Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 เมษายน, 2561, 12:14:23

   

ผู้เขียน หัวข้อ: WiMAX คืออะไร ?  (อ่าน 4392 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 17:55:57 »

บทความโดย




พ.อ.รศ.ดร.เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ
settapong_m@hotmail.com
ประจำกรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
กรรมการกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่
กรรมการกำหนดนโยบายการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม
ภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)






WiMAX คืออะไร ?



WiMAX (World wide Interoperability for Microwave Access) เป็นเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลดิจิทัลความเร็วสูงที่ถูกพัฒนาเพื่อให้บริการบรอดแบนด์ไร้สาย (Broadband Wireless Access) โดยใช้คลื่นไมโครเวฟสามารถให้บริการด้วยรัศมีระยะไกล สามารถสื่อสารข้อมูลได้ทั้งแบบจุดต่อจุด (Point-to-point) ด้วยระดับความเร็วข้อมูล 72 Mbps ที่ระยะทาง 50  กิโลเมตร หรือแบบกระจายสัญญาณในลักษณะจากจุดเดียวไปยังหลายจุด  (Point-to-multipoint) ที่ระดับความเร็วข้อมูลเดียวกัน ได้พร้อมๆ กัน 

โดยมีความสามารถรองรับการทำงานในแบบ Non-Line-of-Sight  หมายถึงสามารถทำงานได้แม้กระทั่งมีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้ หรือ อาคารได้เป็นอย่างดี  แต่ด้วยระยะทางลดลงเหลือประมาณ  6  กิโลเมตร หรือแบบที่เครื่องลูกข่ายอยู่ในสภาวะเคลื่อนที่ (Mobile) ด้วยความเร็วของข้อมูลที่ลดหลั่นลงไป ด้วยความเร็วข้อมูลที่สูงกว่า 3G ถึงเกือบ 4 เท่า WiMAX จึงเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะมากสำหรับการสื่อสารข้อมูล อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โทรศัพท์ผ่านไอพี วีดิโอ และไอพีทีวี ด้วยระดับความเร็ว 72 Mbps ทำให้สามารถส่งวีดิโอคุณภาพดี แบบ MPEG4  ส่งผลให้ WiMAX สามารถช่วยให้ผู้ที่ใช้งาน สามารถขยายเครือข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้กว้างขวางด้วยรัศมีทำการถึง 31  ไมล์ หรือประมาณ 48  กิโลเมตร  และยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์มาตรฐานชนิดอื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี จากคุณสมบัติดังกล่าว WiMAX จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของ Wireless Metropolitan Area Network (WMAN)





วิวัฒนาการของ WiMAX
                 
การสื่อสารโดยใช้คลื่นไมโครเวฟ (Microwave transmission) แบบที่ใช้งานใน WiMAX นี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายมานานแล้วตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยใช้เป็นระบบสื่อสารหลักสำหรับสื่อสารข้อมูลปริมาณมากๆ ระหว่างสองจุดใดๆ  (point-to-point)  การสื่อสารไมโครเวฟใช้คลื่นความถี่สูงมากในช่วง 800 MHz ถึง 60 GHz มีการกระจายคลื่นแบบตรงไม่สะท้อนชั้นบรรยากาศ เหมาะกับการสื่อสารผ่านดาวเทียม แต่เมื่อใช้ที่ภาคพื้นดินจะต้องใช้จานเสาอากาศของทั้งสองจุดสามารถเห็นเป็นแนวเส้นตรงเดียวกัน (line of sight : LOS) ซึ่งทั้งสองจุดจะต้องมีระยะห่างไม่เกินประมาณ 50 กิดลเมตร มิฉะนั้นแล้วส่วนโค้งของผิวโลกจะบังเส้นทางเดินของคลื่น ถ้าจะสื่อสารให้ไกลกว่านี้จะต้องใช้สถานีทวนสัญญาณมาช่วย ระบบนี้จึงถือเป็นต้นแบบสำหรับการสื่อสารแบบจุดต่อจุดของเทคโนโลยี WiMAX  แบบ IEEE 802.16d ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบประจำที่ (Fixed wireless service) แต่ได้รับการการพัฒนาให้ใช้เทคนิคการมอดูเลชันและการเข้ารหัสชั้นสูง

ในช่วงปี 1990 ได้มีการนำคลื่นไมโครเวฟในย่านความถี่  2-3 GHz มาใช้ในการกระจายเสียงสัญญาณวิทยุโทรทัศน์โดยใช้คลื่นไมโครเวฟระบบ MMDS (Multipoint Microwave Distribution System หรือ Multipoint Multichannel Distribution System) และนอกจากนั้นยังมีการแพร่สัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลแบบภาคพื้นดิน (Terrestrial Digital TV : DVB-T) ในปี ค.ศ. 1998 ใช้เทคนิคการมอดูเลชันแบบ COFDM (Coded Orthogonal Frequency Division Multiplexing) โดยการแบ่งและส่งสัญญาณผ่านคลื่นพาหะขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก สามารถทนทานต่อการรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะจากการผสมของสัญญาณที่เดินทางหลายเส้นทาง (Multi-paths) อันเป็นผลจากการสะท้อนกับอาคารและสิ่งกีดขวาง

เทคโนโลยี OFDM หรือ Orthogonal Frequency Division Multiplexing ถือได้ว่าเป็นต้นแบบและถูกต่อยอดมาใช้ใน WiMAX  จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยี  WiMAX ในมาตรฐาน IEEE 802.16e ที่ถูกรองรับในปี ค.ศ.2005 ให้เป็นการสื่อสารแบบกระจายสัญญาณ (Point-to-multipoint) และเป็นบรอดแบนด์ไร้สายแบบเคลื่อนที่ได้ (Mobile wireless Broadband Access)





WiMAX บนมาตรฐาน IEEE 802.16

IEEE 802.16 หรือ WiMAX จัดเป็นการสื่อสารไร้สายชนิดหนึ่งอยู่ในกลุ่มของ Wireless Metropolitan Area Network (WMAN) หมายถึง เทคโนโลยีการเข้าถึงไร้สายในพื้นที่เขตเมืองหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ มีระยะทางตั้งแต่ 10 ถึง 50 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับคลื่นความถี่ใช้งานและมีอัตราการรับส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงถึง 15-50 Mbps โดยในปี ค.ศ. 1999 คณะทำงาน IEEE 802.16 ได้กำนิดขึ้นเพื่อพัฒนามาตรฐานสำหรับ Broadband Wireless Access Working Group อยู่ภายใต้องค์กร IEEE Standard Association (IEEE-SA) ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิจัยและพัฒนา จากหน่วยงานงานภาครัฐ และเอกชนทั่วโลกร่วมกันพัฒนาต่อเนื่องมา และได้รับการรับรองให้เป็นมาตรฐานดังนี้.-







รูป มาตรฐานการสื่อสารแบบ Broadband Wire Access


1. IEEEE 802.16 เป็นมาตรฐานแรกที่ได้รับรองในปี ค.ศ. 2001 ออกแบบให้เป็นมาตรฐานการนำ LMDS (Local Multipoint Distribution Systems) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับ Fixed BWA ที่ให้ระยะทางการเชื่อมโยง 1.6-4.8  กิโลเมตร เป็นมาตรฐานที่สนับสนุนการทำงานแบบ Line of Sight (LOS)  คือต้องไม่มีสิ่งกีดขวางระหว่างเครื่องรับเครื่องส่งเท่านั้นจึงจะสามารถทำงานได้ โดยมีการใช้งานในช่วงความถี่สูงมากคือ 10-66 GHz
               
2. IEEE 802.16a เป็นมาตรฐานที่ออกในปี ค.ศ. 2002 เป็นการแก้ไขปรับปรุงคุณสมบัติ IEEE 802.16 โดยใช้งานที่ความถี่ 2-11 GHz และยังรองรับการทำงานแบบ Non-Line-of-Sight (NLOS) นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถขยายระบบเครือข่ายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงได้อย่างกว้างขวาง ด้วยรัศมีทำการไกลถึง  48  กิโลเมตร  และมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 75 mbps ทำให้สามารถรองรับการเชื่อมต่อใช้งานระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการที่ใช้สายประเภท T1 (T1-type) ได้หลายราย หรือใช้รองรับการเชื่อมต่อแบบ DSL ตามบ้านเรือนที่พักอาศัยได้หลายครัวเรือนได้พร้อมกันโดยไม่เกิดปัญหาการใช้งาน
                 
3. IEEE 802.16-2004 เป็นมาตรฐานที่ออกในปี ค.ศ. 2004 โดยได้รวบรวมมาตรฐาน IEEE 802.16 ทั้งหมด ไว้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
                 
4. IEEE 802.16e เป็นมาตรฐานที่ออกในปี ค.ศ.2005 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการพัฒนามาจากมาตรฐาน IEEE 802.16-2004 เพื่อรองรับการทำงานแบบ Mobile BWA โดยให้สนับสนุนการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์พกพาประเภทต่างๆ เช่น อุปกรณ์พีดีเอ โน้ตบุ๊ก เป็นต้น





ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก  วิชาการดอทคอม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 18:01:40 »



ลักษณะเด่นของ WiMAX
                 


1. สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้กับพื้นที่ที่ห่างไกลที่เทคโนโลยีเข้าไปไม่ถึง ตลอดจนสายเคเบิลไม่สามารถลากไปไม่ถึงได้เป็นอย่างดี
                 
2. ประหยัดสำหรับการขยายเครือข่ายในเมืองที่มีอยู่แล้ว  เนื่องจากไม่ต้องลงทุนขุดถนนเพื่อวางสายเคเบิ้ลใยแก้วใหม่ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครือข่ายในแบบวางสายสัญญาณที่ใช้งานกันอยู่
                 
3. ตอบสนองความต้องการการใช้งานบรอดแบนด์ในเมืองที่มีพื้นที่แออัดได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 
                 
4. WiMAX ช่วยให้ Operator ต่างๆ สามารถจัดสรรงานบริการที่มีความเร็วสูงเทียบเท่าระบบเครือข่ายแบบใช้สายได้  โดยใช้เวลาการติดตั้งน้อย ราคาถูกกว่ามาก  และยังช่วยให้มีการจัดเตรียมการใช้งานระบบสื่อสารความเร็วสูงในรูปแบบตามความต้องการได้ในทันทีทันใด โดยรูปแบบนี้เหมาะสำหรับการทำงานในแบบชั่วคราว อาทิเช่น การจัดนิทรรศการ การจัดงานประชุม การจัดแสดงสินค้า  เป็นต้น
                 
5. รองรับการใช้งานในแบบที่ต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา  เหมาะสำหรับอุปกรณ์ในแบบพกพาสำหรับการเดินทาง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานยังสามารถสื่อสารได้โดยให้คุณภาพในการสื่อสารที่ดี  และมีเสถียรภาพขณะใช้งาน  แม้ว่ามีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา




WiMAX ในประเทศไทย
                 
สำหรับ WiMAX ในประเทศไทย โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่และการกำหนดระเบียบข้อบังคับต่างๆ สำหรับประยุกต์ใช้เทคโนโลยี WiMAX  เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายในประเทศไทย ได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2543 โดยทาง กทช. ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ศึกษาแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับเทคโนโลยี  WiMAX  ในเบื้องต้น ตามรายงานการศึกษาแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี WiMAX  ในประเทศไทย

                 
ในขณะเดียวกัน กทช.ได้มีประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง แผนความถี่วิทยุ Broadband Wireless Access (BWA) เพื่อการทดลองหรือทดสอบ (รวมถึง WiMAX ) โดยประกาศลงใน ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 124  ตอนพิเศษ 92 ง  ลงวันที่ 3  สิงหาคม 2550 โดยมีสาระสำคัญดังนี้.



1. ย่านความถี่ที่ใช้งาน มี 4 ย่านดังนี้
                 
- 2300 - 2400 MHz
                 
- 2500 - 2520 และ 2670 - 2690 MHz
                 
- 3300 -  3400 MHz
                 
- 3400 - 3700 MHz




2. เงื่อนไขการใช้งานความถี่วิทยุ
                 
- การทดลองหรือทดสอบต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อการทดลองหรือทดสอบเป็นการชั่วคราว
                 
- การทดลองหรือทดสอบสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีใดก็ได้ที่เป็นมาตรฐานสากล
                 
- เครื่องวิทยุคมนาคมที่นำมาทดลองหรือทดสอบ ต้องได้รับใบอนุญาตตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกาศกำหนด
                 
- การทดลองหรือทดสอบในย่านความถี่วิทยุที่ได้ถูกจัดสรรให้กับกิจการอื่นแล้ว ผู้ทดลองหรือทดสอบต้องแจ้งถึงแผนการทดลองหรือทดสอบและผลกระทบที่คาดว่าจะ เกิดแก่กิจการดังกล่าวให้ผู้ได้รับการจัดสรรความถี่วิทยุทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจะแจ้งรายชื่อผู้ได้รับการจัดสรร ความถี่วิทยุให้ทราบ
                 
- การทดลองหรือทดสอบใดที่ก่อให้เกิดการรบกวนอย่างรุนแรงต่อกิจการที่ได้รับการ จัดสรรความถี่วิทยุอยู่ก่อนแล้ว หรือในกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการรบกวนการใช้ความถี่วิทยุจะต้องหยุดการทดลองหรือทดสอบทันที เว้นแต่กรณีที่ได้มีข้อตกลงร่วม หรือได้รับความเห็นชอบจากผู้ที่ได้รับการจัดสรรความถี่วิทยุสำหรับกิจการดัง กล่าว ว่าสามารถทดลองหรือทดสอบด้านการรบกวนระหว่างกิจการ หรือการอยู่ร่วมกันระหว่างกิจการ
                 
- การทดลองหรือทดสอบตามบริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีการประสานงานชายแดน
                 
- เมื่อการทดลองหรือทดสอบเสร็จสิ้น ต้องรายงานผลการทดลองหรือทดสอบ รวมถึงการรบกวนระหว่างกิจการ เงื่อนไขการอยู่ร่วมกันระหว่างกิจการ และประสิทธิภาพการใช้ความถี่วิทยุ  ต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ


กทช.ได้มีมติที่ประชุม ครั้งที่ 44/2550 เมื่อวันที่ 22  พฤศจิกายน  2550 อนุญาตให้มีการใช้ความถี่เพื่อทดลองบริการ Broadband Wireless Access (BWA) ซึ่งรวมถึง WiMAX และต่อมาได้อนุมัติให้บริษัทเอกชนทำการทดลองทดสอบเพื่อให้บริการ WiMAX ในหลายพื้นที่ เพื่อเป็นการดูประสิทธิภาพในทางเทคนิคและผลกระทบจากการใช้งาน และจะได้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำแผนคลื่นความถี่วิทยุในกิจการ  Broadband Wireless Access 

ทั้งนี้ได้ออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่วิทยุเพื่อการทดลองหรือทดสอบเป็นการชั่วคราว (WiMAX) ให้กับบรรดาบริษัทเอกชน จำนวน 18 ราย  ได้แก่

- บริษัท ทรู ยูนิเวอร์แซล คอนเวอร์เจ้นซ์ จำกัด,
- บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด,
- บริษัท ทรานส์ แปซิฟิก เทเลคอม (ประเทศไทย) จำกัด,
- บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน),
- บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) และ  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค,
- บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน),
- บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน),
- บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน),
- บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน),
- บริษัท ทรูมูฟ จำกัด,
- บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน),
- บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ จำกัด,
- บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท แพลนเน็ตคอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด,
- บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเค ชั่น จำกัด (มหาชน),
- บริษัท อีซี่ ซิสเต็ม เทเลคอม จำกัด,
- บริษัท วิน วิน เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด,
- บริษัท ไออีซี เทคโนโลยี จำกัด,
- บริษัท มิลคอมซิสเต็มซ์ จำกัด

โดยมีระยะเวลาทดสอบ 90-180 วัน ซึ่งสำนักงาน กทช. ได้มีประกาศให้ยุติการจัดสรรความถี่เพื่อทดสอบทดลอง BWA ชั่วคราวเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2551 หลังจากทดลองเสร็จจะนำผลการทดลองมาประกอบการตัดสินใจจัดทำแผนความถี่วิทยุสำหรับ Broadband Wireless Access (BWA) เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์การอนุญาต BWA หรือที่เรียกกัน WiMAX 

                 
ปัจจุบันแม้ว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ยังไม่เปิดการอนุมัติใบอนุญาต WiMAX เนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินการกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ แต่ได้มีการอนุญาตให้ใช้ความถี่ 2.5 GHz สำหรับติดตั้งเทคโนโลยี WiMAX  ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการกระจายโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง (USO) ในพื้นที่ 4 จังหวัด ใน 4 โครงการ อาทิเช่น โครงการนำร่องเทคโนโลยี WiMAX ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช  กระทรวงสาธารณสุข  และ กทช. 

โดย กทช. สนับสนุนงบประมาณ 20 ล้านบาท ทั้งนี้ การทดลอง WiMAX  ดังกล่าว จะช่วยให้แพทย์ที่โรงพยาบาลกับเจ้าหน้าที่ในสถานีอนามัยสามารถปรึกษาหารือและประสานงานกันได้ทันทีทันใด สำหรับโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินโครงการหนึ่งปี ตั้งแต่ธันวาคม 2551 ถึง พฤศจิกายน 2552 และจะมีการประเมินโครงการเพื่อเสนอต่อ กทช. ต่อไป 

และอีกโครงการหนึ่ง คือ โครงการศูนย์ต้นแบบทางไกลเพื่อการศึกษาและพัฒนาชนบทเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก กทช. ทีทีแอนด์ที และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  โดยให้บริการ WiMAX กับโรงเรียน 21 แห่งที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งนำ WiMAX ไปประยุกต์ใช้ในด้านการเรียนการสอนแบบออนไลน์ อาทิ การใช้ห้องสมุดดิจิตอลและห้องเรียนเสมือนจริง เป็นต้น ทั้งนี้  WiMAX ยังช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ได้จากทุกที่ทุกเวลา WiMAX ช่วยให้ครูและนักเรียนที่อยู่ไกลกันสามารถเห็นหน้าเห็นตากันและยังช่วยให้ครูสามารถส่งสื่อการเรียนการสอนแบบดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 18:04:51 »






สรุปข้อมูลการใช้ความถี่วิทยุในโครงการ USO




ตัวอย่างการทดลองทดสอบ WiMAX ในประเทศไทย
                 
1. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) เริ่มทำการทดสอบให้บริการไวแมกซ์ โดยติดตั้งเสาสัญญาณในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน  3  แห่ง คือ ตำบลข่วงสิงห์, ต้นพะยอม และช้างคลาน ใช้คลื่นความถี่  2.3  และ  2.5         กิกะเฮรตซ์ ใช้อุปกรณ์ของบริษัทแซดอีที, โมโตโรล่า และบริษัท อินเทล จากการทดสอบ สามารถให้บริการอินเตอร์เน็ต บรอดแบนด์ไร้สาย มีรัศมีจากเสาสัญญาณประมาณ  5  กิโลเมตร จากปกติไวแมกซ์จะมีรัศมีให้บริการประมาณ 30 กิโลเมตร แต่ถ้าอยู่ในเขตเมือง มีตึกรัศมีอาจลดลงเหลือประมาณ 10  กิโลเมตร และมีบางช่วงมีคลื่นความถี่ที่มีการใช้งานอยู่เดิม รบกวนการให้บริการเป็นระยะ

                 
2. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับบริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด ดำเนินการทดลองทดสอบให้บริการไวแมกซ์ ที่ย่านความถี่ 2.5 กิกะเฮรตซ์ โดยเลือกพื้นที่ทดสอบที่จังหวัดชลบุรีเพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตค่อนข้างสูง และมีกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานหลากหลาย สามารถทำการทดสอบได้หลายรูปแบบและมีความพร้อมทางด้านโครงข่ายพื้นฐานและมีสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องการเชื่อมโยงระบบสื่อสัญญาณ โดยใช้อุปกรณ์ระบบ Wireless Broadband ยี่ห้อ MOTOROLA รุ่น Expedience ครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร

ทั้งนี้ได้ติดตั้งสถานีฐานเพื่อทดสอบในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จำนวน 3 แห่ง คือที่ศูนย์โทรคมนาคมชลบุรี ชุมสายเขาบางทราย และอาคารที่พักอาศัยบริเวณอำเภอเมือง และอุปกรณ์ลูกข่าย จำนวน 22 ชุด แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ แบบที่ใช้ภายในอาคาร หรือ Indoor CPE จำนวน10 ชุด และ แบบภายนอกอาคาร หรือ Outdoor CPE จำนวน 5 ชุด เพื่อติดตั้งทดสอบที่โรงพยาบาล สถานีตำรวจ สถานศึกษา ร้านค้า บ้านพักอาศัย แบบพีซีไอ การ์ด หรือ PCI Card จำนวน 5 ชุด เพื่อติดตั้งให้ใช้งานกับโน้ตบุกที่สถานศึกษา สำนักงานที่ดิน บริษัทเอกชน และแบบชนิดติดรถยนต์ หรือ Mobile CPE จำนวน 2 ชุด เพื่อใช้กับรถตำรวจ โดยที่รูปแบบบริการที่ทำการทดสอบ เช่น บริการวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์, บริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต, ทีโอทีเน็ตคอลล์ และ วีโอไอพี, บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง เป็นต้น มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 8 ตารางกิโลเมตร รองรับลูกค้าได้สูงสุด 50-100 รายต่อสถานีฐาน มีความเร็วดาวลิงค์สูงสุด 8 เมกะบิตต่อวินาที ผลการทดสอบการใช้อุปกรณ์ CPE (รุ่น RSU) ในลักษณะ Indoor

                 
3. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)ได้ทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีไวแมกซ์ ที่ย่านความถี่ 2.5 กิกะเฮิรตซ์  ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ มีความหลากหลายในการใช้งานเทคโนโลยี คือเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น และพื้นที่ด้านเปิดโล่งเพื่อการทดสอบพื้นที่ให้บริการ โดยใช้เทคโนโลยีของบริษัท อินเทล คอร์ป ผู้ผลิตชิพรายใหญ่ของโลก ผลการทดสอบสอดคล้องกับตามมาตรฐานเทคโนโลยี   ไวแมกซ์  โดยอัตราความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงสุด (Downlink) 10 เมกะบิตต่อวินาที และความเร็วในการอัพโหลดข้อมูล (Uplink) อยู่ที่ 4 เมกะบิตต่อวินาที




บทสรุป
                 
จะเห็นได้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการสื่อสารไร้สายเข้ามามีบทบาทและมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ความต้องการการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบรอดแบนด์ อื่นๆ มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั้งในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกล การลงทุนสร้างโครงข่ายพื้นฐานแบบเดิมในบางพื้นที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับการนำเทคโนโลยี WiMAX ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบรอดแบรนด์ไร้สาย มีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูล ได้สูงสุดถึง 75 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) มีรัศมีทำการไกลสุดประมาณ 48  กิโลเมตร มีความสามารถในการรับส่งสัญญาณความเร็วสูง และครอบคลุมพื้นที่ระยะไกล   ผ่านเครือข่ายไร้สาย โดยมิต้องเดินสายโทรศัพท์หรือสายเคเบิลใหม่ นอกจากนั้น WiMAX ยังได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพของคุณภาพการให้บริการ (QoS) สามารถรองรับการใช้งานทั้งภาพและเสียงได้ อีกทั้งในเรื่องความปลอดภัย ยังได้เพิ่มคุณสมบัติความเป็นส่วนตัว(privacy) และการพิสูจน์ตัวจริง (authentication) ก่อนที่จะเข้าออกเครือข่ายและข้อมูลต่างๆ ทำให้การส่งข้อมูลบนมาตรฐาน WiMAX มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจากประโยชน์ดังกล่าวของเทคโนโลยี   WiMAX ทำให้การประยุกต์ใช้งานเพื่อลดช่องว่าง ของเทคโนโลยีในพื้นที่ห่างไกลที่เทคโนโลยีเข้าไปไม่ถึง ตลอดจนตอบสนองความต้องการในการใช้งานบรอดแบนด์ในเมือง ที่มีพื้นที่แออัดได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าการติดตั้งเครือข่ายแบบวางสายสัญญาณที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน



ที่มา  วิชาการดอทคอม

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: