Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 เมษายน, 2557, 20:08:31

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระที่นั่งรัตนรังสรรค์  (อ่าน 1740 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2553, 22:56:26 »

พระที่นั่งรัตนรังสรรค์

ที่มา http://www.ranong.go.th/








สายลมที่พัดผ่านลูกกรงไม้อย่างแผ่วเบา สร้างความเย็นสบายให้ผู้มาเยือน ทำให้ผมอดใจไม่ไหวที่จะหันหน้าเข้ารับสายลมแห่งความสุขที่มาต้อนรับ พร้อมชื่นชมประวัติศาสตร์อันสำคัญของเมืองที่เนืองนองไปด้วยแร่
                
หากจะกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย คงจะมีชื่อของพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระนอง เป็นแน่แท้ ด้วยความงดงามด้านสถาปัตยกรรมของเรือนไม้รูปทรงต่าง ๆ ที่ผสานกันอย่างลงตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ที่นี่จะติดอันดับต้นๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้
                
พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ เดิมเป็นเพียงพลับพลาที่ประทับ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๓ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เพื่อใช้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จประพาสแหลมมลายูเป็นเวลา ๓ ราตรี ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๕ เมษายน ๒๔๓๓ และได้พระราชทานนามพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ซึ่งมีความหมายว่าพระที่นั่งที่พระยารัตนเศรษฐี (ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองระนอง) เป็นผู้สร้าง

ในทันทีที่ได้มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ผมเก็บอารมณ์ความหลงใหลในสถาปัตยกรรมดังกล่าวไว้ไม่ไหว จนต้องยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพความงามของที่นี่จนได้ครับ พระที่นั่งองค์นี้ประกอบด้วยอาคารไม้ต่าง ๆ อาทิ อาคารท้องพระโรง ห้องโถงชั้นล่าง ห้องบรรทมของพระราชินี ห้องเจ้าจอมมารดา และห้องบรรทมของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕
                







อาคารท้องพระโรงเป็นสถานที่แรกที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปชมความงามในพระที่นั่งองค์นี้ เมื่อมีโอกาสผมก็ย่อมไม่พลาดที่จะแวะเดินชมความงามของห้องต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นอยู่แล้ว ซึ่งภายในห้องแต่ละห้องจะมีข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์จัดวางอย่างงดงามอยู่ครับ รวมถึงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ ๖ ที่พระองค์ทรงถ่ายให้กับข้าราชบริพารติดอยู่ด้วยครับ แผ่นไม้ที่เรียงทอดเป็นทางเดินจากอาคารท้องพระโรงมุ่งสู่อาคารแปดเหลี่ยมเป็นความงามที่ติดตรึงตาผมไม่น้อย ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ เวลาที่ต้องมาเยือนยังสถานที่สำคัญๆ โดยเฉพาะอาคารไม้หรือเรือนไม้ที่ผมมักจะหลีกเลี่ยงไม่ยอมไป หรือปฏิเสธที่จะไปทันทีเมื่อได้ยินโปรแกรมท่องเที่ยวของครอบครัว โดยไม่รู้ว่าความหลงใหลในศิลปวัฒนธรรมของโบราณสถานดังกล่าวค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในความรู้สึกของผมตั้งแต่เมื่อไหร่
                
แชะๆ เสียงชัตเตอร์ภาพที่ดังอย่างต่อเนื่อง พร้อมภาพที่ปรากฏอยู่บนจอแอลซีดีของกล้องดิจิตอลนับสิบๆ ภาพ ทั้งๆ ที่กะว่าจะถ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เหมือนมีมนต์เสน่ห์อะไรบางอย่างลบความคิดเก่าๆ และทำให้ผมเพลินกับการเก็บรายละเอียดของที่นี่ได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
          
จากข้อมูลและการสนทนากับไกด์แล้ว ทำให้ผมทราบว่าที่นี่เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ถึง ๓ พระองค์เลยครับ โดยพระองค์แรกคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พระองค์ที่สอง คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ขณะทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งเสด็จเยือนเมืองระนองครั้งแรก ได้เสด็จฯ มาประทับยังพระที่นั่งองค์นี้ ๔ ราตรี ต่อมาเพื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว คราวเสด็จฯ เยี่ยมหัวเมืองมณฑลปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก ได้ประทับแรมอีก ๓ ราตรี และพระองค์ที่สาม คือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จฯ ประพาสมณฑลภูเก็ต เสด็จประทับแรม ๑ ราตรีพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี










                
จากข้อมูลและประวัติที่ผมได้ทราบคร่าวๆ จากไกด์แล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมที่นี่ถึงเป็นที่ ที่ชาวเมืองระนองภูมิใจอย่างที่สุด เพราะนอกจากความงดงามด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้ด้วยครับ
                
น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ดังกล่าวได้ถูกรื้อถอนเพื่อสร้างเป็นศาลากลางจังหวัดหลักปัจจุบัน นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่ต้องสูญเสียโบราณสถานอันทรงคุณค่าของชาวไทยไป
                
จนกระทั่ง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕  ทางจังหวัดได้ค้นคว้าหลักฐานภาพถ่าย โดยขอความร่วมมือจากกรมศิลปากรแล้วจำลองพระที่นั่งขึ้นมาใหม่ครับ ซึ่งมีขนาดย่อส่วน ๑:๑๐๐ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชมความงามและรับรู้ถึงประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อไป  ถึงแม้ว่าจะเป็นพระที่นั่งจำลองแต่เรื่องของความงดงามแล้ว ผมเชื่อว่าคงไม่แพ้ของเก่าอย่างแน่นอนครับ และเมื่อมีโอกาสมาแวะเยี่ยมชมอย่างนี้แล้ว ผมก็คงไม่พลาดที่จะเก็บภาพความประทับใจมาฝากให้ผู้อ่านได้ชมครับ
                
สายลมที่พัดเอื่อยๆ สอดผ่านซี่ไม้เข้าสู่ตัวอาคารทรงแปดเหลี่ยมทำให้รู้สึกเย็นสบาย จนอดใจไม่ไหวต้องขอหันหน้ายืนต้อนรับสายลมแห่งความสุข ก่อนที่จะก้าวเดินชมอาคารดังกล่าวต่อไปครับ  นอกจากอาคารไม้รูปทรงต่าง ๆ แล้วยังมีสวนสาธารณะที่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจคนชาวเมืองนี้ โดยบริเวณกลางสวนจะมีรูปปั้นที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่แสดงอยู่ด้วยครับ
                
บริเวณรอบๆ สวนจะพบกับโคมไฟทรงคลาสสิกตั้งเรียงรายเป็นแถวดูสวยงามไม่น้อยครับ นอกจากโคมไฟดังกล่าวแล้วยังมีไม้ดอกไม้ประดับให้เลือกชมได้ตามความต้องการเลย ที่นี่จะเป็นเหมือนสวนสาธารณะของชาวบ้านบริเวณนี้และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเป็นที่ภาคภูมิใจของคนเมืองนี้ด้วยครับ ความงดงามและเรื่องราวของที่นี่ทำให้นึกเสียดายพระที่นั่งองค์เดิมที่ต้องถูกรื้อถอนลงครับ แต่ก็ยังโชคดีที่ทาง จังหวัดระนอง เล็งเห็นความสำคัญสร้างพระที่นั่งองค์ใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์และประวัติศาสตร์ที่สำคัญคู่เมืองไทยสืบต่อไป








บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: