Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 มกราคม, 2561, 03:24:20

   

ผู้เขียน หัวข้อ: SIM CARD (ซิมการ์ด)  (อ่าน 17683 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,708
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 21 ธันวาคม, 2553, 19:58:44 »



SIM CARD (ซิมการ์ด) คืออะไร







ซิมการ์ด SIM CARD หรือ Subscriber Identity Module Card เป็นแผ่นอิเล็กทรอนิกส์ทำจากพลาสติกขนาดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ปลายข้างหนึ่งมีรอยตัด เปรียบไปแล้วซิมการ์ด ก็เหมือนบัตรประชาชนในเครื่องโทรศัพท์มือถือ ภายในชิปของซิม การ์ดจะบรรจุข้อมูลหมายเลขเครื่อง บริการที่เจ้าของซิมได้เลือกเอาไว้ ระบุตัวตนของโอปเรเตอร์ และบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น

นับตั้งแต่โทรศัพท์มือถือระบบจีเอสเอ็ม หรือระบบที่เราใช้กันทุกวันนี้ ส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้เครื่องสามารถโทรได้ก็คือ ซิมการ์ด (SIM Card) แต่ท่านผู้อ่านรู้หรือไม่ว่าซิมการ์ดที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้ามันทุกวัน แต่มันก็มีส่วนสำคัญ และมีหน้าที่หลายอย่างรวมอยู่ในแผงวงจรเล็กๆ ที่น่าทึ่งของมัน



ขนาดของซิมการ์ด

ซิมการ์ดขนาดมาตรฐานที่เราซื้อหามาใช้ หรือบางเจ้าแจกให้ใช้ฟรีๆ แต่ไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีไหน ซิมการ์ดก็มีขนาดเท่ากันทุกค่าย วัสดุที่ใช้ทำเป็นพลาสติกเหนียว ขึ้นรูปออกมาเป็นแผ่นขนาดเท่านามบัตร หรือบัตรเอทีเอ็ม โดยมีความยาว 85.5 มม. กว้าง 53.9 มม. และมีความหนาเพียง 0.85 มม.







ถ้ายังจำกันได้ โทรศัพท์มือถือระบบจีเอสเอ็มรุ่นแรกที่ถือกำเนิดมาจะใส่ซิมการ์ดเข้าไปเข้าไปทั้งใบ เพราะสมัยนั้นตัวเครื่องยังมีขนาดใหญ่ แต่สมัยนี้ต้องแกะตัวซิมการ์ดขนาดเล็กออกมาจากแผ่น ซึ่งแผงวงจรทั้งหมดนี้มีขนาดที่เล็กมาก แต่ก็ยังมีขอบบางส่วนเป็นพลาสติก มีขนาดความยาวเพียง 15 มม. กว้าง 25 มม. สมัยก่อนถือว่ามีขนาดเล็กมาก แต่พอมาถึงสมัยนี้แล้วถือว่าขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับขนาดของการ์ดหน่วยความจำแบบไมโครเอสดีที่ใช้กันทั่วไป

ปัจจุบันซิมการ์ดของผู้ให้บริการบางรายมีขนาดกรอบเพียงครึ่งเดียว แต่ตัวซิมการ์ดยังมีเท่าเดิม อาจจะด้วยเหตุผลที่ต้องการทำให้แพ็คเก็จใช้กระดาษน้อยลง ใช้พลาสติกน้อยลง และช่วยลดโลกร้อนไปด้วยในตัว



หน่วยความจำของซิมการ์ด

ความจุของซิมการ์ดนั้นขึ้นอยู่กับรุ่นที่ผู้ให้บริการนำเข้ามาจำหน่าย แต่ส่วนมากแล้วจะมีความจุ 16 และ 32 กิโลไบต์ สังเกตได้จากด้านหลังซิมการ์ดจะมีเลข 16k หรือ 32k กำกับอยู่ ซึ่งบางรุ่นก็ไม่มีบอกให้ทราบ

สำหรับพื้นที่หน่วยความจำหลักๆ แล้วก็มีไว้สำหรับบรรจุข้อมูลสมุดโทรศัพท์ ข้อความเอสเอ็มเอส ซึ่งบางรุ่นก็มีความจุแตกต่างกันไปอีกเช่นกัน มีตั้งแต่ 200-1000 รายชื่อ และเก็บความข้อความเอสเอ็มเอสได้อีกตั้งแต่ 15-30 ข้อความ โดยสามารถตรวจสอบหน่วยความจำได้จากเมนูสมุดโทรศัพท์ หรือข้อความ




ระบบรักษาความปลอดภัยของซิมการ์ด


คุณอาจจะไม่ทราบว่าซิมการ์ดมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัวมันเอง เพียงแต่ไม่ได้เปิดใช้งานเท่านั้นเอง แต่ก็สามารถเปิดได้อย่างง่ายๆ ในเมนูตั้งค่า แล้วเลือกไปที่ตั้งค่า PIN โดยกำหนดรหัสเป็นหมายเลข 4 หลักได้ตามต้องการ โดยรหัสเริ่มต้นของซิมการ์ดแต่ละค่ายก็จะไม่เหมือนกัน อย่างเช่นของ GSM Advance จะใช้รหัส 1234, DTAC ใช้รหัส 1800 และ True move ใช้รหัส 0000


เมื่อเปิดใช้งานรหัส PIN แล้ว ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ตัวเครื่องจะถามรหัสก่อนเสมอ โดยคุณมีโอกาสใส่รหัสให้ถูกต้องเพียง 3 ครั้งเท่านั้น แต่ถ้ากดรหัสผิดเกิน 3 ครั้งแล้วก็จำเป็นต้องใช้รหัส PUK Code ปลดล็อค หากเป็นบางรุ่นจะมีรหัสติดมากับกรอบแผ่นซิมการ์ด แต่หากไม่มีก็ต้องโทรถามคอลล์เซ็นเตอร์ทางเดียว โดยบอกหมายเลขที่ปรากฎอยู่บนซิมการ์ด 19 หลัก อาจจะมาก หรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับบางรุ่น ก็จะได้รหัส 8 หลักมาปลดล็อคอีกที


แต่หากยังดันทุรังใส่รหัส PUK Code แบบผิดๆ อีก 10 ครั้ง ซิมการ์ดจะล็อคตัวเองทันที ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ซึ่งบางคนบอกว่าซิมการ์ดเสีย แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เสีย เพียงแค่ซิมการ์ดล็อคตัวเองเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลในซิมการ์ดได้



หมายเลขโทรศัพท์ของคุณไม่ได้อยู่ในซิมการ์ด

คุณรู้หรือไม่ว่าหมายเลขโทรศัพท์ประจำซิมการ์ดของคุณไม่ได้อยู่ในซิมการ์ด เพราะการใช้งานจริงเมื่อเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา ตัวเครื่องจะส่งหมายเลขซิมการ์ดไปที่ระบบ และระบบก็จะตรวจสอบทันทีว่าหมายเลขซิมการ์ดที่ส่งเข้ามานั้นเป็นหมายเลขอะไร ว่ากันง่ายๆ คือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณอยู่ที่ระบบนั่นเอง เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนซิมการ์ดใบไหน เจ้าหน้าที่ก็จะกรอกข้อมูลหมายเลขซิมการ์ดใบใหม่เข้าระบบทุกครั้ง และคุณก็ใช้หมายเลขโทรศัพท์เบอร์เดิม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ตามไปด้วย




ซิมการ์ดไม่จำเป็นต้องเสียบกับโทรศัพท์มือถือเสมอไป

สมัยก่อนมีเพียงโทรศัพท์มือถือเท่านั้นที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ แต่ปัจจุบันซิมการ์ดสามารถเสียบเข้ากับแอร์การ์ด (Air card) เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตจีพีอาร้เอส/เอดจ์ หรือ 3G ผ่านพอร์ทยูเอสบีก็ได้ บางรุ่นก็เอาไว้ใช้ต่ออินเตอร์เตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว บางรุ่นก็มีชุดหูฟังไว้เสียบกับแอร์การ์ดเพื่อใช้โทรศัพท์ได้ด้วย



หรือหากเป็นเน็ตบุ๊ค หรือโน้ตบุ๊คบางรุ่นที่มีช่องเสียบซิมการ์ดก็นำมาเสียบเข้ากับตัวเครื่องได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้แอร์การ์ด ก็สะดวกไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการ์ดรีดเดอร์ (Card reader) บางรุ่นที่นอกจากจะอ่าน หรือเขียนข้อมูลลงการ์ดหน่วยความจำแล้ว ยังมีช่องใส่ซิมการ์ดสำหรับจัดการข้อมูลทั้งรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และเปิดดูข้อความเอสเอ็มเอสได้จากบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ้าขี้เกียจพิมพ์เบอร์โทรโดยใช้ปุ่มโทรศัพท์ก็พิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ สะดวกดีเหมือนกันนะ




ซิมการ์ดหาย หรือเสีย ทำยังไงดี

ไม่ว่าซิมการ์ดของคุณจะสูญหาย หรือเสียจนไม่สามารถใช้งานได้ ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะไม่ได้หมายเลขเดิม เพราะเจ้าหน้าที่จะใส่หมายเลขซิมการ์ดเข้าไปในระบบโดยใช้หมายเลขเดิมได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อาจจะต้องเสียดายข้อมูลในซิมการ์ด ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์เพื่อนๆ หรือเบอร์ลูกค้า ข้อความที่หวานใจส่งให้

เอาล่ะ เข้าเรื่อง ถ้าซิมการ์ดของคุณหาย อันดับแรกเลยต้องรีบโทรไปคอลล์เซ็นเตอร์เพื่อระงับการใช้งานชั่วคราว เพราะซิมการ์ดที่หายไปอาจจะมีผู้หวังดีนำไปใส่เครื่องอื่นโทรให้ หรือที่แย่กว่านั้นคือโทรออกต่างประเทศที่มีค่าบริการมหาโหด อาจจะต้องแจ้งความเพื่อนำใบบันทึกแจ้งความไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการเพื่อขอทำซิมการ์ดใบใหม่

แต่ถ้าซิมการ์ดเสียหายจนใช้งานไม่ได้ก็เพียงแค่นำซิมการ์ดใบเก่าไปให้เจ้าหน้าที่เพื่อออกซิมการ์ดใบใหม่ ส่วนค่าบริการก็อาจจะไม่ต้องจ่ายเลยสักบาท เพราะผู้ให้บริการบางรายให้สิทธิ์เปลี่ยนได้ฟรีๆ อาจจะปีละ 1 ครั้ง หรือไม่จำกัดจำนวนครั้งก็แล้วแต่ความใจดีของผู้ให้บริการ



ซิมการ์ดไม่ใช่ของของเรา

คุณรู้หรือเปล่าว่าซิมการ์ดที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ของๆ เรา แต่เป็นของผู้ให้บริการที่เราใช้บริการอยู่ ผู้ให้บริการสามารถเรียกคืน หรือเรียกเก็บซิมการ์ดเมื่อใดก็ได้ โดยอ่านจากคู่มือ หรือแผ่นพับที่ติดมากับซิมการ์ดที่เขียนระบุไว้อย่างชัดเจน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ให้บริการรายใดเรียกเก็บเลยสักครั้งเดียว ดังนั้นให้คุณท่องในใจว่า “ซิมการ์ดไม่ใช่ของๆ เรา” ให้ขึ้นใจไว้ด้วย



วิธีดูแลรักษาซิมการ์ด

การดูแล และรักษาซิมการ์ดให้ใช้ไปได้นานๆ ก็ไม่ยากเลย เพียงแค่ไม่ต้องทำอะไร อ่าว ยังไงกันเนี่ย ที่จะบอกคือให้เสียบเอาไว้ในเครื่องตลอดเวลาดีที่สุด ไม่ต้องทำอะไรให้มากมายนัก เพราะซิมการ์ดที่อยู่ในโทรศัพท์จะโดนความชื้นเล่นงานน้อยมาก แต่หากต้องถอดเข้าถอดออกเพื่อนำไปใช้กับเครื่องอื่นอยู่บ่อยๆ ความชื้นอาจจะทำให้หน้าสัมผัสของซิมการ์ดที่เป็นทองเหลืองเกิดออกไซด์ หรือสนิม สังเกตได้ไม่ยากเพราะจะมีคราบเกาะติด วิธีทำความสะอาดก็หายางลบดินสอมาลบออก ง่ายๆ แค่นี้เอง






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,708
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ธันวาคม, 2553, 20:02:30 »




Subscriber Identity Module (SIM)


A subscriber identity module (a SIM Card) is a smart card which securely stores the key identifying a mobile phone service subscriber, as well as subscription information, preferences and text messages. The equivalent of a SIM in UMTS is a Universal Subscriber Identity Module (USIM).

The SIM stores network state information such as its current location area identity (LAI). If the handset is turned off and back on again it will take data off the SIM and search for the LAI it was in.

This saves time by avoiding having to search the whole list of frequencies that the telephone normally would. Each SIM is uniquely identified by its ICCID [International Circuit Card ID].

SIM cards identify users uniquely by holding an IMSI.



The SIM - Subscriber Identity Module - is a smart chip card, about the size of a postage stamp. A SIM card from a UK mobile phone on the Orange network. The card was originally punched out of a Credit Card sized sheet of plastic. The distinctive shape fits inside a socket within any GSM mobile phone.
Photo by Salim Fadhley




International Mobile Subscriber Identity (IMSI)






IMSI [im-zee] is an acronym for International Mobile Subscriber Identity. This is a unique number that is associated with all GSM and UMTS network mobile phone users.

The number is stored in the SIM. It is sent by the mobile to the network and is used to look up the other details of the mobile in the HLR or as locally copied in the VLR. In order to avoid the subscriber being identified and tracked by eavesdroppers on the radio interface, the IMSI is sent as rarely as possible and a randomly generated TMSI is sent instead.

An IMSI is usually fifteen digits long. However, they can be shorter (eg. MTN SouthAfrica's are 14 digits).

The first three digits are the country code (MCC), and the next digits are the network code (MNC). The MNC can be either two digits long (normal e.g. in Europe) or three digits long (normal in North America), the remaining digits, up to the maximum length are the unique subscriber number (MSIN) within the network's customer base.




Change your SIM Card - Change your Mobile Number

A SIM card is actually a tiny computer in your phone.

Current SIMs typically have 16 to 64 kb of memory, which provides plenty of room for storing hundreds of personal phone numbers, text messages, value-added services and important for us: position data (coordinates) of tracked animals





SIM Card Stores your Phone Number, it's the size of a postage stamp




 The embedded circuitry located on the SIM card stores information about the services that are available to you as a local subscriber.

The SIM card, provided by a local GSM cell phone operator, snaps into the back of a GSM cell phone to make you a local subscriber.



ที่มา  http://www.aitelephone.com/international-cell-phone-what-is-a-sim-card.html




 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: