Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 กรกฎาคม, 2561, 18:52:38

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บทบาทหนังตะลุงกับวิถีชีวิตคนใต้  (อ่าน 4667 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
nasan
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,919
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« เมื่อ: 03 พฤศจิกายน, 2553, 20:23:39 »

            บทบาทหนังตะลุงกับวิถีชีวิตคนใต้

           
 
            นครินทร์ ชาทอง ได้เสวนา เรื่อง “บทบาทหนังตะลุงกับวิถีชีวิตคนใต้” ว่า การสืบทอดของรุ่นต่อรุ่น ในเรื่องของสิ่งที่มีคุณค่า คำว่าเป็นเมืองของหนังตะลุงที่จะลืมเลือนไปจากควนเนียง งานด้านวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญระดับชาติ เพราะเป็นสิ่งชี้วัดความมั่นคงและความเจริญของชาติ แต่ในการปฏิบัติกลับกันไม่เดินทางต่อ ซึ่งในการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ต้องออกปัจจัยกันเองในการขับเคลื่อน เพราะนี่คือการกตัญญูต่อแผ่นดินในการอนุรักษ์วัฒนธรรม ความเจริญนั้นอยู่ที่จิตใจแล้วเห็นคุณค่า เช่น ในเรื่องของภาษาท้องถิ่น เพราะเป็นภาษาแม่ในกระบวนการขับเคลื่อนชีวิตซึ่งตรงนี้ทำให้เราได้รู้จักตัวตน ดังนั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปทิ้งโดยไม่ใส่ใจในกระบวนการพัฒนา
 
            บทบาทของหนังตะลุง ดังนั้นการอยู่ร่วมกันของสังคมคือการสร้างสมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งนี้วัฒนธรรมคือ ความต้องการทางร่างกายและจิตใจ และยึดถือการสืบทอด การละเล่น คือ การละเล่นที่สนองทางจิตใจของมนุษย์ ทั้งนี้การละเล่นจึงเกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ คือ การละเล่นพื้นบ้านทั้งนี้เกิดการสืบทอดและปรับเปลี่ยนให้ตามยุคตามสมัย เพราะสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง วิถีแห่งการสืบทอดการละเล่นพื้นบ้าน

             โดยการสืบทอดทางการบอกเล่า ซึ่งเป็นการจำโดยมุขปาถะ จดจำและทำตามครู คือการรู้แบบซึมซับและเกิดความพึงพอใจ การละเล่นหนังตะลุงมีการละเล่นมานานแล้ว ดั่งหนังใหญ่ 695 ปีที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้นักวิชาการหลายท่านยังให้ความเห็นว่า เป็นการเกิดพร้อมกัน ซึ่งการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมระหว่างสยามกับชวา เกิดขึ้นแต่ในการพัฒนาหนังตะลุงสยามมีการพัฒนาขึ้นส่วนหนังชวา ยังคงรูปแบบดั้งเดิม

              จนเกิดความนิยม ดังนั้นนี้คือ เอก ลักษณ์เฉพาะภาค พจนานุกรม ในเรื่องของบทบาท คือ การทำตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เกิดจากเหตุปัจจัยหลายประการ
 
           อาจารย์สุทธิวงค์ ได้กล่าว ถึง ว่ามีขึ้นเพื่อความสนุกเพลิดเพลินเพราะสังคมภาคใต้เป็นสังคมเกษตรและมีเพื่อการเฉลิมฉลองในส่วนของบุคคล เช่น งาน บวช เป็นต้นทั้งนี้สืบเนื่องในศาสนาในเรื่องพุทธบูชา ทั้งนี้คนเล่นหนังตะลุงต้องศึกษาในเรื่องของศาสนา เช่น การยกฤๅษีหลอมรวมเป็นสถาบันพระ ดั่ง เช่นเรื่องของ ด้านดำด้านขาว หรือ ธรรมมะชนะอธรรม เช่น ในเรื่องขัน 5 ในเรื่องเป็นบุญบารมีของนางเอก พุทธบูชา รวมถึง เป็นการบวงสรวงเทวดา เช่น การเล่นหนังแก้บน ในเรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้อันเกิดมาในเรื่องของความเชื่อ รวมถึงเป็นการผ่อนคลายความเครียด บทบาทของหนัง เป็นเรื่องที่สังคมยอมรับ ดังนั้น นายหนัง เป็นผู้นำทางธรรมชาติ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
 
         บทบาทในเรื่องของนายหนัง เช่น ครูสอนลูกศิษย์ หนังตะลุงเกี่ยวข้องในเรื่องของการทำหน้าที่เป็นสื่อ ในชุมชน ดังนั้นบทบาทของหนังตะลุงสำคัญ ทั้งยังมีหน้าที่รายงานข่าว สร้างบรรทัดฐานแบบแผนในการยึดถือในทางการปฏิบัติ สร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มชน เช่น สะหม้อ กับ ขวัญเมือง ทั้งนี้ เป็นการสะท้อนในสังคมระหว่างพุทธกับมุสลิมคือ พี่น้องกัน ทั้งนี้เป็นเครื่องมือทางบูรณาการทางสังคม เช่น กฎหมาย ทั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อใช้ในตัวละครไปสู่บทบาทของกฎหมายเพื่อสู่ไปยังผู้ชมในเรื่อง กฎหมาย รวมถึงการศึกษา และเรื่องประเพณี เศรษฐกิจ รายได้รายจ่ายความเป็นอยู่ นายหนังสมารถชี้นำได้ เช่น ในเรื่องของเศรษฐกิจ นั้น เป็นเพราะอะไรสามารถที่จะนำมาอธิบายกับตัวหนังสู่ประชาชนที่เข้าชม
 
            ทั้งนี้หนังตะลุงเกิดขึ้นจากภูมิปัญญา ในตัวเป็นตัวจักรสำคัญในเรื่องของการขับเคลื่อน หนังที่ดี คือการสร้างรอยยิ้ม ในเรื่องการสร้างดุลยภาพภายในชุมชนหนังตะลุงเป็นสื่อและความเป็นเอกลักษณ์ เช่น การขับร้องเสียงดี  แต่ทั้งนี้ขาดการส่งเสริมและการโฆษณาอย่างจริงจัง เพราะนี้ไม่ใช่การขายหนังแต่การขายประสบการณ์
 
             ทั้งนี้ในการขับบทคือการพูดภาษาถิ่นในการคล้องจอง การให้เสียง โดยการใช้ในประเด็นเรื่องวรรณยุกต์ไม่เช่นนั้น เสียงจะเพี้ยน ดังนั้นต้องสามารถในเรื่องของการพึ่งตนเอง และการสร้างบ้านสร้างเมือง เช่นหนังพร้อม หนังกั้น หนังอิ่ม สามารถสร้างชื่อบ้านนามเมืองทำให้คนทั้งหลายได้รู้จักชื่อบ้านนามเมือง
 
             หนังตะลุงต้องตระหนักในเรื่องของการผูกเรื่อง ควรมีการทำเรื่องหนังไว้ให้พร้อมไม่เป็นอุปสรรคทำให้คนชมชื่นชอบ การผูกเรื่องทำให้ไม่ประมาท ศิลปะในการผูกเรื่อง จะเน้นในเรื่องคุณค่าทางด้านไหนดังนั้นในเรื่องของการผูกหนังจะเป็นเรื่องของการวิเคราะห์บทบาทในเนื้อเรื่อง ทั้งนี้ต้องคำนึงขนบนิยม เช่น นายเป็นนาย ไพร่เป็นไพร่ หรืออย่างหนึ่งรูปออกมา5ตัวต้องพูดให้ครบทุกตัว ทั้งนี้ในเรื่องของการปักตัว ฤๅษีอยู่ทางขวามือ ทั้งนี้ ในเรื่องของหลักสูตรในเรื่องของการศึกษา
 
              การตั้งชื่อเรื่องให้จูงใจท่านผู้ชมแบบอุปมาอุปมัย เพื่อโน้มน้าวใจให้คนได้เข้ามาชม ที่สำคัญที่สุดที่หนังต้องรับผิดชอบ คือ บทเกี้ยวจอ ต้องหัดเขียนคำประพันธ์และคำคล้องจองแสดงให้ตรงกับงานที่เล่น เช่น งานบวช ต้องเป็นบทแห่งการอนิสงฆ์ งาน 5 ธันวา เขียนบทเฉลิมพระเกียรติ
 
             ทั้งนี้ในปัจจุบันนายหนังเยาวชน ควรมีการส่งเสริมอย่างจริงจัง ฝึก รูป 3 ตัว ฤๅษี การฝึกทักษะต้องฝึกลีลาให้ตรงกับตัวหนัง เพราะฤๅษี เป็นครู หน้าบท  พระอิศวร เป็นพื้นฐานของผู้มีอิทธิฤทธิ์ การเชิดให้สวยมากเท่าไหร่เป็นการบูชาครู ปรายหน้าบท เป็นรูปแทนนายหนัง  เทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นเสมือนตัวแทนรูปบอกเรื่อง พระเทพฯ ตรัสว่า การเล่นหนัง คือ การตั้งเมืองหลวง ถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสเด็กก็เป็นการถ้าผู้ใหญ่ไม่ส่งเสริมในเรื่องของอนาคต ในเรื่องการด้น ถ้าหากพื้นฐานดี เด็กก็ด้นเสียงได้

             ตัวอย่างของการขับบทแบบเกี้ยวจอเป็นเรื่องที่สำคัญ สามารถกล่าวสอดคล้องได้กับงาน “ การชมธรรมชาติ” เพราะทุกอย่างสูงสุดแต่ก็มีวิกฤติ ทุกอย่างเป็นสัจธรรม เหมือนการเล่นหนังเป็นเรื่องที่กล่าวถึง หนัง โนราห์ ทั้งนี้เราเห็นคุณค่าแค่ไหน ถ้าเกิดเราหยุดหลายๆสิ่งก็จะศูนย์หายไปตามการเวลา เพราะทั้งนี้ทุกเรื่องเป็นการอดทนอดกลั้นในการปฏิบัติตนและความเสียสละในความกล้าหาญในการสร้างเด็ก สร้างชาติ เพราะการละเล่นหนังตะลุงเป็นการละเล่นระดับชาติ

             ทั้งนี้เชื่อแน่ว่า ชื่อบ้านนามเมืองควนเนียงมีทายาทหนังตะลุงอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ขึ้นกับผู้ใหญ่ ในการสร้างโอกาสและในเรื่องของสิ่งแวดล้อม



ที่มา  http://www.talung-khuanniang.com
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: