Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 กันยายน, 2561, 23:24:21

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดฤดูกาลใหม่กับที่สุดแห่งภูกระดึง  (อ่าน 1634 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 01 ตุลาคม, 2553, 23:43:03 »



เปิดฤดูกาลใหม่กับที่สุดแห่งภูกระดึง / ปิ่น บุตรี





“ผาหล่มสัก”หน้าผาที่สวยงามที่มีคนไปรอชมพระอาทิตย์ตกมากที่สุด
 
 
     
ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.53-31 พ.ค. 54 อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย จะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวบนยอดภู(หลังแป)อีกครั้ง หลังจากหยุดพักฟื้นผืนป่าไป 4 เดือน
       
     
 สำหรับภูกระดึง ณ วันนี้ยังคงมีเสน่ห์ให้เที่ยวได้อย่างไม่รู้เบื่อ(สำหรับคนที่ชอบ)ทั้งหน้าผา ป่าไม้ น้ำตก ขุนเขา อากาศหนาวเย็น พระอาทิตย์ขึ้น-ตก เมเปิ้ล ดอกไม้ป่า ลูกหาบ มิตรภาพระหว่างทางที่หาไม่ได้ในศูนย์การค้า และอีกหลายสิ่งหลายอย่างบนภูแห่งนี้
       
       
ด้วยเหตุนี้ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจึงได้(เคย)เก็บสถิติและรวบรวมสิ่งที่เป็นที่สุดแห่งภูกระดึงเอาไว้ให้ผู้สนใจได้สอบถาม โดยหวังว่าอาจจะช่วยให้ผู้ที่จะขึ้นไปเป็นผู้พิชิตภูกระดึงได้รับอรรถรสเพิ่มขึ้นบ้าง ไม่มากก็น้อย

       
       
หน้าผา
       
     
 คนที่ขึ้นไปเที่ยวภูกระดึง ส่วนใหญ่ตั้งเป้าไปชมกระอาทิตย์ตกที่“ผาหล่มสัก” ซึ่งทางอุทยานฯยกให้เป็น หน้าผาที่สวยงามและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีคนไปรอชมกันมากที่สุดในภูกระดึง เนื่องด้วยเป็นผาที่มีองค์ประกอบของความงามยามอาทิตย์อัสดงที่ลงตัวมาก ไม่ว่าจะเป็น ต้นสนเดียวดายที่มีกิ่งยื่นออกไปรับกับชะง่อนหินที่ยื่นไปยังหน้าผา กลายเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกดินอันดับต้นๆของเมืองไทย
       
       
แต่กระนั้น ผาหล่มสักกลับไม่ใช่ผายอดฮิตอันดับหนึ่ง แต่หน้าผาที่มีคนไปเที่ยวมากที่สุดบนภูกระดึง คือ“ผานกแอ่น” เพราะนอกจากเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามแล้ว ยังเป็นผาใกล้ที่พักกางเต็นท์ นักท่องเที่ยวหลายคนที่ไปเที่ยวภูกระดึงในเวอร์ชั่นรวบรัด 2 วัน 1 คืน เมื่อขึ้นไปถึงตอนเย็น ไม่สามารถเดินไปชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักได้ เนื่องจากต้องเดินจากที่พักไป-กลับ กว่า 20 กม. สำหรับคนพักคืนเดียวเดินไม่ทัน แต่นั่นไม่เป็นปัญหาต่อการเดินไปเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่ผานกแอ่น ทำให้ผานกแอ่นกลายเป็นผาที่มีคนไปเที่ยวมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะไปนอน 1 คืน 2 คืน 3 คืน หรือหลายคืน ก็สามารถเดินเท้าไปชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสบาย
       
       

น้ำตก
       
     
 จากหน้าผาเปลี่ยนอารมณ์ ไปที่น้ำตกกันบ้าง
       
       
น้ำตกที่สูงที่สุดแห่งภูกระดึงก็คือ“น้ำตกผาน้ำผ่า” มีความสูงประมาณ 80 เมตร ไหลเป็นสายบางๆคล้ายสายฝนตกลงมาจากหน้าผา บางจังหวะเมื่อต้องแสงอาทิตย์ส่องจะเป็นประกายรุ้งดูสวยงามมาก
       
       
ส่วนน้ำตกที่สวยที่สุดนั้น คือ“น้ำตกขุนพอง”ที่มีดีกรีน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดแห่งภูกระดึงพ่วงติดมาด้วย
       
       
น้ำตกขุนพอง ไหลตกลงมาเป็นสายแน่นหนาจากหน้าผาสูงประมาณ 60 เมตร ด้านหน้าน้ำตกมีต้นเมเปิ้ลเป็นฉากหน้าที่ใครๆก็ไปถ่ายรูปกัน จนกลายเป็นหนึ่งในภาพไฮไลท์ของภูกระดึง
       
       
อย่างไรก็ตามน้ำตกทั้ง 2 แห่ง ตั้งอยู่ในป่าปิด ที่ปัจจุบันทางอุทยานฯได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเท้าเข้าไปเที่ยวชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. ของทุกปี โดยต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเข้าไปด้วย
       
       


เมเปิ้ล-เดือนหนาว
       
       
ไหนๆก็พูดถึงเมเปิ้ลแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้จัดเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของภูกระดึง ซึ่งช่วงเวลาที่ต้นเมเปิ้ลจะเปลี่ยนสีใบเป็นสีแดงเต็มต้นมากที่สุดก็คือช่วงเดือนธันวาคม โดยเราสามารถชมใบเมเปิ้ลแดงได้บริเวณน้ำตกต่างๆ อาทิ น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกถ้ำสอเหนือ
       
       
ส่วนช่วงเดือนที่จัดว่าหนาวที่สุดบนภูกระดึงนั้น คือเดือนมกราคมมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 6 องซาเซลเซียส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยสภาวะโลกร้อน อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ยุคนี้ พ.ศ.นี้ ไม่สามารถคาดเดาใดๆในเรื่องอากาศได้ แต่ถึงยังไงใครที่ขึ้นไปเที่ยวภูกระดึงในช่วงมกราคม แม้จะไม่เจออากาศหนาวที่สุด แต่ต้องได้เจออากาศหนาวเย็นแน่นอน
       
       

ทางขึ้น
       
       
ใช่ว่าความเป็นที่สุดของภูกระดึงจะมีเฉพาะในผืนป่าบนยอดภูเท่านั้น แต่ในเส้นทางเดินขึ้นภูก็มีความเป็นที่สุดอยู่ด้วย
       
       
เริ่มกันตั้งแต่ก่อนออกเดินเท้าขึ้นภู นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หลังเสียค่าธรรมเนียมแล้วจะต้องนำสัมภาระไปใช้บริการ“ลูกหาบ”(กก.ละ 15 บาท) ให้พวกเขาเดินแบกของหนักร่วม 100 กิโลกรัมขึ้นเขาไปบนเส้นทางสมบุกสมบัน ทำให้อาชีพลูกหาบเหล่านี้ที่มีทั้งชายและหญิงได้รับการยกให้เป็น ผู้ที่มีความแข็งแรงมากที่สุดแห่งภูกระดึง เพราะเฉลี่ยน้ำหนักที่ลูกหาบทั้งชายหญิงต้องแบกขึ้นลงแล้วตกอยู่ที่ 50-60 กิโลกรัม ต่อเที่ยว โดยบางคนสามารถแบกได้ถึง 100 กิโลกรัมหรือมากกว่านั้นก็มี
       
     

 หลังใช้บริการลูกหาบ นักท่องเที่ยวเพียงแค่นำสัมภาระที่จำเป็นของใครของมันติดตัวขึ้นไป แล้วก็รวมพลังออกหน้าเดิน โดยในด่านแรกจากจุดสตาร์ทสู่ “ซำแฮ่ก” ประมาณ 1 กม. หลายคนบอกนี่คือการเดินทางที่เหนื่อยที่สุดของการเที่ยวภูกระดึง แต่ทางอุทยานฯเขากลับยกให้เส้นทางจาก “ซำแคร่” ไปจนถึง “หลังแป” ในระยะทาง 1,020 เมตร เป็นเส้นทางที่โหดที่สุดในการเดินขึ้นภูกระดึง เพราะเป็นเส้นทางลาดชันมาก เต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่-น้อย และต้องปีนป่ายในบางช่วง
       
       
จากนั้นพอขึ้นไปถึงบนยอดภูหรือหลังแป ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปยืนถ่ายรูปคู่กับป้าย
       
       
เอาหละ เมื่อพ้นเส้นทางโหดและชันสู่หลังแปแล้ว ทีนี้ก็จะได้พบกับเขายอดตัดในพื้นที่กว้างใหญ่ ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร ที่มีป้าย“ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” ณ ระดับความสูง 1,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่ทางอุทยานฯยกให้เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวภูมิใจมากที่สุด
       
     
 สอดรับกับท่องเที่ยวหลายๆคนที่บอกว่านี่คือความภูมิใจจากหยาดเหงื่อ ฝีเท้า และแรงกายของตัวเองโดยไม่ต้องการพึ่งพากระเช้าส่งขึ้นมาแต่อย่างใด
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       
ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.53-31 พ.ค. 54 บนยอดภูกระดึงจะเปิดให้เที่ยวอีกครั้ง โดยทางกรมอุทยานฯ ได้กำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว วันละ 5,000 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเที่ยวชมอุทยานฯภูกระดึง คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ค่ายานพาหนะ 30 บาท ต่อคัน และค่าจ้างลูกหาบ ราคากิโลกรัมละ 15 บาท โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองบ้านพัก เต็นท์ และพื้นที่กางเต็นท์ได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทร. 0-4287-1333/0-4287-1458 หรือที่ [url=http://www.dnp.go.th]www.dnp.go.th[/url]



ที่มา  http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000135701




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: