Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 ธันวาคม, 2561, 16:30:43

   

ผู้เขียน หัวข้อ: น้อยโหน่ง  (อ่าน 2551 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
nasan
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,919
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« เมื่อ: 25 สิงหาคม, 2553, 20:33:29 »


น้อยโหน่ง

[url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=a4cbfdb0923e9f406a4aea2f5baa6db0][/url]

[url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=312c2bbc5641ecaf70d2b0ba10521584][/url]
       
น้อยโหน่ง หรือ CUSTARD APPLE, BUL-LOCK’S HERT, ANNONA RETICULATA LINN อยู่ในวงศ์ ANNONACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 6-8 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ เป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก หรือใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับเป็นรูปใบหอก ปลายและโคนใบแหลมเขียวสด

ใบสด ต้มเอาน้ำทำเป็นสีย้อมผ้าติดทนนาน

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือออกเป็นช่อกระจุก 2-3 ดอก กลีบดอกเป็นสีเหลืองแกมเขียว เนื้อกลีบค่อนข้างหนาเหมือนกลีบดอกน้อยหน่า หรือดอกบุหงา มีกลีบดอก 3 กลีบ ดอกมีกลิ่นหอมเอียนๆ ซึ่งบางคนชื่นชอบกลิ่นดังกล่าว แต่บางคนไม่ชอบ ผล รูปกลม ลักษณะคล้ายผลมะฮอกกานี โตขนาดผล มะขวิดย่อมๆ หรือกลมรูปทรงหัวใจ ผิวผลเรียบ ไม่มีตาโปนตามเปลือก เมื่อผลสุกจะเป็นสีแดงอมน้ำตาลเข้มน่าชมมาก

เนื้อในมีรสหวาน รับประทานได้ แต่กลิ่นจะฉุนไม่เหมือนน้อยหน่า จึงทำให้คนไม่ชอบรับประทาน ส่วนผมนั้นถือว่าอร่อยดี ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และตอนกิ่ง นิยมปลูกมาแต่โบราณ ตามร่องสวน หัวไร่ปลายนาทั่วไป นอกจากชื่อ น้อยโหน่ง แล้ว ยังมีชื่ออื่นเรียกอีกคือ น้อยหนัง (ใต้) มะดาก (เพชรบุรี) มะเนียงแฮ้ง มะโหน่ง (เหนือ) และ หนอนลาว (อุบลฯ) ปลูกได้ในดินทั่วไป

นอกจาก นิยมปลูกเพื่อรับประทานผลสุกแล้ว ในยุคสมัยก่อนนิยมปลูกเพื่อใช้ประโยชน์เป็นสมุนไพรใช้ในครัวเรือนด้วย โดยใน ตำรายาไทย ใช้ผลดิบซึ่งมีรสชาติฝาด กินแก้ท้องร่วง แก้บิด ขับพยาธิในร่างกาย ใบตำพอกแก้ฟกบวม เมล็ด ใช้เป็นยาสมานแผล และฆ่าพยาธิที่ผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน หิด เรื้อน คุดทะราด เป็นต้น

"น้อยโหน่ง" อร่อยแก้ท้องร่วง ถ่ายพยาธิ ลดกลากเกลื้อน...

ชาวบ้าน สมัยก่อนเอาผลดิบ และใบสด ต้มเอาน้ำทำเป็นสีย้อมผ้า ให้สีดำ และสีน้ำเงิน สวยงามมาก ที่สำคัญเมื่อย้อมผ้าแล้วจะติดทนนานด้วย


ที่มา http://www.acs.ac.th
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: