง เป็นเทวดาอารักษ์ประจำหมู่บ้านที่คอยช่วยป้องปกรักษาบ้านสทิ้งหม้อ ให้ปกติสุขตราบปัจจุบัน ดังมีเล่าเอาไว้เป็นตำนานว่า แต่เดิมท่านตาหลวงรองเป็นพระธุดงค์เดินทางมาจากทางภาคเหนือ ท่านได้ปักกรดลงบริเวณที่เป็นวัดโลการามในปัจจุบันจวบจนวาระสุดท้ายของท่าน  บริเวณที่ท่านมรณภาพปรากฏมีชาวบ้านเห็นพญางูขนาดใหญ่สีขาว  ลำตัวเท่ากับลำต้นตาล  มีหงอนแดงตรงกลางหัวนอนขดตัวอยู่ในบริเวณที่ท่านตาหลวงรองมรณภาพ  จึงล้วนเชื่อว่าท่านตาหลวงรองได้กลายสภาพเป็น ทวดงูไปเสียแล้ว  ใครต้องการอะไรก็ขอให้มาทำการ บน กับท่านก็จะได้ดั่งใจหมาย  อนึ่ง  ต่อมาราวปี พ.ศ. 2529 ได้มีการสร้างรูปเคารพบูชาของท่านตาหลวงรองขึ้น  เป็นรูปทวดงูพ่อตาหลวงรองขนาดใหญ่อยู่บนฐานปูนสูงจากพื้นราว 2 เมตร บริเวณฐานมีจารึกเอาไว้ว่า “พ่อตาหลวงรอง  9 มิถุนายน พ.ศ. 2529”  สืบทราบมาว่าช่างปั้นเป็นคนในพื้นที่ชื่อนายจู้ห้วน  สุวรรณรัตน์  อายุ 95 ปี(ถึงแก่กรรมราวปี พ.ศ. 2540)เป็นช่างปั้นงานประติมากรรมชิ้นนี้

บันทึกการเข้า




มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,854
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 14 มกราคม, 2554, 13:39:54 »

2. ทวดงูพญาตรีเศียรแห่งควนเจดีย์   
ควนเจดีย์  หรือเขาคอหงส์  จังหวัดสงขลานั้นปรากฏมีเจดีย์อยู่องค์หนึ่งเรียกว่า เจดีย์ไตรภพ ไตรมงคล  ที่ปากทางเข้าเจดีย์นี้เองจะปรากฏศาลอยู่แห่งหนึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า ศาลสมเด็จปู่เจ้าไตรภพ  ซึ่งมีพญางู 3 เศียร เป็นประติมากรรมสีทองอร่ามไปทั้งตนเรียกว่า  ทวดงูพญาตรีเศียรแห่งควนเจดีย์  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพญางูมีหน้าที่ในการเฝ้าป้องปกควนเจดีย์ และเจดีย์ไตรภพ ไตรมงคล  เป็นทวดงูที่มีการสร้างเป็นงานประติมากรรมเคารพบูชาที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความยาวถึง 192 เมตร  ส่วนตำนานที่สำคัญของทวดพญาตรีเศียรนี้มีเล่าเอาไว้ว่า ทวดตรีเศียรมีหน้าที่เฝ้าภพทั้ง 3 กล่าวคือ สวรรค์  มนุษย์  และพิภพ  14 จังหวัดภาคใต้ไปจนถึงสุดเขตแดนจังหวัดราชบุรี  อายุของทวดพญาตรีเศียรว่ากันว่าอยู่ในหลักพันปี  ว่าเศียรหนึ่งเป็นจีน เศียรหนึ่งเป็นอิสลาม และเศียรหนึ่งเป็นไทย ประกอบไปด้วยชื่อเสียงเรียงนามดังนี้คือ 
                1. ท่านขุนพลายดำ 
                2. ท่านขุนพลายเหลือง
                3. ท่านขุนพลายแดง

บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,854
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 14 มกราคม, 2554, 13:42:04 »

3. ทวดแม่กงผู้ยิ่งใหญ่แห่งบ้านเกาะหมี 
ในสมัยก่อนยังปรากฏดินแดนแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลามีลักษณะเป็น เกาะ กล่าวคือเป็นผืนดินยกระดับสูงขึ้นจากพื้นราบในชั้นหนึ่ง  มีต้นไม้ขึ้นอย่างหนาตา  อาทิ  ต้นไผ่  เป็นต้น   ในบริเวณดังกล่าวมานี่เองยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม  มีอยู่หลายคนที่มีอาชีพหาของป่าขาย  ครั้งหนึ่งได้มีชายนายหนึ่งเดินทางเข้าไปในป่าในบริเวณเกาะดังกล่าวโดยหารู้ไม่ว่าเป็นสถานที่อยู่ของหมีใหญ่  นิสัยดุร้าย  ขณะที่ชายผู้โชคร้ายกำลังหาหน่อไม้อยู่นั่งเอง  เขาก็ถูกหมีตัวดังกล่าวทำร้ายเอาจนถึงแก่ชีวิต  เป็นที่สะเทือนใจและหวาดกลัวของชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวเป็นอันมาก  และเพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวชาวบ้าน ณ เวลานั้นจึงพร้อมใจกันตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านเกาะหมี  จวบจนปัจจุบัน  ว่าถึงชื่อสถานที่ตั้งของบ้านเกาะหมีและนอกจากนี้ยังปรากฏตำนาน-เรื่อราวทางความเชื่อที่น่าสนใจของชาวบ้านชาวบ้านเกาะหมีอยู่อีกตำนานหนึ่ง  อาทิ  ตำนาน ทวดแม่กง  ซึ่งชาวบ้านเกาะหมีล้วนเชื่อกันว่าเป็นทวดศักดิ์สิทธิ์อันสถิตอยู่ ณ บริเวณนั้น  มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาอย่างยาวนานถึงรูปแบบ-ความศักดิ์สิทธิ์ของทวดแม่กงเอาไว้ว่า................เมื่อนานมาแล้วยังมีชายชาวบ้านเกาะหมีคนหนึ่งนั่งคุยกับเพื่อนที่ชานเรือน  เขาท้าเพื่อนๆเอาไว้ว่าไม่เชื่อในตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของทวดแม่กง............“ถ้าทวดแม่กงศักดิ์สิทธิ์จริง  ขอให้ขึ้นมาหาเขาบนเรือน เขาจะยอมให้ทวดกัดให้ถึงแก่ชีวิต”   ขณะเดียวกันนั้นเองปรากฏว่ายังมีพญาคางคก(แม่กง)ใหญ่อยู่ตนหนึ่ง  นั่งอยู่บนโขดหินริมฝั่งน้ำ ณ บ้านเกาะหมี  โจนทะยานลงจากโขดหินลงสู่แม่น้ำดังกล่าวเสียงดังสนั่น.......กลายร่างเป็นเข้เจ้า(จระเข้ใหญ่)ในทันทีทันใด  ว่ายตรงไปสู่บ้านของชายหนุ่มผู้ท้าทาย  ถึงริมฝั่งได้  ทวดแม่กงมองชายผู้ท้าทายด้วยสายตาที่โกรธอย่างถึงที่สุด  พร้อมลำเลียงตนขึ้นสู่บนฝั่งพร้อมกลายร่างเป็นงูบองหลาขนาดใหญ่(งูจงอางขนาดใหญ่)  เลื้อยตรงรี่เข้าไปจนถึงบ้านของชายผู้ท้าทาย  ขึ้นไป ณ เรือนชานได้ก็ตรงเข้าหาชายคนดังกล่าว.........เล่นเอาท่านเจ้าของบ้านถึงกับหน้าถอดสี  จำต้องยอมขอขมาโทษแก่ทวดแม่กงในทันทีทันใด   ทวดจึงยอมกลับลงสู่แม่น้ำ  มิทำร้ายเอา...............กลายเป็นเรื่องเล่า-ตำนานประจำถิ่น   ว่าทวดแม่กงนั้นศักดิ์สิทธิ์ตราบปัจจุบัน  หากใครต้องการสิ่งใดก็ขอให้มาทำการ บน เอาไว้ก็จะได้ดั่งใจมุ่งหวัง  เป็นต้น





บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,854
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 14 มกราคม, 2554, 13:42:30 »

4.เงือกทอง สัญลักษณ์และความภูมิใจของชาวสงขลา 
หากพูดถึงจังหวัดสงขลาหลายๆคนคงนึกถึงภาพของเมืองธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย  ชายหาดสีขาวนวล แหลมสมิหลาที่คับคั่งไปด้วยผู้คน  เกาะหนูเกาะแมว นอกจากนั้นที่จะลืมไปเสียมิได้ก็คือ นางเงือกทอง อันถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองสงขลา  รูปงานประติมากรรมนางเงือกทองนี้พบปรากฏอยู่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลา  ตามจารึกที่ปรากฏบนแผ่นศิลาบริเวณฐานของนางเงือกทอง มีรายละเอียดอธิบายว่า  “เงือกทองสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2509 ตามดำริของ นายชาญ กาญจนาคพันธุ์(ปลัดจังหวัดสงขลาในขณะนั้น)  โดยให้อาจารย์จิตร บัวบุศย์(อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง)เป็นผู้ดำเนินการปั้น โดยหล่อจากบรอนซ์ลงดำ ใช้งบประมาณของเทศบาลราว 60,000 บาท ตำนานเรื่องนางเงือกนี้กล่าวกันว่า นางเงือกชอบขึ้นจากน้ำมาเล่นแสงจันทร์ในค่ำคืนที่ท้องฟ้ามีแสงสว่างพระจันทร์เต็มดวงทอแสงนวลผ่อง มีอยู่คืนหนึ่งมีหนุ่มชาวประมงแอบเห็นนางเงือกเข้าพอ นางรู้ตัวก็ตกใจกระโดดลงน้ำทิ้งหวีทองคำไว้ ชาวประมงผู้นั้นเก็บหวีทองคำไว้เฝ้ารอคอยว่าสักวันหนึ่งจะได้พบนางเงือกอีก แต่นางเงือกก็ไม่ปรากฏตัวให้ได้เห็นอีกเลย”

บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,854
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 14 มกราคม, 2554, 13:42:55 »

5. ปัญจรูป สัตว์เทพในนิยายปรัมปราแห่งล้านนา และพม่าประเทศ 
พบในวัดพม่าชื่อ Burmese Buddhst Temple บนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ปัญจรูป สัตว์เทพในนิยายปรัมปราแห่งล้านนา และพม่าประเทศ  เชื่อกันว่าปัญจรูปเป็นสัตว์ของทางล้านนาแต่ในพม่าประเทศเองก็มีความเชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของสัตว์เทพตนนี้กันอย่างแพร่หลาย  ตอนที่ผู้เขียนไปเที่ยวพม่าเคยสอบถามไกด์นำเที่ยวชาวพม่าอยู่หลายคนบอกเล่าตรงกันว่า ปัญจรูปเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า ถือเป็น “สัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติพม่า” มาช้านานแต่โบร่ำโบราณ และมักมีการสร้างตัวปัญจรูปเอาไว้ตามศาสนสถานทางพุทธศาสนาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการสร้างเพื่อประดับวัดในพระพุทธศาสนาของพม่า และการสร้างปัญจรูปเพื่อประดับตกแต่งเครื่องดนตรีบางจำพวก เป็นต้น  ตัวปัญจรูปประกอบไปด้วยการผสมของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ถึง 5 สายพันธุ์ด้วยกันคือ
1. ปัญจรูป มีหัวเป็นพญาสิงห์ แสดงสีหน้าดุดันมีอำนาจ
2. ปัญจรูป มีงวงและงาเป็นพญาช้างสาร มักตวัดงวงและงาขึ้นสู่แดนสวรรค์
3. ปัญจรูป มีขาและเขาเป็นพญากวางอันงามสง่า
4. ปัญจรูป มีปีกเป็นพญาหงส์ สยายปีกอย่างงามงดน่าแลชม
5. ปัญจรูป มีลำตัวและส่วนหางเป็นพญาปลา พลิ้วไหวแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจแห่งสายนทีอันกร้าวกราด

บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,854
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 14 มกราคม, 2554, 13:43:20 »

6. ยักษ์ซาไกหน้าถ้ำที่คูหาภิมุข 
ปรากฏพบอยู่ภายในอาณาบริเวณของวัดคูหาภิมุข หรือวัดหน้าถ้ำ ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยรูปลักษณะเป็นยักษ์ในความเชื่อของคนท้องถิ่น  กล่าวคือ ยักษ์ตนดังกล่าวมีรูปร่างคล้ายคนป่าเผ่าซาไก ตัวดำผมหยิก ไว้หนวดเครารกรุงรัง มีเขี้ยวงอกออกมาพ้นริมฝีปาก นุ่งกางเกงหรือผ้าถุงสีแดงฉูดฉาดตา ยืนตัวตรง มือทั้งสองข้างจับไม้กระบองที่มีหัวกะโหลกมนุษย์เป็นด้ามท้ายแนบไว้กลางลำตัวอย่างทะมัดทะแมง มีงูบอง หรืองูบองหลา(งูจงอาง)เป็นสายสร้อยคล้องคอ  ตามความเชื่อของชาวบ้านตำบลหน้าถ้ำว่า ยักษ์ตนนี้มีมานานแล้วโดยมีหน้าที่เฝ้าหน้าถ้ำคูหาภิมุขมิให้ผู้ใดเข้ามาขโมยทรัพย์สมบัติที่ฝังไว้ภายในถ้ำไปได้ มีตำนานเล่าว่าในสมัยก่อนมีขุนโจรที่มีจิตใจแสนชั่วช้าพร้อมด้วยลูกสมุนได้เข้ามาขโมยทรัพย์สมบัติภายในถ้ำ จึงโดยยักษ์เฝ้าหน้าถ้ำทุบตีด้วยกระบองถึงแก่ความตาย และยักษ์ตนนั้นก็ได้กลายเป็นหินเฝ้าอยู่หน้าถ้ำดังปรากฏให้เห็นตราบปัจจุบัน



อ้างอิงภาพประกอบจาก
www.siamsouth.com
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2010/11/07/entry-2
http://pets.thaipetonline.com
http://city.yellowpages.co.th/songkhla/travelshow.php?cid=90821134342
http://dektube.com/action/viewarticle/12623/
http://m.clipmass.com/m/scoop_detail.php?news_id=23887
และอื่นๆ


ที่มาของบทความ :  ห้องคุยกับคุณาพร.
http://www.siamsouth.com/smf/index.php?board=11.0

 
บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: