Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 ธันวาคม, 2560, 23:28:34

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บทความพิเศษ : เปิดกรุหนังต้องห้าม (Prohibited Films)  (อ่าน 662778 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 35
คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:28:22 »





บทความพิเศษ     :  เปิดกรุหนังต้องห้าม (Prohibited Films)
ผู้แต่ง                 :  อ.คุณาพร ไชยโรจน์ ( by Kunaporn Chairot )
E-Mail               :  samara17520@gmail.com
เผยเเพร่ครั้งเเรก   :  วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม ปี พ.ศ.2553   www.siamsouth.com   
                            ห้องคุยกับคุณาพร.   :   
                            http://www.siamsouth.com/smf/index.php?board=11.0






บทความพิเศษ : เปิดกรุหนังต้องห้าม (Prohibited Films)

หนังต้องห้าม หรือ Prohibited Films ตามแนวทางที่สมาคมภาพยนตร์อเมริกัน หรือ Motion Picture Association of America ได้สร้างระบบการจัดระดับภาพยนตร์แบบ เอ็มพีเอเอ (MPAA film rating system) เอาไว้ว่าหนังที่ได้ เรต เอ็นซี-17 (NC-17 = No one 17 and under admitted) นั้นให้จัดเป็นหนังใน “เรตต้องห้าม” คือไม่อนุญาตให้ เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีเข้าชมโดยเด็ดขาด ส่วนในประเทศไทยหลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ปี พ.ศ. 2551 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมานั้น ได้เปลี่ยนจากระบบ “เซ็นเซอร์ภาพยนตร์” (รวมทั้ง หนัง สารคดี ละคร ที่อาจอยู่ในรูปของหนังที่ฉายในโรงหนังหรือฟิล์ม และหนังแผ่นประเภทดีวีดี วีซีดี ซีดีรอม) มาเป็นการจัด “เรตติ้ง” โดยกำหนดภาพยนตร์ไว้ 7 ประเภท โดยมีประเภทที่ 6 และประเภทที่ 7 จัดอยู่ในเรตของหนังต้องห้าม อันหมายถึง หนังประเภทที่ 6 ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ยกเว้นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) และประเภทที่ 7 ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร

ในเว็บไซต์ [url=http://www.horrorclub.net]www.horrorclub.net[/url] ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับหนังสยองขวัญระดับแถวหน้าของเมืองไทยได้กำหนดเรตต้องห้ามเอาไว้คือ เรต NC20 (No Children 20)  หรือ No One 20 and Under Admitted ซึ่งหมายถึง หนัง หรือภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู(ยกเว้นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) ในส่วนของ NC20 จะจำกัดสำหรับผู้มีคุณสมบัติผ่านเท่านั้น (คืออายุมากกว่าหรือเทียบเท่า 20 ปี) NC20 - หนังระทึกขวัญ สยองขวัญ ที่มีเนื้อหาความรุนแรงในระดับเข้มข้น มักเป็นหนังที่ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ เนื่องด้วยเนื้อหาที่มีความรุนแรง อนาจาร เรื่องทางเพศ ที่เกินกว่าจินตนาการของคนทั่วไปจะนึกถึง มีภาพที่อุจาด และแสดงให้เห็นถึงการเข่นฆ่า ทรมานเหยื่อด้วยความวิปริต มีการจงใจเผยให้เห็นรายละเอียด ขั้นตอนของการสังหารเหยื่ออย่างจงใจและชัดเจน

หนังต้องห้ามที่เรียกว่า Snuff Film / Real Snuff film  ถือเป็นศาสตร์ทางด้านมืดอีกแขนงหนึ่งในวงการสร้างหนัง-ภาพยนตร์อันแสนอันตราย มีแรงดึงดูดอย่างร้ายกาจ และถือว่าเป็นหนังที่มีดีกรีความรุนแรงที่สูงลิบ ดิบ เถื่อน อำมหิตเป็นเลิศ หายากและผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Fake Snuff film และ Real Snuff film แต่ที่กล่าวขานกันว่าเป็นหนังต้องห้ามในระดับ “หนังแห่งตำนาน” ที่เป็นที่โจษจันกันในหมู่นักชมหนังสยองขวัญระดับ Hardcore ทั่วโลก และบรรดานักสะสมของแปลกคงเป็น Snuff Film ในแบบ Real Snuff film ของ Charles Manson และกลุ่ม The Manson Family ที่ถ่ายทำไว้ในปี ค.ศ. 1969  เชื่อกันว่าเป็น Snuff film ที่ถ่ายทำโดย Charles Manson (ชาร์ลส แมนสัน) ผู้นำของ The Manson Family กลุ่มฆาตกรโรคจิตชื่อดังในอดีตคือม้วนวีดีโอ-หนังแห่งตำนานหมายเลขหนึ่งของวงการภาพยนตร์ใต้ดิน เชื่อว่ากลุ่ม The Manson Family ได้ทำการฆาตกรรม Sharon Tate ดาราสาววัย 26 ปีซึ่งเป็นภรรยาของ Roman Polanski ผู้กำกับหนังสยองขวัญชื่อดังอย่าง Rosemary's Baby หรือในชื่อภาคภาษาไทยว่า  “ทายาทซาตาน” โดยการฆาตกรรมหฤโหดในครั้งนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1969    Sharon Tate ซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอดถูกฆาตกรกลุ่ม The Manson Family แทงด้วยมีดถึง 16 แผล  ตัดเต้านมทั้งเป็น  กรีดชำแหละตั้งแต่บริเวณหน้าอกจนถึงอวัยวะเพศ  จากนั้นกลุ่มฆาตกรเลือดเย็นจึงใช้เลือดของ Sharon Tate จุ่มด้วยแปรงเขียนคำว่า “Pig” เอาไว้ทั้งที่บานหน้าต่างรวมถึงประตู โดยในการฆาตกรรมเหยื่อครั้งนี้หลายคนเชื่อกันว่า Charles Manson ได้ถ่ายทำหนัง Snuff film ในการฆาตกรรมเหยื่อเอาไว้ด้วย  แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครได้เห็นม้วนเทปดังกล่าว  หรือมีการยืนยันว่ามันมีอยู่จริง 

เปิดกรุหนังต้องห้าม (Prohibited Films) คืองานเขียนที่จะนำพาท่านผู้อ่านทุกท่านดำดิ่งลงไปสู่ห้วงแห่งความวิบัติ ดำมืด เงียบประหนึ่งรัตติกาลในขุมนรกอเวจี ตีแผ่เรื่องราวแห่งหนังต้องห้าม-หนังแห่งตำนานอย่างถึงพริกถึงขิงอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าเปิดเผยมาก่อน








ภาพประกอบ 1 :  Salo the 120 Days of Sodom
อ้างอิงภาพประกอบ     http://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/Main/SaloOrThe120DaysOfSodom




                                                                                           
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:36:13 »





หนัง-เรตของหนัง และหนังต้องห้าม

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ.2542 อธิบายความหมายของคำว่า “หนัง” หรือ “ภาพยนตร์” เอาไว้ว่า หนัง หมายถึง น. ภาพยนตร์ เช่น โรงหนัง ถ่ายหนัง ฉายหนัง  เล่นหนัง อนึ่ง หนังเงียบก็ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ไม่มีเสียงในฟิล์ม(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ.2542 หน้า 1,243) ส่วนคำว่า ภาพยนตร์ (พาบพะ-) น. ภาพฉายด้วยเครื่องทำให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวได้, หนังฉาย (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 : 821)
             
นอกจากนี้หนัง หรือภาพยนตร์ซึ่งหมายถึง Movies n.,pl (มูวิซฺ) และ Moving adj. (มูวิง) คือ Moving Pictures (มูวิง พิคเชอซฺ) ยังหมายถึง ภาพเคลื่อนไหว หรือภาพซึ่งกำลังเคลื่อนไหว หรือภาพยนตร์ ซึ่งเร้าความรู้สึกทางอารมณ์ อาจทำให้ตื้นตัน หรืออารมณ์ด้านอื่นๆ(Modern English-Thai Dictionary 2538 : 462)
             
ภาพยนตร์เป็นกระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม แล้วนำออกฉายในลักษณะที่แสดงให้เห็นภาพเคลื่อนไหว(Motion Picture) ภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์หลังจากผ่านกระบวนการถ่ายทำแล้วเป็นเพียงภาพนิ่งจำนวนมาก ที่มีอริยาบทหรือแสดงอาการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยต่อเนื่องกันเป็นช่วงๆ ตามเรื่องราวที่ได้รับการถ่ายทำและตัดต่อมา ซึ่งอาจเป็นเรื่องราว หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นการแสดงให้เหมือนจริง หรืออาจเป็นการแสดงและสร้างภาพจากจินตนาการของผู้สร้างก็ได้ ด้วยคุณลักษณะพิเศษของภาพยนตร์ที่สามารถแสดงให้เห็นภาพและเสียงอันน่าสนใจ ภาพยนตร์จึงเป็นสื่อมวลชนที่มีบทบาทและอิทธิพลในด้านต่างๆ เป็นอย่างสูงมาตลอดเวลานับร้อยปี จนปัจจุบันแม้จะมีสื่อประเภทอื่นเกิดขึ้นมากแล้ว แต่ภาพยนตร์ก็ยังอยู่ในความนิยม และได้รับการพัฒนาให้มีบทบาทสำคัญอยู่เสมอ โดยเฉพาะในกิจการด้านธุรกิจการบันเทิง และยังมีคุณค่าอย่างสูงสำหรับการศึกษา เนื่องจากภาพยนตร์เป็นสื่อที่มีคุณลักษณะพิเศษ สามารถทำให้เข้าใจเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้ง(ความหมายของภาพยนตร์ whitemedia.org)
             
ในวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี อธิบายความหมายของคำว่า หนัง หรือภาพยนตร์ เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า ภาพยนตร์ คือ เป็นกระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม แล้วนำออกฉายในลักษณะที่แสดงให้เห็นภาพเคลื่อนไหว (motion pictures) ภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์หลังจากผ่านกระบวนการถ่ายทำแล้วเป็นเพียงภาพนิ่งจำนวนมาก ที่มีอิริยาบทหรือแสดงอาการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยต่อเนื่องกันเป็นช่วงๆ ตามเรื่องราวที่ได้รับการถ่ายทำและตัดต่อมา ซึ่งอาจเป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นการแสดงให้เหมือนจริง หรืออาจเป็นการแสดงและสร้างภาพจากจินตนาการของผู้สร้างก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นชนิดฟิล์มเนกาทีฟ (negative) หรือฟิล์มโพซิทีฟ (positive) ซึ่งได้ถูกถ่าย อัด หรือกระทำด้วยวิธีใด ๆ ให้ปรากฏรูปหรือเสียงหรือทั้งรูปและเสียง เป็นเรื่องหรือเหตุการณ์ หรือข้อความอันจักถ่ายทอดรูปหรือเสียง หรือทั้งรูปและเสียงได้ด้วยเครื่องฉายภาพยนตร์หรือเครื่องอย่างอื่นทำนองเดียวกัน และหมายความตลอดถึงฟิล์มซึ่งได้ถูกถ่าย อัด หรือทำด้วยวิธีใด ๆ ให้ปรากฏสี เพื่ออัดลงในฟิล์มชนิดดังกล่าว เป็นสาขาที่สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในรูปของภาพเคลื่อนไหว และเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมบันเทิง(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คำค้นหา/ภาพยนตร์ ใน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%
B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C)

ภาพยนตร์ คือ การบันทึกภาพเคลื่อนไหว ที่มาของความคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์คือรากเหง้าของศาสตร์ต่างๆ ที่รวมกันเรียกว่า สุนทรียศาสตร์ (Aestherics) ภาพยนตร์ถูกยกให้เป็นศิลปะแขนงที่ 7 เพราะมีพลังในการสร้าง emotion ให้แก่ผู้ชมได้สูงกว่าสื่อชนิดอื่น ซึ่งก็คือ ศิลปะที่ว่าด้วยสุนทรียศาสตร์ Aestheti (ข้อมูลทางวิชาการ/มหาวิทยาลัยเกริก เกี่ยวกับ ศาสตร์และศิลป์แห่งภาพยนตร์
อ้างอิง [url=http://www.krirk.ac.th/faculty/Communication_arts/.../file02.doc]www.krirk.ac.th/faculty/Communication_arts/.../file02.doc[/url] -)
             
จากทรรศนะของผู้รู้ในเบื้องต้นจึงพอสรุปได้ว่า หนัง หรือ ภาพยนตร์ หมายถึง ภาพยนตร์(พาบพะ-) น. เป็นกระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม เเล้วนำมาฉายด้วยเครื่องทำให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ ภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์หลังจากผ่านกระบวนการถ่ายทำแล้วเป็นเพียงภาพนิ่งจำนวนมาก ที่มีอิริยาบถหรือแสดงอาการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยต่อเนื่องกันเป็นช่วงๆ ตามเรื่องราวที่ได้รับการถ่ายทำและตัดต่อมา







ภาพประกอบ 2 :  บรรยากาศในโรงฉายหนัง
อ้างอิงภาพประกอบ  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Cinemaaustralia.jpg
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:37:45 »

ประวัติศาสตร์แห่งการสร้างหนัง-ภาพยนตร์ ของโลก


ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวอ้างถึงผู้ที่คิดประดิษฐ์ต้นแบบแห่งการสร้างหนัง-ภาพยนตร์คนแรกของโลกขึ้นมา นั่นก็คือ โทมัส แอลวา เอดิสัน ดังมีความว่า ผู้ที่คิดประดิษฐ์ ต้นแบบของภาพยนตร์ขึ้นคือ โทมัส แอลวา เอดิสัน (Thomas Alva Adison) และผู้ร่วมงานของเขาชื่อ วิลเลียม เคนเนดี้ ดิคสัน (William kenady dickson) เมื่อ พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกชื่อว่า “คิเนโตสโคป” (Kinetoscope) มีลักษณะเป็นตู้สูงประมาณ 4 ฟุต มักเรียกชื่อว่า “ถ้ำมอง” มีลักษณะการดูผ่านช่องเล็กๆ ดูได้ที่ละคน ภายในมีฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งถ่ายด้วยกล้องคิเนโตกราฟ (Kenetograph) ที่เอดิสันประดิษฐ์ขึ้นเอง ฟิล์มยาวประมาณ 50 ฟุต วางพาดไปมา เคลื่อนที่เป็นวงรอบ ผ่านช่องที่มีแว่นขยายกับหลอดไฟฟ้าด้วยความเร็ว 48 ภาพต่อวินาที ต่อมาลดลงเหลือ 16 ภาพต่อวินาที
             
ต่อมาพี่น้องตระกูลลูมิแอร์ (Lumiere) ชาวฝรั่งเศสได้พัฒนาภาพยนตร์ถ้ำมองของเอดิสันให้สามารถฉายขึ้นจอขนาดใหญ่ และดูได้พร้อมกันหลายคน เรียกเครื่องฉายภาพยนตร์แบบนี้ว่า แบบ “ซีเนมาโตกราฟ” (Cinimatograph) ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2438 ต่อมาได้นำออกมาฉายตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2439 เป็นต้นมา ซึ่งคำว่า “ซีเนมา” (Cenema) ได้ใช้เรียกเกี่ยวกับภาพยนตร์มาถึงปัจจุบัน ภาพยนตร์ที่สามารถฉายภาพให้ปรากฏบนจอขนาดใหญ่ ได้พัฒนาสมบูรณ์ขึ้นในอเมริกาในปี พ.ศ. 2438 โดยความร่วมมือระหว่างโทมัส อาแมท (Thomas Armat) ซีฟรานซิส เจนกินส์ (C. Francis Jenkins) และเอดิสัน เรียกเครื่องฉายภาพยนตร์ชนิดนี้ว่า ไบโอกราฟ (Bioghraph) ในเวลาต่อมา หลังจากนั้นภาพยนตร์ได้แพร่หลายไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เกิดอุตสาหกรรมการผลิตจำหน่ายและบริการฉายภาพยนตร์ขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศสและอเมริกา ภาพยนตร์ได้กลายเป็นสื่อถ่ายทอดเหตุการณ์ ศิลปะการบันเทิงและวรรณกรรมต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางตลอดมา
(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คำค้นหา/ภาพยนตร์ ใน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C)
             
พ.ศ. 2440 พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ซึ่งในครั้งนั้นได้มีช่างภาพของบริษัทลูมิแอร์ ประเทศฝรั่งเศส บันทึกภาพยนตร์การเสด็จถึงกรุงเบอร์นของพระเจ้ากรุงสยามไว้ 1 ม้วน ใช้เวลาประมาณ 1 นาที นับว่าเป็นการถ่ายภาพยนตร์ม้วนแรกของโลกที่บันทึกเกี่ยวกับชนชาติไทย(โดม สุขวงศ์ 2533 : 2-3, เยาวนันท์ เชฏฐรัตน์ 2529 : 6-20)
             
ภาพยนตร์ในปัจจุบันมีการเผยแพร่อยู่ 4 ทางคือ ฉายตามโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์กลางแปลง และภาพยนตร์เร่ ถ่ายทอดลงแผ่น VCD และ DVD เผยแพร่ทางโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต (ประวัติความเป็นของโรงภาพยนตร์ whitemedia.org)






ภาพประกอบ 3  :  บรรยากาศการฉายหนังของยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
อ้างอิงภาพประกอบ  http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538653518&Ntype=5
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:40:46 »




แนวของหนัง หรือประเภทของภาพยนตร์

             
ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี แบ่งแนวทางการจำแนกประเภทของหนัง-ภาพยนตร์ไว้เป็นสามแนวทางดังต่อไปนี้คือ ฉาก, อารมณ์, และรูปแบบ ฉากหมายถึงสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่เรื่องราวในภาพยนตร์ดำเนินไป อารมณ์หมายถึงความรู้สึกที่ผู้ชมได้รับตลอดการชมภาพยนตร์ และรูปแบบหมายความกว้างๆ ถึงอุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายทำและวิธีการเล่าเรื่อง

ฉาก ประกอบไปด้วย
             1. อาชญากรรม: ตัวละครมีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือเป็นอาชญากรเสียเอง
             2. ฟิล์ม นัวร์: ตัวละครเอกไม่เชื่อในความดีงามและคุณค่าของมนุษย์
             3. อิงประวัติศาสตร์: เนื้อเรื่องดำเนินในอดีต โดยเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบันทึกไว้ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่จะไม่เกิดจากจินตนาการหรือความเพ้อฝันล้วนๆ
             4. นิยายวิทยาศาสตร์: เนื้อเรื่องดำเนินในความเป็นจริงอื่น ส่วนมากคืออนาคตหรืออวกาศ ตัวเนื้อเรื่องมักมีเทคโนโลยี(ที่เกิดจากวิทยาศาสตร์สมัยใหม่)เป็นองค์ประกอบ หรืออาจใช้ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เข้าช่วยในการอธิบายลักษณะตัวละคร ฉาก พฤติกรรมของตัวละคร หรือความเป็นไปของเนื้อเรื่อง(อาจเข้าข่ายลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือมากกว่า)
             5. กีฬา: เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาหรือสถานที่ที่ใช้แข่งขันกีฬา
             6. สงคราม: เนื้อเรื่องดำเนินในสนามรบหรือในช่วงเวลาที่มีสงคราม
       
อารมณ์ ประกอบไปด้วย
            1. แอ็คชัน: สร้างความเร้าใจให้กับผู้ชมผ่านทางการใช้ความรุนแรง
            2. ผจญภัย: สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมผ่านทางการเสี่ยงภัยของตัวละคร
            3. ตลก: มุ่งสร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ
            4. ดราม่า: สร้างความตื่นตัวใจ ความเศร้าสลดใจ ผ่านทางการแสดงการเติบโตของตัวละคร
            5. แฟนตาซี: สร้างความสนุกสนานและตระการตาตระการใจด้วยฉากและเนื้อเรื่องที่ไม่อยู่ในความเป็นจริง
            6. สยองขวัญ: มุ่งสร้างความกลัว
            7. ลึกลับ: มุ่งสร้างความฉงนงงงวยและความรู้สึกท้าทายในการแก้ไขปริศนา
            8. รักโรแมนติก: มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักฉันชู้สาว
            9. ระทึกขวัญ: มุ่งสร้างความตื่นเต้นและความตึงเครียด

รูปแบบ ประกอบไปด้วย
            1. แอนิเมชัน: สร้างภาพเคลื่อนไหวโดยฉายภาพนิ่งหลายๆ ภาพติดต่อกันด้วยความเร็วสูง
            2. ชีวประวัติ: มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลจริง
            3. สารคดี: นำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
            4. ทดลอง: สร้างขึ้นเพื่อทดสอบการตอบรับของผู้ชมต่อเทคนิคการสร้างภาพยนตร์/เนื้อเรื่องใหม่ๆ
            5. ละครเพลง: แทรกเพลงที่ร้องโดยตัวละคร
            6. บรรยาย: เนื้อเรื่องดำเนินไปตามการเล่าเรื่องของผู้บรรยาย
            7. สั้น: มีความยาวน้อยกว่าภาพยนตร์ทั่วๆ ไป
(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คำค้นหา/แนวภาพยนตร์ และทฤษฎีภาพยนตร์
ใน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A0%E0%B8%B2
%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C)
 
จากข้อมูลทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกริก ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องและเป็นองค์ประกอบของภาพยนตร์ สรุปความได้ดังนี้ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องและเป็นองค์ประกอบของภาพยนตร์ :  รากเหง้าของศาสตร์ต่างๆ ที่เป็นที่มาของความคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์ คือ สุนทรียศาสตร์ (Aestherics) ซึ่งหมายถึงศาสตร์ที่ว่าด้วย ความงดงาม ดีงาม ปรัชญาเกี่ยวกับสิ่งที่มีความดีงามทั้งหลาย
 
ศูนย์กลางศาสตร์ทั้งหลาย มาจาก คุณวิทยา (Axiology) ซึ่งแตกแขนองออกเป็น จริยศาสตร์ (Ethics), ภววิทยา (Ontology), ปรัชญา (Philosophy), ทฤษฎีความรู้ (Theology), เทววิทยา (Epistemology), ตรรกศาสตร์ (Theology Logics), จริยศาสตร์ (Ethics), ภาววิทยา (Ontology), ปรัชญา (Philosophy)
 
คุณวิทยา Axiology ศึกษาเกี่ยวกับ จริยศาสตร์ เทววิทยา ตรรกวิทยา สุนทรียศาสตร์ โดยมีพื้นฐานมาจาก Philolophy, Ontology และ Epistemology
 
ผู้ที่ให้ความหมายของ สุนทรียศาสตร์ คือ Alexander Gottlieb Baumgarten (ค.ศ. 1714 - 1762) Aestherics มาจากคำว่า Aesthetica หรือ Aestherics --->Aistheisis/Aestheka (Aisthtikos) = Perception
 
 
ภาพยนตร์และวิทยุโทรทัศน์ วิดีทัศน์ ถูกยกให้เป็นศิลปะแขนงที่ 7 เพราะมีพลังในการสร้าง emotion ให้แก่ผู้ชมได้สูงกว่าสื่อชนิดอื่น
ศิลปะ 7 แขนง ได้แก่
  1. คีตศิลป์ การร้อง เพลงดนตรี ภาพ เสียงเพลง
  2. จิตรกรรม ภาพเขียน เทคนิคการใช้สีสันต่างๆ ให้เกิดอารมณ์
  3. ประติมากรรม งานปั้น รูปสลัก
  4. สถาปัตยกรรม งานออกแบบฉาก การสร้างฉาก
  5. นาฏกรรม การร่ายรำ ฟ้อนรำ การแสดง
  6. วรรณกรรม งานเขียน บทกลอน โครง ร้อยแก้ว ร้อยกรอง การเขียนบท
  7. ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ ศิลปะที่ว่าด้วยสุนทรียศาสตร์ Aestheti
 
 
ศิลปะ คืออะไร มีความจำเป็นที่จะต้องนำมาควบแน่นในความเป็นภาพยนตร์อย่างแยกขาดจากกันไม่ได้ คำว่า Imitation มาจากการเลียนแบบ (จากธรรมชาติ) อะไรหรือสิ่งใดก็ตาม ที่เป็นของจริง ถือว่าไม่ใช่ศิลปะ ดังนั้น Representations หรือ ศิลป (ทุกชนิดทุกประเภท) เป็นสื่อในตัวเอง
 
ศิลปะ ต่างจาก อนาจาร อย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่มีการตีกรอบความหมายให้ชัดเจน มักจะนำสองคำนี้มาตีความให้เป็นสิ่งเดียวกันได้ นับเป็นคำอ้างของผู้ไม่ประสงค์ดี หรือบิดเบือนความจริง ดังได้กล่าวมาแล้วว่า สิ่งใดก็ตามที่เป็นของจริง ถือว่าไม่ใช่ศิลปะ นั่นเป็นความหมายโดยทั่วไป แต่กรอบความคิดเพียงเท่านี้ยังไม่พอ สำหรับความหมายในเชิงสร้างสรรค์ หรือเชิงจริยธรรม ศิลปะต้องเป็นสิ่งที่ไม่ทำลาย หรือเบียดความเจริญทางจิตวิญญาณด้วย นั่นหมายถึงว่า ศิลปะใดๆ ก็ตามถ้าเป็นต้นตอให้เกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนในเชิงลบ หรือทำลายจริยธรรมอันดีงามของสังคม สิ่งนั้น ไม่ใช่ศิลปะอันติมะ หากนำไปบรรจุไว้ในภาพยนตร์ หรือสื่อใดๆ ก็ตาม จะทำให้สื่อนั้นกลายเป็นสิ่งของประโลมโลก ไร้สาระ หรือน้ำเน่า ไปทันที
 
อนาจาร มีสภาวะเป็นของจริงก็ได้ และเป็นสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นด้วยวิธีการเดียวกับศิลปะก็ได้ แต่มีความหมายนัยเดียวเท่านั้นคือ สิ่งที่ทำลายหรือเป็นศัตรูกับจริยธรรม การนำเอาสิ่งที่เป็นอนาจารมาบรรจุไว้ในภาพยนตร์ จึงถูกสังคมประณามอยู่ทุกยุคทุกสมัย

ประเภทของภาพยนตร์ (Film Genre)
ประเภทของภาพยนตร์ น่าจะเป็นการจำแนกประเภทภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนดู อย่างน้อยในเบื้องต้น มักก็ถูกใช้เพื่อตอบสนองความพยายามในการหาข้อสรุปสั้นๆ ว่า ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งๆ นั้นมีลักษณะและเนื้อหาเป็นเช่นไร
 
ประเภทของภาพยนตร์เป็นการจำแนกประเภทภาพยนตร์โดยยึดถือส่วนประกอบของเนื้อหาเป็นหลัก ส่วนประกอบดังกล่าว ได้แก่ ลักษณะตัวละคร ความขัดแย้ง ฉากเหตุการณ์ แบบแผนของโครงเรื่องและแก่นเรื่อง
 
ภาพยนตร์ที่จัดเป็นประเภทเดียวกัน คือภาพยนตร์ที่มีลักษณะร่วมกัน ในส่วนประกอบต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น เมื่อมีลักษณะตัวละครคล้ายกัน มีฉากเหตุการณ์อยู่ในช่วงเวลาและสถานที่ใกล้เคียงกัน และมีแบบแผนของโครงเรื่องคล้ายกัน นั่นทำให้เป็นภาพยนตร์ประเภทเดียวกัน
ประเภทของภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมีอยู่มากมาย อาทิ ภาพยนตร์เพลง ภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์ ภาพยนตร์บุกเบิกตะวันตก ภาพยนตร์ตลก ภาพยนตร์แก๊งสเตอร์ และภาพยนตร์สยองขวัญ(ข้อมูลทางวิชาการ/มหาวิทยาลัยเกริก เกี่ยวกับ ศาสตร์และศิลป์แห่งภาพยนตร์
อ้างอิง [url=http://www.krirk.ac.th/faculty/Communication_arts/.../file02.doc]www.krirk.ac.th/faculty/Communication_arts/.../file02.doc[/url] -)
         
             
สมณะโพธิรักษ์ แห่งสำนักสันติอโศก อดีตครูเพลง ครูในวงการบันเทิง วิทยุโทรทัศน์ ซึ่งรู้จักกันดีในนาม “รัก รักพงศ์” (ปัจจุบันเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษา ศาสนาวัฒนธรรม) ได้จัดแบ่งประเภทของสื่อวิดีทัศน์ สื่อภาพยนตร์ ในมิติทางศาสนา ออกเป็น 3 ประเภท คือ
             1. ประเภทสารคดี ประกอบด้วย สาระความรู้ทั่วไป (โลกธรรม) เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เกษตรกรรม วัฒนธรรม อาชีพ
             2. ประเภทธรรมคดี ประกอบด้วย สาระความรู้ที่ มีธรรมะแทรกไว้เกินร้อยละ 60 (โลกุตระธรรม) เช่น ประวัติศาสตร์ศาสนา เรื่องของนักบุญ เหตุการณ์ พิธีกรรม กิจกรรม กิจการ ทางศาสนา
             3. ประเภทบันเทิงคดี ประกอบด้วยเรื่องราว ลีลา แสง เสียง บทบาท ที่แสดงออกไปในทางโลภ โกรธ หลง ซึ่งถือเป็นเครื่องชูรสในการดู แบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ คือ ลักษณะซาบซึ้งตรึงใจ (Romanticism) เช่น เรื่องรัก ประทับใจ (แนวโลภะจริต - ราคะจริต) ลักษณะร้อนแรง ดุเดือด (Sadism) เช่น เรื่องบู๊ โหดเหี้ยม กำลังภายใน (แนวโทสะจริต) ลักษณะสัจจะสังคม (Realistic) เช่น เรื่องราวความเป็นจริงในสังคม ที่เกิดขึ้นจริง และ ลักษณะจินตนาการ (Idealistic) เช่น เรื่องราวที่เน้นอุดมคติ อุดมการณ์ ยึดมั่นต่อคุณความดีของมนุษย์ทั้งนี้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการฝึกอบรมและสั่งสอนธรรมะ โดยใช้สื่อภาพยนตร์เป็นอุปกรณ์ช่วยสอน (จากหนังสือ หลักปฏิบัติของชาวอโศก, สรรค่า สร้างคน. กรุงเทพฯ: บจก.ฟ้าอภัย, 2542 หรือ http://www.asoke.info/04Agriculture/OFNT/Svita/Course/course_svita[6].html)






ภาพประกอบ 4  :  สมณะโพธิรักษ์ แห่งสำนักสันติอโศก
อ้างอิงภาพประกอบ  http://www.oknation.net/blog/naiman/2010/03/06/entry-1
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:42:32 »




เรตของหนัง- การจัด เรตของภาพยนตร์ (Film Ratings)

             
ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (http://th.wikipedia.org) ว่าด้วยเรื่องการจัดเรตของหนัง-เรตของภาพยนตร์ หรือที่เรียกกันในภาษาฝรั่งว่า Film Ratings ว่า เป็นการจัดระดับตามตามเนื้อหาและฉากของ ภาพยนตร์ จุดประสงค์เพื่อกำหนดความเหมาะสม ของการเข้าชมภาพยนตร์สำหรับ เด็กและเยาวชน แต่ละประเทศมีลักษณะมาตรฐานวิธีจัดแบ่งแตกต่างกันไป ในปัจจุบัน ที่เป็นสากลและได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ มาตรฐานของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตาม ระบบการจัดระดับภาพยนตร์เอ็มพีเอเอ (MPAA film rating system) โดย สมาคมภาพยนตร์อเมริกัน (Motion Picture Association of America) ดังจะสามารถพบเห็น การกำหนดเรตได้ตามเว็บไซต์ภาพยนตร์ อย่างเห็นได้ชัด ระดับภาพยนตร์ หรือเรตภาพยนตร์ ได้แก่
             
1. เรต จี ( G = General )อนุญาตให้ทุกคนเข้าชมได้ ตัวอย่าง.. Finding Nemo, The Lion King, Madagasgar, A bug's Life, The Prince of Egypt ตัวอย่างภาพยนตร์ไทยและเอเชีย (ถ้ามีการจัดเรต) คาดว่า เช่น.. ก้านกล้วย
           
2. เรต พีจี ( PG = Parental Guidance ) อนุญาตให้ทุกคนเข้าชมได้ แต่แนะนำให้ เด็กและเยาวชน มีผู้ใหญ่ร่วมชมและคอยให้คำแนะนำ เพราะเนื้อหาบางส่วน อาจ ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ตัวอย่าง.. Shrek, Harry Potter, ตัวอย่างภาพยนตร์ไทยและเอเชีย (ถ้ามีการจัดเรต) คาดว่า เช่น.. เพื่อนสนิท,
           
3. เรต พีจี-13 ( PG-13 = Parental Guidance-13 ) อนุญาตให้ทุกคนเข้าชมได้ แต่ เด็กต่ำกว่า 13 ปี ต้องมีผู้ใหญ่ร่วมชมและคอยให้แนะนำ เพราะเนื้อหาบางส่วน ไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ตัวอย่าง.. Batman Begins, Star Wars, Titanic, Spiderman, James Bond 007, Rasie Your Voice, Finding Neverland, What A Girl Want, A Walk To Remember, Mean Girls, Monster In Laws, Laws Of Attraction ตัวอย่างภาพยนตร์ไทยและเอเชีย (ถ้ามีการจัดเรต) คาดว่า เช่น.. มนุษย์เหล็กไหล, องค์บาก, บางระจัน, แก๊งชะนีกับอีแอบ, เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย, มหาลัยเหมืองแร่, นางนาก, 15 ค่ำเดือน 11, ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น
             
4. เรต อาร์ ( R = Restricted ) เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปี จะเข้าชมได้ ต่อเมื่อมีผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ไปด้วยเท่านั้น ห้ามเข้าชมเพียงลำพัง เนื่องจากเนื้อหาประกอบไปด้วย ความรุนแรง ภาพสยดสยอง ภาษาไม่เหมาะสม หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ตัวอย่าง.. Kill Bill, The Matrix, Troy, Resident Evil, Hannibal, The Passion Of Christ, Man On Fire, Sin City, The Davinci Code, Kung Fu Hustle, American Pie ตัวอย่างภาพยนตร์ไทยและเอเชีย (ถ้ามีการจัดเรต) คาดว่า เช่น.. เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เดอะมูฟวี่, สองคน สองคม, วิ่งสู้ฟัด, เดชคัมภีร์เทวดา, โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง, ต้มยำกุ้ง, เดอะกิ๊ก, ลองของ, ศพ, ไฉไล, รักจัง
             
5. เรต เอ็นซี-17 ( NC-17 = No one 17 and under admitted ) ไม่อนุญาตให้ เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี เข้าชม โดยเด็ดขาด เพราะภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ตัวอย่าง.. Saw, The Dreamer, The Brow Bunny, Last Tango In Paris, The Rule Of Attraction ตัวอย่างภาพยนตร์ไทยและเอเชีย (ถ้ามีการจัดเรต) คาดว่า เช่น.. เด็กหอ, 13 เกมสยอง, รับน้องสยองขวัญ, 5 แพร่ง
             
6. ภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้กำหนดเรต จัดให้เป็น เอ็นอาร์ (NR = Not Rated) หรือข้อความว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไม่ได้กำหนดเรต (This film is not yet rated) อย่างไรก็ตาม ระดับนี้ ไม่นับเป็นระดับเรตอย่างเป็นทางการของสมาคมภาพยนตร์อเมริกัน

หมายเหตุ แม้ไม่มีกำหนดตายตัวด้านเนื้อหา เพื่อแบ่งระดับเรตภาพยนตร์ แต่มีข้อสังเกตโดยย่อดังนี้

             1. เรต PG-13 ถือเป็นระดับกลาง บรรดาผู้จัดจำหน่ายฯ จึงต้องการให้ภาพยนตร์รักษาไม่ให้เกินจากระดับนี้ ด้วยเหตุผลทางการตลาด ให้ภาพยนตร์เข้าถึงกลุ่มคนวงกว้างที่สุด หากผู้จัดฯ เสนอต่อองค์กรฯ เพื่อจัดแบ่งเรต (ก่อนนำภาพยนตร์ออกฉาย) แล้วได้เรตสูงกว่านี้ ทางผู้จัดฯ อาจถึงกับดำเนินการตัดต่อ เพื่อขอจัดเรตใหม่ ก็ได้
             2. คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า เรต R หมายถึง โป๊ แต่แท้จริง ยังรวมถึงฉาก น่ากลัวสยองขวัญ , การต่อสู้หรือทำร้ายรุนแรง (ทำร้ายกันง่ายๆ หน้าเบี้ยว เลือดสาด อวัยวะกระจาย) , การใช้คำแสลงคำหยาบคาย, การใช้ยาเสพติด, การลักพาตัว, เนื้อหาที่อาจก่อความเข้าใจผิดทางศาสนา ความเชื่อ เชื้อชาติ การเมือง, เนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรม แต่มีบทสรุปถึงความถูกต้อง ถ้ามีคำหยาบคายคายไม่เกินสามคำ และไม่มีบทโป๊หรือเปลือย มักถูกจัดอยู่ใน เรต PG-13 , ถ้ามีคำหยาบคายเกินสามคำ มักถูกจัดอยู่ใน เรต R
             3. ถ้ามีเนื้อหาอ้างอิงเกี่ยวกับยาเสพติด มักถูกจัดอยู่ใน เรต PG-13 , ถ้ามีฉากในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนยาเสพติด มักถูกจัดอยู่ใน เรต R
             4. ถ้ามีฉากโป๊เปลือยของผู้หญิง มักถูกจัดอยู่ใน เรต R, ถ้ามีฉากโป๊เปลือยของผู้ชาย อาจถูกจัดอยู่ใน เรต R หรือ เรต NC-17
             5. เรต NC-17 จัดเป็นเรตต้องห้าม ถ้าไม่โป๊หรือโหดร้ายที่สุดก็ไม่ถึงกับถูกจัดเข้าเรตนี้ ส่วนใหญ่เน้นหนักภาพยนตร์โป๊เสียมาก เนื้อหาคล้าย เรต R แต่รุนแรงกว่าหลายเท่า สังเกตว่าโครงเรื่องโดยตรง หรือมีเนื้อหาเข้าข่ายเกินครึ่งเรื่อง เช่นเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรม ซึ่งไม่มีบทสรุปถึงความถูกต้อง
(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คำค้นหา/เรตของภาพยนตร์ และการจัดเรตของภาพยนตร์/Film Ratings
ใน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD
%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C)






ภาพประกอบ 5  :  เรตของหนัง จัดโดย MPAA film rating system
อ้างอิงภาพประกอบ  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Movie_rating.jpg
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:48:34 »




เรตของหนัง- การจัดเรตของภาพยนตร์/Film Ratings (ในประเทศไทย)

             
ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (http://th.wikipedia.org) ว่าด้วยเรื่องการจัดเรตของหนัง-เรตของภาพยนตร์ โดยเฉพาะการจัด เรตของภาพยนตร์ในประเทศไทย สรุปความได้ดังนี้
             
ในไทยเพิ่งจะมีการประกาศใช้พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมานั้น ได้เปลี่ยนจากระบบ “เซ็นเซอร์ภาพยนตร์” (รวมทั้ง หนัง สารคดี ละคร ที่อาจอยู่ในรูปของหนังที่ฉายในโรงหนังหรือฟิล์ม และหนังแผ่นประเภทดีวีดี วีซีดี ซีดีรอม) มาเป็นการจัด “เรตติ้ง” โดยกำหนดภาพยนตร์ไว้ 7 ประเภทคือ
            1. ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู
            2. ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป
            3. ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่13 ปีขึ้นไป
            4. ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่15 ปีขึ้นไป
            5. ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่18 ปีขึ้นไป
            6. ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู (ยกเว้นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส)
            7. ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร
ทั้งนี้โดยมีคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นผู้ตรวจพิจารณาและกำหนดประเภทภาพยนตร์ว่าอยู่ในประเภทไหน
(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คำค้นหา/การจัดเรตของหนัง-ภาพยนตร์/Film Ratings ในประเทศไทย
ใน http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%AD
%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C)


             
ในเว็บไซต์ของกลุ่มคนรักหนังสยองขวัญในประเทศไทย มีอยู่เว็บไซต์หนึ่งที่ซึ่งสมาชิกภายในเว็บเรียกกันติดปากว่า “คลับหนังโหด” หรือ http://www.horrorclub.net/ อันเป็นเว็บไซต์สำหรับคนรักหนังสยองขวัญที่มีจำนวนยอดผู้เข้าชมอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศไทย คลับแห่งนี้ได้จัด/จำแนก เรตของหนังที่จะสามารถฉายใน Web site ออกเป็น 2 เรตด้วยกันคือ
             1. G (General) หรือหนังที่เปิดให้สมาชิกทั่วไปเข้าชมได้ ในส่วนของ G จะเป็นหนังที่เปิดให้สมาชิกทั่วไปเข้าชมได้ G - หนังระทึกขวัญ สยองขวัญ หนังโหดในระดับเมนสตรีม ฮอลลีวู้ด (พิจารณาง่ายๆ ว่าหนังเรื่องไหนฉายโรงได้) มีเนื้อหาเขย่าขวัญในระดับเบาบางถึงปานกลาง มีฉากฆาตกรรม สังหาร ทรมานได้ อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่มีการเน้น จงใจให้เห็นถึงรายละเอียดการทำร้าย เข่นฆ่าอย่างเกินขอบเขต

หมายเหตุ
             - ในที่นี้อาจรวมถึงหนังโหดเลือดสาดที่อยู่ในกรอบวิถีของหนังmainstream ได้ หากไม่สื่อถึงความวิปริตของรายละเอียดอย่างรุนแรง เช่น Haute Tension / Wrong Turn / The Hill Have Eyes
(การแคปเป็นภาพนิ่ง จะตัดทอน “การเคลื่อนไหว” ในท่วงท่าลีลาการแสดงออกที่รุนแรงในระดับหนึ่ง)
            - หรือหนังโหดเลือดสาดที่บอกเล่าด้วยท่วงท่าและลีลาขบขัน จนกลายเป็นหนังสยองที่มีสัดส่วนความเป็นหนังตลกอยู่กึ่งหนึ่ง จำพวกหนังคัลท์ฮาประหลาดสาดน้ำแดง ของญี่ปุ่น หรือหนังเกรดบีทุนต่ำแบบดูเอามันส์ แก้คัน ไม่เนียน เช่น The Machine Girl / Tokyo Gore Police หรืออย่าง Planet Terror, Bad Taste ก็ตาม (ขอแค่ระวังไม่ให้มีฉากโป๊ติดเข้ามาก็พอ)
            - หนังบางเรื่องที่นำเสนอแง่มุมที่วิปริต ตีแผ่จิตใจมนุษย์ และมีประเด็นที่อันตราย มีการตั้งคำถามยั่วล้อเพื่อสั่นไหวภูมิคุ้มกันทางจิต หากภาพที่ปรากฏไม่แสดงออกถึงความน่าขยะแขยง รุนแรงจนเกินขอบเขตปกติขันธ์ สามารถนำมาฉายได้ เช่น หนังของฮาเนเก้ หลายๆเรื่อง อย่าง Funny Game, The Piano Teacher etc. หรือหนังยุโรปจิตๆ แบบที่นิ่งๆเงียบๆเนิบๆ (หนังพวกนี้ส่วนใหญ่ต้องอาศัยการตีความในเชิงลึก ซึ่งแน่นอนว่าการถูกจำแนกแตกเป็นภาพนิ่ง จะกำจัดสาส์นแห่งความวินาศกรรมในหนังออกไปในระดับหนึ่ง + เมื่อรวมกับวิธีการพากย์ แบบฮาอันเป็นวิถีประชาบอร์ดนิยมแล้ว จึงสามารถกรองกลั่นความรุนแรงออกได้)
             2. NC20 (No Children 20)  หรือ No One 20 and Under Admitted หมายถึง ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู(ยกเว้นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) ในส่วนของ NC20 จะจำกัดสำหรับผู้มีคุณสมบัติผ่านเท่านั้น (คืออายุมากกว่าหรือเทียบเท่า 20 ปี) NC20 - หนังระทึกขวัญ สยองขวัญ ที่มีเนื้อหาความรุนแรงในระดับเข้มข้น มักเป็นหนังที่ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ เนื่องด้วยเนื้อหาที่มีความรุนแรง อนาจาร เรื่องทางเพศ ที่เกินกว่าจินตนาการของคนทั่วไปจะนึกถึง มีภาพที่อุจาด และแสดงให้เห็นถึงการเข่นฆ่า ทรมานเหยื่อด้วยความวิปริต มีการจงใจเผยให้เห็นรายละเอียด ขั้นตอนของการสังหารเหยื่ออย่างจงใจและชัดเจน เช่น Martyrs, Inside, Basie moi, All Night Long (ยกเว้นภาค1) เป็นต้น
             NC20 ยังสามารถรวมไปถึงหนัง genre ใดก็ได้ ที่ปรากฏภาพของความรุนแรง อนาจารอย่างไร้ขอบเขต ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่การเข่นฆ่า ทำลายล้างแต่เพียงอย่างเดียว เช่น Visitor Q, Bruno, หนังหลายๆเรื่องของ John Waters ที่แสดงให้เห็นรสนิยมอันเหลือขณาของชนชายขอบจริยจารีตทั้งหลาย… โดยรวมถึงแม้จะไม่ได้ปรากฏรูปธรรมเป็นเลือด ไส้ ชิ้นส่วนอวัยวะ แต่หนังเหล่านี้ก็มีประเด็นที่หล่อแหลมพร้อมจะเสียดแทงใจร้าว ใจเปราะบาง หัวใจกระดาษให้พังแตกขาดยับเยิน เมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนอาจจะเริ่มหายสงสัยถึงการจำแนกเรตของหนัง แต่หลายคนก็อาจจะก่ำกึ่งอยู่ว่าแท้จริงแล้ว หนังที่ตนเองเตรียมจะฉายควรจะได้รับพื้นที่ ณ แห่งไหนหลายเรื่องอาจมีโครงเรื่องที่คล้ายกัน ฉากสังหารที่ทารุณพอกัน แต่เมื่อสัมผัสความรุนแรงอาจพบว่าต่างกันมากๆ เช่น The Texas Chainsaw Massacre กับ Frontiers นั้นเพราะหน่วยย่อยของภาพยนตร์ทำงานขึ้นอยู่กับอารมณ์ อันเป็นนามธรรมที่ไหลเวียนเปลี่ยนผันไม่อยู่นิ่ง และไร้สถานะคงรูปตามแต่วุฒิภาวะ และประสบการณ์ของแต่ละคน ซึ่งคงไม่เหมาะสมหากจะใช้มาตรฐานของคนใดคนหนึ่งมาเป็นมาตรวัด ฉะนั้น เพื่อแก้ปัญหาด้านนี้ให้เป็นระเบียบได้มากที่สุด เท่าที่จะจัดการกับอารมณ์ได้ จึงนำไปสู่ปฏิบัติการณ์ในข้อสอง







ภาพประกอบ 6  :  ทองปาน (Tongpan) หนังต้องห้ามของไทยในปี พ.ศ.2519
อ้างอิงภาพประกอบ  http://www.thaicinema.org/news49_15tongpan.asp



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:50:02 »

หนังต้องห้าม (Prohibited Films)

             
ในเรื่องเกี่ยวกับ “หนังต้องห้าม” หรือ Prohibited Films นั้นขอยึดเอาตามแนวทางที่สมาคมภาพยนตร์อเมริกัน หรือ Motion Picture Association of America ได้สร้างระบบการจัดระดับภาพยนตร์แบบ เอ็มพีเอเอ (MPAA film rating system) เอาไว้ว่าหนังที่ได้ เรต เอ็นซี-17 (NC-17 = No one 17 and under admitted)นั้นให้จัดเป็นหนังใน “เรตต้องห้าม” คือไม่อนุญาตให้ เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีเข้าชมโดยเด็ดขาด ส่วนใหญ่หนังเรตต้องห้ามเน้นหนักภาพยนตร์โป๊เสียมาก เนื้อหาคล้าย เรต R แต่รุนแรงกว่าหลายเท่า สังเกตว่าโครงเรื่องหลักโดยตรง มักมีเนื้อหาเข้าข่ายเกินครึ่งเรื่อง เช่นเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรม ซึ่งไม่มีบทสรุปถึงความถูกต้อง และหนังต้องห้ามยังหมายรวมไปถึงหนังที่ถูกคัดให้อยู่ใน เรต NC20 (No Children 20)  หรือ No One 20 and Under Admitted ซึ่งหมายถึง หนัง หรือภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู(ยกเว้นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) ในส่วนของ NC20 จะจำกัดสำหรับผู้มีคุณสมบัติผ่านเท่านั้น (คืออายุมากกว่าหรือเทียบเท่า 20 ปี) NC20 - หนังระทึกขวัญ สยองขวัญ ที่มีเนื้อหาความรุนแรงในระดับเข้มข้น มักเป็นหนังที่ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ เนื่องด้วยเนื้อหาที่มีความรุนแรง อนาจาร เรื่องทางเพศ ที่เกินกว่าจินตนาการของคนทั่วไปจะนึกถึง มีภาพที่อุจาด และแสดงให้เห็นถึงการเข่นฆ่า ทรมานเหยื่อด้วยความวิปริต มีการจงใจเผยให้เห็นรายละเอียด ขั้นตอนของการสังหารเหยื่ออย่างจงใจและชัดเจน หนังต้องห้าม(Movies prohibited)ทั้งใน Rate-NC 17 และ Rate-NC 20 ถือเป็นหนังในเรตต้องห้ามอย่างเต็มตัว โดยหนังในเรตต้องห้าม Movies prohibited ที่เป็นที่กล่าวขวัญกันในหมู่นักดูหนังที่นิยมภาพความรุนแรง เซ็กส์ ความวิปริต เจ็บป่วยทางจิตจนถึงขั้นเรียกว่า “หนังต้องห้าม” นั้น อาทิ เรื่อง Salo the 120 Days of Sodom  ของผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini ในปี 1976, เรื่อง Guinea Pig 2 :  Flower of Flesh and Blood หนังแนว Snuff Film ญี่ปุ่นของผู้กำกับ Hideshi Hino ในปี 1985, เรื่อง August Underground’s Mordum หนังในตระกูล August Underground ของผู้กำกับ Jerami Cruise และ Fred Vogel ในปี 2003 หรือจะเป็นหนังเรื่อง Visitor Q หรือ Bijitâ Q ในภาคภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของ Takashi Miike ในปี 2001 เป็นต้น
         








หนังต้องห้ามในประเทศไทย เเละในต่างประเทศ
             
             มีหนังหลายเรื่องที่ไม่ผ่านการพิจารณาและอนุญาตให้ฉายได้ในประเทศไทย ด้วยติดสาเหตุหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องหนังกระทบต่อระบอบการเมืองการปกครอง ทำลายภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศ รวมทั้งหนังที่สร้างความร้าวฉาน และ/หรือทำลายศีลธรรมความดีงาม  หนังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ห้ามฉายโดยเด็ดขาดในประเทศไทย(ในยุคสมัยหนึ่ง) นอกจากนี้ยังมีหนังต้องห้าม(ห้ามฉาย)ในอีกหลายประเทศด้วย อาทิ
            1. เรื่องคนกราบหมา (My Teacher Eats Biscuits) หนังปี 2540 กำกับเเละเขียนบทหนังโดย อิ๋ง เค
            2. เรื่องเดอะคิงแอนด์ไอ (The King and I) หนังในปี 2499 นำแสดงโดย ยูล บรินเนอร์ และ เดบอราห์ เคอร์
            3. เรื่องทองปาน หนังไทยกึ่งสารคดี ที่สร้างขึ้นในปี 2519 ฉายเป็นครั้งเเรกช่วงปลายปี 2520 ที่สถาบันเกอเธ่ บ้านพระอาทิตย์ และที่สยามสมาคม กำกับเเละเขียนบทหนังโดย ไพจง ไหลสกุล
             4. เรื่องแอนนาแอนด์ เดอะ คิง (Anna and the King) ในปี 2542 กำกับโดย Andy Tennant
             5. เรื่อง Insects in the Backyard ในปี 2553 ผลงานการกำกับของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
             6. เรื่องแสงศตวรรษ ในปี 2006 ผลงานการกำกับของ อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล(ซึ่งต่อมาได้เเก้ไขเเละฉายที่โรงพารากอนซีนีเพล็กซ์ในวันที่ 10 เมษายน 2551 เเต่หนังก็ต้องใส่ฟิล์มดำแทนฉากที่โดนตัด เพื่อแสดงถึงการโดนบังคับตัดออก)
             7. เรื่อง Zoolander ในปี 2001
             8. เรื่อง Xiu Xiu :  The Sent Down Girl ในปี 1998
             9. เรื่อง Basie moi ในปี 2002 ผลงานการกำกับของ วีร์ชินี่ เดสปองต์
            10. เรื่อง Realm  of Senses ในปี 1976 ผลงานการกำกับของ นากิช่า โอชิม่า
            11. เรื่อง Summer Palace ในปี 2006 ผลงานการกำกับของ หลูยี
            12. เรื่อง Saw 6 ในปี 2009 ผลงานการกำกับของ Kevin Greutert
            13. เรื่อง Shakespeare Must Die หรือ เชคสเปียร์ต้องตาย ผลงานการกำกับของ สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ในปี 2555
            14. เรื่อง ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง ปี 2556 ของ นนทวัฒน์ นำเบญจพล
(หมายเหตุ  :  ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็น หนังต้องห้าม เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ห้ามฉาย หรือเผยแพร่โดยเด็ดขาดภายในราชอาณาจักร/ในประเทศไทย)










ภาพประกอบ 7  :  Insects in the Backyard (เเมลงในสวนหลังบ้าน) หนังไทยที่ห้ามฉายในไทยปี พ.ศ.2553
อ้างอิงภาพประกอบ  http://movie.mthai.com/movie-news/81391.html







Shakespeare Must Die (เชคสเปียร์ต้องตาย) หนังต้องห้ามเรื่องที่ 2 ของประเทศไทย  คือหนังไทยที่ได้เรต ห (เรต ห : ห้ามฉายในประเทศไทย)ในปี พ.ศ.2555 ผลงานการกำกับของ สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ / อิ๋ง เค





ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง / 2556  คือหนังต้องห้ามเรื่องที่ 3 ของประเทศไทย  หนังได้เรต ห (เรต ห : ห้ามฉายในประเทศไทย)ในปี พ.ศ.2556 ผลงานการกำกับของนนทวัฒน์ นำเบญจพล



ล่าสุด  //  วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 21:30:13 น.

คณะกก.เซ็นเซอร์ อนุมัติ "ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" ฉายได้แล้ว ผกก.แจง "เข้าใจคลาดเคลื่อน"

หลังจากที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า อนุกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ กระทรวงวัฒนธรรมไม่อนุญาตให้ภาพยนตร์เรื่อง "Boundary : ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" เผยแพร่ในราชอาณาจักรไทย โดยอ้างเหตุผลว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อย

ผู้กำกับ"นนทวัฒน์ นำเบญจพล" ได้ออกมาเปิดเผยในเว็บเพจ "Boundary : ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง"ทางเฟซบุ๊กว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด เพราะมติดังกล่าวเป็นเพียงมติของอนุกรรมการ ที่ผู้กำกับจำเป็นต้องเข้าชี้แจง และผ่านมติของคณะกรรมการชุดใหญ่  โดยมีข้อความชี้แจงดังนี้:
 
ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง / มติใหม่ให้ภาพยนตร์เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
 
สำนักงานพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ติดต่อมาทางผู้ผลิตภาพยนตร์ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง และขอโทษในความผิดพลาดทางขั้นตอนการพิจารณาว่า มติไม่อนุญาตให้เผยแพร่ในราชอาณาจักรไทยนั้น เป็นเพียงแค่มติของอนุกรรมการ ไม่ใช่มติของคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งโดยปกติสำหรับภาพยนตร์ที่ไม่อนุญาตให้เผยแพร่นั้นจำเป็นต้องเรียกผู้ผลิตมาชี้แจงก่อนและต้องผ่านมติกรรมการชุดใหญ่และกรรมการชุดใหญ่เพิ่งมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์และมีมติให้เผยแพร่ได้สำหรับผู้มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยมีคำร้องขอให้ดูดเสียงในช่วงต้นความยาว 2 วินาที ในช่วงงานเฉลิมฉลองปีใหม่ที่แยกราชประสงค์ โดยพิธีกรบนเวทีได้พูดว่า "เรามาร่วมเคาท์ดาวน์และร่วมฉลองให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบ 84 พรรษา" ออก ทางทีมผู้สร้างภาพยนตร์เห็นว่า เสียงในช่วงนั้นเป็นเสียงบรรยากาสที่ไม่ใช่ประเด็นสาระสำคัญของเนื้อหาภายในภาพยนตร์ จึงยินดีที่จะดูดเสียงในช่วงนั้นออก
 
โดยในส่วนอื่นๆที่ทางคณะอนุกรรมการได้แจ้งในครั้งก่อนนั้นว่าไม่เหมาะสมทางคณกรรมการชุดใหญ่ไม่ติดใจอะไรและให้คงเนื้อหาทั้งหมดของภาพยนตร์ไว้ดังเดิม

(อ้างข้อมูลจาก  :  นนทวัฒน์ นำเบญจพล  25 เมษายน 2556 //  http://www.matichon.co.th)

(หรือ // ลิ้งสำหรับอ้างอิง  :  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1366894071&grpid=01&catid=01)

[/url]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:51:16 »



[/url]

บทความพิเศษ : Real Snuff Films หนังเเห่งตำนานต้องห้ามตลอดกาล
เเละ Fack Snuff Films ในโลกเเห่งหนังใต้ดิน(ปรับปรุง 5 ตุลาคม 2559)


Snuff Film (หนังต้องห้าม)

             
คนที่ชอบดูหนังสยองขวัญหลายๆท่านผมเชื่อล่ะว่าต้องมีได้ผ่านตาดูหนังเรื่อง Cigarette Burns มาบ้าง  หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ John Carpenter ราชาหนังเขย่าขวัญแถวหน้าของโลกอีกท่านหนึ่ง  ผู้สร้างหนังสยองขวัญดังๆหลายเรื่อง  อาทิ Halloween  และThe Thing  เป็นต้น  Cigarette Burns เป็นหนึ่งในหนังชุด Masters Of Horror Season 1 ว่าแต่มันมีความน่าสนใจตรงไหนนะหรือ?   ครับหนังสยองขวัญเรื่อง Cigarette Burns หรือในชื่อภาคภาษาไทยว่า “ สยองสะพรึงขวัญ ”  มีเนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามเป็นยิ่ง  กล่าวถึงชายผู้มีอดีตเจ็บปวดคนหนึ่งได้รับการว่าจ้างให้ช่วยสืบ-ค้นหาฟิล์มหนังสยองขวัญหายากเรื่องหนึ่งให้  ซึ่งมีตำนาน-เรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า  หลังจากมีการสร้างหนังเรื่องดังกล่าวเสร็จ  มีการฉายให้สาธารณะชนชมเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วก็ถูกทางการเก็บฟิล์มหนังเข้ากรุไป  เพราะเชื่อว่าหนังสยองขวัญเรื่องดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ที่ได้รับชมถูกทำร้ายสภาพจิตใจอย่างรุนแรง  กลายเป็นบ้า 
             
หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า  “ la fin absolue du monde ” (อ่านว่า  ลา-ฟิล-แอฟสลู-เดอร์-มอง) น่าจะเป็นภาษาฝรั่งเศสอันตรงกันคำแปลว่า “ วันสิ้นโลก ” อะไรประมาณนี้แหล่ะ  หนังสยองขวัญ-ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องนี้เองที่เป็นมูลเหตุทำให้ผู้เขียนเก็บเอามาคิด(เล่นๆ)ว่า  ไอ้หนังแบบนี้มันมีอยู่จริงน่ะหรือ?  ประจวบกับในขณะนั้นผู้เขียนอยู่ระหว่างกำลังหาข้อมูลเพื่อทำวิจัยอยู่  ระหว่างที่กำลังหาข้อมูลงานวิจัยทาง Arts-Sculpture-Literature จากหนังสือ และเว็บไซต์ต่างๆก็บังเอิญไป search เจอเข้ากับเว็บไซต์แปลกๆแห่งหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ  ซึ่งบอกเล่าความเป็นมาของ “หนังแห่งตำนาน ”  เอาไว้  หนังที่ใครๆต่างก็เรียกขานกันว่า  Snuff film
             
เคยได้ยินกันมาบ้างรึเปล่าครับ Snuff film (สนัฟฟ์ฟิล์ม) หลายๆคนที่ชื่นชอบในการชมภาพยนตร์แนวสยองขวัญสั่นประสาท หรือหนังสยองขวัญ(Horror films)อาจจะพอได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง  หลายคนไม่รู้ว่ามันคืออะไร  หลายคนเคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่ามันเป็นหนังแนวไหน  ครับ Snuff film (สนัฟฟ์ฟิล์ม) หรือที่เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Snap film   หรือ Short film  บ้างก็เรียกกันว่า Underground (หนังใต้ดิน)

ตามที่เข้าใจกัน Snuff film  เป็นส่วนหนึ่งของหนังแนว Cult Movies หรือที่นักดูหนังแนวนอกกระแสเรียกมันว่า “หนังคัลต์” อันหมายถึงหนังที่ไม่ได้รับการยอมรับกันในวงกว้าง(Mainstream)แต่กลับโดนใจคนดูบางกลุ่มอย่างรุนแรงถึงขั้นลุ่มหลง  Snuff film  กลายเป็นกิ่งก้านสาขาอีกส่วนหนึ่งของ Cult Movies ประหนึ่งก้านใบหรือเมล็ดร่วงหล่นภายใต้ร่มไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาแยกย่อยออกมาเจริญงอกงามในแนวทางของตนเอง  Snuff film  ไม่ใช่หนังในกระแสหลักของตลาดเพราะฉะนั้นจึงเป็นการยากที่จะมีกลุ่มคนโดยมากได้ดูมัน Snuff film นั้นไม่จำเป็นต้อง Sex เสมอไป ไม่จำเป็นต้อง Porn เสมอไป  แต่ก็มีผู้รู้อีกหลายท่านให้ทรรศนะที่แย้งจากความเข้าใจแรกว่า Snuff film  นั้นน่าที่จะเป็นแขนงหนึ่งของหนังโป๊ (Porn) ในสาย Fetish มากกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่า Snuff film  นั้นทำเพื่อจุดประสงค์คือสนองความต้องการของคนเฉพาะกลุ่มในเชิง Sex  อย่างเช่นหนังของกลุ่ม Serial Killer Underground / Dead Guy Cinema ที่เป็น Fake Snuff แต่ดูยังไงก็เหมือนหนังโป๊ ที่จับคนมาฆ่ากันชัด ๆ







ภาพประกอบ  8  :  La Fin Absolue Du Monde
อ้างอิงภาพประกอบ  http://damon-gear.deviantart.com/art/La-Fin-Absolue-Du-Monde-108621328?q=sort%3Atime+favby%3AMySweetPhantom&qo=2


             
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 15:53:42 »




จุดกำเนิดแห่ง Snuff film
             
             
Snuff film  คำๆนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ไหน  ในปี ค.ศ. 1916 มีนวนิยายอยู่เรื่องหนึ่งชื่อ Tarzan and The Jewels of Oper ได้กล่าวเอาไว้ในเนื้อเรื่องบางส่วนเกี่ยวกับคำว่า Snuff film  อันมีความหมายไปในทิศทางที่เลวร้าย  สื่อถึงหายนะและความตาย  นอกจากนี้ในหนังสือเรื่อง 1971 by Ed Sanders,Family : The story of charles Manson (คัดลอกข้อมูลจากหนังสือ The New York Times, Oct. 31, 1971)ได้กล่าวถึงเรื่องราวของ Manson Family (ครอบครัวแมนสัน)ผู้นำของครอบครัวนี้เป็นชายชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า Charles Manson (ชาร์ลส แมนสัน)ซึ่งต่อมาประวัติส่วนตัวของแมนสันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งแห่งหนัง Snuff film 
           
ใน wikipedia (http://en.wikipedia.org/wiki/Snuff_film วันที่ 26 กรกฎาคม 53) กล่าวสรุปอธิบายถึงหนังแนว Snuff film เอาไว้ว่า Snuff film หมายถึง ภาพยนตร์ หรือหนังที่แสดงให้เห็นภาพบันทึกความตาย ภาพการสังหารบุคคล  ประชาชนโดยไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษในการถ่ายทำ  แต่เป็นการถ่ายจากของจริง
             
ในเว็บไซต์ listing-index.ebay (http://listing-index.ebay.com/movies/Snuff_film.html)อธิบายความหมายของ Snuff film  สรุปเอาไว้ว่าหมายถึง หนังที่มุ่งให้เห็นฉากการฆาตกรรมของจริง เป็นการฆาตกรรมที่มิใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรมที่มีเจตนากระทำการอย่างชัดเจน และตัวหนังดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงของคนกลุ่มหนึ่งอันไม่เป็นที่เปิดเผย
           
ในเว็บ kucity.kasetsart.org ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในหน้า Movie Report ในเว็บ blogging หน้า Movie Report (http://kucity.kasetsart.org/kucity/WebFormDetailBoard.aspx?BRD_ID=12445&PAGE=1) ได้กล่าวถึงเรื่องของ Snuff film  เอาไว้สรุปได้ว่า กล่าวถึง Snuff film แล้วเชื่อว่าเป็นของหนัก  บางคนก็เชื่อว่ามันเป็นประตูเพื่อเข้าไปสู่โลกมืด  มีตำนานบ้าๆที่เล่ากันในหมู่คนดูหนังสยองขวัญ  ว่าถ้าดู Snuff film  แล้วจะทำให้เครียดมากหรือดูแล้วหลอนไปเลย  ไม่สามารถจะชี้ชัดว่า Snuff film ของแท้นั้นสามารถหาดูได้จากที่ไหน
             
จากข้อมูลที่ได้มาเบื้องต้น  ผู้เขียนจึงขอนิยามความหมายเฉพาะแห่ง Snuff film ว่า Snuff film นั้นหมายถึง ภาพยนตร์ หรือหนังประเภทมีฉากฆาตกรรมของจริง  เนื้อหาหลักภายในหนังเน้นฉากการฆ่า ทรมาน ข่มขืนนักแสดงเสียเป็นส่วนมาก  หนังแนว Snuff film ส่วนใหญ่มักนิยมถ่ายแบบ “ลองชอร์ต ไม่มีเทค”  ใน Snuff film จะไม่ปรากฏรายชื่อนักแสดง ผู้กำกับ  วัน เวลา และสถานที่ในการถ่ายทำแต่ประการใด  นักแสดงตัวเอกอาจถูกหลอกมาแสดงหรือถูกวางยาที่ทำให้สติไม่ปกติ  Snuff film จึงเป็นภาพบันทึกห้วงแห่งความตายที่แสนวิปริตแต่กลับเป็นที่ถูกอกถูกใจคนบางกลุ่มถึงขั้นลุ่มหลง  ยกย่องเชิดชูให้เป็นประหนึ่งอาหารเลิศรส  หาชิมยาก  เป็นที่ปรารถนาให้ได้มาเพื่อตอบสนองรสนิยมส่วนตัวอันแสนอันตราย  Snuff film แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Snuff film แบบแท้และแบบเทียม โดย Snuff film ในแบบแท้นิยมเรียกกันว่า Real Snuff film  ส่วน Snuff film แบบเทียมนิยมเรียกกันว่า Fake Snuff film






ภาพประกอบ  9  :  หนังสยองขวัญเรื่อง Snuff ในปี ค.ศ. 1976
อ้างอิงภาพประกอบ  http://www.mankind666.com/index.php?pid=006&topic=248
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,284
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #9 เมื่อ: 16 ธันวาคม, 2553, 16:00:48 »




หนังแนว Snuff film เรื่องแรกของโลก

             
หนังแนว Snuff film เรื่องแรกของโลก  ในหนังเรื่อง Peeping Tom ในปี 1960 กล่าวถึงคดีฆาตกรรมเหยื่อแล้วถ่ายวีดีโอเก็บไว้ หนังเรื่องดังกล่าวอาจจะเป็นจุดกำเนิดแห่ง Snuff film (แบบเทียม)ก็ว่าได้  แต่หากกล่าวถึง Snuff film (แบบแท้)เชื่อกันว่าเป็น Snuff film ที่ถ่ายทำโดย Charles Manson (ชาร์ลส แมนสัน) ผู้นำของ The Manson Family กลุ่มฆาตกรโรคจิตชื่อดังในอดีต  โดยกลุ่ม The Manson Family ได้ทำการฆาตกรรม Sharon Tate ดาราสาววัย 26 ปีซึ่งเป็นภรรยาของ Roman Polanski ผู้กำกับหนังสยองขวัญชื่อดังอย่าง Rosemary's Baby หรือในชื่อภาคภาษาไทยว่า  “ทายาทซาตาน” โดยการฆาตกรรมหฤโหดในครั้งนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1969    Sharon Tate ซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอดถูกฆาตกรกลุ่ม The Manson Family แทงด้วยมีดถึง 16 แผล  ตัดเต้านมทั้งเป็น  กรีดชำแหละตั้งแต่บริเวณหน้าอกจนถึงอวัยวะเพศ  จากนั้นกลุ่มฆาตกรเลือดเย็นจึงใช้เลือดของ Sharon Tate จุ่มด้วยแปรงเขียนคำว่า “pig” เอาไว้ทั้งที่บานหน้าต่างรวมถึงประตู  และในการฆาตกรรมเหยื่อครั้งนี้หลายคนเชื่อกันว่า Charles Manson ได้ถ่ายทำหนัง Snuff film ในการฆาตกรรมเหยื่อเอาไว้ด้วย  แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครได้เห็นม้วนเทปดังกล่าว  หรือมีการยืนยันว่ามันมีอยู่จริง 



ภาพประกอบ(บน)  :  จากหนังเรื่อง The Manson Family ปี 2003
           
ด้วยพฤติกรรมของ Charles Manson และกลุ่ม The Manson Family ที่แสดงออกมาอาจพอวิเคราะห์ได้ว่าพวกเขาอาจมีพฤติกรรมที่เรียกว่า “ก้าวร้าวโดยกำเนิด”  ซึ่งเชื่อว่าเป็นการถ่ายทอดโดยยีน  เมื่อมีโครโมโซมผิดปกติทำให้เกิดความก้าวร้าว  โบราณเรียกว่า “เลือดชั่ว”  อนึ่ง  กลุ่มผู้มีอาการก้าวร้าวโดยกำเนิด หรือเลือดชั่ว(Bad Blood)แบด บลัด  ปี 1835 จิตแพทย์ชาวอังกฤษ เจมส์ ปริชาร์ด เรียกกลุ่มอาการก้าวร้าวโดยกำเนิดว่า “ผู้มีจิตป่วยในคุณธรรม” หรือ moral insanity ซึ่งปัจจุบันทางจิตวิทยาเรียกว่า “พวกต่อต้านสังคมและจิตใจเสื่อม” หรือ antisocial personality and psychopathy (ข้อมูลเรื่อง Bad Blood จากหนังสือ ซีโนโฟเบีย  โดย กิติกร มีทรัพย์ และ ส. สีมา) กลุ่มตัวอย่างผู้มีอาการก้าวร้าวโดยกำเนิด(Bad Blood)ที่มีชื่อเสียงระดับโลก  เช่น  ชาร์ลส์ โสภราช/อะแลง/กุรมุค  อาชญากรลูกครึ่งอินเดีย-เวียดนาม  สัญชาติฝรั่งเศส  ชาร์ลส์ โสภราช บุรุษผู้มีบุคลิกแบบ Bad Blood หรือกลุ่มผู้มีอาการก้าวร้าวโดยกำเนิด ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งบทร้ายของตัวเอกในภาพยนตร์สยองขวัญชื่อก้องโลก The Silence of the Lambs ซึ่งแสดงโดย เซอร์แอนโธนี่ ฮอพกิ้นส์(ข้อมูลเรื่อง Bad Blood จากหนังสือ Bad Blood โดย ริชาร์ด เนวลิส และจูลี่ คลาร์ก  สองผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลีย)

             
มาต่อกันอีกหน่อยเกี่ยวกับเรื่องการบันทึกเทปวีดีโอของ Charles Manson เชื่อกันว่าม้วนเทปม้วนที่ Charles Manson ได้ทำการถ่ายทำฉากการฆาตกรรม Sharon Tate นี้เอง  กลายเป็น “หนังแห่งตำนาน” เรื่องหนึ่งที่เป็นที่กล่าวขานในหมู่นักดูหนังสยองขวัญแนว Snuff film จากทั่วทุกมุมโลก  บ้างก็มีข่าวลือกันว่าม้วนเทปดังกล่าวได้ถูกทำลายทิ้ง  หรือถูกจำหน่ายไปในตลาดมืดด้วยสนนราคาที่สูงลิบ  อย่างไรก็ตามเรื่องราวของ Charles Manson และสมุนโฉดกลุ่ม The Manson Family กลับได้รับความสนใจจากประชาชน  นักเขียน  รวมถึงผู้กำกับหนังหลายคน  หยิบยกเอาประวัติสุดโฉดชั่วของ Charles Manson มาทำเป็นหนังสือเสียหลายเล่ม(หนึ่งในนั้นก็คือ 1971 by Ed Sanders,Family : The story of charles Manson) 
             
ปี ค.ศ. 1976 หนังสยองขวัญชื่อ Snuff ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดยเล่าลือกันว่าหนังเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติของ Charles Manson เล่าลือกันหนักเข้าไปอีกในหมู่คนดูหนังสยองขวัญว่าหนังเรื่อง Snuff ที่กำลังเข้าฉายในโรงหนัง ณ ห้วงเวลานั้นมีการฆ่านักแสดงกันจริงๆ  โกลาหลกันใหญ่ว่านักแสดงในเรื่องตายจริง  สุดท้ายทางผู้กำกับต้องออกมาประกาศว่าเป็นเพียงการโหมกระแสของทางผู้จัดจำหน่ายหนัง มิใช่เป็นการตายจริงแบบการถ่ายทำ Snuff film แท้แต่ประการใด  ความโกลาหลวุ่นวายในหมู่ผู้ชมจึงสงบลง  อย่างไรก็ตามแต่ในปี ค.ศ. 2003 หนังเกี่ยวกับประวัติของ Charles Manson ก็ออกฉายจนได้  โดยใช้ชื่อว่า The Manson Family(2003) อำนวยการสร้างและเขียนบทโดย Jim Van Bebber โดยในหนังได้ Marcelo Games มารับบทแสดงเป็น Charles Manson
           







ภาพประกอบ  10  :  Charles Manson / August 1, 1996
อ้างอิงภาพประกอบ  http://www.thesmokinggun.com/mugshots/celebrity/killers/charles-manson-96
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 35
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: