Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
28 กรกฎาคม, 2557, 15:18:01

   

ผู้เขียน หัวข้อ: แปะตำปึง หรือ จักรนารายณ์ สมุนไพรสรรพคุณครอบจักรวาล  (อ่าน 25619 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2551, 23:58:15 »

จินจีเหมาเยี่ย-แปะตำปึง หรือ จักรนารายณ์ สมุนไพรสรรพคุณครอบจักรวาล

ต้นกำเนิด : ต้นยานี้มาจากประเทศจีน บางท่านเรียกว่า จินฉี่เหมาเยี่ย เข้ามาในไทยพร้อมกับหญ้าปักกิ่งหรือหญ้าเทวดา แปะตำปึง ถูกตั้งชื่อเป็นไทยว่า จักรนารายณ์ แต่มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น กิมกอยมอเช่า หรือ ผักพันปี เป็นต้น

ลักษณะ : เป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นสีเขียว แตกกิ่งก้านอ่อน หักง่าย เมื่อโตเต็มที่ในฤดูหนาวจะออกดอกสีเหลืองมีก้านยาว
  มี 2 ชนิดคือ 1. ชนิดใบกลม (แปะตำปึง)ใบสีเขียวอ่อน ใบหนาเพราะมีขนหนานุ่มแบบกำมะหยี่ทั้งด้านบนและล่าง เส้นใบด้านบนลึกเช่นเดียวกับเส้นกลางใบแต่ด้านหลังใบกลับนูน กิ่งก้านออกเขียวปนแดง เปราะหักง่าย
(รูปของแบบใบกลมครับ)

 
                                            
2. ชนิดใบยาว (จินฉี่เหมาเยี่ย) ใบค่อนข้างยาวกว่าแหลมกว่าและผิวใบค่อนข้างเรียบเพราะขนน้อยกว่าแบบใบกลม จับเทียบดูจะรู้สึกได้ชัด
(รูปของแบบใบยาวครับ)
                                

สรรพคุณ :
สรรพคุณของทั้งสองมีเหมือนกัน มีรสเย็น ใช้ใบเป็นยา รสชาติคล้ายใบชมพู่สาแหรก โรคที่(มีผู้รับรองว่า)สมุนไพรชนิดนี้รักษาหายแล้วได้แก่ เบาหวาน ความดันสูง ภูมิแพ้ หอบหืด มะเร็ง งูสวัด เกาต์ ริดสีดวงทวารหนัก ขับนิ่ว แผลสะเก็ดเงิน แผลอักเสบ-พุพอง-ฝีหนอง ปวดประจำเดือน ปวดเส้น ปวดหลัง ไขมันในเลือด ไทรอยด์ ตาอักเสบ ตาเป็นต้อ โรคตาต่างๆ ปวดเหงือก ปวดฟัน โรคกระเพาะอาหาร โรคหัวใจ โลหิตจาง ฟอกเลือด ล้างสารพิษในร่างกาย ขับลม กินได้ นอนหลับ คนปกติทั่วไปกินแล้วสุขภาพแข็งแรง เรียกว่าเป็นสมุนไพรครอบจักรวาลเลยทีเดียว
การขยายพันธุ์ : หลังจากเด็ดใบมากินหมดแล้ว ให้ตัดกิ่งออกเป็นท่อนๆยาว 10-15 ซ.ม. นำมาปักชำ ไว้ในที่รำไรและหมั่นรดน้ำเสมอๆ ประมาณ 7-10 วัน ก็จะแตกยอด-ออกรากเป็นต้นใหม่  เมื่อโตเต็มที่จะออกดอกสีเหลือง แต่ไม่ติดเมล็ด ต้องปักชำกิ่งเท่านั้น  พืชชนิดนี้ไม่ชอบร่มมากนัก ชอบดินร่วน ชอบแดดพอควร ชอบน้ำ แต่อย่าให้มีที่รองน้ำก้นกระถาง รากจะเน่า

วิธีใช้ : เป็นพืชสมุนไพรครอบจักรวาลที่ไม่มีพิษภัย ใช้ใบสดๆ ล้างให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง นำมาเคี้ยวกินสดๆหรือใช้ประกอบอาหารกิน เช่นแกงจืดหรือผัดน้ำมัน
หรือเป็นเครื่องเคียงกับขนมจีน ส้มตำ สลัดผัก ฯลฯได้ หรือจะนำใบมาล้าง ผึ่งแห้ง นำมาบดหรือตำ คั้นเอาแต่น้ำ นำไปนึ่งให้สุก ปล่อยให้เย็น ใส่ขวด ใส่ตู้เย็นเก็บไว้ได้นาน แต่ที่ได้ผลดีที่สุด คือกินใบสด ก่อนเข้านอน 3-5 ใบ


วิธีใช้เฉพาะโรค :
โรคเบาหวาน - กินใบสดๆ 2-5 ใบ ช่วงตี 5 -ถึง 7 โมงเช้าก่อนอาหาร เพราะลำไส้เริ่มทำงาน จะได้ผลเร็ว และกินอีกครั้งหลังอาหารเย็น 2-3 ชั่วโมงหรือกินก่อนนอน กินเช่นนี้นาน 7 วัน หยุดดูอาการ 2-3 วัน จึงกินต่อเพื่อน้ำตาลในเลือดจะได้ไม่ลดเร็วเกินไป
(พ่อด้วงขอเสริมตรงนี้นิดนึงว่าปริมาณการกินของแต่ละคนอาจไม่เท่ากันขึ้นกับขนาดของใบและน้ำหนักตัว จึงขอให้คนป่วยเบาหวานทดลองกินจำนวนใบน้อยๆก่อนแล้วคอยดูอาการ เพราะเคยมีคนบอกว่า บางคนกินแล้วน้ำตาลลดแบบฮวบฮาบ ซึ่งไม่รู้ว่ากินเยอะไปหรืออย่างไร และบางคนบอกว่าใบยาวลดน้ำตาลได้มากกว่าแบบใบกลมด้วยนะ และพืชชนิดนี้ยังไม่มีผลการวิจัยรองรับเป็นทางการจึงควรใช้ด้วยการระมัดระวังไว้ก่อนล่ะดี)

รคตา - นำใบสดๆมาล้างให้สะอาด บด-โขลกในครกสะอาดๆ ให้แหลก แล้วนำมาพอกตาข้างที่อักเสบหรือมัว นาน 30 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำ  พอกเช้า-เย็น ตาจะดีขึ้นเร็ว

โรคความดันสูง-ต่ำ และมะเร็ง - ให้กินเป็นผัก เช่น จิ้มน้ำพริก ทุกวัน ถ้าเป็นมะเร็งกินก่อนนอน 5-7 ใบก่อนนอน ประมาณ 6 เดือน มะเร็งจะลดขนาดลง
งูสวัด - นำใบมาตำกับน้ำตาลทรายแดง เพื่อให้จับตัวเป็นก้อน ไม่หลุดง่าย พอกตรงรอยแผลไว้ 30 นาที หรือใช้น้ำคั้นทาก็ได้

ริดสีดวงทวารหนัก - ตำใบสดแล้วใส่ในทวาร จะทำให้หายเร็ว ติ่งที่โผล่จะยุบ เลือดที่ออกจะหยุด
โรคกระเพาะ - ถ้าปวดท้องและเป็นโรคกระเพาะ ให้กินเดี๋ยวนั้น สักพักอาการปวดจะหายไป ยังช่วยขับลม ที่แน่นในท้องออกมาได้ด้วย

สิ่งที่ควรระวัง- อาหารแสลง(สำหรับผู้ป่วยด้วยมะเร็ง) เช่น กุ้ง เนื้อ ปลาหมึก ปู ปลาทู ปลาร้า หูฉลาม กะปิ ข้าวเหนียว หน่อไม้ แตงกวา หัวผักกาด เผือก สาเก ของดอง แอลกอฮอล์ ชา-กาแฟ ควรงด แต่หากจำเป็นต้องกิน ขอให้กิน แปะตำปึง ก่อนหรือหลัง 2 ชั่วโมง

ในตำรายาโบราณของจีนระบุว่า ไม้ต้นนี้เป็นสมุนไพรชั้นดีอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณใช้รักษาโรคได้หลายอย่าง เช่น โรคมะเร็ง มะเร็งที่ลิ้นลิ้น โรคตับ เจ็บคอ หอบหืด ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ มะเร็งที่แผล โรคตา ไอ แผลริดสีดวง ระดูขาว ซิฟิลิส แผลบนใบหน้า กระดูกเมื่อยล้า รังแค โรคเกาต์ มะเร็งเลือด ปวดไต ความดันสูง-ต่ำ ปวดหัวใจ เบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์และเส้นเลือดอุดตัน

โดยใช้วิธีการ 3 แบบ คือ
1.ใช้ใบสด 7 ใบ ต้มกับน้ำเปล่า 2 ถ้วย (ถ้วยตราไก่จีนที่นิยมใส่ข้าวรับประทาน) ให้เหลือน้ำ 1 ถ้วย กิน 3 ครั้ง/วัน ครั้งละ 1 ส่วน 3 ของถ้วย และเอาใบสด 1 ใบ ล้างให้สะอาดเคี้ยวให้ละเอียด กลืนลงท้อง กินติดต่อกันเปนเวลา 12-20 วัน โรคที่เป็นจะค่อยๆหายได้

2. ในกรณีที่ป่วยหนัก ใช้ใบสด 30 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด ต้มน้ำ 3 ถ้วย เหลือ 8 ส่วน ของถ้วย กินตอนบ่าย 2 โมง ของทุกวัน และเอาใบสดอีก 3 ใบ หั่นละเอียดคลุกข้าวสวยกินในช่วงอาหารมื้อเย็นทุกวัน กินติดต่อกันเปนเวลา 1 เดือนขึ้นไปอาการจะดีขึ้น

3. ใช้ใบ 7 ใบล้างให้สะอาด บดละเอียด เติมน้ำและน้ำตาลทรายเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน กินติดต่อกันวันละครั้ง เปนเวลา 15 วันขึ้นไป อาการโรคที่กล่าวข้างต้นจะหายได้

ข้อห้าม...เมื่อกินยานี้แล้วไม่ควรกินอาหารที่มีส่วนผสมผงชูรสและอาหารกระป๋อง


-การปลูกใช้เอง ไม่ควรใช้ยาฆ่าแมลง หรือถ้ามีการใช้ปุ๋ย ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 อาทิตย์ก่อนเก็บใบมาใช้ และ


ควรล้างให้สะอาดๆก่อนนำมาใช้ โดยเฉพาะการพอกตา)
หมายเหตุ : เมื่อเจ็บป่วย ควรไปพบแพทย์และรักษาตามปกติ การรับประทานใบยา ถือว่าเป็นการเสริม เพื่อให้การเจ็บป่วยหายเร็วขึ้น หรือเป็นทางเลือก หากท่านรับประทานแล้วได้ผล ขอให้บอกกล่าว-แนะนำช่วยเหลือผู้อื่นด้วย ก็ได้บุญดี

บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: