Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
26 ตุลาคม, 2557, 05:48:54

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เปิด 19 ฉากแห่งตำนานสะท้านขุมนรกหนังต้องสาป  (อ่าน 2086 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,980
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« เมื่อ: 04 ธันวาคม, 2553, 01:33:23 »

เปิด 19 ฉากแห่งตำนานสะท้านขุมนรกหนังต้องสาป

             ก่อนจะอ่านบทความชุดนี้แนะนำท่านผู้อ่านให้ไปหาหนังดังมีรายชื่อต่อไปนี้มาดูเสียก่อน หรือไม่ก็อ่านจนจบแล้วค่อยไปหามาดูทีหลังก็ได้ เพื่อท่านจะได้ไม่ต้องเกิดอาการงง (Funny games/1997, Hantu Puncak Datang Bulan, The Texas Chain Saw Massacre/1974, hostel, Schramm, Nek Romantik 2, Ichi the Killer, Irreversible, The Untold Story, Martyrs, Haute Tension, red room 2, Cannibal Holocaust/1980, Snuff 102, August Underground's Mordum, Guinea Pig : Devils Experiment, Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood, Fando & Lis เเละ Salo the 120 Days of Sodom ของ Pier Paolo Pasolini)
             
             นิยามความหมายเอาว่า “ฉากแห่งตำนานสะท้านขุมนรกหนังต้องห้ามสาป” ที่จะกล่าวกันในวาระต่อไปข้างหน้านี้ หมายถึง “ฉากในหนังสยองขวัญ/หนังติดเรต-อันตราย ฉากในหนังอันเป็นที่จดจำ ตรึงตาตรึงใจ รุนแรง วิปริต จิตตกแบบสุดขีด มักกระทำการเป็นครั้งแรก แปลกใหม่ ช็อคอารมณ์คนดูอย่างจัง และ/หรือเป็นที่กล่าวขวัญกันในหมู่นักดูหนังแนวเขย่าขวัญสั่นประสาทระดับตัวจริงเสียงจริง” โดยหลายๆฉากที่เป็นที่เล่าลือ กล่าวขานกัน นักดูหนังสยองระดับ Heartcore ยกยอปอปั้นให้เป็น “ฉากแห่งตำนานสะท้านขุมนรกหนังต้องสาป” นั้น เท่าที่ทราบมามีอยู่ประมาณ 19 ฉาก ดังต่อไปนี้

             1. ฉากรีโมทนรก ในหนังเรื่อง Funny games ฉบับออริจินัลปี 1997 ของผู้กำกับ Michael Haneke :  โจรร้าย สองคน(อ้วน-ผอม)ได้เข้ามาขอยืมไข่ไก่เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารมือเย็น สุดท้ายเผยธาตุแท้ออกมา จับครอบครัวอันแสนน่ารักครอบครัวนั้นไว้เป็นเครื่องเล่นบำเรอความสุขสนุกของตน ต่อมาครั้งสองโจรเผลอ นางเอกของเรื่องได้แย่งปืนลูกซองมายิงโจรอ้วนที่บุกเข้ามาภายในบ้านของเจ้าหล่อนตายไปอย่างสยดสยอง เลือดสาด และสะใจคนดูเป็นที่สุด ปรากฏเจ้าโจรผอมคู่หู หาสิ่งหนึ่งอย่างหน้าตาลนลาน รีโมททีวีนั่นเองที่เจ้าโจรผอมหาจนเจอ  เลยกดซะเพื่อย้อนเวลากลับ ย้อนฉากไปก่อนหน้าที่เจ้าโจรอ้วนคู่หูจะถูกนางเอกยิงตาย รู้แล้วแหล่ะว่านางเอกของเรื่องจะใช้ปืนลูกซองยิงเพื่อนคู่หู แค่แย่งปืนมาให้ได้ก่อนเธอ แค่นี้ก็ไม่มีวันแพ้แล้ว……อย่าคิดนะว่าคุณธรรมจะอยู่ค้ำฟ้า ฉากนี้ล่ะที่ทำให้ใครหลายคนเหมือนตกอยู่ในขุมนรก แค้นผู้กำกับ Michael Haneke มาก

             2. ฉากเซ็กส์ โป๊เปลือยวาบหวาน ตลกหยาบโล้น ในหนังเรื่อง Hantu Puncak Datang Bulan (ผีทับระดูแห่งปุนจัก)ในปี 2010 ของผู้กำกับ Steady Rimba จากประเทศอินโดนีเซีย ทุ่มทุนสร้างโดย K2K อินโดนีเซีย หนังเรื่องนี้มีดาราคุณภาพระดับแม่เหล็กอย่าง แอนดี โสรายา นำแสดง เนื่องจากหนังเรื่องนี้อุดมไปด้วยฉากเซ็กซ์  ตลกหยาบโล้นอย่างรุนแรง ทำให้องค์กรมุสลิมนาม Islamic Defenders Front (FPI) ประกาศก้องว่า “ถ้ายังมีโรงหนังไหนกล้าฉายหนังเรื่อง Hantu Puncak Datang Bulan พวกเขาจะบุกเข้าไปพังโรงหนังโรงนั้นให้ดู!!! ”  แค่นี้ต้องห้ามและน่ากลัวพอรึยัง?

             3. ฉากเชือดเหยื่อภายในบ้านอย่างสุดวิปริต และฉากควงเลื่อยไฟฟ้าของเลทเธอร์เฟซในตอนจบ ในหนังเรื่อง The Texas Chain Saw Massacre ปี 1974 (สิงหาสับ)ผลงานการกำกับของ Tobe Hooper ถือว่าได้สร้างความวิบัติแก่คนดูหนังแนวนี้อย่างแท้จริง ด้วยฉากการไล่ล่า ฆ่าอย่าวิปริตในหนัง(หลายฉากมาก) บวกการนำเสนอด้วยภาพของหนังในโทนสีที่ดูดิบ จึงเป็นเรื่องไม่ยากที่หนังเรื่องนี้เคยสร้างปรากฏการณ์ในปี 1974 ว่ามีคนดูอ้วกแตกคาโรงหนังมาแล้ว โดยเฉพาะฉากที่นางเอกถูกจับมัดคาเก้าอี้ ต้องทนดูครอบครัววิปริตนั่งรับประทานเนื้อคนกันอย่างเอร็ดอร่อย ฉากเหยื่อถูกหักคอจนหมุนได้รอบ ซึ่งโหดร้ายมาก(ในสมัยนั้นไม่มีใครกล้าทำฉากแบบนี้)หรือฉากจบที่เลทเธอร์เฟซควงควงเลื่อยไฟฟ้าไล่ล่าผู้หลบหนี นอกจากนี้จากการให้สัมภาษณ์ของผู้กำกับ Tobe Hooper เขาต้องการให้หนังเรื่องนี้ได้เรต PG (Parental Guidance)ซึ่งอนุญาตให้ทุกคนร่วมถึงเด็กๆเข้าชมได้……มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว!!!

             4. ฉากจบในห้องน้ำ ในเรื่อง hostel (นรกรอชำแหละ)ภาคแรกแห่งหนังสุดอื้อฉาวจากผลงานการกำกับของ Eli Roth อำนวยการสร้างและควบคุมดูแลโดย Quentin Tarantino นรกรอชำแหละเล่าเรื่องเกี่ยวกับการล่อลวงเหยื่อด้วยหญิงสาวสวยนางนกต่อ จนในที่สุดไปจบลงที่การชำแหละร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายออกเป็นชิ้นๆอย่างวิปริตผิดมนุษย์ ณ โรงงานนรกแห่งหนึ่งในเมือง Bratislava ประเทศสาธารณรัฐสโลวัก ถ้าคุณรักในการฆ่า ชำแหละ Sadism และกระเป๋าหนักพอ มาสิ ฝันของคุณจะเป็นจริง หนังเรื่องนี้หลายฉากวิปริตมาก อาทิ ฉากที่เกย์หนุ่มใช้มีดตัดคุณน้องชายของเหยื่อผู้น่าสงสารมาตั้งไว้บนจานอาหารเคล้าเพลงคลาสสิค จากนั้นเขาก็เริ่มช้มีดหั่นเจ้าสิ่งที่วางอยู่บนจานออกเป็นชิ้นๆพอคำ ใช้ส้อมจิ้มเอาเข้าปาก รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย(อ้วก) แต่ฉากในตำนานที่เป็นที่กล่าวขานของหนังเรื่องนี้อยู่ตรงนี้ต่างหากเล่า มันคือฉากจบของหนังเรื่องนี้เอง พระเอกของเรื่องหนีรอดมาได้และไปเจอกับชายแก่คนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของลัทธิ “หมาล่าเนื้อ” เข้าในห้องน้ำชายสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง ด้วยแรงไฟสุมแค้นอยู่ภายในอก พระเอกของเราจึงจับชายแก่คนดังกล่าวมาสะกำซะจนตายคาโถชักโครกอย่างสาสม ฉากนี้แหล่ะที่เล่นเอาซะจนคนดูหนังตกใจว่า ผู้กำกับกล้าให้ถ่ายทำกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ(แต่ก็เชื่อว่ามีคนดูหลายคนแอบสะใจอยู่อย่างลึกๆเช่นกัน)

             5. ฉากเอาค้อนและตะปูมาตอกจู๋ ในหนังเรื่อง Schramm (จิตวิปริต)ผลงานการกำกับของ Jörg Buttgereit ในปี 1993 ผู้กำกับนำเสนอโลก และการดำเนินชีวิตของฆาตกรโรคจิตคนหนึ่ง ที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างแปลกประหลาดและวิปริตมาก เริ่มตั้งแต่ทาสีบ้านอยู่พักใหญ่ เดินไปเดินมาจนคนดูชวนเวียนหัว มีอะไรๆกับตุ๊กตายาง และที่ถือเป็นฉากเด็ดเล่นเอาคุณผู้ชายที่ดูหนังเรื่องนี้ร้องซี๊ดดดดกันเป็นแถวก็คือ พ่อเจ้าพระคุณทูนหัว พอพี่แกเคลิ้มได้ที่ เลยไปหยิบเอาค้อนและตะปูมาอย่างละ 1 อย่าง ร่างคุณพี่ท่านที่เปลือยเปล่าล่อนจ้อนอยู่ภายในห้อง หยิบเจ้าน้องชาย(จู๋)ขึ้นมาวางพาดไว้บนขอบโต๊ะ ตะปูวางไว้ตรงกลางท่อนลำ แล้วค้อนก็ตอกลงไป หลายคน(คุณผู้ชาย)บอกเห็นฉากนี้แล้วอยากเป็นลม


             6. ฉากการมีเพศสัมพันธ์แบบสุดวิปริตของนางเอกสาวกับชู้สุดหล่อ(ที่ไร้หัว) ในหนังเรื่อง Nek Romantik 2 (ศพ-ร่วม-รัก 2) หนังเยอรมันผลงานการกำกับของ Jörg Buttgereit ในปี 1991 หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับนางเอกที่ซึ่งเธอกำลังเกิดอาการเหงา-ขาดรัก จากคู่ชู้ชื่นที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ คิดได้ดังนั้นแล้วเธอจึงบุกไปยังสุสาน แล้วขุดเอาร่างที่ไร้วิญญาณของอดีตสามีรักมาเล่นจ้ำจี้อย่างสนุกสนาน แต่ที่ถือเป็นฉากแห่งตำนานของหนังเรื่องนี้อย่างแท้จริงนั่นก็คือ ฉากที่นางเอกสาวของเรื่อง Monika(Monika M.)หลอกล่อให้ชายชู้สู่สวาทคนใหม่ของเธอ Mark(Mark Reeder)มาเล่นจ้ำจี้มะเขือเปาะกับเธอที่บ้านสองต่อสอง ก่อนที่เธอ(และเขา)จะมาร่วมมีอะไรกันภายในห้องนอน Monika แอบตัดศีรษะของสามีสุดรัก(คนก่อน)แอบไว้ใต้เตียงนอน สุดท้ายระหว่างที่ Monika และ Mark มีอะไรกันอยู่บนเตียงนั้นเอง สาวหน้าหวานอุปนิสัยสุดโหดของเราก็จัดการควงมีดอีโต้สับลงไปที่ลำคอของคู่ขาอย่างจังจนคอขาดกระเด็ด เลือดละเลงไหลกระฉูดอย่างน่าเวทนา Monika เธอรีบนำหัวของสามีสุดรักคนก่อนที่แอบซ่อนไว้ขึ้นมาต่อเข้ากับร่างที่ไร้วิญญาณของ Mark และเล่นจ้ำจี้มะเขือเปาะต่ออย่างเป็นสุข……แค่นี้วิปริตพอรึยัง?

             7. ฉากการทรมานยากูซ่าปากพล่อย ในหนังเรื่อง Ichi the Killer (นักฆ่าอิจิ) หนังญี่ปุ่นผลงานการกำกับของ Takashi Miike เจ้าพ่อหนังอาบเลือดแห่งเกาะญี่ปุ่น หนังออกฉายในปี 2001 ซึ่งในโรงหนังมีบริการแจกถุงสำหรับอ้วกทุกที่นั่ง(นัยว่าหากคนดูทนไม่ไหวสามารถอ้วกใส่ถุงได้ทันท่วงที) ส่วนฉากที่เป็นที่กล่าวขวัญกันนั้นก็คือ ฉากที่ Kakihara ไปจับยากูซ่าคนหนึ่งมาเค้นหาข้อมูลการหายตัวไปของหัวหน้าอันเป็นที่เคารพรักของตน(ความจริง Kakihara ติดใจในรสกามรมณ์ยามมีอะไรกับหัวหน้าแบบ Sadomasochism มากกว่า) ด้วยฉากอันเป็นที่เลื่องลือนี้เอง คนดูจะได้เห็น Kakihara ลงมือทรมานเหยื่อ เค้นความลับที่ต้องการด้วยวิธี จับเหยื่อแขวนไว้กับเส้นลวดโลหะที่มีปลายสำหรับเกี่ยวเนื้อหนังอย่างเจ็บปวด ใช้เหล็กแหลมทิ่มแทงไปตามร่างกายอย่างทุกข์ทรมาน สุดท้ายคือทีเด็ด เอาน้ำมันที่เหลือจากการทอดกุ้งเทมปุระมาเทราดลงบนหลังของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างโรคจิตสุดขั้ว

             8. ฉากข่มขืนนางเอกอย่างสุดแสนวิปริต ในหนังเรื่อง Irreversible (กุหลาบขาวเปื้อนคาวเลือด)หนังฝรั่งเศสผลงานการกำกับของ Gaspar Noé ในปี 2002 กับฉากที่คนดูในโรงหนังอึดอัดจนทนแทบไม่ไหวต้องลุกเดินออกจากโรงอย่างคนเสียสติ เล่าลือกันว่าในการฉายหนังเรื่อง Irreversible ในปี 2002 ในช่วงแรกๆของการฉาย ฉากที่คนดูหลายๆคนทนรับไม่ได้เลยก็คือ ฉากที่นางเอกของเรื่องถูกหนุ่มเกย์ตามมาฉุดกระชาก ลากไปข่มขืนอย่างสุดแสนวิปริต ทารุณ เรียกว่าข่มขืนไปกระทืบไปก็คงไม่ผิด และที่สำคัญเธอกำลังตั้งท้องอ่อนๆกับพระเอกของเรื่องอยู่ด้วย ยิ่งสร้างความสงสารและเวทนาให้บังเกิดแก่ผู้ชมเป็นทวีคูณ ผู้กำกับหนัง Gaspar Noé เล่นถ่ายฉากนี้แบบ Long Shot แช่กล้องยาวนานนับสิบนาที มันเป็นภาพที่ชวนทุกข์เวทนาอย่างถึงที่สุดมากกว่าที่จะปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ทางด้านเพศ จนนักวิจารณ์ชั้นแนวหน้าหลายคนในประเทศฝรั่งเศสถึงกับให้ความเห็นอย่างรุนแรงต่อหนังเรื่องนี้ว่า “ไอ้คนที่มันสามารถทนดูหนังเรื่องนี้จนจบนี่ มันต้องเป็นคนวิปริต-บ้าเต็มขั้นอย่างแน่นอนที่สุด”

             9. ฉากฆ่าเด็ก รวมถึงฉากข่มขืนแล้วใช้ตะเกียบทั้งกำมือเสียบลงไปยังสามเหลี่ยมทองคำ คือฉากในตำนานของหนังเรื่อง The Untold Story  ผลงานการกำกับของ Herman Yau Lai-To  หนังออกฉายในปี 1993 ซาลาเปาเนื้อคน คือหนังฆาตกรรมสุดโหดของประเทศฮ่องกงที่เดี๋ยวนี้เข้าขั้นเป็นระดับหนังในตำนานไปแล้ว  สร้างจากเรื่องจริงที่มีการฆาตกรรมแล้วชำแหล่ะเนื้อมนุษย์ผสมเข้าไปในซาลาเปาไส้หมู แล้วเอามาขายให้ลูกค้ารับประทาน กระแสของหนังเรื่องนี้แรงมากๆจนผู้คนในประเทศฮ่องกงหลายคนเลิกรับประทานซาลาเปาไปนานหลายเดือน ฉากแห่งตำนานของหนังเรื่องนี้ก็คือ ฉากที่ฆาตกรโหดจับเด็กตัวเล็กๆมาฆ่าอย่างไร้ความปราณี(ปัจจุบันทางการฮ่องกงห้ามเด็ดขาด ไม่ให้มีการสร้างฉากแบบนี้แล้วเพราะผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง)ส่วนอีกฉากก็คือ ฉากที่ฆาตกรคลั่งลงมือข่มขืนเหยื่อแล้วใช้ตะเกียบทั้งกำมือ เสียบลงไปยังสามเหลี่ยมทองคำทุ่งหญ้านาผืนน้อย(ตรงนั้น)อย่างวิปริต

             10. ฉากฆ่าล้างครัวอันแสนวิปริต ในหนังเรื่อง Martyrs (ศรัทธาอำมหิต)ของผู้กำกับ Pascal Laugier (ปาสกาล โอล์กิแยค์) หนังฝรั่งเศสในปี 2008 ที่สร้างกระแสเกรี้ยวกราดรุนแรงได้อย่างน่าสะพรึง หนังเปิดเรื่องแห่งกาลปฐมบทได้อย่างน่ารัก  ด้วยภาพครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น  พ่อ  แม่  ลูกชาย  ลูกสาว  พลันแสงสว่างแห่งความอบอุ่นหมดไป กลายกลับเป็นนรกที่มาเยือน กับฉากการฆ่าล้างครัวที่แสนอำมหิตแห่งตำนาน ผู้มาเยือนกับปืนลูกซอง กระสุนครบมือ ไล่ยิงสมาชิกในบ้านทีละคน ทีละคน ไม่รับฟังเสียงสวดอ้อนวอน เป็นฆาตกรรมด้วยกระสุนโหดล้างครัวอย่างวิปริตผิดมนุษย์ เป็นหนังทำร้ายจิตใจคนดู(เข้าขั้นรุนแรงมากๆ) หนังเสื่อม  อันตราย  จิตตก  แต่ฆ่ากันอย่างมีเหตุผล และมีนัยแฝงเร้นอย่างศรัทธาบ้าคลั่ง หนังเรื่องนี้เคยฉายในเทศกาลหนังแห่งหนึ่ง  ปรากฏว่าฉายไปได้เพียง 30 นาที……..คนดูเดินออกเกือบหมดโรง!!!

             11. ฉากควงปืนลูกซองไล่ยิงเด็กอายุ 5 ขวบ และฉากสังหารอันหฤโหดในห้องนอน ในหนังเรื่อง Haute Tension/Switchblade Romance (สับ สับ สับ) หนังฝรั่งเศสปี 2003 กำกับโดย Alexandre Aja เรื่องราวเกี่ยวกับฆาตรกรโรคจิต 2 บุคลิกที่ชื่นชอบการฆ่า หั่น เชือด ในประเทศฝรั่งเศส ที่มักออกล่าเหยื่อในยามค่ำคืนอย่างอำมหิต   หนังเรื่องนี้ได้รับการกล่าวขานว่าโหดที่สุดตั้งแต่มีการสร้างหนังแนวเขย่าขวัญของประเทศฝรั่งเศสมาเลยทีเดียว หลายคนที่มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องดังกล่าวนี้ยอมรับว่าไม่สามารถทนดูให้จบได้  ส่วนที่ถือเป็นตำนานของหนังเรื่องนี้ก็คือ ฉากที่ฆาตกรใจโฉดควงปืนลูกซองไล่ยิงเด็กชายอายุราว 5 ขวบในไร่ข้าวโพด ซึ่งเป็นฉากที่สะเทือนใจมาก ส่วนอีกฉากหนึ่งก็คือ ฉากที่แม่ของนางเอกถูกฆาตกรโหดเชือดด้วยมีดจนคอแทบหลุดออกมาจากบ่า เลือดไหลนองพื้นห้องนอน(เชื่อว่าหลายคนไม่กล้าดูฉากนี้)
 
             12. ฉากซดอ้วกสดๆหนึ่งกะละมังใหญ่ ในหนังเรื่อง red room 2 (ห้องแดงมรณะ2/เกมวิปริตเปิดไพ่ราชา 2) หนังญี่ปุ่นผลงานการกำกับของ Daisuke Yamanouchi หนังปี 2008 เกี่ยวกับเวทีการแข่งขันในโลกใต้ดินในญี่ปุ่น ใครชนะจะได้เงินรางวัลมากมายเป็นสินล่อใจ ส่วนผู้แพ้ตายสถานเดียว การต่อสู้ในห้องสีแดงแคบๆพร้อมลูกกรง ให้เลือกไพ่สีเขียวขึ้นมา 1 ใบ ใครเป็น king ถือเป็นผู้กำหนดเกม ฝ่ายที่เป็นเบี้ยต้องทำตามคำสั่ทุกอย่าง โหด มันส์ ฮา มีหลายฉาก บางฉากก็เลือดสาดจนแทบไม่กล้ามอง ส่วนบางฉากก็แทบปิด TV ทิ้งเพื่อไม่ต้องทนดู โดยเฉพาะฉากแห่งตำนาน ฉากซดอ้วกสดๆ 1 กะละมังใหญ่ อ้วกที่เพื่อนคนข้างๆเพิ่งสำรอกออกมาสดๆ กล้าดื่ม-กิน หรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่กินให้หมดในเวลา…..แพ้นะ!!!

             13. ฉากฆ่าตะพานน้ำขนาดใหญ่เพื่อกินหัวใจแบบสดๆ และฉากการข่มขืน ฆ่าเสียบไม้ ในหนังเรื่อง Cannibal Holocaust (เปรตเดินดินกินเนื้อคน) ในปี 1980 หนังของ Ruggero Deodato ผู้กำกับหัวรุนแรงชาว Italy หนังเรื่องนี้สร้างกระแสอย่างเกรี้ยวกราดในการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในหลายๆประเทศ  กับฉากมุมมองผ่านกล้อง Home Video ของวัยรุ่นหนุ่มสาวอเมริกันชนกับการเดินทางเข้าไปถ่ายทำสารคดีป่ากินคน-ชนเผ่ากินคนในป่าอเมซอน  ฉากที่เป็นที่กล่าวขานกันว่าช็อคคนดูทั่วโลกจนถึงกับมีคนตั้งคำถามขึ้นว่า “สิ่งที่พวกเขาได้เห็นอยู่ตรงหน้านี้ มันเป็นเพียงหนังหรือเรื่องจริง?”  ส่วนฉากในตำนานของหนังเรื่องนี้ อันเป็นที่กล่าวขานกันในหลายประเทศ(รวมถึงในประเทศไทยด้วย)ว่ามันเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงเรื่องแหกตา ฉากนั้นก็คือ ฉากการฆ่าตะพาบน้ำขนาดใหญ่ ลากขึ้นมาจากในแม่น้ำ พลิกท้องแล้วทุบจนกระดองล่างแตกละเอียด เสร็จสรรพจึงควักหัวใจตะพาบน้ำออกมากินอย่างน่าสลดหดหู่ใจเป็นที่สุด(ฉากนี้ของจริงครับ) ส่วนอีกฉากในตำนานก็คือ ฉากที่หญิงสาวชาวป่าถูกหนุ่มชาวเมืองรุมข่มขืนและบันทึกภาพไว้เป็นวีดีโอ จากนั้นจึงฆ่าและพาร่างอันไร้วิญญาณมา เอาไม้ปลายแหลมเสียบเข้าทางปากมดลูกทะลุถึงปาก(ฉากนี้แหกตาครับ) อย่างไรก็ดีหลังจากหนังเรื่อง Cannibal Holocaust ออกฉายได้ไม่นาน Ruggero Deodato ถูกต่อต้านจากกลุ่มคนรักสัตว์และกลุ่มนักอนุรักษ์เป็นการใหญ่ในข้อหาทรมานสัตว์ และฆ่าสัตว์เพื่อถ่ายทำสารคดี

             14. ฉากการฆาตกรรมวิปริตหญิงสาวสามนางอย่างบ้าคลั่งเพื่อใช้ถ่ายทำสนัฟฟ์ฟิลม์ ในหนังเรื่อง Snuff 102 (อเวจี 102) หนังจากประเทศอาร์เจนตินาในปี 2007 ผลงานการกำกับของ Mariano Peralta กับเรื่องราวการฆาตกรรม-ทรมานหญิงสาวทั้งสามนางอย่างบ้าคลั่งวิปริต เหยื่อรายที่ 100, 101 และ 102 ใครกันแน่ที่จะหลุดรอดจากอเวจีในครั้งนี้ หนังถ่ายทำด้วยภาพขาว-ดำ สลับกับภาพสีแบบดิบสุดขีด ช่วยสร้างบรรยากาศการรับชมหนังเรื่องนี้ให้คนดูแทบอ้วกแตกคาโรง ส่วนฉากที่กล่าวขานว่าเป็นตำนานแห่งหนังเรื่องนี้ได้แก่ ฉากที่ฆาตกรโหดกระทำการฆาตกรรมเหยื่อรายที่ 100 และ 101 อย่างโหดเหี้ยมแล้วอัดม้วนวีดีโอไว้ขายในตลาดมืด ไล่ตั้งแต่การฆาตกรรมหญิงท้องอย่างทรมาน บีบคอ ใช้สิ่วเหล็กและค้อนกระทุ้งซี่ฟันของเหยื่อจนหมดปาก และหั่น เฉือนอวัยวะที่ทำได้อย่างสมจริง ฉากการมีเพศสัมพันธ์กับศพอย่างวิปริตในตอนท้ายเรื่อง และ ฯลฯ เกินสุดที่จะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้จบ สุดท้ายหนังเรื่องนี้ได้รับเกียรติให้ฉายในเทศกาลหนัง Mar del Plata International Film Festival 2007 ปรากฏว่าหลังจากหนังฉายไปได้เพียงไม่นานก็เกิดความโกลาหลขึ้นในเทศกาลหนังครั้งนั้นอย่างรุนแรง เมื่อฝูงชนเป็นจำนวนมากต่างวิ่งกรูกันเข้ามาเพื่อทำร้ายผู้กำกับหนัง เพราะเชื่อว่าฉากบางฉากในหนังเรื่องนี้ “เป็นของจริง”

             15. ฉากเชือดคู่รักสาวเลสเบี้ยน ลงมือเชือดไป อ้วกใส่หน้า และจับอ้วกยัดใส่ปาก ในหนังเรื่อง August Underground ในภาค August Underground's Mordum (สิงหาคลั่ง) ในปี 2003 หนังของ Jerami Cruise,  Fred Vogel และทีมงาน เรื่องราวในหนังเกี่ยวกับการฆาตกรรมในบ้านสุดวิปริตหลังหนึ่ง กับกลุ่มคนสามคน ชายสอง หญิงหนึ่ง และบทบาทการแสดงที่ชวนนรกแตก ฉากในตำนานที่เป็นที่กล่าวขานในหนังตอนนี้ก็คือ ฉากที่หนึ่งในสามตัวเอกของเรื่องคือสาว Cristie Whiles สาวโรคจิต ได้ทำการเชือดคู่รักเลสเบี้ยนคู่หนึ่งอย่างสุดวิปริต ทุบตี เอามีดมาเฉือน นอกจากนี้ยังใช้มือล้วงลงไปในลำคอของคนทั้งคู่(รวมทั้งของตนเอง)อ้วกออกมา แล้วเก็บตักก้อนอ้วกที่ออกมารวมกันนั้น แบ่งปันกันกินทั้งสามคนอย่างสนุกสนาน(พระเจ้าช่วย) ส่วนอีกฉากหนึ่งที่วิปริตไม่แพ้ฉากในตำนานก็คือ ตอนที่ตัวเอกในเรื่องอีกตัว(คราวนี้เป็นผู้ชายร่างเล็ก ไว้หนวดเครารุงรัง)ได้มีเพศสัมพันธุ์กับศพของหญิงสาวนางหนึ่ง โดยการจับน้องชายยัดเข้าไปตรงช่องท้องที่ถูกผ่าชำแหละเป็นรูพรุนอย่างน่าสยดสยอง ชายคนนี้กำลังมีความสุขแบบวิตถารเป็นที่สุด

             16. ฉากใช้เหล็กแหลมจิ้มแทงจนทะลุลูกนัยน์ตาอย่างเหี้ยมโหด ในหนังเรื่อง Guinea Pig : Devils Experiment (ปีศาจ/ศิลปะแห่งมาร) หนังญี่ปุ่นปี 1985 ผลงานการกำกับของ Satoru Ogura เรื่องราวเกี่ยวกับการทดสอบถึงขีดจำกัดของมนุษย์ ว่าจะสามารถทานทนต่อความตายได้นานขนาดไหน องค์กรชั่วแห่งหนึ่งจึงจับหญิงสาวมากักขังไว้ พร้อมทรมานเธอต่างๆนานา ไล่ตั้งแต่ ซ้อมเธอจนกระอักเลือด ใช้คีมหนีบ บิด จนผิวหนังและกล้ามเนื้อบวมเป่ง หมุนเก้าอี้ที่เธอนั่งจนเกิดอาการงวยงง(หมุน 200 รอบ)ให้ฟังเสียงดนตรีที่ดังมากอยู่นานร่วม 5 ชั่วโมง ตัด-ดึง อวัยวะบางส่วนของร่างกายออกจากกันอย่างสยดสยอง จากนั้นใช้น้ำมันร้อนราดไปตามลำตัว แขน-ขา ทุบด้วยค้อนปอนด์ เฉือนสร้างบาดแผลตามร่างกายด้วยมีดที่คมกริบ สุดท้ายคือฉากในตำนาน ใช้เหล็กแหลมจิ้มแทงจนทะลุนัยน์ตาของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างบ้าคลั่งเหี้ยมโหด(หลายคนไม่สามารถทนดูฉากนี้ให้จบได้)

             17. ฉากการฆาตกรรม และชำแหละร่างอันไรสติของหญิงสาว ในหนังเรื่อง Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood  (ดอกไม้โลหิต/ดอกไม้เลือด/ดอกไม้แห่งเลือด) หนังญี่ปุ่นในปี 1985 ผลงานการกำกับของ Hideshi Hino เรื่องราวใน Guinea Pig : Flower of Flesh and Blood หรือภาค 2 ของหนังในตระกูล Guinea Pig เกี่ยวกับการใช้ยาสลบจับหญิงสาวนางหนึ่งมาชำแหละอย่างสยดสยอง ชายโรคจิตในชุดซามูไรสีดำ กับสถานที่พักพิงที่เปรียบประหนึ่งขุมนรกสำหรับผู้มาเยือน คอลเลคชั่นของสะสมส่วนตัวภายในตู้โชว์ ท่อนแขน ขา ศีรษะ เศษอวัยวะมนุษย์ถูกจัดแสดงอย่างสุดสยอง ฉากในตำนานคือ ตอนที่ซามูไรโรคจิตในชุดดำใช้ยาชาบางตัวฉีดเข้าไปในตัวของเหยื่อสาวแสนสวย เพื่อไม่ต้องมีความรู้สึกและขัดขืนขณะลงมือปฏิบัติการนรกแตก จากนั้นจึงกระทำการสับ หั่น ชำแหละเหยื่ออย่างวิปริตสุดขีดขณะที่เธอยังมีลมหายใจอยู่  และด้วยฉากการชำแหละเหยื่อในตำนานฉากนี้นี่เอง ทำให้หลายต่อหลายคนที่มีโอกาสได้ชมถึงกับหน้าถอดสี ตกตะลึง คิดว่ามันเป็นของจริง สมจริงซะจนดารา Hollywood Charlie Sheen ซึ่งได้มาดูเข้า และเชื่อว่าสิ่งที่ได้เห็นในหนังเป็นเรื่องจริง!!!  เลยทำการวิ่งโร่ไปแจ้งความกับ FBI  ตั้งทนายฟ้องร้อง  เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแจ้งตำรวจจับกุมดำเนินคดีกับทีมงานผู้สร้าง จนในที่สุดพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพียงหนังเรื่องหนึ่งที่สร้างได้สมจริงมาก(หน้าแหกกระจาย)กลายเป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ไปหลายสัปดาห์ ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ Hideshi Hino เเละทีมงานสร้างจึงรอดคุกไปเเบบฉิวเฉียด โดยหนังเรื่องนี้ได้เป็นแรงจูงใจให้ฆาตกรต่อเนื่องสุโตมุ มิยาซากิ กระทำการฆาตกรรมเหยื่อไปหลายราย ในญี่ปุ่นจึงจัดหนังเรื่องนี้เป็นหนังอันตรายและให้งดสร้างภาคต่อหนังเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

             18. ฉากวิปลาสเหนือจริงชวนสติแตก และเจ็บป่วยทางจิต ในหนังเรื่อง Fando & Lis (ฟันโด และลิส) ในปี 1968 ของผู้กำกับ Alejandro Jodorowsky เนื้อหาของหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับการเดินทางของ Fando หนุ่มหน้าเด๋อ  และ Lis สาวขาพิการ  กับการเดินทางไปยังดินแดนที่มีชื่อว่า Tar  หนังเรื่องนี้สร้างออกมาได้วิปลาส-วิปริต  ดูแล้วชวนอาเจียนอ้วกแตก-เจ็บป่วยทางจิตเป็นที่สุด ฉากวิปริตในหนังเรื่องนี้ที่กล่าวขานในตำนาน อาทิ ฉากการกระแทกอารมณ์ของนักแสดงทั้งฟันโด และลิสเข้าใส่กันคล้ายอาการของคนเสียสติ ฉากกระเทยแต่งหญิงกับการแสดงอันแสนวิปริต(สมัยปี 1968 ไม่มีใครกล้าทำ) ฉากการทรมานหญิงสาวขาพิการด้วยการกระทืบ ฉุดกระชากลากเธอไปกับพื้นกรวดหยาบอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส การเปลือยกายของนักแสดงในหนัง(ที่แสดงกันอย่างท้าทายสายตาผู้ชมสุดขีด) ฉากการข่มขืนแบบวิปริต-วิปลาส หนังเรื่องนี้ได้รับเกียรติให้ฉายในเทศกาลหนัง  Acapulco ปี1968 ด้วย ปรากฏหลังจาก Fando & Lis ฉายยังไม่ทันจบ Alejandro Jodorowsky ผู้กำกับจอมวิปริตต้องรีบวิ่งหนีตายออกมาจากสถานที่จัดงานเพราะถูกกลุ่มคนดูหนังรุมทำร้าย ปาก้อนหินเข้าใส่ และเกือบถูกรุมกระทืบติดดิน(เคราะห์ดีที่ Alejandro Jodorowsky รีบวิ่ง และคลานหนีออกมาจากงาน วิ่งไปขึ้นรถได้ทัน) เล่าลือกันว่ามีกลุ่มคนดูเป็นจำนวนมากที่รับไม่ได้กับฉากบางฉากในหนังเรื่องนี้ เพราะเชื่อกันว่ามันเสื่อมศีลธรรมอย่างเข้าขั้นร้ายแรงบัดซบ หลังจากนั้นไม่นานหนังได้เข้าโรงฉายอยู่พักหนึ่ง ก่อนเกิดการแบนหนังเรื่องนี้ไปทั่วทั้งประเทศเพราะหนังไปขยี้หัวใจของคนดูเข้าอย่างแรง กลายเป็นหนังต้องห้ามที่กล่าวขานในตำนานอีกเรื่องหนึ่ง

             19. ฉากกินขี้ ในหนังเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom (สุขนาฏกรรมอเวจี/120 วันในโซดอม)หนังร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศอิตาลี และฝรั่งเศส ผลงานการกำกับของ Pier Paolo Pasolini ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ดัดแปลง-สร้างหนังมาจากบทนิยายอันลือลั่นต่อศีลธรรมของ มาร์กีส์ เดอ ซาด (Marquis De Sade Marquis De Sade) เรื่อง Les Cent-Vingt Journees De Sodome หรือ I' Ecole du libertinage (โรงเรียนของผู้รักอิสระ) เรื่องราวเกี่ยวกับเกมของผู้ทรงอำนาจ ณ บ้านหลังหนึ่งที่สมมุติว่าเป็นโลก กับหนุ่มสาวหน้าตาดีจำนวนหนึ่งที่จับมา การทรมานแบบวิปริตผิดมนุษย์จึงเริ่มเปิดฉากขึ้น  Salo the 120 Days of Sodom  (สุขนาฏกรรมอเวจี/120 วันในโซดอม) เล่าเรื่องเกี่ยวกับผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 ได้ออกคำสั่งให้จับวัยรุ่นหญิง-ชาย ลูกชนชั้นกลางหน้าตาดี 18 คนมาคุมขังไว้ยังคฤหาสน์ใหญ่หลังหนึ่งที่เรียกชื่อว่า Salo ซึ่งมันก็คือโลกส่วนตัวของผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ประหนึ่งวิมารหลังน้อยที่พวกเขาและเธอจะสามารถกระทำย่ำยีอย่างไรก็ได้กับบรรดาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งหลาย สร้างเป็นนรกในวงวนแห่งความหายนะทั้งสาม ฉากในตำนาน ฉากกินขี้ใน “วงวนแห่งอุจจาระ” หรือ Circle of Shit ฉากเด่นอันแสนชวนอาเจียนในตอนนี้ก็คือฉากกินอุจจาระของผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 เหยื่อวัยรุ่นหนุ่ม-สาว และบรรดานายทหารน้อยใหญ่ทั้งหลาย อุจจาระ(ขี้)ของเหยื่อถูกตักมาจากภาชนะรองรับ นำเข้ามาในครัวเพื่อทำอาหารเลี้ยงรับรองชั้นเลิศ ซึ่งฉากนี้เองถือเป็นฉากในตำนานของหนังเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom  ที่กล่าวขานกันไปทั้งโลกในเรื่องของความวิปริตแบบสุดขั้ว  ปรากฏหลังจากหนังเรื่องนี้ออกฉายได้ไม่นาน Pier Paolo Pasolini ผู้กำกับถูกขู่ฆ่าจากคนที่เคร่งศาสนาศีลธรรม หนังสร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้างไปทั่วโลก จนในที่สุด Pier Paolo Pasolini ถูกกลุ่มคนที่ไม่พอใจที่มีการสร้างหนังเรื่องนี้ฆ่าตาย(เชื่อว่าเป็นคนของกลุ่มนิยมฟาสซิสต์)ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1975 ปิดชีวิตผู้กำกับจอมฉาวลงในที่สุด


บทความโดย  :  samara17520@gmail.com
วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ห้องส่วนตัว  :  http://www.siamsouth.com/smf/index.php?board=11.0
 
บันทึกการเข้า




มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: