Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 ตุลาคม, 2561, 23:32:31

   

ผู้เขียน หัวข้อ: วัดแก้วโกรวาราม จังหวัดกระบี่  (อ่าน 7372 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 10 สิงหาคม, 2553, 19:29:40 »

วัดแก้วโกรวาราม



สถานที่ตั้ง          ๘๒ ถนนอิศรา ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่


ประวัติความเป็นมา
       
ประมาณปี  พ.ศ.๒๔๓๐ มีชาวพุทธประมาณ ๑๐ ครัวเรือน เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ บ้านปากน้ำ (อำเภอเมืองกระบี่บริเวณถนนคงคาปัจจุบัน) เมื่อถึงวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา  ชาวบ้านจะนิมนต์พระจากวัดบ่อพอ , วัดท่านุ่น ไปประกอบพิธีทางศาสนา
         
ต่อมาประชาชนได้สร้างสำนักสงฆ์ ขึ้นที่บ้านปากน้ำ เพื่อให้พระสงฆ์ที่มาได้พักแรมเมื่อพระมาพักแรมมากขึ้นก็สร้างกุฏิเพิ่มขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกว่า "วัดปากน้ำ" ต่อมาหมู่บ้านปากน้ำได้เลื่อนเป็นตำบลและทางราชการได้ย้ายเมืองกระบี่จากตำบลกระบี่ใหญ่ (ตลาดเก่า) มาตั้งที่ตำบลปากน้ำ
         
ประมาณปี  พ.ศ.๒๔๔๐ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ต่างรวมกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดปากน้ำให้เป็นวัดสมบูรณ์แบบ สมเป็นอาศรมประจำจังหวัดเพื่อใช้เป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาบาน  ของเหล่าข้าราชการด้วย แต่เนื่องจากเมืองกระบี่นั้นยังทุรกันดารมีโรคไข้ป่าระบาดมากจึงไม่ค่อยมีพระภิกษุไปจำวัด
         
ต่อมาปี  พ.ศ.๒๕๔๐  พระแก้วโกรพ  (หมี  ณ  ถลาง) เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด จึงชักชวนข้าราชการ พ่อค้า  ประชาชน  ร่วมบูรณะปฏิสังขรณ์วัดปากน้ำอย่างจริงจัง  และติดต่อไปยังเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตกับคณะจังหวัดภูเก็ตขอพระสมุห์กิ่ม พุทธรักขิโต วัดอนุภาษกฤษฎาราม (เก็ตโฮ่) จังหวัดภูเก็ตไปเป็นเจ้าอาวาส เจ้าคณะมณฑลภูเก็ตได้ขนานนามวัดขึ้นใหม่ว่า "วัดแก้วโกรวาราม" ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๑ เป็นต้นมา
         
ปี  พ.ศ.๒๔๖๗ ได้มีการสร้างอุโบสถผูกพัทธสีมา ซึ่งอุโบสถที่สร้างสมัยพระแก้วโกรพเป็นผู้ว่าราชการ ยังคงใช้ทำสังฆกรรมอยู่จนถึงปัจจุบัน
         
ต่อมายังได้สร้างศาลาโรงธรรม  กุฏิเจ้าอาวาส โรงครัวและพระสมุห์กิ่ม ยังได้ขออนุญาตพระแก้วโกรพ ขยายพื้นที่วัดออกไปสามด้าน โดยการแผ้วถางที่ปลูกต้นจาก ปลูกต้นมะพร้าว หรือให้ประชาชนปลูกข้าวและพืชไร่ เพื่อปรับสภาพพื้นที่ ที่เป็นหนองน้ำท่วมขัง น้ำทะเลท่วมถึง ทำให้เป็นแหล่งจระเข้ และสัตว์เลื่อยคลานนานาชนิด รวมทั้งยุงซึ่งเป็นพาหนะของไข้มาเลเรีย  คร่าชีวิตผู้คนรวมทั้งภิกษุไปทุกปี  ที่ดินวัดแก้วโกรวารามจึงกว้างขวางจรดทะเลปากแม่น้ำ ทางทิศเหนือจดคลองท่าแดง  ต่อมาสมัยพระราชสุตกวี ได้สละสิทธิ์ที่ดิน ประมาณ ๒๐๐ ไร่ ให้กับป่าชายเลน เพื่อใช้เป็นที่สาธารณะและที่ดินวัดบางส่วนได้โดนบุกรุก บางส่วนได้ถูกเช่าจากนายทุนเพื่อทำตลาดย่านการค้า
         
ปัจจุบันวัดแก้วโกรวารามได้รับแต่งตั้งเป็น อารามหลวง



ความสำคัญต่อชุมชน
         
๑.วัดแก้วโกรวาราม  เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์จังหวัดกระบี่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๔-ปัจจุบัน รวมประมาณ ๘๐ ปี มาแล้ว
         
๒.ให้การศึกษาแก่ประชาชนทั่วไป  ตั้งแต่ปี  พ.ศ.๒๕๓๐-ปัจจุบัน ได้เปิดศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้น โดยสอนวิชาศีลธรรม วัฒนธรรมและศาสนพิธีแก่เยาวชน นักเรียน ปีละ ๓๕๐-๔๐๐ คน งานสอนธรรมศึกษาในเรือนจำประจำจังหวัด เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘- ปัจจุบัน
         
๓.ได้จัดส่งพระอาจารย์จากวัดแก้วโกรวาราม ออกเยี่ยมประชาชนตามหมู่บ้านและโรงเรียนประชาบาลที่อยู่ห่างไกลในจังหวัดกระบี่ปีละ ๓๐ - ๔๐ โรงเรียน
         
๔.สงเคราะห์เด็กยากจนที่ห่างไกลที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนและวิทยาลัยต่าง ๆ ในจังหวัดกระบี่ให้อยู่อาศัยในวัดแก้วโกรวาราม จนจบการศึกษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ประมาณปีละ ๒๐-๒๕ คน
         
๕.อนุญาตและร่วมกับเทศบาลเมืองกระบี่ จัดบริเวณป่ามุมหนึ่งของวัดประมาณ  ๗ ไร่ โดยใช้ชื่อว่า "สวนพุทธรรม" เปิดให้ประชาชนเข้าพักผ่อนตอนกลางวัน
         
๖.วัดได้ขุดสระแก้ว ๑ และสระแก้ว ๒ แต่ละสระกว้างประมาณ ๕๐ เมตร ลึก ๔-๗ เมตร เพื่อขังน้ำซับจากป่าไม้ของวัดและอนุญาตให้เทศบาลเมืองกระบี่และประชาชนสูบไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะ เช่น ดับเพลิง รดน้ำต้นไม้ ในช่วงฤดูแล้ง ๔-๕ เดือน ปีละ ๔-๕ หมื่นลูกบาศก์เมตร ตลอดจนมีบ่อน้ำของวัด ๓-๔ บ่อ สำหรับประชาชนบริเวณใกล้เคียงใช้บริโภคประมาณหลายสิบครัวเรือน
         
๗.จนถึงปี พ.ศ.๒๕๓๕ วัดแก้วโกราวาราม ยังมีป่าไม้เบญจพรรณเหลืออยู่ประมาณ ๗๐ ไร่ แต่ละปีมีประชาชน ๔๐-๕๐  ราย ขอใช้ต้นไม้ใบไม้ของวัดไปทำกิจกรรมการฝีมือ อีกทั่งยังมีพืชสมุนไพรที่ใช้ทำยาและอาหารให้บริการอีกด้วย
         
๘.เป็นที่พักพิงของเหล่าพ่อค้าเร่จากแดนไกลซึ่งนำสินค้ามาเร่ขายในจังหวัดกระบี่
         
๙.ให้บริการห้องสมุดพุทธศาสนาแก่ประชาชนและนักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าวิชาพุทธศาสนา
         
๑๐.ให้บริการการศึกษาปริยัติธรรมแก่ประชาชนทั่วไปในฤดูกาลเข้าพรรษา  มีประชาชนไปประชุมทำวัตรสวดมนต์และเจริญกัมฐานทุกวัน ๆละ ๓๐-๔๐ คน นอกพรรษาจะใช้เฉพาะวันพระซึ่งวัดจะอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้



ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

อุโบสถ
         
ลักษณะเป็นไม้ทั้งหลัง ขนาดกว้าง ๑๒.๖๗ เมตร ยาว ๑๘.๗ เมตร

ศาลาการเปรียญ
         
เป็นตึกทรงไทยสามชั้น  กว้าง  ๑๔  เมตร  ยาว  ๒๕  เมตร  สร้างมาถึง  ๗๐  ปีแล้ว  ปัจจุบัน ยังใช้ทำสังฆกรรมฌานสถาน ประกอบด้วยเมรุ ๒ เตาเผา

ศาลาบำเพ็ญกุศล
         
เป็นตึกทรงไทยชั้นเดียว ขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร

ศาลาเอนกประสงค์
         
(โรงครัว)เป็นตึกสองชั้น  ขนาดกว้าง  ๑๔  เมตร  ยาว  ๓๕  เมตร  ชั้นล่างใช้ปรุงอาหาร  หรือทำบุญเลี้ยงพระ ชั้นบนใช้ประชุมสวดมนต์และเจริญกัมฐานโรงเรียนปริยัติธรรม
         
เป็นตึกสามชั้น  ชั้นที่หนึ่งกว้าง  ๑๔  เมตร ยาว  ๕๓  เมตร เป็นห้องโถงสำหรับใช้เอนกประสงค์ เช่น การประชุม จัดงานพิธีต่าง  ๆ  ชั้นที่สอง สาม กว้าง ๙ เมตร ยาว ๕๓ เมตร ใช้เป็นห้องเรียนจำนวน ๑๐ ห้อง

กุฏิสงฆ์
         
มีลักษณะแตกต่างกันมีทั้งที่เป็นอาคารไม้และตึกสองชั้น  ตึกเดี่ยวชั้นเดียวและตึกครึ่งไม้ขนาดต่างๆ นอกจากนี้จะเป็นห้องสุขา สาธารณะ  อาคาร  เบ็ดเตล็ด  ศาลาประชาเดชะ มณฑปพระนางธรณี ซุ้มประตูจัตุรมุข ขนาด ๔x๔ เมตร ๒ ซุ้ม และซุ้มมังกร

หอระฆัง
         
คสล. ทรงไทย ขนาด ๒.๕๐ x ๒.๕๐ x ๑๑ เมตร

เส้นทางเข้าสู่วัดแก้วโกรวาราม
         
อยู่ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่   สามารถเดินเท้าขึ้นไปทางถนนอิศรา  หรือนั่งรถส่วนตัว  รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง

http://www.krabistory.com/index.php?topic=67.0
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: