Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
15 พฤศจิกายน, 2561, 15:15:38

   

ผู้เขียน หัวข้อ: จะเข้  (อ่าน 15158 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« เมื่อ: 28 กันยายน, 2551, 09:50:15 »

จะเข้



                   

จะเข้เป็นเครื่องดนตรีประเภท เครื่องดีด เข้าใจว่าแก้ไขมาจากพิณ โดยการทำให้วางราบไปกับพื้น เพื่อให้นั่งดีดได้สะดวก และไพเราะ โดยที่ตัวพิณแต่เดิมทำเป็นรูปร่างอย่าง จระเข้ แต่ขุดให้กลวงเป็นโพรงข้างในเพื่อช่วยให้เกิดเสียงก้องกังวาน จึงเรียกเครื่องดนตรีชนิดนี้ตามรูปร่างว่า จะเข้ เช่นเดียวกับพิณของอินเดียที่ทำตอนตัวพิณเป็นรูปนกยูง ส่วนตอนปลายเป็นหางนกยูงก็เรียกพิณชนิดนั้นว่า ?มยูรี? แต่จะเข้ที่สร้างในตอนหลัง ได้คิดปรับปรุงแก้ไขขึ้นใหม่ไม่ทำเป็นรูปจระเข้แต่ถ้าดูให้ดีๆก็มีส่วนคล้ายๆจระเข้  และที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงไปนี้ เข้าใจกันว่าเพื่อประโยชน์ในทางเสียง และ เพื่อความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ 

                   
คนไทยนั้นรู้จักเล่นจะเข้มานานไม่น้อยกว่าตั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังในกฎมณเฑียรบาลที่ว่า  ห้ามร้องเพลงเรือ เป่าขลุ่ย เป่าปี่ สีซอ ดีดกระจับปี่ ดีดจะเข้ ในเขตพระราชฐาน  แต่ปรากฏว่าเพิ่งนำเข้ามาผสมวงเครื่องสาย และ วงมโหรี เมื่อครั้งรัชกาลที่  ๒สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ว่า

จะเข้แต่เดิม เป็นเครื่องสังคีตของมอญ แต่ในสหภาพพม่า ไม่มีใครเล่นจะเข้ได้เมื่อไทยเรานำไปบรรเลงให้ฟัง เขาเห็นเป็นของแปลกและไพเราะน่าฟัง แต่จะเป็นเครื่องดนตรีที่ไทยเราได้แบบอย่างมาจากใครก็ตาม เดี๋ยวนี้ก็นับว่าเป็นเครื่องดีดของไทย ที่มีเสียงก้องกังวานเกิดความไพเราะมาก และ เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายอยู่ในวงการดนตรีไทยในปัจจุบัน

 



 เดี๋ยวจะเอารูปจะเข้ที่ตาของเอทำมาลงให้ดูค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: