Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 มิถุนายน, 2562, 12:38:02

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ประเพณีซัดต้ม  (อ่าน 6999 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« เมื่อ: 20 กันยายน, 2551, 22:49:16 »

       

กีฬาพื้นบ้านที่มีที่มาจากประเพณีชักพระ หรือลากพระในวันออกพรรษา ของจังหวัดพัทลุง เล่นที่ตำบลตำนาน ท่าแค ชะรัด ท่ามิหรา และร่มเมือง อำเภอเมือง ปัจจุบันหาดูได้ยาก
       
ซัดต้ม เป็นกีฬาการต่อสู้ที่ให้ความสนุกสนาน และส่งเสริมความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และ เป็นประเพณีหรือกีฬาพื้นบ้านที่สืบเนื่องมาจาก ประเพณีชักพระ ใน วันออกพรรษา เนื่องด้วยในสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมายังโลกมนุษย์ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน11 จะมีพุทธศาสนิกชนรอเข้าเฝ้า เพื่อถวายภัตตาหารแด่พระพุทธองค์ แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถถวายภัตตาหารได้อย่างใกล้ชิด จึงได้มีการนำใบไม้มาห่อหุ้มภัตตาหาร ซึ่งเรียกกันว่า "ข้าวต้ม" หรือ "ต้ม" และพยายามโยนต้มเหล่านั้นให้ลงบาตร แต่การโยนทำให้ต้มพลาดไปถูกเหล่าพุทธศาสนิกชนด้วยกันเอง ต่อมาจึงกลายเป็นการละเล่นซัดต้ม และพัฒนาเป็นการแข่งขันด้านไหวพริบ และความรวดเร็วว่องไวในการซัด และหลบหลีกต้มซึ่งจัดทำอย่างพิเศษ โดยใช้ข้าวตากผสมกับทรายห่อด้วยใบตาลเป็นรูปตะกร้อสี่เหลี่ยม การละเล่นซัดต้มต้องอาศัยความกล้าหาญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าไม่สามารถหลบหลีกต้มของคู่ต่อสู้ อาจจะเป็นอันตรายได้ ปัจจุบันการซัดต้มหาดูได้ค่อนข้างยาก ทางจังหวัดพัทลุงจึงได้จัดให้มีการแข่งขันซัดต้มรวมอยู่ในงานประเพณีแข่งโพนลากพระในเดือน11
                                                     



       
อุปกรณ์ในการแข่งขัน คือ ขนมต้มสามเหลี่ยมและจัดทำเป็นขนมต้มชนิดแข่งขันเฉพาะ บางแห่งใช้ข้าวเหนียวผสมทรายห่อด้วยใบกะพ้อ ต้มหรือนึ่งจนแห้งให้ข้าวเหนียวแข็ง
                                                                                                                                                     


       
การเตรียมซัดต้ม จะทำลูกต้มสำหรับปาด้วยข้าวตากผสมทรายห่อด้วยใบตาลสานแบบตะกร้ออย่างแน่นหนา ขนาดเท่ากำปั้นพอเหมาะมือ อาจจะใช้หวายสอดภายนอกอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้แน่นแหละคงทนยิ่งขึ้น หลังจากนั้นก็นำลูกต้มไปแช่น้ำเพื่อให้ข้าวตอกพองตัวแหละมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก เมื่อปาถูกฝ่ายตรงข้ามจะทำให้เจ็บ การปาบางครั้งอาจทำให้บาดเจ็บได้ สำหรับสนามและเวทีในการซัดต้มนั้น ปลูกยกพื้นสูงประมาณหนึ่งเมตร กว้างด้านละ 1 ? 2 เมตร ห่างกันประมาณ 12 เมตร หรืออาจใช่พื้นธรรมดาก็ได้
       
การแต่งกายในการแข่งขัน จะนุ่งกางเกงหรือนุ่งผ้าโจงกระเบนก็ได้ บางคนอาจมีมงคลสวมหัว มีผ้าประเจียดพันแขน เช่นเดียวกับนักมวย ก่อนแข่งขันมีการว่าคาถาอาคม ลงเลขยันต์ที่ลูกต้มเพื่อให้แคล้วคลาดจากลูกต้มของฝ่ายตรงข้าม
       
วิธีแข่งขัน แข่งเป็นคู่ๆ โดยเอาคนที่มีลักษณะรูปร่างความแข็งแรง และความชำนาญที่พอจะสู้กันได้ หรืออาจจะให้คนที่มีฝีมือมาสู้กัน และใช้สนามกว้างๆ ผู้ชมยืนห่างจากนักกีฬาในระยะที่ปลอดภัย เตรียมการโดยคู่แข่งมีขนมต้มข้างละ 30-40 ลูก คู่ต่อสู้จะยืนบนเวทีหันหน้าเข้าหากัน ยืนห่างกันประมาณ 12 เมตร กติกาในการแข่งขัน มีกรรมการเป็นผู้กำหนด การปาหรือการซัดต้ม จะผลัดกันปา ใช้ขนมต้มปาให้ถูกร่างกายของคู่แข่งให้มากที่สุด ห้ามปาต่ำกว่าเข็มขัด เมื่อหมดขนมต้มนับจำนวนที่ปาถูกร่างกายคู่แข่งเป็นสำคัญ ผู้ที่จะเป็นนักซัดต้มได้นั้น ต้องเป็นคนใจกล้าแหละสายตาดี เมื่อคู่ ต่อสู้ซัดมาด้วยความเร็วและแรงนั้น จะต้องมีความสามารถในการหลบหลีกหรือรับต้มไว้โดยไม่ถูกตัว การรับต้มอาจรับด้วยมือ เท้า โดยใช้เท้าถีบลูกต้มให้กระเด็นออก หรือให้หยุดกับที่ การรับด้วยมือต้องให้ลูกต้มบางส่วนอยู่ในมือ หากรับด้วยมือเปล่าอาจทำให้มือเคล็ดได้ การซัดต้มหรือปาต้ม เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้น อาศัยศิลปะและไหวพริบ ผู้ใดปาถูกคู่ต่อสู้ได้มากก็จะเป็นฝ่ายชนะ เมื่อจบกิจกรรมต่างวัดต่างลากเรือพระของตนกลับ สนุกสนานสั่งลาก่อนจากฝากมิตรต่อไป 


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,915
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 03 ตุลาคม, 2554, 20:29:19 »

ซัดต้ม



วิธีการเล่น
         
การซัดต้ม  เริ่มด้วยการเตรียมอุปกรณ์ในการซัดต้ม โดยทำลูกต้มสำหรับปาด้วยข้าวตากผสมทรายห่อด้วยใบตาลโตนด หรือใบมะพร้าวมาสานแบบตะกร้ออย่างแน่นหนา ขนาดเท่ากับกำปั้นพอเหมาะมือ อาจจะใช้หวายสอดภายนอกอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้แน่นและคงทนยิ่งขึ้น  หลังจากนั้นก็นำลูกต้มไปแช่น้ำเพื่อให้ข้าวตากพองตัวมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก เมื่อปาถูกฝ่ายตรงข้ามจะทำให้เจ็บ บางครั้งทำให้เลือดตกยางออกได้ ส่วนสนามหรือเวทีในการซัดต้มปลูกยกพื้นสูงประมาณ ๑  เมตร  กว้างด้านละ ๑-๒ เมตร ห่างกันประมาณ ๖-๘ เมตร หรืออาจจะใช้พื้นดินธรรมดาก็ได้
         
การเปรียบคู่  จะเอาคนที่มีลักษณะรูปร่างความแข็งแรงและความชำนาญที่พอจะสู้กันได้  หรืออาจจะให้คนที่มีฝีมือมาสู้กัน คู่ต่อสู้จะยืนบนเวทีหันหน้าเข้าหากัน ห่างกันประมาณ ๖-๘ เมตร โดยมีกรรมการเป็นผู้กำหนด การปาหรือซัดต้มจะผลัดกัน เช่น ปาคนละ ๓ ครั้ง โดยมีลูกต้มวางอยู่ข้างหน้าฝ่ายละประมาณ ๒๕-๓๐ ลูก การแต่งกายจะนุ่งกางเกงหรือนุ่งผ้าโจงกระเบนก็ได้ บางคนอาจจะมีมงคลสวมหัว มีผ้าประเจียดพันแขนเช่นเดียวกับนักมวย ก่อนลงมือแข่งขันก็มีการร่ายคาถาอาคม ลงเลขยันต์ที่ลูกต้มเพื่อให้แคล้วคลาดจากลูกต้มฝ่ายตรงข้าม
         
ผู้ที่จะเป็นนักซัดต้มได้นั้นต้องเป็นคนใจกล้า  สายตาดี เมื่อคู่ต่อสู้ปามาด้วยความเร็วและแรงนั้น ต้องมีความสามารถในการหลบหลีกหรือรับลูกต้มไว้โดยไม่ให้ถูกตัว หรือใช้เท้าถีบลูกต้มให้กระเด็นออก  ถ้ารับด้วยมือต้องกำลูกต้มบางส่วนอยู่ในมือ  หากรับด้วยมือเปล่าอาจทำให้มือเคล็ดได้  จะเห็นว่าการซัดต้มหรือปาต้มนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานตื่นเต้น โดยเฉพาะเสียงเชียร์จากผู้ดู  การซัดต้มจึงต้องอาศัยศิลปะ ไหวพริบ และความว่องไวเป็นอันมาก ผู้ใดปาหรือซัดถูกคู่ต่อสู้มากก็จะเป็นฝ่ายชนะ

โอกาส
         
ซัดต้ม  เป็นกีฬาพื้นเมืองที่นิยมเล่นกันในเทศกาลออกพรรษา  มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับประเพณีชักพระ ซึ่งจัดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ เข้าใจว่ากีฬาซัดต้มนี้มีเฉพาะจังหวัดพัทลุงเท่านั้น และมีเพียงบางตำบล เช่น ตำบลตำนาน ชะรัด ท่าแค ร่มเมือง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยากแล้ว และในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็เคยปรากฏว่าเจ้าบ้านผ่านเมืองได้คัดเลือกผู้มีฝีมือในการซัดต้มไปแสดงการซัดต้มถวายหน้าพระที่นั่งหลายครั้งหลายครา

ปรัชญา
         
"ซัดต้ม"   เป็นกีฬาการต่อสู้ที่ให้ความสนุกสนาน   และส่งเสริมความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาได้เป็นอย่างดี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: