Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
15 พฤศจิกายน, 2561, 17:48:16

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บทความพิเศษ : เปิดกรุหนังต้องห้าม (Prohibited Films)  (อ่าน 802197 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 8 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 ... 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 [47]
คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,405
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #460 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2561, 03:44:18 »




669. รีวิวหนังเเห่งการล้างเเค้น : Liverleaf / 2018 (ลำนำดอกโศก)

“หลังจากผมตามหาและได้ดูตัวเต็มของมันจนจบ เข้าใจเลยว่าทำไมโรงหนังในประเทศไทยถึงไม่เอาหนังเรื่องนี้เข้ามาฉายทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นมีข่าวลืออย่างหนาหูว่าอาจจะมีการซื้อลิขสิทธิ์ของมันเข้ามาอัดเสียงพากย์ไทย-หรือทำซับไทยสำหรับฉายในโรง  โอ้วววววววว….พระเจ้าช่วย  หนังเรื่องนี้มันบ้าชัดๆ เลือดกระจาย-อวัยวะกระจุย-วิปริต-ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แบบจัดเต็ม!!   ไม่ ไม่ ไม่….ไม่มีทางที่หนังเรื่องนี้จะผ่านกองเซ็นเซอร์ในประเทศไทยเป็นแน่!”

นี่คือหนังญี่ปุ่นสุดโหดที่หางานตัวต้นฉบับมารับชมได้ยากระดับสุดๆของโลก ณ ขณะนี้(เพราะในโลกออนไลน์แบบปกติหายังไงก็ไม่มีทางเจอ ต้องมุดลงไปยังส่วนที่เรียกว่า “สุดขอบโลก” (หรืออีกฟากหนึ่งของโลก)ด้วยโปรแกรมพิเศษบางตัวเท่านั้น จึงอาจเจอคนปล่อยหนังเรื่องนี้ในแบบ Full-HD ฉบับหลุดเซ็นเซอร์…. 

หนังชื่อ Liverleaf / 2018 หรือ Misumiso / 2018 หรือ ミスミソウ / 2018 หรือในภาษารัสเซียว่า Перелеска / 2018  ในไทยใช้ชื่อว่า “ลำนำดอกโศก” ถือเป็นสุดยอดมังงะในแนวทางแบบ “โชโจะมังงะ” อีกเรื่องที่เป็นอันกล่าวขวัญกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแนวสยองขวัญในไทย (โชโจะมังงะ คือมังงะที่มีแนวชีวิตในวัยเรียน แนวโรแมนติก มีดราม่า คอมเมดี้ ฯลฯ แทรกพอประปราย) ประมาณว่าใครขาโหด-ขาการ์ตูนสยองขวัญตัวจริงเสียงจริงแล้วไม่ได้อ่านเรื่องนี้ถือว่าคุณยังไม่เข้าขั้น(คนในวงการจะทับกันอะไรประมาณนี้….)

Liverleaf / 2018 ภาคคนแสดงสำหรับฉายในโรงนี้ได้ Director: Eisuke Naitô มากำกับ หนังมีความยาวทั้งเรื่องคือ 114 นาที(ตัวเต็มฉบับหลุดเซ็นเซอร์) หนังออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 เมษายน ปี พ.ศ. 2561 (ในญี่ปุ่น) หนังอิงเนื้อหาในมังงะเกิน 90% มาสร้างเป็นหนังเรื่องนี้  เนื้อหาโดยภาพรวมนำเสนอเกี่ยวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลายคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนๆในชั้นรุมกลั่นแกล้ง จนในที่สุดเธอก็เอาคืนด้วยการ “ฆ่าล้างโคตรพวกมันจนหมด!”  ซึ่งหากเราจะตัดแบ่ง Liverleaf / 2018 ออกเป็นส่วนๆ พบว่ามันสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงตอนได้ดังต่อไปนี้

(ช่วงแรก)หนังบอกเล่าเรื่องราวของ Haruka Nozaki (นำเเสดงโดย Anna Yamada) นักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลายที่พึ่งย้ายบ้านตามครอบครัวมาจากโตเกียวเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในชนบทห่างไกลผู้คน เธอตกลงที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมเล็กๆประจำเมืองแห่งนี้ แต่ปรากฏว่า Haruka Nozaki ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นใหม่ได้ หนำซ้ำเธอยังโดนแก๊งค์นักเรียนขาใหญ่ประจำห้องกลั่นแกล้งสารพัดเป็นประจำ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเป็นการแกล้งที่หนักข้อขึ้นเรื่อยๆทุกวัน เหตุการณ์ในครั้งนี้พ่อและแม่ของเธอก็รู้อยู่เต็มอก และบอกให้เธออดทนอีกเพียงแค่ 2 เดือนก็จะจบการศึกษาแล้ว ขอให้ลูกอดทนเพื่อจะได้เรียนจบเพื่อเป็นความหวังของพ่อแม่  ลูกสาวก็เชื่อฟัง  นางพยายามอดทนจากการถูกกลั่นแกล้งโดยมีน้องสาววัยสิบขวบเศษของเธอคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง  แต่ดูเหมือนว่าการกลั่นแกล้งจากแก๊งค์เด็กนักเรียนขาใหญ่ประจำห้อง และลูกสมุนสาวจิตตกอย่าง Rumi Sayama (รับบทโดย Rena Ôtsuka)กลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้นคุณครูประจำชั้นก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้ได้ คุณครูกลับวางตัวเฉย ไม่รู้ร้อนรู้หนาวคล้ายเหตุการณ์ตรงหน้าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรื่องราวจึงเลยเถิดจนพวกแก๊งค์นักเรียนกลุ่มนี้ได้ใจตามไปกระทืบพ่อ-แม่-น้องสาวของ Haruka Nozaki ถึงที่บ้าน ไม่หนำใจพวกสารเลวชาติชั่วพวกนี้ช่วยกันจุดไฟเผาคุณแม่ของนาง ช่วยกันใช้ปืนและธนูยิงคุณพ่อและน้องสาวจนปางตาย จากนั้นจึงราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้านหวังอำพรางคดี  ใช่ครับ….คุณพ่อและคุณแม่ของเธอตายในคืนนั้นเอง ส่วนน้องสาวก็อาการโคม่านอนรักษาตัวหายใจรวยรินอยู่ในโรงพยาบาล อาการเป็นตายเท่ากัน!   Haruka Nozaki นางเอกของเรื่องที่กลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี นางจึงแทบสติหลุด…. 

(ช่วงกลาง)เป็นช่วงที่นางเอกของเรื่อง พยายามตามสืบว่า “ใครกันแน่ที่ทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามไว้กับครอบครัวของนาง” ช่วงนี้เราจะได้เห็นนางเอกของเรื่องเริ่มเปลี่ยนบุคลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เราจะเห็นนางสนุกกับการสืบ-ล่า-ฆ่า-ชำระแค้น….กับเหยื่อของครอบครัวตัวเองอย่างชนิดสุดฤทธิ์!

(ช่วงท้าย)เป็นช่วงที่ปมการล้างแค้นของสาว Haruka Nozaki ดำเนินมาจนถึงช่วงพีค เพราะหนังใกล้จะจบล่ะ ช่วงนี้หนังจะนำเสนอแง่มุมอีกด้านหนึ่งของตัวละครทุกๆคนที่เข้ามามีบทบาทในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นสาวหัวหน้าแก๊งค์ที่มีความสัมพันธ์ดำมืดกับนางเอก, พระเอก เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่กำความลับอันสุดอันตรายไว้ภายในใจ, และเรื่องราวในอีกมุมของสาวจิตอย่าง Rumi Sayama….จะเป็นการเล่าเรื่องเพื่อตีแผ่มุมมืดอันซ่อนเร้น สร้างความตื่นตะลึงสะพรึงขนหัว อันถ่ายเทไปยังฉากจบที่แสนตราตรึง โลหิตแดงฉานกระจายท่ามกลางพายุหิมะสีขาวสะอาดสายตา….

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้รีวิว
อ่านมังงะเรื่องลำนำดอกโศก(แปลไทย)จบไปรอบหนึ่งแล้วไปดูหนังเรื่อง “ลำนำดอกโศกเวอร์ชั่นคนแสดง” (Liverleaf / 2018 )จนจบ….ปรากฏว่าสามารถเข้าใจหนังได้อย่างลึกซึ้งทั้งๆที่หนังพากย์ภาษาญี่ปุ่นไร้ซับใดใดทั้งสิ้น(ก็บอกแล้วไงครับว่าเกิน 90% หนังดำเนินเรื่องตามมังงะแทบจะแบบฉากต่อฉาก) หนังเรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวการกลั่นแกล้งกันภายในโรงเรียนที่เราคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ตีแผ่ออกสู่สาธารณะชนให้ได้เห็น ให้ได้เข้าใจเสียใหม่ว่า….  “จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่หนักอึ้งมากๆ” ยิ่งครูหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายในโรงเรียนไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาตรงจุดนี้ สักวันเรื่องเล็กๆก็อาจกลายเป็นเรื่องที่ใหญ่โตได้ในอนาคต (แบบในหนังเรื่องนี้ / ซึ่งมีแนวโน้มว่าในโลกยุคปัจจุบัน เรื่องการกลั่นแกล้งกันภายในโรงเรียนกำลังเป็นปมปัญหาใหญ่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ….)

เรื่องของฉากโหดภายในหนังเรื่องนี้ มีเล่าสู่กันฟังเพียบ….  ไล่ตั้งแต่ฉากใช้เหล็กแหลมแทงลูกนัยน์ตาจนหลุดกระเด็นออกจากเบ้า, ฉากใช้มีดสั้นฆ่ากันระหว่างนักเรียนมัธยมปลายด้วยกันเองอย่างดุเดือด, ฉากการทำร้ายคุณครูภายในโรงเรียนด้วยการกระโดดถีบจนคุณครูตกบันได ได้รับบาดเจ็บ, ฉากราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาเหยื่อให้ตายทั้งเป็น, ฉากจับนักเรียนมัธยมปลาย(หญิง)มาตัดผมแล้วตบ-จิกหนังหัวขยี้แรงๆ, ฉากเด็กนักเรียนมัธยมกระทืบแม่ของตัวเองจนปางตายเพื่อให้ตัวของเขามีความสุขแบบขึ้นสวรรค์, และฉากเสื่อมๆ โหดร้าย ทำลายศีลธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อีกหลายฉาก ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงขอบอกว่า…. “หนังเรื่องนี้คือหนังอันตราย โปรดเก็บให้พ้นมือเด็กโดยเด็ดขาด!” ในต่างประเทศหนังได้เรต 18+ และ 20+ (ในบางประเทศ) ความสนุกของหนังเรื่องนี้ถือว่า “สุดยอด” และ “สำหรับสายแข็งสมควรหามารับชมให้ได้สักครั้งก่อนตาย”  เรื่องคะแนนความสนุก ผมให้ 10 / 10 คะแนนครับ (คอหนังโหดห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง)















































 





* ทิ้งท้ายบทความ : ดอก Liverleaf Flower หรือ Liverwort หรือ Hepatica เป็นดอกไม้ที่จะอดทนรอคอยให้ฤดูหนาวอันปวดร้าวเเละเเสนทรมานผ่านพ้นไป ก่อนที่ดอกของมันจะเริ่มเบ่งบานให้ผู้คนรอบข้างได้ชื่นชมในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเสมอ หนังเรื่องนี้ก็เฉกเช่นเดียวกัน ชีวิตของ Haruka Nozaki นางเอกของเรื่องเปรียบได้กับดอก Liverleaf ที่พยายามอดทนตามคำขอร้องของคุณพ่อ, คุณเเม่, มีน้องสาวคอยให้กำลังใจว่าขอให้อดทนนะค่ะพี่ขา อดทนความยากลำบากในการเรียน(ซึ่งเปรียบได้ดั่งฤดูหนาวช่วง ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ในญี่ปุ่น) เพื่อเฝ้ารอคอยให้ดอก Liverleaf ได้เบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ(มีนาคม-พฤษภาคม) หรือช่วงปิดเทอมเพื่อเปลี่ยนปีการศึกษาใหม่ของนักเรียนชั้น ม.ปลายในญี่ปุ่น(ประมาณ 24 มีนาคม - 5 เมษายน ของทุกปี) #เสียดาย....นางไปไม่ถึงจุดนั้น #น่าเสียดาย....ที่ดอก Liverleaf ไม่สามารถเบ่งบานได้ดั่งที่คนในครอบครัวอยากให้เป็น....


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,405
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #461 เมื่อ: 07 พฤศจิกายน, 2561, 15:28:55 »





670. รีวิว + สปอยล์  :  Welcome to Mercy / 2018  (หนังเเนวไล่ผี / ติดเรตต้องห้ามเพราะฉาก....)


“ คือความผิดบาปของคนเป็นพ่อแม่ที่ถูกส่งผ่านไปยังลูกๆ  ตราบาปอันแสนสาหัส…. ”

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผมได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกด้วยต้นฉบับที่เป็นภาษารัสเซีย(ฟังรัสเซียไม่ออกซะด้วยสิ แต่ก็อาศัยอ่านเรื่องย่อแล้วดำน้ำดูเอาๆ  555+) ก่อนมาดูรอบ 2 เพื่อเก็บรายละเอียดแบบหยาบๆกับงานต้นฉบับภาษาอังกฤษผสมภาษาลัตเวีย(อีกที)

หนังชื่อ Welcome to Mercy / 2018  หรือ Beatus / 2018 (ชื่อฉบับ original title) เป็นหนังสยองขวัญแนวไล่ผี(เอ็กโซซิสต์)จากอเมริกาโดย Director: Tommy Bertelsen กับ Plot Keywords: ที่ผู้กำกับใส่ลงไปให้กระชับภายในหนังเรื่องนี้ว่า : มันเกี่ยวกับศาสนา, คาทอลิก, คริสเตียน, คติชนวิทยา และไสยศาสตร์!

เรื่องย่อ : หญิงสาวนางหนึ่ง Madaline (รับบทโดย Kristen Ruhlin) พร้อมลูกสาวอายุราว 10 ขวบปี ได้เดินทางกลับมายังบ้านพ่อแม่ของเธอในชนบทห่างไกลผู้คนในฤดูหนาวของประเทศลัตเวีย ภายในบ้านไม้หลังเล็กๆนี้เองที่ Madaline กลับถูกพลังงานลึกลับเข้าเล่นงานจนเกิดภาวะที่เรียกว่า “Stigmata” (Stigmata คือแผลศักดิ์สิทธิ์ คือเครื่องหมาย, แผล หรือความรู้สึกในบริเวณที่ตรงกับรอยแผลของพระเยซูเมื่อทรงถูกตรึงกางเขน) คุณแม่ของเธอจึงไปขอความช่วยเหลือจากพระและแม่ชีในท้องถิ่นของลัตเวียเพื่อช่วยคลายปมที่เกิดขึ้นและกำลังลุกลามบานปลายอย่างน่ากลัว ภายในบ้านหลังนี้….


……………………………………………………………..
****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
เรื่องนี้หนังดีเลยครับ ช่วงเวลาที่หนังหลอกล่อคนดู ตรงจุดนี้ผู้เขียนเองยังโดนหลอกจนหัวปั่นไปด้วยเลย(555+) หนังลำดับเหตุการณ์ต่างๆได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ เป็นหนังแนวเอ็กโซซิสต์ที่ไม่ค่อยมีจังหวะตุ้งแช่ให้ได้ตกใจกันสักเท่าไหร่ แต่หนังเน้นการเค้นอารมณ์ของตัวแสดงแทนครับ บรรยากาศของหนังเรื่องนี้ถือว่า “น่ากลัวเอาเรื่อง”  หลังดูจบ….หนังดีทีเดียว ให้ 9 / 10 คะแนนครับ (เรื่องนี้ผมว่าหนังสนุกมากๆ ชอบเป็นการส่วนตัวครับ แต่ก็นะ….หนังเรื่องนี้อาจจะไม่สนุกสำหรับทุกคนก็ได้นะเออ 555+ นานาจิตตังครับ ลิ้นใครก็ลิ้นมัน อร่อยไม่เท่ากันสักคนหรอก!)




……………………………………………………………..
****** ต่อไปนี้จะเป็นการสปอยล์หนังเรื่องนี้นะครับ (ใครยังไม่เคยรับชม โปรดกดข้ามตรงนี้ไป….)

Welcome to Mercy / 2018 / สปอยล์ (ตามความเข้าใจของผู้เขียน / ผิด-ถูก ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะเออ)


หนังเปิดฉากมาคือ หญิงสาวนางหนึ่งชื่อ Madaline (รับบทโดย Kristen Ruhlin) พร้อมลูกสาวอายุราว 10 ขวบปี ได้เดินทางโดยสารรถไฟ และต่อด้วยรถยนต์อีกทอดหนึ่งเพื่อเดินทางกลับมายังบ้านพ่อแม่ของเธอในชนบทห่างไกลผู้คนในฤดูหนาวท่ามกลางหิมะขาวโพลนของประเทศลัตเวีย

สาว Madaline พบว่าแม่ของเธอขังคุณพ่อไว้ภายในห้องเพราะท่านป่วย (แต่นางก็แอบแปลกใจว่าทำไมต้องล็อคประตูด้วยแม่กุญแจขนาดใหญ่อย่างแน่นหนาด้วยนะ แค่คนแก่เพียงคนเดียว แถมคนนั้นๆที่ถูกขังอยู่ภายในห้องคือคุณพ่อที่แก่ชราของนางด้วย / แต่นางก็เก็บความสงสัยอันนั้นไว้ในใจเงียบๆ)

กลางดึกคืนนั้นเองที่สาว Madaline แอบไปขโมยกุญแจเพื่อใช้ไขเข้าไปในห้องนอนของคุณพ่อ หลังเปิดประตูได้  ในนั้น….  นางพบว่าคุณพ่อกำลังหลับอยู่ แล้วจู่ๆท่านก็ตื่นขึ้นมาพอดี  แล้วท่านก็…คว้าแขนของลูกสาวท่านเอาไว้

วินาทีที่คุณพ่อคว้าแขนของสาว Madaline เอาไว้นี้เอง ปรากฏว่ามีบางสิ่งบางอย่างวิ่งออกมาจากตัวของคุณพ่อ  มันพุ่งเข้าใส่สาว Madaline อย่างจังเบอร์  ใช่ครับ….เจ้าบางสิ่งบางอย่างนี้เองมันกำลังสิงสู่เปลี่ยนร่างจากตัวของคุณพ่อ ย้ายมายังตัวของลูกสาวคนสวยที่ชื่อ Madaline แทน….

รุ่งเช้า Madaline ตื่นขึ้น แล้วก็พบว่าเธอถูกมัดตรึงทั้งแขน-ขา ไว้บนเตียงนอนในห้องของคุณแม่ พร้อมกับคุณแม่-ลูกสาวของนาง และพระนักบวชชราที่ยืนเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ 

พระนักบวชชราบอกกับเธอว่า “เธอถูกปีศาจร้ายสิงสู่ วันนี้พวกเราจะมาทำพิธีไล่ปีศาจออกจากร่างของเธอกัน”

หลังจากนั้นพระนักบวชชราก็ร่ายทั้งมนต์ตรา, ไม้กางเขน, และน้ำมนต์สาดใส่นางอย่างชนิดบ้าคลั่ง จวบจนปีศาจภายในตัวนางสงบลง พระนักบวชชราบอกกับนางว่า “ขอให้ Madaline ขึ้นเรือไปที่เกาะกลางทะเลกับนักบวช เพื่อไปไล่สิ่งชั่วร้ายสุดท้ายที่แฝงร่างของเธอออกให้หมด เธอจะได้กลับมาเป็นลูกของครอบครัวนี้ และเป็นคุณแม่ของลูกสาววัย 10 ขวบปีได้ตามปกติอีกครั้ง” 
 
สาว Madaline ฝากลูกสาวกับคุณแม่และคุณพ่อที่บ้านของนางแล้ว ก็เดินทางไปขึ้นเรือกับนักบวชชราและแม่ชี จนไปถึงเกาะกลางทะเลแห่งหนึ่ง ที่ทั้งเกาะมีเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวคาทอลิกเพียงไม่กี่หลังเท่านั้น  ที่นี่มีบาทหลวง, แม่ชี ราวๆ 15-20 คนคอยดูแล ทุกๆอาคารสาว Madaline สามารถเดินไปเที่ยวหรือสำรวจได้หมด ยกเว้นอาคารที่คล้ายหอคอยสูง ซึ่งมี…. “ประตูบานสีแดงของหอคอยที่ห้ามเปิดออกโดยเด็ดขาด” (หัวหน้าแม่ชีย้ำกับนาง)

ตัวอาคารและสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวคาทอลิกบนเกาะลึกลับแห่งนี้เองที่สาว Madaline พบเจอเข้ากับปรากฏการณ์ลึกลับเหนือธรรมชาติมากมายที่ตามมาจากบนฝั่งเพื่อรังควานนางถึงที่นี่ จนในที่สุดนางไปเจอเข้ากับสมุดบันทึกแปลกๆหลายเล่ม ได้เจอเพื่อนๆสาว(แม่ชี)ที่ให้ความช่วยเหลือต่างๆนานา(ด้านการปรับตัวให้เข้ากับทุกคน) แต่แล้ววันหนึ่งสาว Madaline กลับเริ่มสงสัยในอดีตอันดำมืดของสถานที่ที่เธออาศัยอยู่แห่งนี้ และสงสัยในสิ่งชั่วร้ายที่ตามรังควานเธออย่างบ้าคลั่ง นางค้นหาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนเจอเข้ากับบ่อน้ำในห้องสมุด นางกระโดดลงไปหลายครั้ง ซึ่งหลายครั้งมันกลับคล้ายความฝันครึ่งหลับครึ่งตื่น จนครั้งล่าสุดที่นางกระโดดลงไปในก้นบ่อ นางเจอเข้ากับ “กุญแจรูปทรงประหลาด”

แน่นอน….กุญแจดอกนี้สามารถใช้ไขรูของประตูบานสีแดงที่หอคอยได้  มันคือห้องที่หัวหน้าแม่ชีกำชับไว้ว่า “ห้ามเปิดออกโดยเด็ดขาด ห้ามเปิด….ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

สาว Madaline เดินไปที่หอคอยต้องห้าม  แล้วจัดการเปิดประตูบานสีแดงออก  เข้าไปข้างใน  แล้วพบเข้ากับสมุดบันทึกหน้าปกสีดำเล่มหนึ่ง นางจึงเปิดมันออก แล้วก็อ่าน…..

มันเป็นเรื่องราวของพระนักบวชหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา กับแม่ชีสาวหน้าตาสะสวย ที่อยู่มาวันหนึ่งคนทั้งคู่กลับทำลายกำแพงแห่งศีลธรรมที่ขวางกั้นจนพังทลายลงหมดสิ้น เมื่อพระนักบวชหนุ่มจูงมือแม่ชีสาวคนสวยไปเล่นบทเซ็กซ์เร่าร้อนกันภายในโรงนาอย่างชนิดไม่เกรงกลัวบาปกรรมใดใด(ฉากต้องห้าม)

ไม่นาน…. แม่ชีสาวตั้งท้อง คนทั้งคู่รู้สึกอับอายขายขี้หน้า จึงพร้อมใจกันลาออกจากความเป็นพระนักบวชเเละแม่ชี  แล้วก็หนีออกมาจากสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวคาทอลิกบนเกาะแห่งนั้น มาปลูกบ้านหลังเล็กๆอยู่กันเพียงลำพังสองคน(ซึ่งก็คือบ้านของพ่อ-แม่ ของนางเอกสาว Madaline หลังปัจจุบันนี่แหล่ะ)

ปรากฏเพราะการมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างพระนักบวชและแม่ชีนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก แม้องค์กรทางศาสนาคริสต์จะไม่รู้ แต่พระเจ้าและปีศาจย่อมล่วงรู้เป็นแน่ ไม่นาน….หลังแม่ชีสาวคลอดลูกออกมาเป็นเด็กทารกเพศหญิง(ซึ่งก็คือตัวของนางเอก Madaline นี่แหล่ะ) ปรากฏว่าพอลูกสาวอายุได้ราว 10 ขวบปีกลับเจอปีศาจร้ายเข้าสิงสู่(เชื่อว่าคือบทลงโทษจากการทำผิด-ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของคนเป็นพ่อและแม่สมัยบวชเป็นพระและแม่ชี)

ปีศาจร้ายที่เข้าสิงสู่ลูกสาวอายุราว 10 ขวบปีช่างร้ายนัก เพื่อนพระนักบวชของคุณพ่อไม่สามารถปราบปีศาจตนนี้ได้(นักบวชหนุ่มคนนี้ ก็คือนักบวชชราที่เข้ามาอาสาปราบปีศาจให้ที่บ้านของแม่นางเองในช่วงต้นเรื่องนั่นเอง) คนเป็นแม่จึงใช้พลังมนต์ตราบางอย่างดึงปีศาจออกจากตัวลูกให้เข้ามาสิงแม่แทน(หรืออาจจะเพราะปีศาจย้ายร่างมาสิงแม่แทนก็ไม่แน่ใจ)

คนเป็นสามี(อดีตพระนักบวช)รู้สึกสงสารภรรยาของตนเองเป็นอย่างมาก จึงขอให้เพื่อนพระนักบวชจับตนเองมัดเอาไว้กับเก้าอี้ แล้วเสกมนต์ตราพร้อมกับเพื่อนนักบวช ดึงปีศาจร้ายออกจากร่างของแม่ชีสาว(ภรรยา)ให้ปีศาจมาสิงร่างของตนเองแทนจนสำเร็จ

จากนั้นลูกสาว(ซึ่งก็คือสาว Madaline ถูกฝากให้ญาติในเมืองที่ห่างไกลออกไป เอาไปเลี้ยงแทน) ส่วนบ้านหลังนี้ แม่(อดีตแม่ชีสาว)ก็คอยจับพ่อ(อดีตพระนักบวช)ขังไว้ภายในห้องเพื่อสะกดวิญญาณต่อ และเพื่อไถ่บาปจากการกระทำในครั้งอดีต ไม่ให้ปีศาจร้ายออกมาเพ่นพ่านข้างนอกบ้านหลังนี้ได้ตามใจของมัน….

พอสาว Madaline อ่านหนังสือหน้าปกสีดำมาจนถึงตรงนี้  นางก็ตื่น….ฟื้นขึ้นมาจากการหลับใหล  ใช่ครับ  ภาพตัดกลับมาที่การไล่ผีของนักบวชชรา ภายในบ้านของแม่นางเอกอีกครั้ง (สรุปว่าภาพเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงที่นักบวชชราไล่ปีศาจร้ายภายในบ้านนางเอกจนสำเร็จแล้วชวนไปทำพิธีไล่สิ่งชั่วร้ายต่อบนเกาะแห่งนั้น มันคือภาพที่ปีศาจสร้างไว้เพื่อสะกดนางเอกให้ไม่มีพลัง หลับอยู่ภายใต้การควบคุมของมันนั่นเองครับ)

(เหตุการณ์จริงๆ) พระนักบวชชราพยายามสู้กับปีศาจร้ายที่ออกมาจากร่างของพ่อนางเอก(ซึ่งก็คือนักบวชหนุ่มที่ไปแอบมีเพศสัมพันธ์กับแม่ชีสาวนั่นเอง) ซึ่งบัดนี้ปีศาจได้แฝงร่างของนางเอกแทน(เพราะมันเคยได้แฝงร่างครั้งหนึ่งมาแล้วในช่วงวัยเด็ก

ปีศาจร้ายแข็งแกร่งเกินไป จนในที่สุดคนเป็นแม่ยอมสละชีวิต ดึงปีศาจให้เข้าสิงสู่เพื่อจะได้ตายลงพร้อมกัน แล้ว….นางก็ทำสำเร็จ!

ร่างของแม่ที่มีปีศาจสิงสู่ตายลง พระนักบวชชรานำร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อขอให้พระเจ้าให้อภัยแก่บาปที่คนทั้งสองได้เคยสร้างเอาไว้ในครั้งอดีต  ร่างของแม่ถูกไฟในโบสต์เผาไหม้จนหมดสิ้น….

นางเอกสาว Madaline จูงมือคุณพ่อและลูกสาววัย 10 ขวบของนางขึ้นรถไฟออกจากเมืองแห่งนั้นไป เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่…..

#จบ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,405
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #462 เมื่อ: 09 พฤศจิกายน, 2561, 13:39:43 »




671. เล่าให้ฟัง….  Death House / 2018 (แหกคุกมิคสัญญีกลางอเวจีมหาโคตรนรก!)


เป็นหนังสยองขวัญที่ติดเรต R จากอเมริกามาแล้วนะครับ และหนังได้เรต 18+ และ 20+ ในหลายประเทศ หนังมีความยาวทั้งเรื่องประมาณ 128 นาที ผลงานการกำกับของ Director: B. Harrison Smith เเละได้ Gunnar Hansen รับบทงานด้าน Writers ให้

หนังนำเสนอเรื่องราวของทีมผู้ตรวจสอบของรัฐบาลสองคนที่เข้ามาตรวจคุกที่ได้รับการกล่าวขวัญว่า “ปลอดภัย และมีระบบการป้องกันนักโทษแหกคุกดีที่สุดในโลก” ชื่อของมันคือ “Death House” คุกที่รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาทุ่มงบประมาณด้วยเม็ดเงินสูงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์หมายมั่นปั้นมือให้มันเป็นสถานที่สำหรับกักขังนักโทษที่อันตรายที่สุดในโลก โดยมีทีมทหารติดชุดเกราะเหล็ก-อาวุธหนักครบมือคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง  นอกจากนั้นคุกแห่งนี้ยังใช้เป็นห้อง Laboratory หรือห้องแล็บปฏิบัติการสำหรับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักโทษเหล่านั้นตามคำสั่งของรัฐบาลอีกด้วย  หนังโฟกัสลงไปที่หญิงสาวนางหนึ่งที่แอบลักลอบเข้ามาภายใน Death House จากนั้นจึงวางระเบิดเพื่อทำลายระบบการป้องกันภายในจนเสียหายยับเยิน พอระบบการป้องกันภายในเสียหาย คราวนี้แหล่ะ….ประตูห้องขัง, กุญแจมือของนักโทษที่อันตรายที่สุดในโลกจำนวนนับได้หลายร้อยคนจึงถูกเปิดออก…. นักโทษวิปริตที่กระหายความรุนแรงแบบสุดขั้ว, นักฆ่าโรคจิต, ฆาตกรต่อเนื่อง, คนบ้ากาม, มนุษย์กินคน, อมนุษย์, และปีศาจกระหายโลหิตที่ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย จึงทยอยกันเดินพาเหรดออกมาจากกรงขังเพื่อไล่ล่าผู้คุมและนักวิจัยภายใน Death House อย่างสนุกสนาน   คนดูจะได้ร่วมลุ้นว่า ทีมผู้ตรวจสอบของรัฐบาลสองคนที่ดันมาติดร่างแหขณะกลุ่มนักโทษกำลังแหกคุก จะสามารถเอาตัวรอดจากนรกขุมนี้ได้หรือไม่….

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
หนังปูพื้นมาดีมากๆ ตั้งแต่ช่วงเปิดเรื่อง จวบจนช่วงกลาง นักโทษแต่ละคนที่ได้รับการเปิดตัวออกมาในช่วงแรกๆ งานถ่ายภาพ เอฟเฟค ภูมิหลังและเรื่องราวดูดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นนักโทษซาตานที่ฆ่ายังไงก็ไม่มีวันตาย, ฆาตกรโรคจิตเลื่อยไฟฟ้าที่คล้ายถอดแบบมาจากเลเธอร์เฟซในสิงหาสับ, มือสังหารจอมโหดที่เป็นพวก IS และพวกบ้าคลั่งอมนุษย์อีกหลายตน ช่วงแรก-ช่วงกลางเรื่องหนังจึงทำออกมาดูดีมีระดับมากๆเลยครับ เสียดายผู้กำกับไม่สามารถควบคุมพลังในหนังได้จวบจนช่วงท้าย  เพราะช่วงท้ายๆงานมันออกมาเละมากกกกกก  ช่วง 30 นาทีก่อนหนังจบจึงเป็นอะไรที่ไม่อยากจะพูดถึงเสียเท่าไหร่ หนังห่วยแตกมากคล้ายผู้กำกับหมดไอเดีย(หรือไม่ก็หมดทุนทรัพย์ในการถ่ายทำ)จึงตัดจบแบบง่ายๆ จบแบบสุกเอาเผากิน ตัดให้หนังจบๆไป (เอ้อ….. )

เสียดายครับ จริงๆหนังในช่วงท้ายๆน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ช่วงแรก-กลางเรื่องถ้าเปรียบก็ประมาณทัพพญาเสือโคร่ง ปะทะ ทัพกระทิงดุ  เอ่อ….เสียดายช่วงท้ายๆ ฉากที่เราคาดหวังว่าจะได้เห็น ราชาของพญาเสือโคร่ง ปะทะ ราชาของทัพกระทิงดุ กลับกลายเป็นเพียงฝันเปียกซะเท่านั้น เพราะฉากช่วง 30 นาทีท้าย กลายกลับเป็นเราได้เห็น….  “ตัวเหาฟัดกับเห็บหมาแทน!”  กระนั้นก็ดี หนังยังมีดีอีกเพียบในช่วงต้นเรื่อง-ช่วงกลางเรื่อง ซึ่งมันโหด-ดิบ-เถื่อน-เลือดกระจายอวัยวะกระจุย-โลหิตและเสียงหวีดร้องของเหยื่อเนี่ยๆ ดังก้องกังวาลสุดๆ!! เสียดาย….หนังมันดีไม่ถึงที่สุดครับ  เอาไป 6.9 / 10 คะแนนพอละกัน

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

หน้า: 1 ... 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 [47]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: