Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 พฤศจิกายน, 2560, 01:34:17

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สะตอ  (อ่าน 25923 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: 1 [2]  ทั้งหมด
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #10 เมื่อ: 23 ตุลาคม, 2554, 20:51:56 »

สะตอ



ชื่อวิทยาศาสตร์ Pueciosa Hassk

ลักษณะ
       
สะตอ  เป็นพันธุ์ไม้ป่าที่ชอบขึ้นในดงดิบ หรือภูเขาในภาคใต้ของประเทศไทย สะตอเป็นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ลำต้นค่อนข้างตรงโตเต็มที่มีความสูงประมาณ ๑๕ - ๓๓ เมตร เปลือกหนาสีน้ำตาลปนเทาและค่อนข้างเรียบ ต้นขนาดใหญ่อาจมีเส้นรอบวงถึง  ๓  เมตร  เนื้อไม้สีเปลือกไข่ แกนสีแดง กิ่งของสะตอจะแผ่ออกทุกทิศกระจายเป็นวงกว้าง รัศมีของพุ่มใบประมาณ ๑๐ - ๑๕ เมตร สะตอมีใบแบบใบประกอบและเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ก้านหนึ่งๆมีใบย่อยมาก ลักษณะของดอกเป็นดอกช่อออกตรงปลายกิ่งบริเวณนอกของทรงพุ่ม ช่อดอกเป็นปุ่มสีเหลืองอ่อน ช่อดอกหนึ่งๆ มีดอกย่อยเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ก้านดอกสีเขียวสด ยาวประมาณ ๐.๕ -  ๑.๕  ฟุต ดอกเมื่อบานจะมีฐานรองรับขนาดเท่าไข่ไก่ ซึ่งชาวภาคใต้เรียกว่า "โหม่ง" หรือ "โหม่งตอ" ที่โหม่งตอมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอัดแน่นอยู่ เมื่อเกสรทั้งสองเพศผสมกันแล้ว เกสรตัวผู้จะหลุดร่วงไปเหลือแต่เกสรตัวเมีย แล้วค่อยเจริญเป็นฝักอ่อนๆ เป็นช่อห้อยประมาณ ๓ - ๒๔ ฝัก สะตอ ๑ ฝัก คือ ผลหนึ่งผลที่มีหลายเมล็ดเจริญเติบโตกลางปุ่มดอก แก่เต็มที่ฝักยาวประมาณ ๑๒ - ๑๘ นิ้ว กว้างประมาณ ๑ - ๑.๕ นิ้ว สีเขียวเกลี้ยง มักบิดเบี้ยวไปมา  มีเมล็ดเรียงกันไปตลอดฝัก ฝักหนึ่งจะมี ๖ - ๓๒ เมล็ด ฝักแก่เปลือกฝักเปราะหักง่าย ฝักสุกเปลือกนอกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้เกือบดำ ฝักจะอ่อนนุ่ม เนื้อเยื่อภายในจะเป็นเมือกสีส้มรสหวานเล็กน้อย
         
พันธุ์สะตอมีทั้งพันธุ์สะตอข้าว  (สะตอขาว) มีลักษณะเมล็ดเล็กและถี่ กลิ่นฉุนและรสอมหวาน สะตอดาน  มีลักษณะฝักโตเม็ดโต  และสะตอแต  มีลักษณะฝักค่อนข้างแข็งชอบขึ้นในป่าลึกๆรสไม่ค่อยอร่อยนัก

วิธีการรับประทาน
         
เมล็ดสะตอเป็นผักที่ชาวภาคใต้นิยมมาปรุงอาหารคาวในลักษณะต่อไปนี้ คือ
         
๑. ใช้เป็นผักแนม (ปักเหนาะ) รับประทานทั้งเปลือกหรือรับประทานเฉพาะเมล็ดก็ได้แกงเผ็ด น้ำพริก ต่างๆ และเป็นผักสำหรับข้าวยำ
         
๒. นำสะตอมาทำให้สุกโดยการเผา   (ตอหมก)   หรือต้มให้สุกเป็นสีตองอ่อนอมเหลือง  รับประทานเฉพาะเมล็ดเท่านั้น
         
๓. นำสะตอมาหมักดอง(ตอดอง) โดยการต้มหรือลวกทั้งฝักให้พอสุกแล้วพักไว้ต้มน้ำเกลือตั้งไว้ให้เย็น แล้วนำสะตอทั้งเปลือกที่เป็นฝักหรือหั่นเป็นท่อนๆ หรือแกะเอาเฉพาะเมล็ด(มีเยื่อบางหุ้มอยู่) ใส่ลงในภาชนะที่ใส่น้ำเกลือไว้พอท่วมสะตอ ดองเก็บไว้ประมาณ ๓ - ๕ วัน ก็สามารถรับประทานได้
         
๔. นำสะตอมาเป็นส่วนหนึ่งประกอบประเภทผักชนิดหนึ่งในการปรุงอาหาร ที่นิยมกันแพร่หลาย ได้แก่ ผัดเผ็ด ผัดเปรี้ยวหวาน แกงกะทิ ต้มกะทิ เป็นต้น
         
สะตอมีประโยชน์ ดังนี้ คือ
         
๑. ใช้ประกอบอาหารรับประทานได้ทั้งสุกและดิบ
         
๒. เป็นพืชเศรษฐกิจเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน
         
๓. เป็นการอนุรักษ์ดิน  สะตอเป็นพันธุ์ไม้ป่าขนาดใหญ่  มีรากแก้วหยั่งลึก สามารถยึดเหนี่ยวดินไม่ให้พังทลาย พุ่มต้นจะมีลักษณะกว้างออกไป ช่วยปกคลุมดินให้มีความชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา
         
๔. ต้นสะตอที่มีอายุ ๑๕ - ๒๐ ปี จะเป็นไม้เนื้อแข็ง ใช้ทำสิ่งปลูกสร้างและเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างดี
         
๕. สะตอให้คุณค่าทางอาหารและโภชนาการ   คือให้ทั้ง   คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน  ไขมัน  แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ เป็นต้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,601
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #11 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 12:15:10 »

สะตอ



ชื่อวิทยาศาสตร์          Parkia spceiosa Hassk
วงค์          LEGUMINOSAE

ลักษณะ
         
เป็นพืชยืนต้น  ลำต้นสูงประมาณ ๙ - ๑๒ วา สะตอเป็นพรรณไม้ที่เจริญงอกงามร่วมกับพรรณไม้อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ลำต้นจะสูงชะลูด  แตกกิ่งก้านสาขา  เป็นไม้พุ่ม ออกช่อตามปลายกิ่ง ซึ่งภาคใต้เรียก "โหม้ง" หรือ "โหม้งตอ" ที่โหม้งมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่อัดกันแน่น เมื่อผสมกันแล้ว ตัวผู้จะหลุดร่วงไปเหลือแต่ตัวเมียจะเจริญงอกงามเป็นฝักอ่อน ๆ ซึ่งจะออกเป็นช่อห้อยฝักประมาณ ๑๐ ฝัก หรือมากกว่านั้น ฝักสะตอมีลักษณะแบนยาว เมื่อแก่เต็มที่จะมีขนาดยาวประมาณ ๑๒ - ๑๘ นิ้ว มีเมล็ดเรียงกันไปตลอดทั้งฝัก ใหญ่เล็กแล้วแต่ความสมบูรณ์ของแต่ละฝัก



แหล่งที่พบ
         
สะตอจะเจริญเติบโตตามป่า   ควน   หรือ  เนินเขาจะขึ้นปะปนกับพืชอื่นๆ  โดยทั่วไปพบในป่าจังหวัดยะลา ซึ่งมีทุกอำเภอ

ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
สะตอใช้เป็นอาหารนิยมรับประทานเป็นผัก  ใช้แกง ผัด ย่าง ต้ม หรือต้มแล้วทำเป็นสะตอดองเก็บไว้กินตลอดทั้งปี ชาวบ้านยะลาเรียกสะตออย่างว่า สะตอหมก นิยมรับประทานกับน้ำพริกแมงดา หรือเป็นผักสดใช้เหนาะ กับน้ำพริกก็อร่อยดี ยอดสะตออ่อน ๆ ก็นิยมรับประทานกับน้ำพริกได้เช่นเดียวกัน

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
สะตอเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดยะลาชนิดหนึ่ง   นิยมรับประทานกันมาก  เพราะช่วยเพิ่มรสชาดให้เจริญอาหาร นิยมซื้อมาเป็นช่อ  หรือหลาย  ๆ ช่อรวมกันเป็นมัดใหญ่ ๆ ใช้เป็นของฝาก สะตอเป็นรายได้ของชาวบ้าน เพราะราคาค่อนข้างแพง นิยมปลูกเพื่อเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2]  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: