Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 02:26:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยวอีสานกลาง ไหว้พระธาตุ 4 เมือง รุ่งเรืองเสริมมงคล  (อ่าน 3655 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 30 กรกฎาคม, 2553, 17:13:57 »

 

เที่ยวอีสานกลาง ไหว้พระธาตุ 4 เมือง รุ่งเรืองเสริมมงคล   
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
 
 






พระบรมสารีริกธาตุในตู้เก็บชั้น 1 พระธาตุแก่นนคร 

 
 
       หลังการเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า นอกจากหลักธรรมคำสอนแล้ว สิ่ง(ศักดิ์สิทธิ์)ภายนอกที่เป็นดังเครื่องระลึกถึงพระพุทธเจ้า ตามปรากฏในพระคัมภีร์ คือ เจดีย์ 4 ประเภท ได้แก่
       
       1.ธาตุเจดีย์ คือ พระบรมสารีริกธาตุ และเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

       2.บริโภคเจดีย์ คือ สังเวยชะนีสถานทั้งสี่

       3.ธรรมเจดีย์ คือ จารึกข้อพระธรรม

       4.อุเทสิกเจดีย์ คือ พระพุทธรูป ธรรมจักร รอยพระพุทธบาท และสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า

       
       สำหรับพระบรมสารีริกธาตุในกลุ่มธาตุเจดีย์นั้น หมายถึง พระอัฐิธาตุหรือกระดูกของพระพุทธเจ้า ซึ่งพุทธศาสนิกชนบูชานับถือกันมาช้านานเพราะถือเป็นปูชนียวัตถุที่สำคัญยิ่ง
       
       ทำให้หลังการนำพระบรมสารีริกธาตุไปเผยแผ่โดยสมณทูตของพระเจ้าอโศกมหาราช จึงมีการสร้างสถูป เจดีย์ ขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เรียกว่า “พระบรมธาตุ” หรือ “พระธาตุ” ซึ่งปรากฏอยู่ตามวัดวาอารามและพุทธศาสนสถานทั่วไปในเมืองไทย ขึ้นอยู่กับว่าสถานที่นั้นๆจะได้พระบรมสารีริกธาตุส่วนไหนมาหรือของท่านใดมา เพราะตามความเชื่อเรื่องการบูชาพระธาตุในบ้านเรา นอกจากพระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้าแล้วยังมีพระอัฐิธาตุของพระอริยสาวกและพระอรหันต์อีกด้วย
       
       นอกจากนี้พระธาตุหลายแห่งยังมีคติความเชื่อในการบูชาและอานิสงส์ที่ได้รับแตกต่างกันออกไป

 



 
อ.คฑา ชินบัญชร 

 
 
       ด้วยเหตุนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานขอนแก่นจึงปิ๊งไอเดียจัดทำโครงการ “ไหว้พระธาตุอีสาน 4 เมือง รุ่งเรืองตลอดชีวิต”ขึ้นมา ในพื้นที่อีสานกลาง ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการทัวร์ธรรมะอย่าง อ.คฑา ชินบัญชร มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โครงการ ให้คำแนะนำเรื่องการตั้งจิตอธิษฐานและการสักการะพระธาตุอย่างถูกวิธี ซึ่ง อ.คฑา เปิดเผยว่า พระบรมสารีริกธาตุและพระอุรังคธาตุเป็นดังตัวแทนของพระพุทธเจ้า หากมีโอกาสกราบไหว้บูชาก็จะเกิดอานิสงส์อันประเมินค่ามิได้
       
       “การไหว้พระธาตุให้สัมฤทธิ์ผล ต้องทำความดีให้ถึงพร้อม คือนอกจากขอพรให้ตัวเองแล้ว ให้ระลึกถึง 5 พระคุณ คือ พระคุณแผ่นดิน พระมหากษัตริย์ ศาสนา พ่อ-แม่ และเทวดาประจำตัว”
       
       อ.คฑาให้คำแนะนำกับ “ตะลอนเที่ยว”เป็นการอุ่นเครื่องก่อนนำไปไหว้พระธาตุชื่อดัง 5 แห่ง ใน 4 เมือง เพื่อให้เรารุ่งเรืองสมหวังดังใจปรารถนา

 




 
พระธาตุขามแก่น ขอนแก่น


 
 
       ขอนแก่น
       
       จังหวัดแรกที่ อ.คฑา พา“ตะลอนเที่ยว”และคณะไปเปิดประเดิมทริปมงคลกันคือ ขอนแก่น ที่มี 2 พระธาตุเลื่องชื่อให้กราบไหว้กัน
       
       พระธาตุองค์แรกคือ“พระธาตุขามแก่น” ตั้งอยู่ที่วัดเจติยภูมิ ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น ตามตำนานเล่าว่า เจ้าเมืองโมรีย์ ได้ให้พระอรหันต์ 9 องค์ อัญเชิญพระอังคารของพระพุทธเจ้าไปบรรจุในพระธาตุพนมที่กำลังก่อสร้างอยู่
       
       ระหว่างทางคณะอัญเชิญได้ไปหยุดพักที่ดอนมะขามซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ตายซากเหลือแต่แก่น ก่อนออกเดินทางต่อไป แต่เมื่อพอไปถึงปรากฏว่าพระธาตุพนมสร้างเสร็จแล้ว คณะอัญเชิญจึงเดินทางกลับพบว่าต้นมะขามตายซากนั้นกลับฟื้นคืนชีวิต แตกกิ่งก้านใบออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ พระอรหันต์ทั้ง 9 จึงสร้างเจดีย์ครอบมะขามแก่นต้นนั้น พร้อมนำพระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ภายใน แล้วให้ชื่อว่า“พระธาตุขามแก่น”ก่อนที่พวกท่านทั้ง 9 จะร่วมกันปักหลักอยู่ที่เมืองนี้จนนิพพาน ซึ่งหลังจากนั้นได้มีคนสร้างพระธาตุองค์เล็กนำพระธาตุของพระอรหันต์ทั้ง 9 ไปบรรจุไว้ใกล้ๆกับพระธาตุขามแก่นเรียกว่า“พระธาตุน้อย”

 



  พระธาตุน้อย ที่อยู่เคียงคู่พระธาตุขามแก่น


 
 
       สำหรับพระธาตุขามแก่นองค์ปัจจุบันสูง 19 เมตร ช่วงครึ่งล่างกว้างป้านเป็นสีขาว ส่วนช่วงบนสอบเรียวแหลมเป็นสีทอง มีความเชื่อกันว่าอานิสงส์ที่ได้จากการไหว้พระธาตุขามแก่นก็คือ “...เรื่องร้ายกลายเป็นดี โรคภัยห่างหาย...”
       
       ทั้งนี้ผู้ที่ขอพรบนบานไหว้แล้วสมหวังชาวบ้านที่นี่เชื่อว่าต้องมาแก้บนในวันพุธ โดยให้ผู้ทรงศีลหรือ“กระจ้ำ”(ภาษาถิ่น) มาเป็นผู้ทำพิธีบอกกล่าวต่อองค์พระธาตุ
       
       หลายคนเมื่อมาไหว้องค์พระธาตุขามแก่นเสร็จแล้วก็มักจะเดินทางกลับ โดยละเลยการไหว้พระธาตุน้อยไป ซึ่ง อ.คฑา แนะนำให้ไหว้ทั้ง 2 พระธาตุคู่กัน เพื่อความเป็นมงคลสูงล้ำตามเจตจำนงของผู้สร้าง
       
       แน่นอนว่างานนี้“ตะลอนเที่ยว”ไม่พลาดการไหว้พระธาตุทั้งสองด้วยประการทั้งปวง ส่วนจะขอพรเรื่องอะไรนั้นเราขออุบเป็นความลับ ไม่ขอแพร่งพรายแม้แต่ในเฟซบุ๊คก็ตาม






 
พระธาตุแก่นนคร ขอนแก่น


 
 
       หลังได้พลังดุจดังขามแก่นพลิกฟื้น อ.คฑา พาเดินทางต่อไปยังวัดหนองแวง ถ.กลางเมือง อ.เมือง เพื่อสักการะ“พระธาตุแก่นนคร”อีกหนึ่งพระธาตุสำคัญของเมืองขอนแก่น
       
       พระธาตุแก่นนครสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปีเมืองขอนแก่น

 



 
พระบรมสารีริกธาตุในมณฑปชั้น 9 พระธาตุแก่นนคร
 

 
 
       พระธาตุแก่นนคร เป็นศิลปะทวารวดีผสมอินโดจีน มีความสูง 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ใน 4 มุม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียร องค์พระธาตุมี 9 ชั้น ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า“พระธาตุเก้าชั้น” โดยแต่ละชั้นมีความสำคัญแตกต่างกันออกไป ซึ่งที่เด่นๆก็มี
       
       ชั้น 1 เป็นหอประชุม มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ในบุษบกตรงกลาง บริเวณผนังเหนือประตูหน้าต่างเป็นภาพวาดนิทานพื้นบ้านและเรื่องราวอดีตเมืองขอนแก่น
       
       ชั้น 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์ มีบริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน บานประตูหน้าต่างแกะสลักภาพพุทธชาดก





 
ทิวทัศน์บึงแก่นนครเมื่อมองลงไปจากชั้น 9 ของพระธาตุแก่นนคร



 
 
       และชั้น 9 เป็นหอพระพุทธมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ในบุษบกกลางห้อง รอบข้างเป็นระเบียงชมวิวเมืองขอนแก่นที่ด้านหนึ่งสามารถมองเห็นบึงแก่นนครได้อย่างชัดเจน
       
       สำหรับผู้ที่มาไหว้พระธาตุแก่นนครจะได้รับอานิสงส์คือ “...เสริมบารมี ก้าวหน้ารุ่งเรือง...”

 



 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ร้อยเอ็ด

 
 
       ร้อยเอ็ด

       
       จากขอนแก่นเมืองแรก วันรุ่งขึ้นเราเดินทางต่อไปยังจังหวัดที่ชื่อสามารถเขียนเป็นตัวเลขได้นั่นก็คือ “ร้อยเอ็ด” (101) เพื่อสักการะและสัมผัสกับความงดงามอลังการแห่งยุคสมัย ที่“พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม อ.หนองพอก
       
       เจดีย์ชัยมงคล ดำเนินการก่อสร้างโดย พระอาจารย์ศรีมหาวิโร ลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นเจดีย์สูงใหญ่ที่ออกแบบโดยนำความงามของพระธาตุพนมมาผสมกับความใหญ่โตแต่สมส่วนขององค์พระปฐมเจดีย์ โดยใช้เลขจังหวัดร้อยเอ็ดมาเป็นเลขมงคล เจดีย์จึงมีความกว้าง ยาว และสูง อย่างละ 101 เมตร บนพื้นที่ 101 ไร่ รอบๆเจดีย์องค์ใหญ่มีเจดีย์องค์เล็กรายล้อมใน 8 ทิศ และมีการจัดตกแต่งภูมิทัศน์อย่างสวยงาม

 




 
รูปเคารพเกจิอาจารย์ในชั้นอุโบสถ เจดีย์ชัยมงคล 


 
 
       ส่วนองค์เจดีย์ประธานหรือเจดีย์ใหญ่มี 6 ชั้น ชั้น 1 เป็นห้องเอนกประสงค์ ชั้น 2 เป็นศาลาประชุมสงฆ์(กำลังก่อสร้าง) ชั้นที่ 3 เป็นชั้นอุโบสถ ประดิษฐานรูปเคารพเกจิอาจารย์สายปฏิบัติ(สายหลวงปู่มั่น)จำนวน 101 องค์ รอบบริเวณมีการประดับตกแต่งลวดลายอย่างสวยงามปานเนรมิต
       
       ชั้น 4 เป็นชั้นชมวิว ที่สามารถมองลงไปเห็นทิวทัศน์ใน 4 จังหวัดใกล้เคียง คือ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มุกดาหาร และยโสธร ชั้น 5 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ และชั้น 6 บรรจุพระบรมสารีริกธาตุให้ได้กราบสักการะขอพรเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ซึ่งผู้ที่มาสักการะพระมหาเจดีย์ชัยมงคลจะได้อานิสงส์คือ “...เสริมมงคลให้ชีวิต ท่วมท้นชัยชนะ...”

 
 


 
พระธาตุยาคู กาฬสินธุ์




 
 
       กาฬสินธุ์
       
       หลังกราบลาความศักดิ์สิทธิ์ผสานความยิ่งใหญ่ผสมความงดงามจากเจดีย์ชัยมงคล เราเดินทางสู่ อ.กมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าไปสักการะ“พระธาตุยาคู” พระธาตุที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง(อดีตเมืองเก่าของกาฬสินธุ์) ซึ่งใช้บรรจุพระอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ(ญาคู ภาษาอีสาน หมายถึง พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในวัด)

 
 



ชาวบ้านมาสักการะพระธาตุยาคูยามเย็น
 
 
 
       พระธาตุยาคู ต่างจากพระธาตุที่เราไหว้มาคือยังคงสภาพเป็นโบราณสถานที่สมบูรณ์ องค์พระธาตุมีลักษณะทางศิลปกรรมอันโดดเด่นใน 3 ยุคสมัย คือ ส่วนฐานเป็นสี่เหลี่ยมย่อมุมสร้างในสมัยทวารวดี ส่วนล่างองค์เจดีย์เป็นทรงแปดเหลี่ยมสร้างในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างต่อเติมในสมัยรัตนโกสินทร์ รอบองค์พระธาตุมีใบเสมาเก่าแก่ปักอยู่ตามทิศต่างๆ
       
       สำหรับพระธาตุยาคู ใครที่มากราบไหว้เชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์ คือ “...ร่มเย็นเป็นสุข ชีวิตเบิกบานสมบูรณ์...”





 
พระพิมพ์จำลอง ที่ขุดพบจากกรุเมืองโบราณนครจัมปาศรี
 
 
 
       มหาสารคาม
       
       แล้วการไหว้พระธาตุ 5 แห่ง 4 เมืองก็เดินทางมาถึงวันสุดท้ายกับพระธาตุองค์สุดท้ายคือ “พระธาตุนาดูน” อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
       
       พระธาตุนาดูน สร้างบนพื้นที่เมืองโบราณนครจัมปาศรี หลังจากมีการขุดค้นที่บ้านนาดูนในปี 2522 พบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในตลับ ทอง เงิน และสำริด พร้อมด้วยพระพุทธรูปและพระพิมพ์จำนวนมาก ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุราว พ.ศ. 13-15
       
       จากนั้นทางจังหวัดมหาสารคามได้ทำการสร้างองค์พระธาตุนาดูนขึ้นในบริเวณที่ขุดพบสถูป โดยจำลองแบบมาจากสถูปที่ขุดพบเป็นศิลปะทวารวดี เป็นเจดีย์ทรงระฆังสีขาวนวล ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น ตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนต่ำรูปพระพิมพ์ในกรุที่ขุดพบ ประดับเจดีย์จำลองขนาดเล็ก 4 มุม ด้านหน้าขุดเป็นสระสี่เหลี่ยมพื้นผ้าสะท้อนเงาองค์พระธาตุสวยงาม ส่วนรอบๆบริเวณจัดตกแต่งเป็นสวนรุกขชาติ ปลูกต้นไม้ในพุทธประวัติ

 



 
พระธาตุนาดูน มหาสารคาม

 
 
       พระธาตุนาดูน นอกจากจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองมหาสารคามแล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็น “พุทธมณฑลแห่งอีสาน” ซึ่งอานิสงส์จากการไหว้พระธาตุนาดูนคือ “...เพิ่มพูนบารมี...เป็นศูนย์ธรรมแห่งความดี”
       
       อานิสงส์ผลบุญ
       
       หลัง“ตะลอนเที่ยว” ไหว้พระธาตุ 4 เมือง 5 แห่งในแดนอีสานกลางแล้ว แม้เราจะรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูกอีกทั้งยังหวังในสิริมงคลและความรุ่งเรืองในชีวิต
       
       แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอานิสงส์จากการไหว้พระธาตุ ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติของตัวเราด้วย เพราะถ้าเราคิดดี ประพฤติดี ปฏิบัติดี อานิสงส์ผลบุญย่อมหนุนส่ง ส่วนถ้าเราคิดไม่ดี ประพฤติมิชอบ ปฏิบัติมิชอบ ต่อให้เดินสายไหว้พระธาตุทั่วโลกก็ไม่เกิดผลแต่อย่างใด

 
       *****************************************
       
      ผู้สนใจโครงการ“ไหว้พระธาตุอีสาน 4 เมือง รุ่งเรืองตลอดชีวิต”สอบถามการเดินทาง ร้านอาหาร ที่พัก และข้อด้านการมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่ ททท. สำนักงานขอนแก่น โทร. 0-4324-4498-9






แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: