Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
26 ตุลาคม, 2557, 09:55:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเล่าจาก ต่างศาสนิก สู่ ศาสนาอิสลาม  (อ่าน 2792 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
Siteemaream
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 347
สมาชิกลำดับที่ 27


| |

« เมื่อ: 08 กันยายน, 2551, 07:15:03 »

                                                                      รอมดอนแรกของผม

                                                                        My first Ramadan



                                                       
                          มุฮัมมัด บิลาล (Muhammad Bilal) หรือก่อนหน้านี้ใช้ชื่อ แอนดรูว์ ริชาร์ด เทต (Andrew Richard Tait)
             
โดย มุฮัมมัด บิลาล (Muhammad Bilal) หรือ แอนดรูว์ ริชาร์ด เทต (Andrew

Richard Tait) ค.ศ.1981-

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

*มุฮัมมัด บิลาล ประกาศรับอิสลามเมื่อสามเดือนก่อน และนี่คือรอมดอนปีแรกของเขา...

ผมเกิดในปี 1980 ที่ Elles Glen เอดินเบอระ เมืองหลวงของสก๊อตแลนด์ ในครอบครัวคาทอลิก ใช้ชีวิตวัยเด็กที่ Portobello ในเมืองหลวงของสก๊อตแลนด์

ตอนนี้ในปี 2004 นะเหรอ, ผมก็อาศัยอยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม อังกฤษ, กำลังรอคอยเดือนรอมดอนครั้งแรกของผมอย่างใจจดใจจ่อในฐานะมุสลิม

ผมย้ายมาอยู่ที่เบอร์มิงแฮมเพราะหน้าที่การงาน ก่อนหน้านี้อยู่ในเอดินเบอระตลอด 22 ปี ต่อมาผมได้เจอกับชาวมุสลิมเป็นครั้งแรก

มุสลิมคนแรกๆ ที่ผมได้รู้จักคือ มีร์ อัฟซาล รูมเมทของผมเอง

ตลอดระยะเวลา 6 เดือน เขาได้ทำให้ผมรู้จักอิสลาม, ศาสนาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก, อย่างมาก

เรื่องที่เขาเล่าให้ฟังเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับผม เพราะไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

ทั้งๆ ที่อิสลามเป็นศาสนาสำคัญของโลก และอยู่ในข่าวของสื่อมวลชนตลอดเวลา ผมก็รู้แค่ว่ามีชาวมุสลิมอยู่บนโลกนี้ แต่ไม่เคยรู้ถึงวิถีชีวิต

และการปฏิบัติศาสนกิจของพวกเขา


                                          

                                 มุฮัมมัด บิลาล ที่มัสยิดกลางของเมืองเบอร์มิงแฮม              มุฮัมมัด บิลาล  กำลังทำงาน

วันที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปตลอดกาล...

หลังจากได้ศึกษาศาสนาอิสลามเพิ่มขึ้น ผมเลยสรุปว่านี่คือทางนำที่ผมต้องปฏิบัติต่อไปในชีวิต

ผมรับอิสลามเมื่อวันพฤหัสที่ 22 กรกฎาคม 2004 ที่มัสยิดกลางของเมืองเบอร์มิงแฮมที่ไฮเกต

ผมปฏิญาณตนรับอิสลามต่อหน้าพยานคือ เพื่อนของผม, มีร์ อัฟซาล, และอิหม่าม อาห์เมด อิราฮิม พาเทล ผู้เป็นประธานในพิธีและเป็นอิหม่ามประจำอยู่ที่มัสยิดกลาง

ของเมืองเบอร์มิงแฮม ส่วนผู้ที่อธิบายให้ผมฟังถึงขั้นตอนในการกล่าวชาฮาดาฮ์คือ มุฮัมมัด อาลี เจ้าหน้าที่ของมัสยิด ซึ่งผมจำเขาได้ดีมากหลังจากวันที่ชีวิตผม

ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ในวันนั้นผมได้เปลี่ยนชื่อจาก แอนดรูว์ ริชาร์ด เทต (Andrew Richard Tait) มาเป็น มุฮัมมัด บิลาล (Muhammad Bilal)

ผมเลือกชื่อนี้เพราะ ?มุฮัมมัด? แปลว่า ?ผู้ที่ได้รับการสรรเสริญ? และยังเป็นชื่อของศาสนฑูตคนสุดท้ายของพระเจ้า ส่วน ?บิลาล? เป็นชื่อของ ?มุอัซซิน?

หรือผู้อะซานคนแรกในอิสลาม (?โต๊ะบิลาล? เป็นชื่อของอดีตทาสผิวดำที่เป็นคนอะซานคนแรกสมัยนบี) และท่านก็เป็นหนึ่งในซอฮาบะฮ์

หรือสาวกใกล้ชิดของท่านศาสนฑูต ผู้ที่ช่วยผมเลือกชื่อก็คือมีร์ อัฟาล เพื่อนคนดีของผม



                                                               
                                         มุฮัมมัด บิลาล กำลังละหมาดที่มัสยิดกลางของเมืองเบอร์มิงแฮม


ละหมาดที่มัสยิดกลาง...

จากนั้นเป็นต้นมา ผมใช้ชีวิตที่เบอร์มิงแฮมอย่างคนใหม่ที่มีเป้าหมายในชีวิต มีความสุขกับชีวิต ผมทำงานไม่ไกลจากมัสยิดกลาง

ของเมืองเบอร์มิงแฮมนัก เลยได้ไปละหมาดที่มัสยิดบ่อย

ผมยังได้เรียนรู้เรื่องศาสนาอิสลามและการละหมาดเพิ่มเติมจากพี่น้องมุสลิมที่มัสยิด ซึ่งรวมไปถึง มุฮัมมัด ซาอีด ผู้จัดการของมัสยิดที่ผมได้เจอตั้งแต่วันแรก

ที่ผมไปมัสยิดเบอร์มิงแฮม




                                                                 
                              อิหม่าม อาห์เมด อิราฮิม พาเทล อิหม่ามประจำมัสยิดกลางของเมืองเบอร์มิงแฮม


ผมไม่เคยอดอาหารมาก่อน...

ผมเพิ่งรับอิสลามได้แค่สามเดือน รอมดอนปีนี้จึงเป็นรอมดอนแรกของผม ผมรู้สึกตื่นเต้นที่เดือนศักดิ์สิทธิ์ใกล้จะมาถึง

ผมไม่เคยอดอาหารมาก่อนในชีวิต ดังนั้นความคิดเรื่องการอดอาหารและน้ำถึง 30 วันเลยทำให้ผมกังวลหน่อยๆ แต่ผมว่าผมคงจัดการได้

ผมหวังว่าการที่ได้นึกถึงคนจน คนที่หิวโหย ซึ่งมีอยู่มากมายในโลกนี้จะทำให้ผมผ่านพ้นเดือนนี้ไปได้ด้วยดี และผมก็หวังว่าจะละหมาดได้เยอะๆ

ในเดือนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ใน 4 สัปดาห์ข้างหน้าผมจะอัพเดตประสบการณ์เดือนรอมดอนของผมให้ฟังเรื่อยๆ


รอมดอนแรกของผม ? วันที่ 20

นี่คือครั้งแรกของชีวิตที่ผมถือศีลอด ตอนนี้ถือได้เป็นวันที่ 20 แล้ว ตอนแรกนึกว่าจะยาก แต่ที่ไหนได้ ผมพบว่าการถือศีลอดช่างง่ายจริงๆ

ตอนที่ยากคือวันแรกๆ เท่านั้น



เลิกนิสัยที่ไม่ดี...

ที่บ้านของผมตุนอาหารไว้เพียบ ทั้งผลไม้ ขนม เครื่องดื่ม แต่ผมต้องอดทนรอจนกว่าจะถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดินถึงจะกินได้

ผมผ่านวันแรกของการถือศีลอดไปได้ด้วยดี

ช่วงเช้าที่ช่วงที่ยากหน่อยเพราะผมติดนิสัยต้องสูบบุหรี่ตอนเช้าเสมอ ผมต้องอดทนประมาณ 15 นาทีต่อสู้กับความหิวบุหรี่ แต่วันหลังๆ ก็ทนได้สบายมาก

ข้อดีก็คือ มันทำให้ผมรู้ว่าผมมีชีวิตรอดได้โดยไม่เห็นต้องสูบบุหรี่ และนี่ละจะทำให้ผมเลิกบุหรี่ได้ในที่สุด



พูดคุยเรื่องศาสนากับเพื่อนต่างศาสนิก...

ช่วงเดือนนี้ผมใช้เวลาในการคุยกับเพื่อนต่างศาสนิกเรื่องอัล-กุรอานและอิสลาม นี่เป็นเรื่องที่ง่ายเพราะผมถือศีลอดด้วยและเพื่อนมุสลิมที่ทำงาน

ก็ถือศีลอดกันทุกคน การที่ผมต้องนึกถึงศาสนาทำให้ลืมเรื่องหิวไปเลย ผมไปละหมาดที่มัสยิดทุกวัน โดยปกติจะไปช่วงพักจากงาน

ผมยังได้ละศีลอดร่วมกับพี่น้องมุสลิมเกือบร้อยคนที่มัสยิด ผมมักร่วมละศีลอดได้ไม่นานเพราะต้องรีบกลับไปทำงาน

แต่ตอนสุดสัปดาห์ละผมได้อยู่ที่มัสยิดนานเลย




                                                                 
                                                               มัสยิดกลางของเมืองเบอร์มิงแฮม

รอคอยวันอีด...

ตอนนี้เหลืออีกแค่ 10 วันก็จะครบเดือนรอมดอนแล้ว ซึ่ง 10 วันสุดท้ายของรอมดอนนี่แหละที่เป็นช่วงสำคัญที่สุดของเดือน

ผมหวังว่าจะละหมาดได้เยอะๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ และถือศีลอดให้ครบด้วย

ผมกำลังรอคอยวันอีดแรกในชีวิตมุสลิม มีคนเล่าให้ฟังเรื่องการฉลองวันอีดมากมาย ผมเลยรอคอยอยากมีประสบการณ์ดีๆ แบบนั้นบ้าง

ผมสนุกกับประสบการณ์ดีๆ ของเดือนรอมดอน การถือศีลอดที่ทำให้ผมเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้น และผมเฝ้ารอให้ถึงรอมดอนอีกครั้งในปีหน้า.

 

ที่มา: My first Ramadan. BBC: UK. October 2004.
http://www.bbc.co.uk/birmingham/faith/2004/10/ramadhan2004/my_first_ramadhan.shtml

http://www.bbc.co.uk/birmingham/faith/2004/10/ramadhan2004/my_first_ramadhan_diary2.shtml

                                         ..........................................................................................



                                                        มุสลิมใหม่อเมริกันกับรอมดอนแรก

                                   Recent convert to Islam experiences her first Ramadan fast 


                                         
                                                         แอชลีย์ เมาตาซีร กับแม่สามีกำลังขอดุอาหลังละหมาด

โดย By DAVID OLSON | The Press-Enterprise

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

มูรีอัตตา, รัฐคาลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา ? แอชลีย์ เมาตาซีร สนใจใคร่รู้เกี่ยวกับอิสลามเมื่อ

แฟนหนุ่ม ?ตอฮา? ถือศีลอดช่วงรอมดอนเมื่อสองปีก่อน

แอชลีย์ วัย 19 เป็นคาทอลิก หันมารับอิสลามในเดือนมิถุนายน

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันแรกของรอมดอนปีนี้ เธอได้ถือศีลอดเป็นครั้งแรกในชีวิต

ไม่ยากอย่างที่คิด แม้ต้องอดน้ำและอาหารเกือบ 16 ชั่วโมง, แอชลีย์บอก

?ร่างกายฉันพร่ำบอกว่า ฉันไม่หิวนะ ฉันไม่กินหรือดื่ม และฉันทำสิ่งนี้ก็เพื่อพระเจ้า? เธอเล่า

แอชลีย์เป็นหนึ่งในมุสลิมใหม่หลายคนที่ละหมาดที่อิสลามมิกเซ็นเตอร์แห่งเทเมคิวลาเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่าน

มา รอมดอนเริ่มต้นเมื่อพระอาทิตย์ตกดินวันอาทิตย์ มีผู้ชายสองคนกล่าวชาฮาดาฮ์ ปฏิญาณตนรับอิสลามที่นั่น

ในคืนนั้น

แอชลีย์รู้จักกับตอฮาเมื่อสองปีก่อน มีเพื่อนแนะนำ เธอไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นมุสลิมจนกระทั่งเธอถามว่าทำไมเขา

ต้องอดอาหารด้วย

แม้แอชลีย์จะเป็นคาทอลิก แต่มิได้ยุ่งเกี่ยวกับศาสนามาก และแทบไม่เคยไปร่วมพิธีมิซซาที่โบสถ์วันอาทิตย์

แอชลีย์ตั้งคำถามกับตอฮา, วัย 23, และแม่ของเขา, นาฟิซซา ลาร์สัน, มากมาย

ตอนแรกเกี่ยวกับรอมดอน ต่อมาก็เกี่ยวกับอิสลามโดยทั่วไป ยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งถามเยอะขึ้น

เธอเริ่มไปละหมาดที่มัสยิดเป็นครั้งคราว

?ทุกครั้งที่มามัสยิด ฉันรู้สึกสงบมาก? เธอกล่าว ?ฉันรู้สึกมีความสุข ในขณะที่เมื่อก่อนตอนเข้าโบสถ์คริสต์ ฉัน

รู้สึกเครียดทุกที?

แอชลีย์และตอฮา มุนาซีร แต่งงานกันในเดือนตุลาคม เธอบอกว่าสามีไม่เคยกดดันให้เธอต้องเปลี่ยนศาสนา 

เธอเปลี่ยนมารับอิสลามในเดือนมิถุนายน การรับอิสลามง่ายนิดเดียว แค่ปฏิญาณตนโดยมีพยานยืนยัน

?ฉันไม่เคยรู้สึกได้ใกล้ชิดพระเจ้ามาก่อน? เธอบอก ?ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้รับการปกป้อง คล้ายมีใครบางคนกำลัง

มองดูและปกป้องฉัน?

แอชลีย์บอกว่าเธอยังไม่ได้บอกพ่อแม่เรื่องการรับอิสลามของเธอหรืองานแต่งงานแบบมุสลิม ? พ่อแม่เธอไม่รู้

เสียด้วยซ้ำว่าเธอแต่งงานแล้ว ? เธอบอกว่าพ่อแม่ชอบตอฮาและไม่มีปัญหาที่เธอเดทหนุ่มมุสลิม แต่เธอกังวลว่า

พ่อแม่จะรู้สึกอย่างไรหากรู้ว่าเธอหันมาเป็นมุสลิมแล้ว

ในช่วงละหมาดคืนวันอาทิตย์ อิหม่ามมาห์มูด ฮาร์มุช เตือนผู้ศรัทธาว่ารอมดอนเป็นมากกว่าการอดอาหาร รอม

ดอนหมายถึงการเสียสละ ความโอบอ้อมอารี ความเมตตา การละหมาดและการทำงานกุศลช่วยเหลือผู้ด้อย

โอกาส

?ขอพระผู้เป็นเจ้าให้เราได้อดทนและเข้มแข็งเพื่อถือศีลได้ลุล่วงตลอดรอมดอนเถิด? เขากล่าว

แอชลีย์คลุมฮิญาบสีดำ-เขียว ละหมาดร่วมกับสตรีมุสลิมมากมายแถวหลังของมัสยิด ผู้ชายกว่า 100 คน

ละหมาดด้านหน้า

แอชลีย์รอคอยรอมดอนแรกของเธอมานาน

?ฉันรู้สึกสงบ? แอชลีย์กล่าวระหว่างพักละหมาดตารอเวียฮยาวนานสองชั่วโมง

ระหว่างนั้นมีผู้ชายสองคนต้องการกล่าวชาฮาดาฮ์ ปฏิญาณตนเป็นมุสลิม

อิหม่ามฮาร์มุชบอกให้ชายทั้งสองว่าตาม ?ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ? ตอนแรกเป็น

ภาษารบิก ? หรือเลียนเสียงภาษาอารบิกของฮาร์มุชให้ใกล้เคียงที่สุดละ ? จากนั้นเป็นภาษาอังกฤษ

?และฉันขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดคือศาสนทูตของพระองค์?

หลังชายทั้งสองกล่าวปฏิญาณตนตามแล้ว ฮาร์มุชโอบกอดชายทั้งสองพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ?ขอให้อัลลอฮคุ้ม

ครองคุณ ตอนนี้คุณเป็นพี่น้องของเราแล้ว?

หนึ่งในสองนั้น, อเลกซ์ รูวัล, บอกว่าเขาสนใจอิสลามตอนไปเป็นทหารที่อิรักในปี 2003 และ 2004 อเลกซ์วัย

27 เป็นหนุ่มเมืองเดลมา ในซานดิเอโกเค้าน์ตี้ ได้ยินเสียงอะซานจากมัสยิดที่อิรัก ?เสียงอะซานทำให้ผมเกิด

ความรู้สึกสงบภายในจิตใจ ผมสามารถเห็นได้เลยว่าเสียงนี้ได้เชื่อมคนทั้งหลายเข้าด้วยกัน?

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน อเลกซ์เข้าทำงานที่บริษัทรถบรรทุกของชาวมุสลิม เขาเริ่มถาม จูเลียน รีวาส มุสลิมแห่งเทเม

คิวลาเกี่ยวกับอิสลาม

?ผมอยากศึกษาคำสอนของอิสลาม? อเลกซ์บอก ?จูเลียนเริ่มอธิบายเรื่อยๆ และผมก็พบว่ามันดูมีเหตุมีผลดี?



ที่มา: Recent convert to Islam experiences her first Ramadan fast. The Press-Enterprise: Murrieta, California, USA. 3 September 2008.


               
                                              ........................................................................................










บันทึกการเข้า




ทุกสิ่งทุกอย่าง (ความดีความชั่ว) ที่ปรากฏบนโลกใบนี้ เชื่อมโยงกับอาม้าล

อาม้าลของคนเราที่ปรากฏให้เห็น ,, เชื่อมโยงกับร่างกาย

ร่างกายจะปรากฏให้เห็น ,, ต้องสอดคล้องกับหัวใจ

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: