Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 กันยายน, 2560, 18:28:28

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ภาพปริศนาธรรม ชุด จากจิตสู่จิต  (อ่าน 13474 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 28 กันยายน, 2553, 03:56:18 »

ภาพปริศนาธรรม ชุด จากจิตสู่จิต


๑ พุทธะองค์จริง



พุทธตัวจริง คือ ความเบ่งบานถึงที่สุดของธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะ ซึ่งมีอยู่แล้วในคนทุกคน
         
พุทธองค์จริงคือความเบ่งบานถึงที่สุดของธรรมชาติแห่งความเป็น พุทธะ ซึ่งมีอยู่แล้ว
ในคนทุกคน.
         
ธรรมชาติแห่งการตรัสรู้อันสูงสุด มีอยู่แล้วในคนทุก ๆ คน ซึ่งไม่ต้องแสวงหาจากภายนอกเลย. ด้วย เหตุ ที่คนทั่วไปนั้นมัวยึดมั่น ถือมั่น ในสิ่งทั้งหลายโดยความเป็น "ตน" เป็น "ของตน" อันมิใช่ความจริงแท้ของธรรมชาติ จึงต้องเป็นทุกข์ และวกวนอยู่ในสังสารวัฎฎ์ ธรรมชาติ แห่งการตรัสรู้นั้นจึง ไม่วิวัฒนาการ ถึงที่สุดได้.

พันธุ์ไม้ดอกที่ต้องแคระแกร็น ด้วยเพลี้ยหรือแมลง , ทั้งที่ธรรมชาติสูงสุดแห่งการผลิดอกออกผล ของ ต้นไม้ นั้นมีอยู่ ; แต่ไม่สามารถถึงที่สุดของวิวัฒนาการได้ ฉันใด; ชีวิตบางชีวิตไม่สามารถวิวัฒนาการ ถึงที่สุดของชีวิต
คือ "ความหลุดพ้น" ฉันนั้น.
         
ดอกบัวในภาพที่กำลังเบ่งบาน ๗ ดอก คือ องค์แห่งการตรัสรู้ ๗ ประการ (โพชฌงค์เจ็ด).
         
ส่วนพระพุทธใต้ร่วมโพธิ์นั้น คือสัญลักษณ์แทน "พุทธภาวะ" ที่ประทับอยู่ในใจของคนทุกคนแล้ว.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 กันยายน, 2553, 13:56:42 »

๒  เสียงตบมือข้างเดียว



         
เมื่อจิตรับอารมณ์ภายนอกแล้วไม่ยึดถือปรุงแต่งเป็นเราเป็นของเรา มีแต่สติ ปัญญาที่จะจัดการกับอารมณ์นั้น ๆ อย่างถูกต้อง จิตก็สงัดจากอารมณ์ทั้งปวง เสมือนเสียงแห่งความเงียบของมือที่ตบข้างเดียว ที่ปราศจากมืออื่นมาตบด้วย. ความเงียบสงัดชนิดนี้จึงดังก้องอยู่ในใจ กลบเสียงของโลกแห่งการตบมือสองข้างเสียสิ้น นี่คือความระงับดับทุกข์ที่แท้จริง ; และอาจประมวลมาเป็นคำกลอนได้ดังนี้

          มือฉันตบข้างเดียวส่งเสียงลั่น
เมื่อท่านตบสองข้างจึงดังได้
เสียงมือฉันดังก้องทั้งโลกัย
เสียงมือท่านดังไกลไม่กี่วา ฯ

          เสียงความว่างดังกลบเสียงความวุ่น
ทั้งมีคุณกว่ากันทางหรรษา
เสียงสงบกลบเสียงทั้งโลกา
หูของข้าได้ยินแต่เสียงนั้น ฯ

          เสียงของโลกดังเท่าไรไม่ได้ยิน
เพระเหตุวิญญาณรับแต่เสียงนั่น
เป็นเสียงซึ่งผิดเสียงอย่างสามัญ
เป็นเสียงอันดังสุดจะพรรณนา ฯ

          มือข้างเดียวตบดังฟังดูเถิด
แสนประเสริฐคือจิตไม่ใฝ่หา
ไม่ยึดมั่นอารมณ์ใดไม่นำพา
มันร้องท้าเย้ยทุกข์ทุกเมื่อเอย ฯ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 02 ตุลาคม, 2553, 14:07:03 »

๓ ในโลกนี้มีพุทธศาสนาเพื่อเข่นฆ่าสิ่งเหล่านี้มิให้เหลือ



         
ภาพนี้เป็นภาพแท่นวัชระอาสน์ ธรรมจักร และตรีรัตนะ ใต้ต้นโพธิ์ อันแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีล้อธรรมจักร หมายถึงธรรมะของพระองค์ กำลังแล่นตัดหรือทำลาย ซึ่ง "การเบียดเบียน พิธีรีตอง ความหลอกลวง โชคชะตาราศี ชั้นวรรณะ ไสยศาสตร์ ความเมาศาสนา เมาสวรรค์ เมาตำรา เมาอาจารย์ และเมาอัตตา ตัวตน".

         
มีคำบรรยายประกอบภาพว่า "ในโลกนี้มีพุทธศาสนา เพื่อเข่นฆ่าสิ่งเหล่านี้มิให้เหลือ" นั่นคือทำลายสิ่งดังกล่าวนั่นเอง.
         
สิ่งดังกล่าวมีขึ้นมาในโลกก็เพราะอำนาจความเห็นแก่ตัว ที่มีอยู่ในจิตใจของคนเราแต่ละคน ๆ นี่เอง. ดังนั้น หากทำลายความเห็นแก่ตัวลงไปด้วยเครื่องมือธรรมของพระพุทธองค์ สิ่งดังกล่าวจะถูกทำลายพร้อมกันไปในตัว. สิ่งดังกล่าวหมดไปจากจิตใจของเราได้เพียงใด ความเป็น "ชาวพุทธ" ของเรา (ความไม่ทุกข์ ) จะสมบูรณ์ขึ้นเพียงนั้น ตรงกันข้าม หากสิ่งดังกล่าวยังเต็มอัดอยู่ในจิตใจ ก็พึงรู้ตัวเถิดว่า เราเป็นชาวพุทธแต่เพียงเปลือกนอกหรือเพียงทะเบียนเท่านั้น
 



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 03 ตุลาคม, 2553, 01:47:29 »

๔ พระองค์อยู่หลังม่าน



         
ภาพนี้เป็นภาพที่มีชื่อว่า "พระองค์อยู่หลังม่าน" ซึ่งมี ความหมายว่า เมื่อความทุกข์ ความร้อน ความทรมาน ความวุ่นวาย ความหนักอึ้งเกิดขึ้นในจิตใจของผู้ใด ขอท่านได้โปรดทราบเถิดว่า ในขณะนั้น "พระพุทธองค์" กำลังประทับอยู่เบื้องหลังของความทุกข์นั้น คือจะดลใจปรากฏในดวงจิตของบุคคลผู้นั้นเอง เพื่อแนะแนวทางแห่งความหลุดรอดจากความทุกข์ให้แก่เรา แต่เราจะได้ยินคำชี้แนะของพระพุทธองค์หรือไม่นั้น มันขึ้นอยู่ที่สติปัญญาของเราแต่ละคนนี่เอง.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 04 ตุลาคม, 2553, 04:36:28 »

๕ เสียงขลุ่ยกลับมาหากอไผ่



"เสียงขลุ่ยหวนกลับมาหากอไผ่"
จงคิดให้เห็นความตามนี้หนอ
ว่าไผ่ลำตัดไปจากไผ่กอ
ทำขลุ่ยพอเป่าได้เป็นเสียงมา

เสียงก็หวนกลับมาหากอไผ่
เป่าเท่าไรกลับกันเท่านั้นหนา
เหมือนไอน้ำจากทะเลเป็นเมฆา
กลายเป็นฝนกลับมาสู่ทะเล ฯ

เหมือนตัณหาพาคนด้นพิภพ
พอสิ้นฤทธิ์ก็ตระหลบหนทางเห
วิ่งมาสู่แดนวิสุทธิ์หยุดเกเร
ไม่เถลไถลไปที่ไหนเลย;

อันความวุ่นวิ่งมาหาความว่าง
ไม่มีทางไปไหนสหายเอ๋ย
ในที่สุดก็ต้องหยุดเหมือนอย่างเคย
ความหยุดเฉยเป็นเนื้อแท้แก่ธรรมเอย ฯ


         
คนทุกคนมีแรงพลุ่งไปใน "ความเกิด" ด้วยฤทธิ์ของตัณหาและอุปาทาน. โดยเหตุที่ไม่ทราบว่า ที่แท้อารมณ์ทั้งปวงนั้น ก่อตัวพลุ่งขึ้นก็เพียงมุ่งกลับสู่สภาพเดิม คือ "ความดับ".
         
เหมือนไม้ไผ่ตัดจากกอไผ่ไปทำขลุ่ยเป่าเสียงดังไพเราะ ก็เพียงเพื่อ "ความดับ" แห่งเสียงนั้นลงสู่สภาพไม้ไผ่จากกอเดิม; หรือเหมือนไอน้ำจากทะเล พลุ่งขึ้นเป็นเมฆาและตกเป็นฝนลงสู่ทะเลตามเดิม.
         
 ความวุ่นที่พลุ่งขึ้น ก็ย่อมดับมอดลงสู่ ความว่าง อันเป็นธรรมชาติเดิมแท้ เพราะฉะนี้แล ความไม่ดิ้นรนทะยานไปในอารมณ์ทั้งปวง ด้วยตัณหาอุปาทาน จึงเป็นความดับสนิทไปแต่ต้นมือแล้ว.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 05 ตุลาคม, 2553, 03:51:37 »

๖ ปฏิบัติเพื่อความสะอาด



อาบอะไรล้างกันใหญ่ดูให้ดี
ดูอาบกันให้เต็มที่ไม่มีเฉย
"ไม่น่าดูนั่นแหล่ะดูให้ดีเอย"
ขอเฉลยอรรถอ้าง "ล้างตัวกู "

อาบที่หนึ่งนั้นล้างส่วนร่างกาย
ย่อมทำได้โดยขยันหมั่นเช็ดถู
ภาพพวกเซ็นอาบเป็นตัวอย่างดู
ล้างตัวกูกันอย่างหนักด้วยรักทำ

อาบที่สองของล้างไล่กิเลส
ที่เป็นเหตุเผลอไพล่ไถลถลำ
เที่ยวยึดนั่นยึดนี่ที่กอบกำ
เอามาทำเป็น "ตัวกู " และ " ของกู "

เอาน้ำคำธรรมะเข้าชะล้าง
ให้สว่างสะอาดสิ้นสงบอยู่
อะไรมาไม่ยึดมั่นไม่ขัดถู
สิ้น "ตัวกู " เป็นวิมุตติดีสุดดี

ยามอาบล้างท่าทางไม่น่าดู
อาบเสร็จแล้วสวยหรูชูศักดิ์ศรี
ยามชะล้างแสนยากลำบากมี
ลุถึงที่สุขล้วนชวนชมเอย ฯ


         
อาบน้ำนั้น ตอนอาบไม่น่าดู อาบเสร็จแล้วสะอาดหมดจดฉันใด; ขณะปฏิบัติต่อสู้กับกิเลส น่าทรมาน ชนะกิเลสแล้วพบความสงบผาสุขฉันนั้น.
         
อาบน้ำทางกาย ชำระเหงื่อไคล อาบทางใจคือชำระล้างความยึดถือว่า "เรา" ว่า "ของเรา" อันเป็นของสกปรกสำหรับใจ.
         
เครื่องมือในการอาบน้ำ คือ ถังในภาพ ส่วนเครื่องอาบชำระใจ คือ "การปฏิบัติธรรม"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 07 ตุลาคม, 2553, 06:53:43 »

๗ ดอกไม้จัดคน



คนนั่งจัดบุปผชาติก็คาดคิด
ว่าพิชิตมันได้ตามใจหวัง
ความคิดนี้ถูกดีแล้วหรือยัง
มันจัดใครเข้าให้มั่งหยั่งคิดดู

คิดดูเถิดพวกถนัดจัดมาลัย
ลิงโลดใจว่าจัดได้สวยหรู
ใครจัดใครแย่ไปให้นึกดู
อย่าหลงรู้แต่ว่าตนจัดมาลัย

ดูให้ดีพวกคนหลงดอกไม้
มันมัดท่านใจไข้อยู่ไหวไหว
ในทันทีที่คนจัดดอกไม้ไป
มันรวบใจคนมัดในบัดดล

ดอกไม้จัดคนบ้างอย่างภาพนี้
คือพวกที่หลงมันทุกแห่งหน
เด็กผู้ใหญ่ไพร่ผู้ดีมีหรือจน
ไม่เคยพ้นบุปผชาติคาดมัดเอย ฯ


         
คนมีกิเลสหมายมั่นว่าเราเป็นผู้จัดการ, เราเป็นผู้บงการทุกสิ่ง, เราเป็นผู้กระทำให้ได้ตามใจเรา แต่ที่แท้คนกำลังถูกบงการจากกิเลสนั่นเอง จึงถูกกิเลสรัดรึงอยู่รอบด้าน.
         
ส่วนผู้รู้ใช้ปัญญาเข้าจัดการกับทุกเรื่อง จึงเป็น "อิสระ".
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 08 ตุลาคม, 2553, 06:19:53 »

๘ ไหว้พระพุทธรูป



อาจารย์ขาก้อนศิลาบ้านข้าเจ้า
ลุกขึ้นเต้นเร่าเร่าน่าเลื่อมใส
ทำพุทธรูปกันเถิดหนาเลิศกว่าใคร
"เออ, ทำได้ " แน่หนาท่านอาจารย์

"ถ้าอย่างนั้นไม่ได้แล้วไม่ได้แน่
เหตุว่าแกสงสัยไม่ฉาดฉาน
ขืนทำไปไม่มั่นมันป่วยการ
พุทธรูปตายด้านเพราะลังเล

ถ้าในใจเชื่อมั่นมันก็ได้
ถ้าในใจสงสัยมันก็เขว
เป็นพุทธจริงตรงที่ใจไม่เกเร
มันไหลเทออกจากใจข้างในเรา

พุทธะจริงข้างในมีดีอยู่แล้ว
พุทธรูปหินหรือแก้วมักพาเขลา
มีพุทธจริงแล้วจะวิ่งเที่ยวหาเอา
อะไรเล่ามาหมอบไหว้ให้ยุ่งเอย ฯ


         
ถ้าเชื่อ ก้อนดินก็เป็นพระพุทธรูปได้ ! แต่พระพุทธรูปชนิดนี้ยังเป็นของภายนอกเกินไป.
         
ส่วนพระพุทธเจ้าแท้จริง อยู่ที่ใจที่หมดสงสัยลังเลต่อชีวิตแล้ว พระพุทธรูปภายนอกนั้นพาให้ลังเล. ถ้าพบ "พระ" ในใจแล้ว "พระ" นั้นคุ้มครองในทุกแห่งหน.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 13 ตุลาคม, 2553, 01:42:12 »

๙ อยู่ให้เหมือนลิ้นงูในปากงู



"นั่นลูกตามองเห็นไม่เป็นหมัน
เขาใช้มันเล็งแลแก้ปัญหา
อยู่ในโลกอย่างไรไม่ทรมาน์
พิจารณาตรองไปให้จงดี.

อยู่ให้เหมือนลิ้นงูในปากงู
ไม่เคยถูกเขี้ยวงูอยู่สุขศรี
อยู่ในโลกไม่เคยถูกเขี้ยวโลกีย์
เป็นเช่นนี้อุปมาอย่าฟั่นเฟือน

คิดดูบ้างนั่งได้ในปากงู
ไม่เคยถูกเขี้ยวงูอยู่เสมือน
นั่งในห้องแสนสบายภายในเรือน
มีเค้าเงื่อนเหมือนพระภควันต์

อยู่ในโลกไม่กระทบโลกธรรม
อยู่เหนือกรรมเหนือทุกข์เป็นสุขสันต์
ใครมีตารีบเคารพนอบนบพลัน
รีบพากันทำตามยามนี้เอย ฯ


         
เขี้ยวของโลกที่ขบขย้ำคนอยู่ คือ โลกธรรม ๘ ประการ กลุ่มแรก คือ ลาภ, ยศ, สรรเสริญ, สุข. กลุ่มหลัง คือ เสื่อมลาภ, เสื่อมยศ, นินทา, ทุกข์.
         
นั่นคือการได้และการเสีย, หรือบวกกับลบ นั่นเอง, ซึ่งเป็นเพียง "มายา" ปรากฏการณ์ชั่วคราว ตามเหตุและปัจจัยปรุงแต่งขึ้น.
         
เห็นความ "เกิด-ดับ" ของมายานี้แล้ว "ไม่ถือมั่น" ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม จึงอยู่ในโลก ไม่ต้องหนีไปไหน แต่ก็ไม่ถูกเขี้ยวของโลก; เหมือนลิ้นของงูอยู่ในปากงู ชิดเขี้ยวอันเต็มไปด้วยน้ำพิษ แต่ไม่เคยถูกพิษนั้นเลย. สำหรับโลกนอกตัวเราสมัยนี้ ก็นับว่าเต็มไปด้วยพิษงู เราจะอยู่อย่างฉลาดโดยไม่ถูกเข้ากับพิษเหล่านั้น มีผลเท่ากับอยู่กันคนละโลกทีเดียว.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #9 เมื่อ: 20 ตุลาคม, 2553, 04:15:53 »

๑๐ เต่าหินตาบอด



"โอ้เต่าเอ๋ยขอถามความสักอย่าง
ดูท่าทางของเต่าเรานึกขำ
ตัวเป็นหินตาก็บอดยอดเวรกรรม
มีพระธรรมอยู่บนหลังยังไม่รู้"

"มนุษย์เอ๋ย! เราจะบอกกรอกหูเจ้า
ตัวเราเองแหละคือธรรมตำตาอยู่
ธรรมของเจ้าคือตำราบ้าพอดู
ธรรมของตูคือตัวตูอยู่ที่ธรรม

ที่เป็นหินหมายถึงเย็นอย่างนิพพาน
เพราะประหารอวิชชาไยว่าขำ
ความหนวกบอดยอดสงบลบล้างกรรม
เป็นความว่างมีประจำอยู่ร่ำไป

อันตำรานั้นมิใช่พระธรรมเลย
คิดดูเถิดคนเอ๋ยอย่าไถล
จะมีธรรมกันบ้างช่างกระไร
คว้าเอาไว้แต่คัมภีร์ดีนักเอย ฯ"


         
มนุษย์ : เต่านี้ช่างโง่เสียจริง มีคัมภีร์อยู่บนหลังแล้ว เหตุไฉนจึงไม่รู้ธรรมะ
         
เต่า : บนหลังฉันนั้นยังไม่ใช่ธรรมะแท้จริง. ความหนวกบอด คือความไม่ยินดียินร้ายในอารมณ์ที่มากระทบ; ความเย็นและสงบที่เนื้อตัวของฉันตากห่าง เป็นธรรมะที่แท้จริง
         
จะหาธรรมะที่แท้จริงที่ไหนอื่นเล่ามนุษย์เอ๋ย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: