Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 กันยายน, 2561, 12:19:10

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมชาติระบายสีที่“ผาแต้ม” แต้มสีงามจับใจ  (อ่าน 5299 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 21:04:57 »



ธรรมชาติระบายสีที่“ผาแต้ม” แต้มสีงามจับใจ/ปิ่น บุตรี







ดอกไม้ป่าบานละลานตาเต็มท้องทุ่งที่ผาแต้ม
 
 
       

“...ลมหนาวมาเมื่อใด ใจฉันคงยิ่งเหงา คืนวันที่มันเหน็บหนาวไม่รู้จะทนได้นานเท่าใด ลมหนาวมาเมื่อใด กลัวฉันกลัวขาดใจ เพราะหัวใจ ที่มันอ่อนไหว ไม่เคยได้รักจากใครเสียที...”
       
       
เพลงลมหนาว : tea for three
       
       



ลมหนาวปีนี้มานานแล้ว ที่กรุงเทพฯช่วงแรกๆหนาวเย็นดี แต่สักพักกลับมาร้อนเหมือนเดิมอีกแล้ว แถมยังมีฝนตกผิดฤดูในกลางเดือนธันวาอีกต่างหาก
       
อนึ่งเมื่อหน้าหนาวมาเยือนคราใดที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี จะเกิดปรากฏการณ์ที่ผมเรียกว่า“ธรรมชาติระบายสี”ขึ้น นั่นก็คือนับตั้งแต่ช่วงต้นหนาวเป็นมา หลังฝนทิ้งช่วง ดินแห้งน้ำ บนลานหินทรายเหนือน้ำตกสร้อยสวรรค์ที่ก่อนหน้านี้เคยมีแต่ต้นหญ้าสั้นๆ จะถูกธรรมชาติสร้างปรากฏการณ์ปานเนรมิตขึ้นมา ด้วยการเปลี่ยนสีลานหินแห่งนี้ให้ดูสดสวยไปทั่วบริเวณจากมวลหมู่ดอกไม้ป่าดอกเล็กดอกน้อยดอกจิ๋ว สารพัดสารพันนับแสนๆดอกที่พากันผลิดอก แตกกลีบ ชูช่อไสว เริงระบำทักทายสาวลมหนาว ดูสวยงามพราวสะพรั่งดุจดังอาณาจักรดอกไม้ที่ได้จิตกรธรรมชาติมาแต่งแต้มบรรจงระบายสีอันสดสวยลงบนเฟรมที่เป็นลานหินแห่งนี้




 

 
อีกหนึ่งมุมของมุ่งดอกไม้ป่า

 
 
นี่ถ้าจิตรกรในดวงใจของผมอย่างแวนโก๊ะมีโอกาสได้เห็นทุ่งดอกไม้ที่นี้ บางทีโลกนี้อาจจะมีภาพเขียนทุ่งดอกไม้ป่ามาเป็นอีกหนึ่งภาพสุดยอดของโลก คู่กับภาพดอกทานตะวันของตัวเขาเองก็เป็นได้
       
สำหรับทุ่งดอกไม้ป่าเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นพืชกินแมลง เดิมชาวบ้านเรียกขานชื่อดอกไม้กันตามรูปลักษณะที่เห็น กระทั่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา หลังสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มาทอดพระเนตรความงามของทุ่งดอกไม้แห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง พระองค์ท่านทรงพระราชทานนามให้กับดอกไม้เหล่านี้ใหม่ ได้แก่




 
 
สร้อยสุวรรณา 
 
 
     
"สร้อยสุวรรณา" เป็นนามพระราชทานของ "ดอกหญ้าสีทอง" พืชกินแมลงที่มีกระเปาะขนาดจิ๋วไว้คอยดักแมลง มีดอกสีเหลืองสดใสเรียงอยู่บนก้านดอก ยามพร้อมใจกันออกดอกจะดูดุจทุ่งทองดารเหลืองอร่าม
       

"ดุสิตา" เป็นนามพระราชทานของ "หญ้าข้าวก่ำน้อย" พืชกินแมลงที่มีกระเปาะดักแมลงอยู่ในตัวเช่นเดียวกับสร้อยสุวรรณา ดอกมีลักษณะเป็นช่อ ในช่อมีดอกย่อย 3-5 ดอก มีสีม่วงแกมน้ำเงิน




 
 
กระดุมเงิน
 
 

"มณีเทวา" เป็นนามพระราชทานของ "กระดุมเงิน" ดอกไม้ป่าดอกกลมๆสีขาวนวล กลีบดอกเรียงตัวอัดแน่นเป็นกระจุกกลมคล้ายเส้นด้ายที่ถักทออยู่รอบๆ
       

ดอกไม้นามพระราชทานทั้งสามถือเป็นกลุ่มดอกไม้หลักและดาวเด่นในท้องทุ่งแห่งนี้ ขณะที่ดอกไม้เล็กๆที่ขึ้นแซมเสริมเติมแต่งองค์ประกอบของท้องุท่งดอกไม้ให้งดงามยิ่งขึ้น อย่าง "หญ้าหนวดเสือ" ดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ก็ได้รับพระราชทานนามว่า "สรัสจันทร" ส่วน "หญ้าฝอยเล็ก" ดอกสีชมพูอ่อนถึงม่วง ได้รับพระราชทานนามว่า "ทิพเกสร"

 



 
สีสันผสมผสานจากมวลหมู่ดอกไม้และต้นหญ้า
 
 

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีมวลหมู่ดอกไม้พืชต้นเล็กต้นน้อยอีกมากมาย โดยนอกจากดอกไม้นามพระราชทานแล้ว ที่นี่ยังมี หญ้าข้าวก่ำ (สีม่วงอมน้ำเงิน) กระดุมทอง (สีเหลือง) จอกบ่วาย (ดอกเป็นกลีบ-แฉกติดดิน มีขนดักแมลงสีแดง) ขึ้นผสมผสานร่วมหมู่กับดอกไม้ป่าต้นใหญ่กว่าที่ขึ้นสอดแซม อาทิ หงอนนาค ช้างน้าว เอื้องเหลืองพิศมร เอนอ้า แดงอุบล พร้อมกันนี้ยังมี หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินแมลงอันโดดเด่นออกกระเปาะสีเขียวอ่อนขึ้นแทรกอยู่ในบางจุด
       
ทุ่งดอกไม้ป่าเหล่านี้มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ถือทุ่งดอกไม้ป่าบนพลาญหิน(ลานหิน)ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย แต่ละวันดอกไม้ป่าดอกเล็กดอกน้อยเหล่านี้ จะมีช่วงออกดอกบานเต็มที่ในช่วงประมาณ 11.00 น. ซึ่งถือเป็นเวลาทองของ“ผึ้ง” ที่จะบินมาดอมดม และก็เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวต้องระวังตัวจากการ“ถูกต่อย”จากเข็มแหลมของเจ้าผึ้งน้อยนิดนึง

 



 
2 อารมณ์บนความแตกของธรรมชาติ 
 
 
ส่วนช่วงระยะเวลาในการออกดอกเบ่งบานของดอกไม้ป่าเหล่านี้ จะอยู่ตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวราวปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงช่วงท้ายหนาวในราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งปัจจุบันทางอุทยานฯผาแต้ม ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวมาก สามารถบริหารจัดการทุ่งดอกไม้ด้วยการบังคับการให้น้ำ ยังผลให้ทุ่งดอกไม้ป่าต่างพากันทยอยบานขึ้นเป็นแปลงๆ ไล่ไปจากแปลง 1,2,3,4...
       
เมื่อเข้ามาในอาณาจักรดอกไม้แห่งนี้ ดอกดุสิตา ดอกกระดุมเงิน และดอกไม้อื่นๆ ต่างพากันโยกไหวไปตามสายลมจนผมอดคิดมาได้ว่า นี่มันกำลังทักทายเราหรือเปล่า
       
จากนั้นผมเดินอย่างสุดชิลล์ข้ามลำธารสร้อยสวรรค์น้ำใสแจ๋วไปสู่แปลงทุ่งดอกไม้ที่เต็มแน่นไปด้วยสีเหลืองอร่ามของดอกสร้อยสุวรรณา แซกแซมด้วยสีม่วงจากดอกดุสิตา สีขาวดอกกระดุมเงิน เป็นหย่อม ผสมกับสีสันจากดอกไม้ป่าอื่นๆอีกสารพัดสารพัน

 
 



ท้องทุ่งที่มากไปด้วยดอกสร้อยสุวรรณาดูเหลืองอร่าม 
 
 
แปลงทุ่งดอกไม้ป่าที่นี้ บ้างขึ้นรวมหมู่เป็นกลุ่ม ขึ้นเป็นดอกโดดๆ บ้างขึ้นแทรกแซมอยู่กับกลุ่มดอกไม้อื่นๆ ในแต่ละแปลงจึงเต็มด้วยความหลากสีสัน โดยโซนที่จัดหนักไปด้วยสร้อยสุวรรณาก็จะมีสีเหลืองนำ ส่วนโซนที่ดุสิตาเด่นสีม่วงแกมน้ำเงินจะโดดเด่นกว่าใคร ขณะที่กลุ่มพวกกระดุมเงินก็จะดูขาวนวลเพลินตา นอกจากนี้ยังมีโซนผสมผสานทั้งเหลือง ม่วง แบบผสมผสานกลมกลืนกันไป
       
นับเป็นความงามที่เกิดจากฝีมือการสร้างสรรค์ของธรรมชาติอย่างลงตัว ซึ่งเมื่อเห็นแล้วชวนให้ชุ่มชื่นชูใจไม่น้อย
       
อย่างไรก็ตามสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งหลายที่มีโอกาสไปเดินชมอาณาจักรดอกไม้แห่งนี้ คงต้องช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมให้ยั่งยืนยาวนานที่สุด ต้องเดินตามเส้นทางที่อุทยานฯกำหนด อย่าเดินเข้าไปเหยียบย่ำในแปลงดอกไม้ โดยเฉพาะพวกที่ถ่ายรูปต้องระวังเป็นพิเศษ อย่าเห็นแก่การได้มาซึ่งรูปอันสวยงาม จนหน้ามืดถึงขนาดเข้าไปเหยียบย่ำทำลายดอกไม้ป่าเหล่านี้เลย มันไม่น่าภาคภูมิใจเลยสักนิด เพราะดอกไม้ป่าเหล่านี้ ดอกของมันเล็กและบอบบางมาก ไม่อาจต้านทานทนทานต่อฝ่าเท้าน้อย-ใหญ่ ของมนุษย์ได้
       
เพราะฉะนั้นทางที่ดีต้องเคารพกฎ ระเบียบ ในการท่องเที่ยว เดินตามเส้นทางที่เขากำหนด อย่าทำตัวเป็นคนนอกลู่นอกทาง เดินดุ่ยๆลุยเข้าไปในทุ่งดอกไม้ และก็อย่าได้เด็ดทึ้งดึงเล่นจนดอกไม้ย่ำแย่เสียหาย
       
สำหรับทุ่งดอกไม้ป่าที่ผาแต้มแห่งนี้ ขอให้ดูแต่ตาแล้วให้ความงามดอกไม้ไปเบ่งบานในหัวใจ นั่นคือสิ่งที่ควรทำที่สุด

 

*****************************************
       

นอกจากทุ่งดอกไม้ป่าบนลานหินแล้ว อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ยังมากไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ไมว่าจะเป็น ภาพเขียนสีโบราณก่อนประวัติศาสตร์อันเป็นที่มาของ ชื่อ "ผาแต้ม" ,เสาเฉลียง ที่มีทั้งเสาเฉลียงใหญ่ เสาเฉลียงเล็ก และเสาเฉลียงคู่ รวมถึงประติมากรรมหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตาอีกมากมาย,น้ำตกน่าสนใจ อันได้แก่ น้ำตกลงรูหรือน้ำตกแสงจันทร์ และน้ำตกสร้อยสวรรค์,ป่าดงนาทามและผาชะนะได จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นแห่งแรกในเมืองไทย
       

ทั้งนี้ผู้สนใจสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้มได้ โทร. 0-4524-6332-3 และสามารถสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวในอุบลฯเชื่อมโยงกับผาแต้มได้ที่ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี โทร. 0-4524-3770,0-4525-0714




ที่มา 




 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 21:07:00 »



อยากไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: