Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กรกฎาคม, 2557, 06:52:58

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานลูกทุ่งไทย พรไพร เพชรดำเนิน  (อ่าน 1947 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NotBao
คนบ้านเดียวกันฺ
รองแม่ทัพภาค
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 3,944
สมาชิกลำดับที่ 106
เป็น"ควาย"มันไม่มีปัญญา ปัญหาเลยไม่มี



| |

« เมื่อ: 29 กรกฎาคม, 2553, 18:44:32 »



พรไพร เพชรดำเนิน

วันชัย เจริญชนม์ หรือ พรไพร เพชรดำเนิน เกิดเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2491 ที่ ต.ขุนพิทักษ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นบุตรนายส้มปินนัง นางทองเจือ เจริญชนม์ มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน เป็นคนที่ 3 ครอบครัวมีอาชีพทำสวนและค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เขาการศึกษาแค่จบชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดหลักหกรัตนาราม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เพราะทางบ้านยากจน

พรไพร ชื่นชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก โดยสมัยนั้นมีนักร้องคนโปรดคือ "เบญจมินทร" และ  เพื่อนๆเรียกเขา ว่า "สุรพลน้อย" เพราะมีเสียงเหมือน สุรพล เขาชอบเข้าประ กวดการร้องเพลงลูกทุ่ง และร่วมเดินสายไปกับคณะรำวงต่างๆ โดยทำหน้าที่เป็นนักร้องเชียร์รำวง " สุรพล สมบัติเจริญ"

เมื่อปี พ.ศ. 2510 ขณะอายุได้ 19 ปี ได้เริ่มทำงานที่สถานีวิทยุยานเกราะ จากการแนะนำของครูชวนชัย ฉิมพะวงศ์ และต่อมาก็ได้เข้าประกวดร้องเพลงในรายการที่จัดโดยครู" จำรัส วิภาตะวัธ " โดยมีคู่แข่งมากเป็นพันคน แต่เขาก็ชนะเลิศด้วยเพลง "แฟนจ๋า" ของสุรพล โดยมีครูชวนชัยเป็นคนตัดสินด้วย และนอกจากจะได้รับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทแล้ว ครูจำรัส ยังรับเข้าเป็นนักร้อง โดยให้อยู่กับวงดนตรี "เตือนใจ บุญพระรักษา " เขาจึงนับถือเป็นครูชวนชัยเป็นครูคนแรก และเป็นพ่อคนที่ 2

เขาอยู่กับวงนี้ได้ประมาณ 1 ปี แต่ก็ได้บันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิตชื่อ "มีแต่ใจให้เธอ" โดยใช้ชื่อ พรไพร เพชรดำเนิน ซึ่งเขาเป็นคนตั้งเอง ต่อมาก็ได้บันทึกเพลง ทรงมะกัน , หัวใจเปลี่ยว , หนองหารสะอื้น , เล็กสุดที่รัก , รักเก่าที่ขอนแก่น , กรุงเทพ-กรุงธน และ กลืนน้ำลาย,

ปี พ.ศ. 2513 เขาออกมาอยู่กับวง "ศรีไพร ใจพระ" หรือ "เก่งกาจ จงใจพระ" ในปัจจุบัน และได้ร้องเพลงเช่น "แฟนชั่นหน้าหนาว" , " คืนพี่คอย" และ "นุ่งสั้น"

ช่วงนี้เขามีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่องมนต์รักลูกทุ่ง รวมทั้งได้ร้องเพลงประกอบชื่อ "น้ำลงนกร้อง" ของครู ไพบูลย์ บุตรขัน ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังอย่างมาก ตามประวัติเพลงนี้นั้น ตอนแรก จะ ให้ บรรจบ เจริญพร ที่ร่วมแสดงในเรื่องเป็นผู้ร้อง แต่เนื่องจาก บรรจบร้องหลายเพลงจึงเปลี่ยนมาให้ พรไพร เพชรดำเนิน เป็นผู้ร้อง เขาจึงนับถือ ศรีไพรเป็นครูคนที่ 2 เพราะ ทั้งให้ร้องเพลง แนะนำเข้าสู่วงการภาพยนตร์ และแนะนำให้รู้จักกับครูไพบูลย์ โดยผู้ที่เขา จากนั้นเขายังได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง "มนต์รักจากใจ" ที่มีเพลงประกอบมากที่สุดถึง 20 เพลง ในเรื่องนี้เขาได้ร้อง 1 เพลงคือ ดอกรักแห้งแล้ว ของครูสุรินทร์ ภาคศิริ

ต่อมาได้ออกจากวง "ศรีไพร" มาร้องเพลงที่ห้องอาหาร"นวลศรี" ข้างโรงภาพยนตร์ "เฉลิมไทย" โดยร้องอยู่ 2-3 ปี ก็ออกมาตั้งวงดนตรีเป็นของตัวเอง และได้บันทึกเสียงไว้หลายเพลง เช่น "ขายควายแต่งงาน , หนุ่มไทยเก๊กซิม และ จำได้ไหมน้อง เขาทำวงอยู่ 5-6 ปีก็เลิกวง และกลับไปร้อง

ที่มา http://www.oknation.net/blog/countryman/2007/07/16/entry-2


<a href="http://www.youtube.com/v/a4TcfCS_N-A&amp;amp;hl&amp;autoplay=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/a4TcfCS_N-A&amp;amp;hl&amp;autoplay=1</a>

น้ำลงนกร้อง - พรไพร เพชรดำเนิน

นกกระปูดตาแดงน้ำแห้งก็ตาย
นกกระปูดตาแดงน้ำแห้งก็ตาย

น้ำ ลง น้ำลงเมื่อเดือนยี่น้ำลง ปีนี้อกของพี่กลัดหนอง
พอน้ำลง นกกระปูด มันร้อง อน้ำลง นกกระปูด มันร้อง
น้ำแห้งขอดถึงก้นคลองมองเห็นปลา ติดตรม

น้ำ ลง พี่ลุยน้ำเพียงน่อง น้ำลง นกร้องอกพี่ต้องขื่นขม
คำสัญญามาแปรเปลี่ยนเลิกล้ม
พี่ต้องเงียบเหงาเศร้าตรมซมเหมือนนกกระปูดมันร้อง

น้ำลงครั้งใดหัวใจแทบหลุด เสียงนกกระปูดร้องมา
คิดถึงขวัญตาเนื้อทอง สองเราเคยนั่งริมฝั่งคลอง
พี่หนุนตักน้องฟังนกร้องเมื่อน้ำลง

น้ำลง น้ำลงเห็น คลองแห้งเหมือนใจนางแล้ง
แห้งเหมือนดัง เศษผง
ใจเลอะเลือนเหมือนน้ำขึ้นน้ำลง
ใจเลอะเลือนเหมือนน้ำขึ้น น้ำลง
น้ำเดือนสิบสองว่าทรงยังไหลลงเหมือนกับใจน้อง
 
น้ำลงน้ำลงเห็นคลองแห้งเหมือนใจนางแล้ง
แห้งเหมือนดังเศษผง
ใจ เลอะเลือนเหมือนน้ำขึ้นน้ำลง
ใจ เลอะเลือนเหมือนน้ำขึ้นน้ำลง
น้ำเดือนสิบสองว่าทรงยังไหลลงเหมือนกับใจน้อง

นกกระปูดตาแดงน้ำแห้งก็ตาย
นกกระปูดตาแดงน้ำแห้งก็ตาย...


เสียงครูไพบูลย์ บุตรขัน

เพลงนี้ ครูไพบูลย์แต่งเพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องมนต์รักลูกทุ่ง เดิมทีเพลงนี้กะจะให้บรรจบ เจริญพรร้อง

แต่ บรรจบร้องเพลงในเรื่องมาแล้วหลายเพลง ก็เลยเอาเพลงนี้มาให้พรไพรร้องแทน แต่การที่เขาไม่มีบทในภาพยนตร์มาก่อน ก็เลยได้เข้าฉากในภาพยนตร์แค่ฉากเดียว ก็คือฉากที่ร้องเพลงนี้ ตอนที่พรรคพวกของไอ้คล้าว พายเรือไปตามหา ทองกวาวกับบุปผาที่ถูกส่งไปอยู่กรุงเทพฯ และบุปผา ที่ในเรื่องรับบทโดย บุปผา สายชล ก็ร้องเพลงตอบโต้ออกมาชื่อนกร้องน้องช้ำ

จั่วหัวไว้ว่า เสียงของไพบูลย์ บุตรขัน ก็เพราะในเพลงนี้มีเสียงของไพบูลย์ บุตรขันอยู่ด้วย

ก็เสียงนกกระปูด .....ปูด......ปูด นั่นไง

ช่วงที่บันทึกเสียงเพลงนี้ ระบบการบันทึกเสียงยังเป็นแบบอัดสด คือร้องกับดนตรีสดๆ การที่พรไพร เป็นนักร้องมือใหม่ในช่วงนั้น จึงต้องทำการอัดกันหลายครั้ง และครูไพบูลย์ ที่ไม่ค่อยแข็งแรง ก็ต้องทำเสียงปูด ...ปูด กันหน้าเขียวหน้าเหลือง แทบจะเป็นลม
บันทึกการเข้า





หากหัวใจยังรักควาย  ๓oปี คาราบาว
กระแสลมยิ่งแรงพัดผ่าน ดวงวิญญาณยิ่งกล้ายิ่งแกร่ง
ฝ่าคลื่นลมด้วยใจมุ่งมั่น ดวงตะวันสีทองส่องแสง


หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: