ตำนานลูกทุ่งไทย จินตหรา พูนลาภ

(1/1)

NotBao:


จินตหรา พูนลาภ

จินตหรา พูนลาภ เป็นนักร้องลูกทุ่งหญิงสไตล์อีสาน แนวหมอลำ มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย ได้รับสมญานามว่า "นักร้องสาวเสียงพิณ" ,"แหบเสน่ห์" และ "ลูกคอ 9 ชั้น" พร้อมเอกลักษณ์ประจำตัวคือ ผมม้าสั้น

ชื่อจริง "จินตหรา จันทร์เหลือง" เกิดวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2512  บ้านจานทุ่ง ต.สิงห์โคก อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เป็นลูกคนที่ 4 จากทั้งหมด 5 คนของครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เริ่มร้องเพลงตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากชนะการประกวดร้องเพลงที่ จ. ขอนแก่น ได้รับการชักชวนจาก "เฮียยิ้ง" ชาย สีบัวเลิศ นักจัดรายการ เพื่อเข้าเป็นนักร้องบันทึกเสียงกับค่ายแกรมมี่ และทำการตลาดโดยจีเอ็มเอ็ม

ผลงานเพลงชุดแรกที่บันทึกเสียงคือ "ถูกหลอกออกโรงเรียน" สังกัดค่ายแกรมมี่ ประสบความสำเร็จด้วยเพลง "วานเพื่อนเขียนจดหมาย" ทำยอดขายได้ 8 แสนชุด งานเพลงในยุคแรกเป็นแบบลูกทุ่งภาคกลาง และลูกทุ่งอีสาน แต่หลังจากมีผลงาน 4 ชุด ได้เริ่มออกผลงานแนวหมอลำ หลังชุดที่ 16 ชาย สีบัวเลิศ ผู้ปั้นจินตหรา พูนลาภให้โด่งดัง ได้แยกตัวออกจากค่ายแกรมมี่ มาเปิดเป็นค่ายมาสเตอร์เทป โดยได้จินตหรา พูนลาภเป็นศิลปินเบอร์หนึ่งของค่าย จินตหรา พูนลาภได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในการร่วมงานกับเบิร์ด ธงไชย ในเพลง "แฟนจ๋า" และ "มาทำไม" และในปี พ.ศ. 2547 ได้ร่วมแสดงบนเวทีเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส ที่สิงคโปร์ กับธงไชย แมคอินไตย์ แคทรียา อิงลิช และนัท มีเรีย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 จินตหรา พูนลาภ ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหม่อาร์สยาม ในสังกัดอาร์เอส หลังจากที่ค่ายเดิมคือมาสเตอร์เทปปิดตัวลง

ปัจจุบันสมรสแล้วกับ “นายกอบกิตติ กวีสุนทรกุล” หรือ "จังโก้" นักประพันธ์เพลงสังกัดค่ายเพลงพันธมิตร และผู้จัดการวงจินตหรา พูนลาภ โดยเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในสมัยรัฐบาลของสมัคร สุนทรเวช

จินตหรา พูนลาภ" ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ นับเป็นเวลากว่า 16 ปี แล้วบนเส้นทางการเป็น "นักร้อง" ของสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เธอจะต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งในเรื่องหน้าที่การงาน และเรื่องชีวิตส่วนตัว แต่มาถึงวันนี้ เธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ในการทำงานให้กับบรรดาแฟนเพลงของเธออย่างเต็มที่โดยไ ม่รู้จักเหนื่อย จักท้อ ทำให้ในวันนี้เธอประสบความสำเร็จได้ก้าวขึ้นมายืนในต ำแหน่งนักร้องลูกทุ่งอันดับหนึ่งของประเทศไทยแล้ว

จินตหรา พูนลาภ ได้กล่าวถึงเรื่องของการทำงานว่า "จินทำงานแทบจะทุกวัน เวลาพักผ่อนก็จะเป็นเวลากลางวัน ได้นอนวันละประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นเช่นนี้มา 16 ปีแล้ว ตั้งแต่เข้าวงการเป็นนักร้อง ในหนึ่งปี จินจะได้พักจริงๆ ก็ประมาณ 5-6 วัน"

ก่อนจะมาถึงวันนี้ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลา บ เธอบอกว่า "ชีวิตของจินในช่วงที่เล่นคอนเสิร์ตอยู่นั้น มันก็มีปัญหาและอุปสรรคให้แก้ไขอยู่บ่อยๆ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ เพราะมีกำลังใจที่ดีจากแฟนเพลง" เธอยังบอกต่ออีกว่า "แฟนเพลงสำคัญกับจินมาก การเป็นนักร้องมันก็แปลกเหมือนกัน เขาสร้างขึ้นมาอยู่กับเขา สร้างโดยที่ว่าเราต้องเป็นแบบนี้ ต้องเหนื่อยแบบนี้ แต่ว่าได้กำลังใจแล้วเราก็คิดซะว่าเทวดาสร้างมาให้เป ็นคนของประชาชน ประชาชนก็ได้ความสุขกับสิ่งที่เราทำ เราก็ได้ความสุขจากงานเรา ได้สิ่งตอบแทนคือกำลังใจ เหมือนกับแลกเปลี่ยนความสุขของกันและกัน มันกลายเป็นว่าเรารู้สึกไม่ได้พัก เราเหนื่อย จินกลับมองว่ามันชดเชยกัน ความสุขของแฟนเพลง ความสุขของจินที่จินได้รับมามันคละเคล้ากันไป ถึงจะลำบากแต่กำลังใจที่ได้รับจากบรรดาแฟนเพลงทำให้ห ายเหนื่อย และมีกำลังใจในการทำงานต่อไปเพื่อบรรดาแฟนเพลงและคนรอบข้าง"

แม้ว่านักร้องลูกทุ่งสาว "จินตหรา พูนลาภ " จะมีน้ำเสียงที่แหบพร่า แต่ก็ยังเป็นแหบมหาเสน่ห์ ขวัญใจประชาชนมานานนับสิบปี สาวจินเธอมีเคล็ด(ไม่) ลับ ในการเรียกพลังเสียงก่อนขึ้นคอนเสิร์ตทุกครั้งว่า

เคล็ดลับ จินตหรา พูนลาภ ใช้ส้มตำเรียกพลังเสียง "ส้มตำค่ะ" ส้มตำเผ็ดๆ รสจัดๆ จะทำให้การร้องเพลงของเธอในแต่ละคืนมีเสียงที่ก้องกังวาล เพราะต้องร้องเพลงคืนละหลายสิบเพลง แถมยังไม่มีเว้นอีกต่างหาก โดยทีมงานในวงดนตรี จินตหรา พูนลาภ จะทราบกันว่า สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับวงก็คือ อุปกรณ์ในการตำส้มตำ ไม่ว่าจะเป็น มะละกอ,ครก-สากและเครื่องปรุงรส ต้องติดรถไปทุกครั้ง จะลืมอะไรก็ลืมได้ แต่ห้ามลืมสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด
"หนูจิน" ยังแอบกระซิบมาด้วยว่า เสียงจะดีมากดีน้อย ขึ้นอยู่กับความเผ็ดของส้มตำ ถ้าเผ็ดมาก หลอดลมก็โล่ง ไม่มีอะไรติดขัด ส่วนการกินส้มตำ ต้องใช้วิธีมะรุมมะตุ้มกินกันทั้งวงเท่านั้น ถึงจะแซ่บ อีหลี เด้อ...

น้อยคนนักที่จะรู้เส้นทางชีวิตรักของสาวเสียงพิณ ''จินตหรา พูนลาภ'' ที่แบกรับเอาความ ''ซื่อจนเซ่อ-จนน้ำตาตกใน''

อาจ เป็นเพราะเธอเป็นเด็กบ้านนอกคอกนา มีการศึกษาแค่ ป.4 ที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเพื่อหวังมีชีวิตหนียากความแร้นแค้นของท้องทุ่งเมือง ร้อยเอ็ด แต่สุดท้ายและรู้ได้ไม่เท่าทันเกมผู้ชายที่หมายปองขุมทรัพย์กับรายได้มหาศาล เจอ ''พิษรัก'' กลืนชีวิตดั่งต้องคำสาป

แล้วจินตหราต้องตก ในสภาพ ''จำเลยรัก'' ตัวจริงขนานแท้ เพราะเสียงสะท้อนจากญาติ แม้กระทั่งพ่อ คนในครอบครัว ต่างมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เหมือนจินตหราเป็นทาสรักบัญชาการสามี ที่ล็อกตัวจับเซ็นตีตราลงทะเบียนสมรสโดยที่ไม่บอกกล่าวให้พ่อแม่รู้สักนิด สร้างความชอกช้ำให้กับผู้ให้กำเนิดที่สุด ถึงกับพ่อลั่นออกปาก ''ชังน้ำหน้า'' ลูกสาวที่เคยยืมหนี้ยืมสินพาตระเวนไปอัดแผ่นเสียงที่เมืองกรุง แต่พอเด่นดังแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเมื่อความรักกับนักจัดรายการหนุ่ม ที่เคยมีครอบครัวแล้วเข้ามาเกี่ยวพัน

''ความรัก'' ทำให้คนตาบอดได้ ฉันใดฉันนั้น สถานการณ์ของจินตหราก็เหมือนกำลังดำเนินไปเช่นนั้น ในขณะที่จินตหราอยู่อย่างสุขสบายกับสามีตีทะเบียนที่เพิ่งมารู้จักกัน เมื่อเข้าวงการ ในขณะที่พี่สาวยังตระเวนขับกระบะไปขายของมีรายได้วันละไม่กี่ร้อย เพื่อนำมาเป็นค่าผ่อนรถเดือนละ 4-5 พันบาท มันช่างต่างลิบลับกับคหฤหาสน์หลังราคา 20 ล้าน

ชื่อเสียง ที่เคยสะสมสร้างค่ามาตลอดระยะเวลายาวนานร่วม 20 ปี มีเหตุต้องเกิดความบาดหมางใจ เพราะญาติไม่สามารถเข้าถึงตัวจินตหราได้แม้จะพูดคุย ใกล้ชิด ตามประสาญาติสนิทพี่น้อง เส้นทางเดินของจินตหราก็เดินไปตามเส้นทางที่สามีขีดเขียนไว้

ประเด็น ที่ทุกคนสงสัยกับเหตุผลของคนที่รักกันจริงเรื่องการจดทะเบียนสมรสอย่างถูก ตามกฎหมายไม่ได้ผิดแปลกแตกต่างอะไรกับคนทั่วไปนักหรอก แต่ในกรณีนี้ยังตกเป็นข้อสังเกตที่น่าสงสัยกับชีวิตศิลปินตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ตั้งหน้าทำมาหากินด้วยความบริสุทธิ์ใจจนร่ำรวยเงินทอง มีเงินหลายสิบล้าน แล้วทำไมต้องตีทะเบียนสมรส ในขณะที่นักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง อายุ เลยเลข 4 แล้วยังใช้คำหน้า น.ส. ได้ และอยู่กินกับสามีแบบไม่ตีทะเบียน เพราะเกรงมีผลกระทบต่อความนิยม และเรื่องทรัพย์สินในอนาคต

''LUCKY IN GAME - UNLUCKY IN LOVE'' ชะตาชีวิตที่โชกโชนเดินสู่ความสำเร็จที่สวยหรู เส้นทางเดินสู่ความสำเร็จนั้นประกอบด้วยพรอันประเสริฐจากพ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง แต่น่าเสียดาย ที่จินตหรากลับลืมภาพความยากลำบากแร้นแค้นที่ฝ่าฟันมากับญาติพี่น้อง จนทำให้ผู้เป็นพี่นั่งเหลืออดเหลือทนที่น้องสาวรวยล้นฟ้า แต่ขอตังค์แค่ไม่กี่พันก็ไม่ให้ แถมหนี้ที่พ่อกู้มากว่า 2 แสน สมัยที่พา ''จินตหรา'' เข้า กทม. ก็ยังเป็นหนี้ที่ผู้พ่อแบกยังไม่มีการใช้คืน

นาที นี้สำหรับ ''จินตหรา พูลลาภ'' เหมือนชนวนชีวิตผลิกผัน เพราะความรัก และผู้ชาย หากจะพูดว่าเป็นเรื่อง ปกติ ที่คนเราเมื่อมีความรัก หลงทางได้ ในขณะที่จินตหราที่ตลอดเวลากว่า 20 ปี ที่อยู่ในวงการสร้างชื่อผลงานมามากมายจนร่ำรวย ย่อมมีคนอยากจะฉกฉวย แต่ใครจะได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้น

เรื่องราวของจินตหราที่ เดินผ่านเส้นทางรักนั้นเหมือนละครน้ำเน่าไม่มีผิด ''แผนการเด็ดดอกฟ้า ราชินีหมอลำ'' เพราะทั้งคู่เจอกันครั้งแรก เพราะ อ.ลาศ  เมืองอุบล ที่ฝากให้จัดรายการวิทยุเอเอ็มในสังกัดของ ''เฮียยิ้ง'' ชาย ศรีบัวเลิศ ค่ายเพลงพันธมิตรของแกรมมี่ ก่อนที่ทั้งคู่จะสานสัมพันธ์กันเรื่อยมา ในขณะที่ฝ่ายชายนั้นผ่านการมีครอบครัวมีลูกมาแล้ว พี่ชายของจินตหราได้ออกปากเตือนจินตหรา เบรกไม่อยู่เสียแล้ว

จาก เด็กสาวที่วันๆ เอาแต่ช่วยพ่อแม่ทำนาน ทำไร่ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เรียนร้องเพลงบนหลังควาย แต่วาสนาก็เกื้อหนุ่นให้จินตหรากลายเป็นหมอลำซูเปอร์สตาร์ไปในทันที ตั้งแต่เพลง ''น้ำตาสาววารินทร์'' โด่งดังเป็นพลุแตก

แต่ หลังจากที่ชื่อเสียง ความสำเร็จถาโถมเข้ามาพร้อม ข้าวของเงินทองที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาด ผู้ที่กุมชีวิตและรายได้ทุกอย่างของจินตหราก็คือผู้จัดการส่วนตัวที่อยู่ ข้างๆ ซึ่งที่แท้ก็เป็นผู้จัดการหัวใจไปด้วบเบ็ดเสร็จ รายได้ทุกบาททุกสตางค์ สามีผู้จัดการเก็บให้ทุกเม็ด โดยที่จินตหราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ยังไงบ้าง เพราะขนาดแค่โทรศัพท์ สาวจินก็ใช้เพียงโทร.ออกและรับเท่านั้น ไม่เคยเสวนาผู้คนหรือเพื่อนฝูงในวงการ เหมือนนักร้องลูกทุ่งคนอื่นๆ

การ ดูแลผลประโยชน์ของภรรยานั้นไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่หากไม่ปิดกั้นการเปิดโลกทัศน์ และให้เสาวนาเกื้อกลูญาติพี่น้อง หรือกระทั่งผู้มีพระคุณบ้าง เพราะข้าวของเงินทองที่ได้มาแบบเหลือเฟือเข้าขั้นเศรษฐีนั้น หากแบ่งปันให้ผู้ที่มีพระคุณและคนที่ลำบากนั้น ขนหน้าแข้งไม่ร่วงและยังได้บุญกุศลอีกต่างหาก

สิ่งที่ ญาติๆ และคนที่ห่วงใยในตัวจินตหราก็คือกลัวเธอถูกหลอก หมดตัวเพราะพิษรัก จากสถานการณ์ที่ ''จินตหรา'' ไม่เคยเชื่อคำพูดของใครเลย นอกจากสามี ที่บงการชีวิตทุกอย่าง สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้กับผู้เป็นพ่อที่แทบน้ำตาตกใน ขณะที่จินตหราก็ตกอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เห็น ภาพ พ่อของซูเปอร์สตาร์หมอลำสาวอุ้มไก่ชน ไปตระเวนชนไก่รอบบ้านแก้กลุ้ม พร้อมกับพี่สาวของจินตหราเอง ก็ปาดน้ำตาที่ไหลรินเวลาที่พูดถึงน้องสาวคนดังแล้ว แล้วสะท้อนใจ...

ใน คฤหาสน์หลังใหญ่ในหมู่บ้านฆัณฑนา กลางเมืองหลวงนั้น ไม่รู้ว่าคนที่เติบโตมาจากท้องไร่ท้องนา จะได้ยินเสียงร้องไห้ของญาติพี่น้องที่ลำบากลำบนมาด้วยกันหรือเปล่า...น่า เสียดาย หากเธอจะตกเป็นทาสรัก เสียจนไม่ยิน เสียงร่ำร้องของพี่น้องในสายเลือดที่คลอดตามกันมา...

และ ทะเบียนสมรสของซูเปอร์สตาร์หมอลำสาว ที่แอบไปจดกันในครั้งนั้น และอยู่กินกันมากกว่า 13 ปี โดยที่ไม่บอกกล่าวให้ญาติและและพ่อบังเกิดเกล้ารู้สักนิด แม้มันจะผ่านมานานแล้ว แต่ก็เหมือนเป็นหนามที่ทิ่มแทงหัวใจพ่ออยู่ทุกวี่ทุกวัน...

กับคำถามที่ทุกคนคาใจ ''รักบริสุทธิ์ใจถึงต้องตีทะเบียน หรือ รักในทรัพย์สิน'' คือสิ่งที่น่าขบคิด

ที่มา http://www.luktungmohlum.com และ http://www.siamdara.com/Variety/00007838.html

http://www.youtube.com/v/KCpoYTDdFqo&hl&autoplay=1

น้ำตาสาววาริน - จินตหรา พูนลาภ

สาววาริน วันนี้ต้องกินน้ำตา
เพราะหนุ่มอุบลไม่มา
แห่เทียนพรรษาเหมือนดังปีก่อน
เขาจากไปแล้ว
กับผู้สาวสกลนคร
ปล่อยให้แม่งามงอน
นั่งสลอนอยู่หน้าต้นเทียน

บุญเข้าพรรษา
ปีนี้มันเหงาสุดเศร้าฤดี
คู่บ่าวสาวอื่นเขาสุขขี
เราแสนโศกีที่ทุ่งศรีเมือง
พี่ยังเคยบอก
ว่าจะไม่หลอกให้น้องเคือง
เห็นคนใส่เสื้อเหลือง
นึกว่าพี่ไม่มีแม้ เงา

กราบวิงวอน
หลวงพ่ออินแปลงผู้ศักดิ์สิทธิ์
จงช่วยเนรมิต
ให้รักข้านี้มีแต่สมหวัง
อย่าได้ป๋าถิ่ม
สาววารินให้รักจีรัง
สัญญาแห่งความหลัง
บุญออกพรรษาจะมาหมายหมั้น

สาววารินวันนี้ต้องกินน้ำตา
วอนหนุ่มอุบลรีบกลับมา
เช็ดน้ำตา น้องยังรอพี่
ถึงวันจะผ่าน
เดือนจะเคลื่อนไปเป็นปี
สาววารินคนนี้
ยังรักภักดีตัวพี่เหมือนเดิม

 #not46 #not46 #not46 #not46

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ