Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 มกราคม, 2561, 00:08:20

   

ผู้เขียน หัวข้อ: Ukulele  (อ่าน 3175 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,792
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 14 กันยายน, 2553, 07:46:09 »

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Ukulele

ที่มาจาก http://www.ukulelethai.com


   
Ukulele มีขนาดมาตราฐานอยู่ทั้งหมด 4 ขนาดนะครับ โดยขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ Tenor, Soprano และ Concert ตามลำดับครับ สำหรับขนาด Soprano, Concert และ Tenor มีวิธีเล่นเหมือนกันครับ โดยมีการจูนเสียงที่เป็นมาตราฐานสากลทั่วโลก เรียกว่า C tuning ครับ ก็คือจูนแบบ GCEA ครับ ไล่ลงมาตั้งแต่สายที่ 4(บนสุด) ลงไป สายที่1 (ล่างสุด) ดูวีธีการจูนได้ที่ หน้าตั้งเสียงครับ http://www.ukulelethai.com/ukulele/ukulele-tuning.html

ส่วนขนาด Baritone จะมีการจูนเสียงที่แตกต่างไปจากขนาดอื่นๆครับ คือ จูนเหมือน 4สายล่างของ กีตาร์ธรรมดาครับ คือ DGBE ซึ่งก็หมายถึง เวลาเราจะจับคอร์ด ก็ต้องจับแตกต่างไปจาก Soprano, Concert และ Tenor ครับ ทำให้ ไม่ค่อยเป็นที่นิยมกัน แต่ก็เริ่มมีผู้ผลิตสาย ukulele หลายราย เริ่มทำสายที่จูนแบบ GCEA สำหรับ ukulele ขนาด Baritone ขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ค่อยไ้ด้รับความนิยมเท่าที่ควร เนื่องจากเสน่ห์ของ ukulele ก็คือ ความเล็ก ที่คุณภาพไม่เล็ก ของมันครับ แต่เจ้า Baritone นี่ มีขนาดใหญ่สุด คนก็เลยยังไม่นิยมกันครับ
 
Soprano มีขนาดความยาวประมาณ 21 นิ้วครับ มีจำนวน fret ขนาดมาตราฐานที่ 12 frets ซึ่งจะเป็นจำนวน fret จาก nut ถึงตัว body ที่ 12 frets จูนสายเป็น GCEA โดยถือเป็นขนาดมาตราฐานแท้ๆ ดั้งเดิมของ ukulele ครับ ในบางรุ่นก็มีจำนวน fret มากขึ้นเป็น 14 frets หรือมากกว่า แต่จะเป็น fret ที่เพิ่มเข้ามาอยู่บริเวณตัว body แต่เนื่องจากขนาดสเกลที่เล็กลงเรื่อยๆของช่วงห่างระหว่าง fret จึงไม่นิยมทำจำนวน fret มาก เพราะใช้นิ้วกดให้เสียงมีคุณภาพลำบาก สำหรับคนที่นิ้วใหญ่ซักหน่อย ดังนั้นจึงอาจเห็น ukulele บางรุ่น ที่ใช้ตัว body เป็นขนาด soprano แต่ใช้ fingerboard เป็น concert scale แทน เพื่อให้ใช้นิ้วกดได้ง่ายกว่า โดยจะเรียกว่า Super Soprano เช่น Kala KA-FMS LN Super Soprano นอกจากนี้ก็มี บางรุ่นที่ใช้ body เป็น soprano แต่ใช้ fingerboard เป็น tenor scale เช่น Kala KA-SSLN Soprano Body with Tenor Neck ซึ่งมีนักดนตรีมือสมัครเล่น ใช้ ukulele รุ่นนี่เล่นเพลง Hotel California ของ The Eagles

ส่วนนักดนตรีที่ใช้ Soprano ขนาดมาตราฐาน ก็มีหลายคน เช่น Ohta-san ใช้เล่นเพลง Hawaii
 
Concert มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง โดยมีความยาวประมาณ 23 นิ้ว จูนสายเป็น GCEA มีขนาด fingerboard ที่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดเช่นกัน โดยจะมีประมาณ 14 ถึง 17 frets ซึ่งจะเป็นจำนวน fret จาก nut ถึงตัว body ที่ 14 frets และบางรุ่นอาจมี fret มากกว่า แต่ก็จะเพิ่มเข้ามาในส่วนของตัว body
 
Tenor มีขนาดใหญ่กว่า concert โดยมีความยาวประมาณ 26 นิ้ว จุนสายเป็น GCEA หรือบางคน จูนเป็น gCEA คือให้สายที่ 4 มีเสียงเป็น G ต่ำ (Low G) มีจำนวน fret ประมาณ 17 ถึง 19 frets โดยจะเป็นจำนวน fret จาก nut ถึงตัว body ที่ 14 frets เหมือนกัน fret ที่เพิ่มเข้ามาจะอยู่ในส่วนของตัว body ผู้ที่เล่นกีตาร์อยู่แล้ว จะชื่นชอบ ukulele ขนาดนี้ เนื่องจากขนาดเสียงที่ใกล้เคียงกีตาร์ และ fingerboard ที่สามารถรองรับ การเล่นตัวโน็ตต่างๆ และการเล่นที่หลากหลาย นักดนตรีที่มืชื่อเสียง เช่น

Jake Shimabukuro ก็ใช้ tenor ในการเล่นเพลง While my guitar gently weeps
Israel Kamakawiwo'Ole กับเพลง Somewhere Over The Rainbow
 
 
Baritone เป็น ukulele ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีความยาวประมาณ 30 นิ้ว มีจำนวน fret ประมาณ 19 ถึง 21 frets จูนสายเหมือนกับ 4 สายล่างของกีตาร์ เป็น DGBE จีงทำให้มีรูปแบบในการจับคอร์ด และตัวโน็ต ที่ต่างออกไปจาก ukulele ขนาดอื่นๆ 
 


จับกีตาร์ มาเทียบถ่ายรูปคู่กันให้เห็นชัดๆ กันถึงขนาดเลยครับ Ukulele ขนาด Soprano 2 ตัว รวมกันยาวกว่ากีตาร์แค่นิดหน่อยเองครับ

Ukulele ตัวบน ยี่ห้อ Makala ขนาด Soprano สีม่วงครับ ส่วนตัวล่างนี่ ของผมเองครับ ยี่ห้อ Kala KA-S ขนาด Soprano ตัว body เป็นไม้ Mahogany เปรียบเทียบกับกีตาร์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น APX-4 ครับ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,708
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 23 กรกฎาคม, 2554, 10:18:05 »











วีธีการเลือกซื้อ อูคูเลเล่ ukulele


การเลือกหาอูคูเลเล่ ต้องดูกันที่วัสดุ คุณภาพของส่วนประกอบต่างๆ และรายละเอียดของการตกแต่งของตัวอูคูเลเล่เป็นหลัก เพราะจะทำให้เราได้อูคูเลเล่ที่ดี เสียงเพราะ และจะทำให้เราสนุกกับอูคูเลเล่ได้ในระยะยาว ซึ่งราคา ก็จะผันแปรไปตามคุณภาพ


หลักการง่ายๆมีอยู่ 2 อย่างคือ ตัว body กับสาย



1 ) ตัว body มีผลต่อคุณภาพเสียงมากที่สุด เสียงจะเพราะน้อย เพราะมาก ก็อยู่ที่วัสดุที่นำมาประกอบเป็นตัว body โดยหลักๆ เลยจะมีอยู่ 2 อย่าง คือไม้จริง (Solid wood) กับ ไม้อัด (Laminated wood) โดยไม้จริง จะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า แต่ราคาก็สูงขึ้นไปด้วยเช่นกัน ส่วนไม้อัด ก็ให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง เหมาะสมกับราคาที่ถูกกว่าไม้จริง ตามงบประมาณ ก็สามารถหาซื้อ รุ่นที่ทำด้วย ไม้อัด Laminated ได้ไม่ยาก ซึ่งถ้าจะให้เสียงดีก็ต้องเริ่มจากไม้อัด Mahogany ขึ้นไป ข้อดีคือ ราคาเหมาะสมสำหรับผู้เริ่มต้น

2) สาย ก็มีผลกับเสียงอย่างมากเช่นกัน ถ้าจะให้เสียงดีจริงๆ ก็ต้องใช้สายที่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้ได้เสียงที่ใส และกังวาล เช่น สาย Aquila ทีเป็นสายไนล่อนผสมไส้แกะ โดยจะเป็นสายสีขาว เสียงจะใสเล่นแล้วจะทำให้เราหลงรักการเล่นอูคูเลเล่ เข้าไปอีก แต่ถ้าเป็นสายไนล่อนสีดำที่ติดมาจากโรงงาน ในอูคูเลเล่ระดับล่างลงไป จะให้เสียงทึบๆ และถ้าเล่นไปนานๆจะทำให้เจ็บนิ้ว แล้วจะพาลเบื่อที่จะเล่นอูคูเลเล่ไปซะเลยก็ได้

ซึ่งรายละเอียดลึกๆ ในการเลือกซื้อ ก็ต้องดูกันตามรายละเอียดตั้งแต่ วัสดุ คุณภาพของส่วนประกอบต่างๆ และรายละเอียดของการตกแต่ง





ว่ากันด้วยเรื่องของวัสดุ คุณภาพของส่วนประกอบต่างๆ และรายละเอียดของการตกแต่ง



วัสดุ



1. ไม้ที่ตัว Body

- Laminated ไม้อัด ถ้าเป็นสินค้าราคาถูกๆ ก็จะทำจากไม้อัดเกรดต่ำเช่น Sapale, Maple, Nato แต่ถ้าเป็นเกรดดีหน่อยก็จะใช้ Mahogany เป็นหลักครับ เพราะจะให้เสียงที่นุ่มไพเราะ

- Solid ไม้จริง จะให้เสียงที่ไพเราะ และมีเอกลักษณ์ของเสียงตามประเภทของไม้ เช่น ไม้ Mahogany จะให้เสียงนุ่มๆ, ไม้ Spruce จะให้เสียงแบบพุ่งๆ คือดังก้องกังวาลมากขึ้น ฯลฯ แต่ก็จะทำให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น ตามคุณภาพ และความหายากง่ายของไม้ประเภทต่างๆ เช่น ไม้ Koa จะมีราคาแพงที่สุดเพราะเป็นไม้ที่มีเฉพาะในฮาวาย และเป็นไม้หายาก เป็นต้น








นอกจากนี้ สำหรับไม้จริง Solid ที่นำมาทำเป็นเครื่องดนตรี จะต้องมีการเลื่อยแบบ Quarter Sawn เท่านั้น เพื่อให้ วงปี(เส้นวงกลมที่เราเห็นในรูปด้านล่างตามหน้าตัดของต้นไม้) ของไม้ตั้งฉากกับแนวระนาบด้านบนของไม้ให้มากที่สุด (ตามภาพแผ่นไม้ตรงกลางของภาพด้านล่าง) เพราะจะส่งผลต่อความคงทนของไม้ ซึ่งจะทำให้ไม้ไม่หด บิดงอ หรือเสียรูปง่าย ซึ่งในการเลื่อยวิธีนี้ จะได้ไม้ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพที่คงทนที่สุด แต่ก็มีส่วนที่สูญเสียไปเยอะ จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ ไม้ Solid เกรดสำหรับเครื่องดนตรี มีราคาสูงกว่าไม้ทั่วไป ที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะไม้ที่เลื่อยทำเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย จะเลื่อยกันแบบ plain sawn (Regular Sawn) กันทั้งหมด ดังนั้น ถ้าเลือกซื้อ อูคูเลเล่ไม้จริง ก็ต้องระวังในจุดนี้ไว้ด้วยครับ ไม่งั้น เล่นๆ ไปซักพัก อูคูเลเล่ ของเราอาจจะ โค้งเป็นกะละมัง หรือไม้ปริแตกได้








2. สาย

- ไนล่อน
มีลักษณะเป็นสายสีดำ สินค้าราคาถูกๆ จะใช้สาย ไนล่อนเป็นหลัก เพราะจะมีราคาถูกสุด แต่ก็จะให้เสียงที่ทึบๆ ไม่ใสกังวาล เพราะการสั่นสะเทือนของสายจะน้อย จึงทำให้เมื่อดีดแล้ว สายจะสั่นและให้เสียงแค่ช่วงสั้นๆ ซึ่งก็จะมีหลากหลายคุณภาพ ตามแต่ผู้ผลิตแต่ละราย ในสหรัฐส่วนมากจะใช้สาย GHS กัน แต่ถ้าเป็นที่อื่นๆ ก็จะใช้สายที่เกรดต่ำกว่าลงไปอีก


- ไนล่อนพันทับด้วยไส้แกะแล้วนำมาขัดให้เรียบ
มีลักษณะเป็นสายสีขาว เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่พัฒนาโดยผู้ผลิตสาย ในประเทศอิตาลี โดยนำสายไนล่อนเกรดคุณภาพสูงมาต่อยอดด้วยการนำไส้แกะแท้ๆ ตามฉบับดั้งเดิมของอูคูเลเล่ มาพันทับกับสายไนล่อน แล้วนำไปขัดให้เรียบ ซึ่งทำให้การสั่นสะเทือนของสายนานกว่า ซึ่งทำให้ได้เสียงที่ใส และก้องกังวาล ซึ่งผู้ผลิตอูคูเลเล่เกรดระดับกลางขึ้นไป จะใช้สายชนิดนี้เป็นหลัก ซึงก็คือสาย Aquila นั่นเอง



3. ไม้ที่ส่วน fingerboard และ bridge

- Maple สินค้าราคาถูกจะใช้ไม้ Maple ในส่วนนี้ ซึ่งมีราคาถูก แต่ก็จะสึกหรอได้ง่ายกว่า เนื่องจากคุณสมบัติของไม้ จะไม่ค่อยมีความแข็งแรง

- Rosewood มีคุณสมบัติทีแข็งแรง และทนต่อการสึกหรอได้สูง อูคูเลเล่เกรดระดับกลางขึ้นไป จึงนิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบที่ fingerboard และ bridge เพราะจะมีอายุการใช้งานที่นาน




คุณภาพของส่วนประกอบต่างๆ

1.ลูกบิด

- Friction เป็นแบบดั้งเดิม แต่ก็มีคุณภาพหลากหลายเกรด หากเป็นสินค้าราคาถูกมักจะใช้วัสดุเป็นพลาสติกและน็อตเกรดต่ำ ซึ่งจะทำให้สายเพี้ยนได้ง่าย แต่ในอูคูเลเล่เกรดระดับกลางขึ้นไปจะใช้วัสดุเกรดสูง ทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องสายเพื้ยนบ่อยๆ

- Geared ลักษณะเหมือนกับตัวลูกบิดตั้งสายของกีตาร์
คือมีเฟืองทด เพื่อทำให้ง่ายต่อการจูนสาย และไม่มีปัญหาเรื่องสายที่เพี้ยนบ่อยๆ คุณภาพก็จะขึ้นอยู่กับวัสดุของส่วนประกอบต่างๆ เช่นพลาสติก นิกเคิล ทองเหลือง ฯลฯ



2. Nut และ Saddle


- พลาสติก
มีราคาที่ถูกกว่า แต่การส่งผ่านเสียงจากสาย ไปยังตัวบอดี้ เพื่อกำเนิดเสียงก็จะมีคุณภาพไม่เต็มที่

- กระดูก เป็นวัสดุธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการส่งผ่านเสียง ไปยังตัวบอดี้ เพื่อกำเนิดเสียงได้ดีกว่า เพราะกระดูกมีคุณสมบัติที่มีความพรุนในตัว เสียงจึงส่งผ่านได้ดี





รายละเอียดการตกแต่ง


1. การทำสี


- Satin ลักษณะสีด้านๆ ดูเป็นธรรมชาติ

- Gross จะให้สีแบบแวววาบ



2. Binding ต่างๆ


- พลาสติก


- ไม้

- เปลือกหอย (Abalone)


สรุปใจความสำคัญ ต้องดูกันที่คุณภาพเป็นหลัก เพราะจะทำให้เราสนุกกับการเล่นอูคูเลเล่กันไปอีกนาน



ว่ากันด้วยเรื่องของขนาด และสไตล์การเล่น


คราวนี้ มาในเรื่องโทนเสียง กับสไตล์ในการเล่นครับ อย่างที่ทราบกันว่า อูคูเลเล่ มีขนาดที่คนนิยมเล่นกันอยู่ 3 ขนาด คือ Soprano, Concert และ Tenor ซึ่ง แต่ล่ะขนาด ก็ให้สุ่มเสียง ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ตามขนาดของตัว body คือ

- Soprano
เนื่องจากมีขนาดตัวที่เล็ก จึงให้เสียงที่เล็กๆ ใสๆ หวานๆ แบบดั้งเดิมตามฉบับแหล่งกำเนิดของ อูคูเลเล่ คือ ฮาวาย ก็คือเสียงแบบทะเลๆ นั่นเอง และเนื่องจากความเล็ก ก็จึงทำให้ finger board ก็เล็กตามไปด้วย ซึ่งโดยปกติ ก็จะมีจำนวนเฟรต 12 เฟรต แต่ผู้ผลิตบางที่ ก็เริ่มมีการออกแบบให้มี 15 เฟรต เพื่อรองรับ การเล่น ที่หลากหลายขึ้น ดังนั้น อูคูเ้ลเล่ขนาด Soprano แบบดั้งเดิม ที่มี 12 เฟรต จึงเหมาะในการเล่นสไตล์ ตีคอร์ดร้องเพลง และง่ายต่อการพกพาไปเที่ยวในที่ต่างๆ เรียกได้ว่า แค่มี อูคูเลเล่ขนาด Soprano หนึ่งตัว กับ หนังสือเพลงเล่มโปรดซักเล่ม ก็หิ้วไปเล่นได้ทุกที่ ที่ต้องการครับ ส่วนถ้าใครชอบแบบมีโซโล่เพิ่มเติม ก็เลือกหารุ่นที่มีจำนวนเฟรตเพิ่มขึ้น ก็จะรองรับการเล่นได้กว้างขึ้นครับ


- Concert มีขนาดที่ใหญ่กว่า soprano ขึ้นมาอีกนิด จึงให้สุ้มเสียงที่ทุ้มๆ ขึ้นมาอีกหน่อย แต่ก็ยังให้อารมณ์ใสๆ หวานๆ ของ soprano เช่นกัน ขนาดที่ใหญ่ขึ้น ก็จะทำให้ finger board ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย และจำนวนเฟรต ก็จะมีเพิ่มขึ้น เป็น 14 ถึง 19 เฟรต แล้วแต่การดีไซน์ ซึ่งก็จะรองรับการเล่นสไตล์ finger picking ได้มากขึ้น

- Tenor มีขนาดใหญ่กว่า Concert ขึ้นมาอีกเช่นกัน ซึ่งถือเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่สุดในบรรดาอูคูเลเล่ ที่ได้รับความนิยมในการเล่น ด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น ก็จะมีสุ้มเสียงที่เน้นออกไปทางทุ้มๆ และรองรับการเล่น finger picking ได้เป็นอย่างดี เพราะขนาด finger board ที่ใหญ่ขึ้นตามขนาดตัว ซึ่งนักดนตรีมืออาชีพ จะนิยมเล่นกัน

สรุปกันในเรื่องของไซส์ที่ต้องการ ก็ต้องถามตัวเองว่าเราชอบเล่นแบบไหน และไลฟ์สไตล์ของเราเป็นยังไง ชอบเล่นแบบตีคอร์ดร้องเพลง หรือเล่นแบบนิ้วแพรวพราว ชอบหิ้วไปเล่นที่โน่นที่นี่ หรือว่าต้องหิ้วไปเล่นออกงานบ่อยๆ ฯลฯ ค้นหาสไตล์ตัวเองให้เจอ แล้วเลือกอูคูเลเล่ รุ่นและขนาดที่คุณถูกใจ รับรองว่า มีอูคูเลเล่ที่ไหน มีความสุขที่นั่น


ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก http://www.ukulelethai.com

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: