Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 23:41:28

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ประติมากรรมหินถิ่นอีสาน ผลงานน่าทึ่งของธรรมชาติ  (อ่าน 3975 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 21 กันยายน, 2553, 17:39:36 »



ประติมากรรมหินถิ่นอีสาน ผลงานน่าทึ่งของธรรมชาติ  
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


ที่มา http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000130983


 

 
เสาเฉลียงคู่ ป่าดงนาทาม อช.ผาแต้ม

 

       
“น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน”
       
       
ภูผาหินแม้จะแข็งแกร่ง ยิ่งใหญ่เพียงไหน แต่หากถูกสายลม สายฝน แสงแดด และสภาพอากาศกระทำอยู่ชั่วนาตาปี ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
       
       
แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ว่า ไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นไม่กี่ 10 ปี หากแต่กินเวลานับแสนนับล้านปีจนผาหินที่แข็งแกร่งถูกธรรมชาติสลักเสลาขัดเกลา กลายเป็นประติมากรรมหินธรรมชาติที่มีรูปร่างแปลกตาขึ้นมา บ้านเราส่วนใหญ่พบมากในแถบภาคอีสาน ซึ่งหลายแห่งปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นสวยงาม และน่าไปเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

 



 
หินใหญ่รูปร่างประหลาดที่ภูผาเทิบ

 
 
       
ภูผาเทิบ มุกดาหาร
       
       
ภูผาเทิบหรือกลุ่มหินเทิบ ในอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นหินทรายอายุหลายสิบล้านปี สันนิษฐานว่า หลังการเกิดแผ่นดินอีสานขึ้น บริเวณนี้ได้ถูกกระแสน้ำโบราณกัดเซาะชั้นหินใต้ท้องน้ำเปลี่ยนแปลงรูปร่างไป จากนั้นเมื่อสายน้ำโบราณแห้งหายไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคต่อมา สายฝน สายลม ก็ได้ร่วมกันกัดเซาะหินเหล่านี้อีกเป็นเวลาช้านานเกิดเป็นภูผาเทิบขึ้นมา
       
       
ภูผาเทิบ เป็นประติมากรรมหินธรรมชาติขนาดใหญ่ ตั้งวางซ้อนกันอยู่อย่างวิจิตรพิสดารบนลานหินกว้างใหญ่ มองเห็นเป็นรูปร่างต่างๆ อาทิ ดอกเห็ด จระเข้ มงกุฎ เก๋งจีน ปลาวาฬ เต่า อูฐ รูปเต่า หอย ยานอวกาศ เป็นต้น
       
       
ผู้สนใจเที่ยวชมหินยักษ์รูปร่างแปลกตาและสิ่งน่าสนใจในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อช.ภูผาเทิบ โทร. 0-4260-1753






 
เสาหินยักษ์ 5 ต้น มอหินขาว

 
 
       
เสาเฉลียงผาแต้ม อุบลราชธานี
       
       
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แม้จะโด่งดังในเรื่องภาพเขียนสีโบราณเมื่อ 3,000-4,000 ปี ก่อนยุคประวัติศาสตร์ แต่ที่แห่งนี้ยังมี “เสาเฉลียง”เป็นอีกหนึ่งความน่าทึ่งของธรรมชาติ
       
       
เสาเฉลียงผาแต้ม มีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่ดูเหมือนไม่ติดกัน แต่ว่าก็วางอยู่อย่างนั้นมาชั่วนาตาปี ซึ่งที่เด่นๆก็มี
       
       
"เสาเฉลียงเล็ก" บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นกลุ่มหินที่มี 3 เสา สูงประมาณ 5 เมตร บนยอดมีหินแบนวางทับดูคล้ายดอกเห็ด
       
       
"เสาเฉลียงใหญ่" บ้านผาชัน เป็นเสาหินใหญ่(มาก) 2 เสา ตั้งเคียงคู่ติดกัน มีแผ่นหินตั้งอยู่ข้างบน ดูน่าเกรงขาม นับเป็นเสาเฉลียงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
       
       
"เสาเฉลียงคู่" ป่าดงนาทาม เป็นเสาหิน 2 เสา ฐานกว้างด้านบนคอดมีแผ่นหินวางอยู่ข้างบนอย่างหวาดเสียวว่าจะตกไม่ตกแหล่ เสาเฉลียงคู่ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกชั้นดีอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย
       
       
นอกจากเสาเฉลียงทั้ง 3 กลุ่มแล้ว อช.ผาแต้มยังมีกลุ่มหินรูปร่างแปลกๆแทรกให้นักท่องเที่ยวได้สอดส่องสายตาค้นหา และปลดปล่อยจินตนาการไปกับหินรูปร่างประหลาดของที่นี่ อยู่เป็นจำนวนมาก
       
       
ผู้สนใจเที่ยวชมเสาเฉลียงผาแต้ม ภาพเขียนสีโบราณ น้ำตก ทุ่งดอกไม้ป่า และสิ่งน่าสนใจในอื่นๆในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อช.ผาแต้ม โทร. 0-4524-6332-3

 
 


หอนางอุสา ภูพระบาท
 
 
 
       
ภูพระบาท อุดรธานี
       
       
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เป็นกลุ่มหินที่มีลักษณะพิเศษกว่าทั่วไป เพราะนอกจากหินเหล่านี้จะเป็นประติมากรรมธรรมชาติรูปทรงประหลาดแล้ว ยังมีหลักฐานว่าที่ภูพระบาทเคยมีมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่ อีกทั้งยังมีการทำพิธีกรรมร่วมกับกลุ่มหินประหลาดเหล่านี้
       
       
ไม่เพียงเท่านั้นภูพระบาทยังเลื่องชื่อเรื่องนิทานพื้นบ้านตำนานรักของ“นางอุสา-ท้าวบารส”ที่ส่งผลให้ก้อนหินจำนวนมากของที่นี่ตั้งชื่อตามตำนานเรื่องนี้ อาทิ คอกม้าน้อย คอกม้าท้าวบารส หีบศพนางอุสา หีบศพท้าวบารส โดยมีไฮไลท์คือ “หอนางอุสา” ที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งภูพระบาทแห่งนี้
       
       
หอนางอุสา มีลักษณะเป็นเพิงหินสูงรูปดอกเห็ด สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร มีการก่อหินล้อมเป็นห้องขนาดเล็กเอาไว้ที่เพิงหินด้านบน และก่อเป็นห้องที่มีประตูและหน้าต่างขนาดเล็กอยู่ที่ผนังทั้งสอง เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหอนางอุษาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาช้านานแล้ว
       
       
ผู้สนใจเที่ยวชมกลุ่มหินประหลาด ศึกษาประวัติศาสตร์ และตามรอยตำนาน นางอุสา-ท้าวบารส สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-4222-2909 ต่อ 218
       
       
มอหินขาว ชัยภูมิ
       
       
จังหวัดชัยภูมิยังมีกลุ่มหินประหลาดอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ มอหินขาว อ.เมือง บนสันเขาภูแลนคา ที่แม้จะเพิ่งเปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ไม่นาน แต่ว่าก็มาแรงไม่เบา
       
       
มอหินขาว เป็นเสาหินและแท่งหินขนาดยักษ์ สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี มีกลุ่มหินที่โดดเด่นอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน

 




 
หินถ้วยฟีฟ่า ป่าหินงาม

 
 
       
ป่าหินงาม ชัยภูมิ
       
       
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ แม้จะโด่งดังเรื่องเป็นทุ่งดอกกระเจียวในหน้าฝน แต่ในยามนอกฤดูฝนที่นี่ก็น่ายลไปด้วย“ป่าหินงาม” อันเป็นที่มาของชื่ออุทยาน
       
       
ป่าหินงาม มีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เกิดจากการกัดเซาะเนื้อดินและหินในส่วนที่จับตัวกัน เกิดเป็นประติมากรรมหินรูปร่างแปลกตา นานวันเข้าจึงเกิดโขดหินที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกันมองดูสวยงามเป็นที่อัศจรรย์ อาทิ หินรูปยานอวกาศ รูปถ้วยฟีฟ่า รูปช้าง รูปเรดาร์ รูปแม่ไก่
       
       
นอกจากนี้ป่าหินงามยังมีหินรูปร่างประหลาดอีกมากมายให้ชมกัน ซึ่งใครจะมองเห็นเป็นรูปร่างอะไรก็สุดแท้แต่จินตนาการของแต่ละคน
       
       

สวนหินผางาม เลย
       
       
สวนหินผางาม กิ่ง อ.หนองหิน จ.เลย ได้รับฉายาว่าเป็น“คุนหมิงเมืองเลย” มีลักษณะเป็นเทือกเขาหินปูน ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า เดิมบริเวณนี้เป็นทะเลชายฝั่งรอยต่อทวีปมาก่อน ก่อนที่โลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ถูกดันตัวยกขึ้นเกิดเป็นสวนหินผางามขึ้นมา
       
       
สำหรับผู้ที่เข้าไปดินในคุนหมิงเมืองเลยก็จะได้พบกับ บรรยากาศของสวนหินที่มีลักษณะเป็นแนวหินปูนสูงใหญ่ ทอดตัวเป็นแนวยาวแลดูสง่างาม ภายในมีทางเดินซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับคล้ายเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน บางช่วงต้องมุดลอด บางช่วงเป็นโพรงถ้ำ นอกจากนี้ในบางช่วงยังมีต้นไม้หายาก และต้นไม้แปลกตาให้ชมอีกด้วย

 




 
สวนหินผางาม คุนหมิงเมืองเลย (ภาพ : ททท.) 

 
 
       
และนี่ก็คือประติมากรรมหินเด่นๆในภาคอีสาน อันเกิดจากความน่าทึ่งของธรรมชาติ ซึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนสถานที่เหล่านี้ จำเป็นต้องต้องช่วยเที่ยวชมกันให้ถูกต้องตามกฏ กติกา มารยาท ของสถานที่นั้นๆ ไม่ไปทำร้ายทำลาย ขีดเขียน มือบอนจับในบริเวณจุดเปราะบาง อีกทั้งควรช่วยกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวนั้น เพราะกว่าธรรมชาติจะบรรจงสรรค์สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ใช้เวลานับแสนนับล้านปี อย่าให้สิ่งดีๆเหล่านี้ต้องมาด่างพร้อยในรุ่นของเราเลย


       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       

อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ต.นาสีนวน อ. เมืองมุกดาหาร จ. มุกดาหาร 49000 โทร. 0-4267-6474, 0-4260-1753
       
       
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โทร. 0-4524-6332-3
       
       
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ต. เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โทร. 0-4222-2909 ต่อ 218
       
       
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ โทร. 0-4489-0105
       
       
มอหินขาว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ต.ห้วยต้อน อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ โทร. 0-4481-0902-3 โทร.
       
       
สวนหินผาม ตั้งอยู่ที่บ้าน ผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ กิ่งอำเภอหนองหิน โทร. 0-4281-2812 หรือ ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว (Call Center) 1147 หรือที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสวนหินผางาม โทร. 0-4280-1900


 

 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: