Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
29 ธันวาคม, 2557, 03:49:53

   

ผู้เขียน หัวข้อ: จดหมายถึงเพื่อน 20 ธันวาคม 2553  (อ่าน 31144 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 20 ธันวาคม, 2553, 15:37:56 »

บ้านหลังเล็กๆที่สุราษฎร์ธานี

20 ธันวาคม 2553

เพื่อนรัก นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้เขียนจดหมายมาถึงเพื่อน มันคงจะนานพอดูเลยทีเดียวถ้าเรามาใช้เวลาเป็นตัวนับระยะทาง แต่การที่เราหายหน้าไปจากหน้ากระดาษก็ใช่ว่าเราจะไม่ติดตามข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวของเพื่อนหรือลืมเพื่อน เรารับรู้เรื่องราวของเพื่อนผ่านสื่อต่างๆในโลกออนไลน์อยู่เสมอ เพียงแต่เราไม่ถนัดมากนักในการใช้สื่อเหล่านั้น เรามีสังคมออนไลน์แบบเดียวกับที่คนมากกว่าครึ่งโลกใช้กัน เราสมัครทุกอย่างที่มีให้ใช้ เพียงแต่เรารู้ตัวของเราเองดีว่า เราไม่ถนัดที่จะใช้สื่อออนไลน์ในการติดต่อกับเพื่อน

นานๆสักครั้งเราถึงจะเข้าไปดูเรื่องราวหรือรูปภาพของเพื่อน ผ่านสังคมออนไลน์ ทั้งของเพื่อนเองและของคนอื่นๆที่อยู่รอบๆข้างเรา จนในที่สุดเราก็ทนความคิดถึงเพื่อนไม่ได้ เราจึงต้องลงมานั่งพิมพ์จดหมายฉบับนี้ส่งมาให้เพื่อนได้อ่าน เพื่อที่เพื่อนจะได้รับรู้ว่า เรายังคิดถึงเพื่อนอยู่เสมอ เราคิดถึงโดยที่ไม่ต้องไปเขียนบอกไว้ในสื่อหรือสังคมออนไลน์ของเพื่อน เราเขียนมาให้เพื่อนได้อ่าน เราเขียนเพื่อเพื่อนจริงๆโดยไม่มีสิ่งใดแอบแฝง ไม่ต้องการ ไลท์ หรือ คอมเมนท์ใดๆ มากมายเกินไปกว่าจดหมายตอบของเพื่อน ถึงแม้ว่าการเขียนจดหมายจะดูเชยๆไปบ้างในโลกทุกวันนี้ แต่เราก็ยินดีที่ใครต่อใครจะมองว่าเราเป็นคนที่ล้าสมัย

เราไม่ได้หวังว่าเพื่อนจะตอบจดหมายของเรา เราหวังเพียงแค่ว่า อยากให้เพื่อนได้อ่าน ส่วนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้นก็คงต้องปล่อยไปตามที่เพื่อนจะเห็นสมควร จะตอบจดหมาย หรือจะลืมมันไป หรือจะย้ายเราไปอยู่ในกลุ่มของคนล้าหลังอย่างที่สังคมทุกวันนี้มองก็ตามแต่ความเหมาะสม

เราอยากจะเล่าเรื่องที่เราได้เจอให้เพื่อนได้อ่านมากมายหลายเรื่อง กลัวแต่ว่าเพื่อนจะไม่ยินดีที่จะอ่านจดหมายของเรา เราจึงไม่กล้าที่จะเล่าเรื่องราวมากมายเกินไปกว่าที่จะบอกเพื่อนว่า "เราคิดถึง"  เราไม่กล้าที่จะใช้โทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่เพื่อนให้ไว้ด้วยความกลัวว่าจะโทรไปผิดเวลาและรบกวนเพื่อนในเวลาที่เพื่อนทำงานอยู่ เพราะในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เราเห็นว่าเพื่อนเหนื่อยเหลือเกินกับหน้าที่การงานและชีวิตประจำวัน จนบางครั้งเรารู้สึกเกรงใจเพื่อนมากๆแม้แต่ในยามที่เราคิดถึงเพื่อน

สุดท้ายของความรู้สึกในวันนี้ วันที่เราคิดอยู่นานมากในการที่จะตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเพื่อน เราอยากจะบอกให้เพื่อนรักษาสุขภาพไว้บ้าง พักผ่อนเสียให้มาก อย่าทำงานมากเสียจนลืมไปว่าร่างกายของเรายังต้องการการพักผ่อน เราอาจจะไม่ได้ไปเขียนคอมเมนท์ในสื่อสังคมออนไลน์ของเพื่อนที่เราเข้าไปเห็น ที่มีใครหลายคนมาเขียนไว้ว่า "รักษาสุขภาพด้วยนะ" หรือ "คิดถึง" เราเห็นข้อความแบบนี้มากมายเหลือเกินในสื่อเหล่านั้น แต่เราเองก็ไม่รู้ว่าเบื้องหลังของข้อความเหล่านี้จะมีความเป็นห่วงเป็นใยหรือ คิดถึงมากจริงๆอย่างนั้นหรือเปล่า

คิดถึงเพื่อนมากๆ

นภดล
บันทึกการเข้า




nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 20 ธันวาคม, 2553, 16:23:54 »

 
                                                                                                                                                    
บ้านป่าข้างถนน
                                                                                                                                                      ประเทศไทย
                                                                                                                               
           ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

           ถึงเพื่อน
 
            เราได้อ่านจดหมายของเพื่อนแล้ว ดีใจที่เพื่อนยังนึกถึงเรา นี่คงเป็นเวลานานพอสมควรที่เราไม่ได้นั่งเขียนจดหมายถึงเพื่อน จะมีบ้างที่เขียนถึงผู้หญิงที่อยากไปหา ตอนนี้ชีวิตของเราถ้ามองจากภายนอกเหมือนจะหาสาระอะไรไม่ได้ ดีก็แต่เรายังพอมีอะไรให้หยิบจับบ้าง หลังจากหันหลังให้บางกอก บางครั้งเราก็จากบ้านไปเป็นเวลานานพอสมควรเพื่อเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เราใช้ชีวิตในสังคมออนไลน์บ้างเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่บ่อยมากนัก

           ตอนนี้เพื่อนเป็นอย่างไรบ้าง สุข ทุกข์ ยังไงก็เขียนส่งข่าวกันมาบ้างเรายินดีและดีใจที่ได้อ่านจดหมายจากเพื่อน เรารู้ว่าเพื่อนคงมีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย ไม่ว่าเรื่องงาน ความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งเรื่องผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิต เพื่อนคงมีเรื่องมากมายอยากเล่าให้เราฟัง เราพร้อมจะเป็นผู้ฟังเสมอ และเราก็มีเรื่องราวที่อยากจะเล่าให้เพื่อนฟังเหมือนกัน

          สำหรับจดหมายฉบับนี้คงจะเป็นการสอบถามสาระทุกข์ สุขดิบซ่ะมากกว่า เหมือนดังที่เขียนบอกไว้ข้างต้นว่าเป็นเวลานานพอสมควรที่เราไม่ได้เขียนจดหมายถึงเพื่อน เราเจอจดหมายฉบับนี้สิ่งแรกที่ได้เห็นคือแปลกใจ ก่อนที่จะรู้สึกดีใจที่มีจดหมายมาจากเพื่อน

          สังคมทุกวันนี้เคลื่อนที่เร็วเพื่อนเอ๋ย ยากที่เราจะตามทัน มีหลายคนพยายามหลอกตัวเองว่ากำลังก้าวทันโลกแต่พวกเขามองเห็นโลกอยู่ด้านเดียว พวกเขาก้าวทันเทคโนโลยีที่พวกเขาสร้างขึ้น แต่พวกเขาไม่สามารถตามทันอารมณ์และความรู้สึกข้างในที่แท้จริงของคนรอบข้างเลย ความคิด ความรู้สึก เคลื่อนที่เร็วกว่าเทคโนโลยีมากมายนัก ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เราจะเข้าใจ เรื่องเหล่านี้ทำให้เราย้อนนึกถึงเพื่อน ยามเมื่อเราได้อ่านจดหมายจของเพื่อนจบลง นึกถึงวัยเด็กที่เราไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้ นึกถึงถนนหนทางที่เราเคยใช้เดินทางด้วยกันในโรงเรียนประจำจังหวัด เราเคยได้ร่วมเรียนด้วยกัน นึกถึงกิจกรรมวัยเด็กที่เราได้ทำร่วมกัน ตอนนั้นเราไม่ต้องวิ่งตามเทคโนโลยีเหมือนสมัยนี้ เราตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ เรายังไม่มีคอมพิวเตอร์ เรายังไม่มีโทรศัพท์มือถือ ตอนนั้นเราห่วงแต่ว่า วันนี้เราจะทำอะไร เราจะสนุกกับการเตะฟุตบอลในสนาม เราจะตื่นเต้นเมื่อมีการ์ตูนตอนใหม่ที่เราติดตามกันอยู่วางบนแผงหนังสือ พวกเราจะแปลกใจและอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้เมื่อได้ข่าวว่าเพื่อนป่วยไม่สามารถมาโรงเรียนได้ เป็นการสื่อสารทางความรู้สึกแทนเครื่องมือที่ทันสมัย เราไม่เคยต่อต้านเทคโนโลยีและความเจริญก้าวหน้าของมัน แต่เราก็ใช้มันตามความจำเป็นและพอเหมาะพอควร เราใช้มันน่ะ ไม่ใช่ว่าให้มันใช้เรา เรายอมรับว่าเราเคยตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้ ต่อเมื่อเราถอยหลังให้มัน ศึกษาที่จะอยู่ร่วมกันกับมัน และเราคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถูกสร้างมาให้เราใช้ นั่นแหละเราถึงมองเห็นว่าเรามีความจำเป็นมากแค่ไหน และเราจะตอบสนองมันอย่างไร เราหันมาสนใจความรู้สึกของคนรอบข้างมากขึ้น เราอยากให้คนที่อยู่ที่ใกล้เรามีความสุขโดยการสื่อสารทางความรู้สึก มากกว่าการสื่อสารโดยผ่านเครื่องมือที่ทันสมัย ความคิดถึงของเราที่มาจากความรู้สึกข้างในมันไม่สามารถแสดงออกมาทางข้อความที่ส่งถึงกันผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทั้งหมด เราคิดว่าเพื่อนคงสัมผัสได้แม้ว่าเราจะไม่ได้ติดต่อกันทางจดหมายนานพอสมควร

        สุดท้ายของจดหมายฉบับนี้คงไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดถึง หวังว่าเพื่อนคงจะสบายดี และมีความสุขเพียงพอที่ควรจะได้รับไม่มากและน้อยเกินไป



                                                                                                                                                       
คิดถึงเหมือนกัน

                                                                                                                                                          เพื่อนคนหนึ่ง


        ปล.คำว่า ไลท์ ที่เพื่อนพูดถึง คืออะไร เป็นคำถามที่เราถามตัวเองและคิดว่าเพื่อนคงจะมีคำตอบให้เราเพื่อที่จะไม่ให้เราตกเทรนด์
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 20 ธันวาคม, 2553, 18:28:09 »

บ้านหลังเล็กๆที่สุราษฎร์ธานี
ประเทศไทยเช่นกัน

20 ธันวาคม 2553

ถึงเพื่อน

ดีใจที่ได้เห็นจดหมายตอบกลับมา ความรู้สึกนี้เหมือนกับวันวานได้ตามกลับมาหาเราจนเจอ ความรู้สึกดีใจและตื่นเต้นเสมอ เมื่อมีจดหมายส่งมาที่บ้าน ในวันที่เราติดต่อกับเพื่อนๆทั่วประเทศด้วยการเขียนจดหมาย เรายังจำได้ดีว่าเรามีเพื่อนทางจดหมายอยู่สองถึงสามคน ที่เขียนเล่าเรื่องราวต่างๆผ่านหน้ากระดาษถึงกันอยู่เป็นประจำ แต่สุดท้ายก็ห่างหายกันไปตามกาลเวลา ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเราถึงดีใจขนาดนี้เมื่อได้เห็นจดหมายของเพื่อน

เราขอตอบคำถามของเพื่อนก่อนเลยนะ คำว่า ไลท์ ที่เราเขียนในฉบับก่อนนั้น มาจากภาษาอังกฤษที่ว่า Like ที่แปลว่าชอบ ซึ่งในสื่อสังคมออนไลน์ใช้แสดงความชื่นชมในเรื่องราวของผู้ที่นำมาแสดงไว้ในนั้น ไลท์นี้อาจจะเป็นเครื่องชี้วัดความน่าสนใจของบุคคลในนั้นได้เลยทีเดียว ถ้าบทความหรือเรื่องราวของใครมีจำนวนไลท์มาก ก็แสดงว่ามีความน่าสนใจและมีคุณค่ามากมายในนั้น เราสารภาพว่าเราเองก็รู้แค่นี้เอง ไม่ได้มีความรู้มากไปกว่านี้แต่อย่างใด ดังนั้นขอข้ามเรื่องพวกนี้ไปก็แล้วกัน

เพื่อนยังจำเรื่องราวในสมัยที่เราเรียนมัธยมต้นด้วยกันได้หรือเปล่า ในสมัยนั้นข่าวสารต่างๆไม่ได้รวดเร็วฉับไวเหมือนดังเช่นทุกวันนี้ เราตื่นเช้ามากๆในวันจันทร์ เพื่อไปแอบอ่านหนังสือพิมพ์สยามกีฬารายวันที่โรงยิม เพราะในยุคนั้นข่าวกีฬาที่เป็นผลฟุตบอลอังกฤษนั้นจะลงในฉบับเช้าวันจันทร์ เราอ่านข่าวทีมอาร์เซนอล ที่เราชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมด้วยความชื่นชม ยิ่งในเวลาที่พวกเราวิ่งเตะฟุตบอลกันในสนามหน้าโรงเรียนนั้น เรามักจะสมมุติตัวเองเป็นนักเตะที่เราชื่นชอบอยู่เสมอ ในตอนนั้นเราจำได้ว่าเราแอบแปลงร่างเป็น อันเดอร์ ลิมพาร์ ปีกชาวสวีเดนของอาร์เซนอลอยู่เป็นประจำ

เพื่อนจำ ป๊อบ หรือ มัย เพื่อนของพวกเราได้หรือเปล่า มัยเป็นเด็กตัวเล็กๆ แต่ว่องไว ชอบเล่นฟุตบอล วันนั้นในตอนเที่ยงพวกเราก็ไปเตะฟุตบอลกันตามปกติ ช่วงนั้นหญ้าในสนามยาวพอสมควร รวมทั้งมีหลุมที่เกิดจากรถสิบล้อที่ขนอุปกรณ์ต่างๆของวงดนตรีที่มาขอใช้สนามหน้าโรงเรียนของเราในการแสดงยามค่ำคืน วันนั้นตอนที่เตะบอลกัน เราเหลือบไปเห็นมัยว่างอยู่เลยเตะบอลส่งไปให้ พร้อมทั้งวิ่งไปรอด้านหน้าประตู แต่เมื่อเราหันกลับไปก็เจอแต่ความว่างเปล่า เห็นแต่ลูกฟุตบอลกลิ้งไปข้างๆสนามแต่ไม่เห็นคน

เราตกใจมากคิดว่าผีหลอกเรากลางวัน ก็เมื่อกี้เราเห็นว่ามัย ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆแต่ทำไมตอนนี้ไม่มีเสียแล้ว แต่ทุกอย่างก็เฉลยขึ้นมาเมื่อเราเห็น มัย ค่อยๆลุกขึ้นมาจากหลุมที่เป็นรอยรถสิบล้อ หลุมนี้ไม่ใหญ่มากนักหรอก แต่เมื่อมีหญ้าที่ยาวมากๆปกคลุม มันก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กตัวเล็กๆที่สะดุดล้มลงไปด้านในนั้นหายไปจากโลกชั่วขณะ ทุกครั้งที่เรามองสนามหญ้าที่ค่อนข้างรก เราจะคิดถึงมัย เสมอ เรารู้ว่ามัย เป็นคนบ้านเดียวกันกับเพื่อน ถ้าเพื่อนพอมีเวลาว่างอยากจะรบกวนช่วยแวะไปถามข่าวของมัยมาให้ด้วย เพราะเราคิดถึงมัย ไม่น้อยไปกว่าเพื่อนคนอื่นๆเลย

วันนี้เพื่อนเหนื่อยกับชีวิตประจำวันหรือเปล่า ส่วนเรารู้สึกเบื่อเล็กน้อยถึงปานกลาง การที่เราทำอะไรซ้ำๆทุกวันๆ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เหนื่อย ไม่หนัก และได้ค่าตอบแทนที่สูง แต่เราคิดว่ามันไม่น่าตื่นเต้น และเหมือนกับการทำให้มันผ่านพ้นไปวันๆเท่านั้นเอง เรารู้สึกอึดอัด และเริ่มเข้าใจคำสอนของท่านพุทธทาสที่ว่า "ถ้าทำงานไม่มีความสุขก็เหมือนตกนรกทุกวัน" เราเริ่มเหยียดขาลงไปในนรกแล้ว แต่ก็พยายามจะมองหาหนทางที่ท้าทายและไม่จำเจอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าค่าตอบแทนจะไม่มาก แต่เราคิดว่าเราคงจะพออยู่ได้ในโลกใบนี้ ในแบบของคนล้าหลังจากเทคโนโลยี กินง่าย อยู่ง่าย ใช้น้อย ทำงานสุจริต มันคงจะพอเพียงกับชีวิตของเรา

สุดท้ายนี้ก็ฝากเรื่องของมัยไว้ด้วยนะ และถ้าเพื่อนพอจะรู้ข่าวหรือความเป็นไปของเพื่อนๆคนอื่นก็ส่งข่าวมาบอกเราด้วยก็แล้วกัน เรายังรอจดหมายจากเพื่อนอยู่เสมอ เพราะเราคิดว่าการสื่อสารแบบนี้ มันทำให้การติดต่อหรือการสื่อสาร มีคุณค่ามากกว่า การคุยกันด้วย MSN หรือวิธีการต่างๆแม้กระทั่งการโทรศัพท์คุยกัน

รักษาสุขภาพด้วย (จริงๆนะ)

นภดล

บันทึกการเข้า

nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ธันวาคม, 2553, 19:45:42 »

บ้านป่าข้างถนน
ประเทศไทย

          ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

          ถึงเพื่อน

          ก่อนอื่นต้องขอบคุณสำหรับความกระจ่างของคำว่า ไลท์ เราจำได้ว่าคำ คำนี้เคยผ่านตาเรามาบ้างแต่ก็ไม่ได้สนใจ สังคมออนไลน์ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เรามองข้ามไป เราไม่รู้ว่าต่อไปการแสดงความรู้สึกจะต้องถอดรหัสเป็นสัญญาณดิจิตอลหรือไม่ มีแต่ 0 กับ 1

          เราขอตอบคำถามของเพื่อนเลยล่ะกัน เรื่องราวเกี่ยวกับ พระป๊อบ เพื่อนอาจจะแปลกใจว่าทำไมเราถึงเรียกอย่างนั้น ตอนนี้เราได้ข่าวว่าจากทางบ้านของพระป๊อบว่า พระป๊อบบวชมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ยังไม่สึก อีกทั้งน้องชายของพระป๊อบก็บวชและยังไม่สึกอีกเช่นกัน เราว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี

          สำหรับชีวิตประจำวันของเรา ตอนนี้เราไม่มีงานประจำทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ทำสวนที่บ้านบ้าง รับ jobทำโน่น นี่ นั่นตามที่เราพอจะทำได้ อาศัยนอนบ้านคนโน่นบ้างคนนี้บ้าง  มีเสียงตามสายที่เรามักจะได้ยินอยู่บ่อยครั้งว่า ไปทำอะไร ไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วจะกลับเมื่อไหร่ ชีวิตน่าอิจฉาจัง ดูเหมือนไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร เราได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆข้างใน มันเป็นเหมือนคำถามที่ตอกย้ำ ซ้ำเติมความรู้สึกข้างในของเราที่บาดเจ็บ และกำลังรักษาตัว ทุกวันนี้ถึงแม้เราจะชอบเดินทาง แต่ก็อยากเดินทางในรูปแบบของการท่องเที่ยว มากกว่าการทำกิจธุระ หรือการงาน เพื่อนอาจจะคิดว่า ทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วยก็ดูจะแฮปปี้ แต่เพื่อนเอ๋ย ความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถปลดปล่อยอารมณ์ร่วมกับสองข้างทางและจุดหมายที่เราต้องเดินทางไปทำงาน ในหัวของเราคิดแต่ว่างานที่เราจะไปทำนั้น จะต้องทำอย่างไร ใช้เวลานานเท่าไหร่ และสารพัดที่จะนึกจะคิดเกี่ยวกับงานที่จะต้องทำ เราอยากให้งานออกมาดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ และสมกับค่าตอบแทนที่เจ้าของงานไว้ใจเราให้ทำงานนั้นๆ มันไม่เหมือนกับการท่องเที่ยวนะเพื่อน เราได้ปลดปล่อยอารมณ์กับสองข้างทาง ในสมองมีเรื่องราวต่างๆเข้ามาอย่างอิสระให้เราได้นึก ได้คิด และคล้อยตาม  ไม่ใช่เรื่องน่าอิจฉาเลยกับการที่เราได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเพราะลึกๆแล้ว เราเพียงแค่ต้องการฟื้นฟูความรู้สึกที่เสียไปให้กลับมาใช้งานได้ดี เราสูญเสียอะไรไปหลายๆอย่าง เราแค่อยากเติมเต็มและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในใจเราเท่านั้น โดยที่เราไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ มันเหนื่อยเหมือนกันเพื่อนเอ๋ย เราเหนื่อยกับการต่อสู้กับกับสภาวะภายในของเราและเราคิดว่าสักวันหนึ่งเราจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุขกับมัน

          เพื่อนยังจำเรื่องราวที่เราเคยพูดคุยกันได้ไหม เราเคยตกลงกันว่าเราจะสร้างเมืองของเรา มีบ้านที่เราอยากได้ มีรายได้ที่เพียงพอกับความต้องการของเรา มีความสุขกับคนที่บ้าน และมีสังคมที่เราได้ร่วมคิดร่วมสร้างกัน เราคิดว่าสักวันหนึ่ง สิ่งที่เหมือนกับว่าเราเพ้อฝัน จะเป็นจริง ยังมีคนที่เราคิดเหมือนเราน่ะเพื่อน ถึงแม้จะเป็นคนส่วนน้อยถึงน้อยที่สุดก็ตาม เพราะคนรอบข้างมักจะบอกว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เราคิดว่าถึงแม้พวกเราจะเพ้อเจ้อแต่พวกเราก็ชัดเจน อย่างน้อยเรามีเพื่อนที่คิดแบบเดียวกันน่ะ

          สุดท้ายนี้เราดีใจที่เพื่อนตอบจดหมายของเรา และหวังว่าเพื่อนจะมีแรงพอที่จะก้าวขาออกมาจากนรกและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในโลกมนุษย์ด้วยกัน เราคงไม่กล้าใช้คำว่ามีความสุขเหมือนอยู่บนสวรรค์หรอกน่ะ เพราะตอนนี้เราไม่รู้ว่าจริงๆแล้วบนสวรรค์มีอะไรบ้าง (อยากรู้เหมือนกันว่านางฟ้าจะงดงามเพียงใด) ถ้าเพื่อนพอจะรู้เล่าสู่กันฟังบ้างน่ะ


คิดถึงเสมอ

เพื่อนคนหนึ่ง

บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 20 ธันวาคม, 2553, 21:15:36 »

บ้านหลังเล็กๆที่สุราษฎร์ธานี
ประเทศไทยเหมือนเดิม

20 ธันวาคม 2553

ถึงเพื่อน

จดหมายฉบับนี้คงเป็นฉบัยสุดท้ายของวันนี้แล้วเนื่องจากเวลาก็ล่วงเลยมาจนเข้ายามดึกพอสมควรแล้ว แต่เราก็ยังอยากที่จะตอบจดหมายในยามค่ำคืนเช่นนี้ เพราะเราคิดว่า ชีวิตที่ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเวลานั้นมันเป็นชีวิตที่มีความสุขเกินกว่าที่จะปล่อยให้ความมืด และความง่วงมาบังคับให้เราตอบจดหมายของเพื่อนในวันพรุ่งนี้

ไหนๆก็จะนอนกันแล้ว เราอยากจะเล่าความฝันในยามตื่นให้เพื่อนได้อ่าน ความฝันที่ไม่ได้มาในตอนที่เราหลับ เป็นฝันที่เกิดจากความคิดในขณะที่มีสติสมบูรณ์ของเราเอง ความฝันบ้าๆของเราที่คนอีกมากมายในโลกใบนี้มองแบบนั้น แต่เราคิดว่ามันเป็นฝันที่เรารู้สึกสดชื่นแจ่มใสในจิตวิญญาณทุกครั้งที่เราได้ฝันถึงมัน

เราฝันถึงบ้านหลังเล็กๆที่ไม่มีสมบัติบ้า หรือของมีค่ามากมาย ขอแค่มีชั้นวางหนังสือไว้เป็นที่อาศัยของหนังสือต่างๆที่เราสะสมไว้ มีที่นอนเล็กๆ แบบปูราบไปกับพื้น มีงานศิลปะดีๆ ที่เกิดจากฝีมือของพวกเราเองหรือจากชาวบ้านทั่วๆไป วางไว้ตามมุมต่างๆเพื่อปลุกจิตปลอบใจให้อ่อนโยน มีบ่อน้ำเล็กๆที่เต็มใบด้วยดอกบัวนานาพันธุ์ มีต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ร่มเงา และมีเพื่อนดีๆไว้นั่งคุยกันโดยที่ไม่ต้องกำหนดเวลา อยากคุยตอนไหนก็นั่งคุยกัน นั่งดื่มน้ำชา นอนดูดาวใต้ผืนฟ้าโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะตื่นสาย

มีงานทำที่พอจะเลี้ยงตัวได้ ไม่มีหนี้สิน ไม่มีพิธีกรรมมากมายในการใช้ชีวิต ใช้ชีวิตให้สมกับอายุขัยของตัวเอง ที่มีอยู่ไม่ถึงร้อยปี หาเงินและใช้เงินให้พอดีกับอายุ ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินเก็บเงินจนคล้ายๆกับว่าชีวิตนี้จะไม่ตาย หรืออย่างน้อยๆจะมีอายุราวสองสามร้อยปี ไม่ต้องหาวัตถุมาโอ้อวดใคร มีของใช้แค่พอดีตัว ไม่เกินตัวไม่เกินฐานะ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความฝันโง่ๆของคนโง่ๆแบบเรา คนที่อยู่ในสังคมใหญ่ ทำงานในระบบงานที่ใหญ่ มีผู้คนมากมายให้พบเจอ มีสิ่งเย้ายวนใจมากมายเข้ามากระแทกความรู้สึกในทุกวัน แต่เราก็อยากจะหนีสิ่งเหล่านั้น ออกไปสร้างเมืองของเราเองเช่นกัน

ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เราเข้าใจท่านพุทธทาสมากขึ้นกว่าเดิม เข้าใจว่าทำไมท่านถึงสร้างสวนโมกข์ ทำไมท่านจึงกล้าประกาศว่าท่านจะไม่เดินตามโลก เมื่อเราเริ่มเข้าใจท่านมากขึ้น ความรักความศรัทธาและความเคารพในตัวท่านก็มากขึ้นเป็นทวีคูณ เราอาจจะทำได้เพียงเศษเสี้ยวธุลีดินที่ติดอยู่ใต้รองเท้าของท่าน แต่เราคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว เราเจอผู้ที่ชี้นำทางสว่างให้เราแล้ว เราอยากให้เพื่อนลองอ่านผลงานของท่านพุทธทาสดูบ้าง ลองทำตามอย่างที่ท่านสอนและทำให้ดูเป็นตัวอย่างบ้าง แล้วเพื่อนจะพบว่า จริงๆแล้วชีวิตคนเราก็ต้องการแค่นี้เอง

เรารู้สึกอายอยู่บ้างในเวลาที่เขียนจดหมายฉบับนี้ แทนที่เราจะพูดคุยในเรื่องทั่วๆไป สอบถามสารทุกข์ อย่างที่สมควรจะเป็นในการพูดคุยกันระหว่างเพื่อน เรากลับมานั่งเล่าความฝันบ้าๆบอๆ ของเราอยู่คนเดียวให้เพื่อนอ่าน แต่เราคิดว่า เพื่อนคงจะคิดคล้ายๆกับเรา ดังนั้นเราจึงกล้าเล่าความฝันโง่ๆของเราให้เพื่อนฟัง จดหมายของเราที่เขียนถึงเพื่อนเป็นจดหมายสาธารณะ ที่อาจจะมีคนอีกหลายคนเข้ามาอ่าน อาจจะมีคนสนใจอยู่บ้าง หรือ อาจจะไม่มีคนสนใจเลย อาจจะมีคนเห็นด้วยกับเรื่องราวที่เราเล่าให้ฟัง หรืออาจจะมีคนเยาะเย้ย ถากถางในความโง่เขลาของเรา แต่เราก็ ไม่นำพา กับสิ่งเหล่านั้นแน่นอน

เราอยากบอกเพื่อนว่า จดหมายของพวกเราที่เขียนตอบกันไปตอบกันมานั้น มีคนอื่นได้อ่านและรับรู้ด้วย เนื่องจากเรานำมันมาลงไว้ในเวบบอร์ดสาธารณะ เพื่อให้บุคคลทั่วไปได้อ่านเรื่องราวของพวกเราด้วย ไม่ใช่ว่าเราอยากดังหรือ อยากโชว์พาว อย่างที่คนสมัยนี้ชอบพูดกัน แต่เราอยากอ่านจดหมายตอบกลับจากคนอื่นบ้าง ว่ามีแนวคิดอย่างไรกันบ้าง ดังนั้นเราจึงขออนุญาตเพื่อนนำเรื่องราวพวกนี้มาลงไว้เป็นสาธารณะ ไม่รู้ว่าเพื่อนจะขัดข้องหรือเปล่า

เราขอใช้พื้นที่ตรงนี้บอกไปยังผู้ที่เข้ามาอ่านจดหมายฉบับนี้ว่า เรายังรอจดหมายตอบจากเพื่อนหรือจากใครก็ตามที่ได้อ่านจดหมายสาธารณะของเราอยู่ที่นี่ ใครว่างหรือใครอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือแม้แต่จะเขียนมาต่อว่า หรือติเตียนในบางความคิดหรือบางถ้อยคำที่เราเขียน ก็เขียนจดหมายมาคุยกันได้ที่นี่ เราจะรอจดหมายของทุกคนอยู่ที่นี่ครับ

นอนหลับให้สนิท ไม่ต้องฝันดีก็ได้ พรุ่งนี้เราจะรอจดหมายตอบจากทุกคนนะครับ

นภดล
บันทึกการเข้า

มาร์ท
คนบ้านเดียวกัน
สมาชิกมาใหม่
*****


กระทู้: 1
สมาชิกลำดับที่ 15288


| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 09 มิถุนายน, 2554, 12:15:38 »

บ้านหลังเล็กๆที่สุราษฎร์ธานี
ประเทศไทยเหมือนเดิม

20 ธันวาคม 2553

ถึงเพื่อน

เราอยากบอกเพื่อนว่า จดหมายของพวกเราที่เขียนตอบกันไปตอบกันมานั้น มีคนอื่นได้อ่านและรับรู้ด้วย เนื่องจากเรานำมันมาลงไว้ในเวบบอร์ดสาธารณะ เพื่อให้บุคคลทั่วไปได้อ่านเรื่องราวของพวกเราด้วย ไม่ใช่ว่าเราอยากดังหรือ อยากโชว์พาว อย่างที่คนสมัยนี้ชอบพูดกัน แต่เราอยากอ่านจดหมายตอบกลับจากคนอื่นบ้าง ว่ามีแนวคิดอย่างไรกันบ้าง ดังนั้นเราจึงขออนุญาตเพื่อนนำเรื่องราวพวกนี้มาลงไว้เป็นสาธารณะ ไม่รู้ว่าเพื่อนจะขัดข้องหรือเปล่า

เราขอใช้พื้นที่ตรงนี้บอกไปยังผู้ที่เข้ามาอ่านจดหมายฉบับนี้ว่า เรายังรอจดหมายตอบจากเพื่อนหรือจากใครก็ตามที่ได้อ่านจดหมายสาธารณะของเราอยู่ที่นี่ ใครว่างหรือใครอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือแม้แต่จะเขียนมาต่อว่า หรือติเตียนในบางความคิดหรือบางถ้อยคำที่เราเขียน ก็เขียนจดหมายมาคุยกันได้ที่นี่ เราจะรอจดหมายของทุกคนอยู่ที่นี่ครับ

นภดล


  มาเยี่ยมเยือน  และอยากมาเป็นเพื่อนทางความคิด  ยินดีที่ได้รู้จัก คนที่มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน

คิดถึงน้องนภฯ อยู่เนือง ๆ

พี่มาร์ท
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: