Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 พฤศจิกายน, 2561, 17:47:11

   

ผู้เขียน หัวข้อ: กระเช้าขึ้นภูกระดึง ความพยายามที่ไม่ควรพยายาม/ปิ่น บุตรี  (อ่าน 4649 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« เมื่อ: 29 กรกฎาคม, 2553, 00:43:23 »



กระเช้าขึ้นภูกระดึง ความพยายามที่ไม่ควรพยายาม/ปิ่น บุตรี
 

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์  http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000103562


โดย ปิ่น บุตรี
 






      “สมัยสาวๆยายเดินชั่วโมงกว่าก็ถึงบนภู(หลังแป) แต่เดี๋ยวนี้แก่แล้ว เดินตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าแน่ะ จึงจะถึง”
       
       คุณยายวัย 60 กว่าชาวบ้านศรีฐานที่อยู่ด้านล่างทางขึ้นภูกระดึงบอกกับผม หลังเรารู้จักกันในงานประเพณีสงกรานต์สรงน้ำพระพุทธเมตตาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งยายแกเดินขึ้นมาสรงน้ำพระเกือบทุกปีตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน
       
       ใครฟังแล้วอาจจะหาว่าผมโม้ แต่ถ้าได้เห็นคุณยายแกเดินฉับๆอย่างแข็งแรงคล่องแคล่วขึ้นลงคงจะปฏิเสธไม่ได้ ผิดกับผมที่กว่าจะเดินจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านศรีฐานผ่านซำต่างๆขึ้นมาถึงหลังแป ณ ระดับความสูง 1,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล ก็ใช้เวลาปาเข้าไป 4-5 ชั่วโมง ตามระดับความฟิตของร่างกายในการขึ้นภูกระดึงแต่ละครั้ง
       
       แต่เมื่อขึ้นมาถึงยังจุดนี้ “ความเหนื่อยจะหายไป ความภูมิใจเข้าแทนที่” เพราะเราสามารถฝั่นฝ่าอุปสรรค ความเหน็ดเหนื่อย สูงชัน ขึ้นมาเป็น“ผู้พิชิตภูกระดึง”อีกครั้ง
       
      ...เป็นความภูมิใจเล็กๆ ที่มีแต่คนเดินขึ้นภูกระดึงเท่านั้นถึงจะรับรู้และสัมผัสได้...


       
       1...
       
       หลังกลับจากภูกระดึงครั้งนั้น ห้าเดือนต่อมา(ก.ย.52) มีข่าวโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงแพลมออกมาอีกครั้งหลังเงียบหายไปพักหนึ่งทำให้ผมอดนึกถึงคุณยายคนนั้นไม่ได้
       
       เช่นเดียวกับช่วงนี้ที่ภาพของคุณยายบ้านศรีฐานผุดขึ้นมาในสมองผมอีกครั้ง จากข่าวโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงที่ถูกรายการข่าวของทีวีบางช่องนำเสนอข่าวแบบปั่นกระแส เลือกโปรหนุนการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงอย่างชัดเจน
       
       อย่างไรก็ตามหากพูดถึงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง นี่เป็นโครงการประเภทหนังชีวิตที่มีแนวคิดมาตั้งแต่ปี 2525 จนถึงปัจจุบัน มีความพยายามโยนหินถามทางจากผู้คิดสร้างกระเช้ามาบ่อยครั้ง โดยบรรดาผู้คิดสร้างทุกยุคทุกสมัยต่างอ้างเหตุผลในการคิดสร้างเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ รวมถึงคนที่มีร่างกายไม่แข็งแรง(เดินไม่ไหว) สามารถขึ้นไปสัมผัสกับบรรยากาศบนภูกระดึง เพื่อขนขยะลง รวมถึงเพื่อกระจายรายได้ให้กับชุมชน กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเลยให้คึกคักมากขึ้น ซึ่งงานนี้มีการตีมูลค่าการก่อสร้างกระเช้าอยู่ที่ 600 ล้านบาท และมูลค่ารายได้เข้าจังหวัดปีละ 200 ล้านบาท
       
       เรื่องนี้ทางผู้สร้างพยายามชี้ให้สังคมเห็นถึงมูลค่าที่จะได้จากการสร้างกระเช้าซึ่งแสดงออกเป็นตัวเลขอย่างชัดเจน ในขณะผู้ที่เห็นต่าง ได้พยายามแย้งว่าภูกระดึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะพิเศษ เมื่อมีการสร้างกระเช้าขึ้นภู ทำให้คุณค่าและเสน่ห์บางอย่างของภูกระดึงต้องสูญเสียไป อาทิ คุณค่าของเสน่ห์ในการเดินขึ้นหลังแปเพื่อเป็นผู้พิชิตภูกระดึงที่หากมีกระเช้าป้ายเราคือผู้พิชิตภูกระดึงคงไม่มีความหมายสำหรับผู้ที่นั่งกระเช้าขึ้นมา คุณค่าของลูกหาบที่อยู่คู่กับภูกระดึงมาช้านาน คุณค่าของความเท่าเทียมกันในการเดินขึ้นภูกระดึง คุณค่าในมิตรภาพที่พบเจอในระหว่างเดินเท้า คุณค่าในการเอาชนะความเหน็ดเหนื่อยและความยากลำบากในการเดินเท่าขึ้นภูกระดึง
       
       สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือเป็นลักษณะเฉพาะของสถานที่ท่องเที่ยวอย่างภูกระดึง ซึ่งกับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งนั้น เมื่อมีคุณค่าอยู่ในตัว มูลค่าถึงตามมา แต่ถ้ายิ่งไปเพิ่มมูลค่า คุณค่ากลับยิ่งลดลง
 




 
ต้องเดินเท้าขึ้นภูกระดึง ถึงจะรู้ซึ้งในความสำคัญของการเป็นผู้พิชิตภูกระดึง



 
 
       2...

       
       อนึ่งเมื่อมีการคิดสร้างกระเช้า เรื่องที่มีคนไถ่ถามกันมาก็คือจุดที่ใช้ในการสร้างกระเช้า ซึ่งในรายงานข่าวช่องนั้นบอกว่าล่าสุดมีอยู่ 2 จุด คือขึ้นทาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ไปยังผาหล่มสัก และขึ้นทางบ้านศรีฐาน จ.เลย ไปยังหลังแป เป็นทางคู่ขนานไปกับทางเดินขึ้น โดยการสร้างนั้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ แทบจะไม่มีผลกระทบใดต่อสิ่งแวดล้อมเลย
       
       ส่วนเหตุที่ทางจังหวัดเลยต้องรีบเสนอโครงการตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมาถึงในปีนี้ เพราะกลัวทางจังหวัดเพชรบูรณ์จะชิงสร้างโครงการตัดหน้า ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าถ้าผู้ว่าฯเลยคนปัจจุบันถูกย้ายไปเพชรบูรณ์ในเร็วๆนี้ เขาจะผลักดันโครงการสร้างกระเช้าขึ้นสู่ภูกระดึงหรือเปล่า เพราะในเมื่อเลยยังไม่สร้างเพชรบูรณ์ก็ชิงสร้างตัดหน้ามันก่อนเลยดีกว่า
       
       งานนี้จึงดูเหมือนว่าภูกระดึงจะถูกดึงไปเป็นเครื่องมือของผู้คิดสร้างกระเช้าใน 2 จังหวัดไปเสียฉิบ

       
       3...

       
       หลายคนที่เคยไปภูกระดึงในยุคก่อนๆ เมื่อขึ้นไปภูกระดึงวันนี้บอกว่าภูกระดึงเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะสภาพป่าดูเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่การเดินทางขึ้นถึงและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆบนยอดภูสะดวกสบายขึ้นมาก
       
       แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะเทียบไม่ได้เลยกับการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และครั้งสำคัญของภูกระดึง ที่เหล่าผู้ผลักดันไม่เคยพูดถึงแผนการจัดการหลังการสร้างกระเช้าที่เป็นรูปธรรมชัดเจนแต่อย่างใดว่าจะบริหารจัดการอย่างไร?
       
       ...หลังมีกระเช้า การจัดการนักท่องเที่ยวบนภูจะเป็นอย่างไร? เพราะบนภูมีความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 1,500 -2,000 คน ในขณะที่อุทยานฯจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ที่ 5,000 คนต่อวัน แต่ที่ผ่านมาที่ผู้ต้องการสร้างกระเช้าบางคนอ้างว่าทางเดินขึ้นลำบาก แต่ในช่วงหน้าเทศกาลหยุดยาวคนยังมีคนขึ้นภูกระดึงจนล้น แล้วถ้ามีกระเช้าขึ้นแสนง่าย ป่าจะไม่แตกหรือ?(กระเช้าจะนำคนขึ้นภูได้ประมาณ 750-1,000 คน ต่อชั่วโมง) ถึงแม้ผู้ว่าผู้ว่าฯเลยจะบอกว่าเมื่อมีการสร้างกระเช้ายังคงใช้นโยบายจำกัดนักท่องเที่ยวที่ 5,000 คน เหมือนเดิม แต่เขายังไม่ชัดเจนเรื่องจำนวนคนขึ้นลงที่อยู่บนนั้น แบบไม่ได้พักค้าง
       
       ...หลังมีกระเช้า จะจัดการเรื่องปัญญาขยะอย่างไร เพราะการบอกว่าจะนำกระเช้าขนขยะลง แต่การนำคนขึ้นไปมากๆก็เป็นการเพิ่มขยะบนภูจำนวนมากเหมือนกัน
       
       ...หลังมีกระเช้า คนแห่มาเที่ยวจำนวนมากโดยเฉพาะในวันหยุดยาว จะดูแลนักท่องเที่ยวอย่างไร เพราะปัจจุบันอุทยานฯมีจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ รวมถึงยามที่คนล้นจะจัดการเรื่องแหล่งน้ำธรรมชาติ ร้านค้า ห้องน้ำ อย่างไร?
       
       ...หลังมีกระเช้า บรรดาลูกหาบที่มีร่วม 500 คน ต้องสูญเสียรายได้แน่นอนหรือบางคนอาจต้องตกงาน ในขณะที่ทางผู้คิดสร้างแม้ปากจะอ้างว่าพวกลูกหาบไม่ต้องกลัวตกงาน แถมเมื่อมีกระเช้าลูกหาบจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกต่างหาก แต่ว่าเอาเข้าจริงจะให้พวกลูกหาบไปทำอะไร? อย่าลืมว่างานบางอย่างต้องใช้ความรู้และความถนัดเฉพาะด้าน ส่วนถ้าจะต้องการให้นักท่องเที่ยวขึ้นภูแบบไปเช้า-กลับเย็นก็ไม่จำเป็นต้องขนสัมภาระ เรื่องนี้ทางผู้คิดสร้างต้องตอบให้ชัด

 



 
ผาหล่มสัก ไฮไลท์สำคัญของภูกระดึง 


 
 
       ...หลังมีกระเช้า ใครที่ต้องการนั่งกระเช้าขึ้นไปค้างคืนบนภู จะนำสัมภาระไปกับกระเช้าหรือต้องจ้างลูกหาบ ถ้าจ้างลูกหาบ นั่งท่องเที่ยวนั่งกระเช้าขึ้นไปแค่ราวๆ 30 นาที แต่ลูกหาบต้องเดินแบกของขึ้นภูประมาณ 4-5 ชั่วโมง จะมีแผนบริหารจัดการตรงนี้อย่างไร
       
       ...หลังมีกระเช้า จะมีแผนให้รายได้ตกกับพ่อค้า แม่ค้า ที่ขายของระหว่างทางตามซำต่างๆด้วย เพราะเมื่อคนนั่งกระเช้าขึ้นภูแบบรวดเร็วทันใจ 20-30 นาที พ่อค้าแม่ค้าในระหว่างทางย่อมไม่สามารถขายของได้
       
       ...หลังมีกระเช้า จะแบ่งสันปันส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปค้างบนยอดภูอย่างไรระหว่างคนที่นั่งกระเช้าขึ้นไปกับคนที่เดินเท้าขึ้นไป(ผู้ว่าฯเลย บอกกระเช้าเป็นทางเลือกใหม่คู่ไปกับการเดินเท้าขึ้น) ซึ่งยังไงขออย่าเป็นประเภทคนนั่งกระเช้าจ่ายมากกว่าย่อมได้สิทธิมากกว่า ถ้าเป็นอีแบบนี้มันคือ 2 มาตรฐานชัดๆ
       
       ...หลังมีกระเช้า ทางผู้สร้างบอกว่าจะให้คนไปเที่ยวภูกระดึงแบบไปเช้า-เย็นกลับ แต่เสน่ห์ของภูกระดึงที่ถือเป็นไฮไลท์นั้นอยู่ที่พระอาทิตย์ตก ณ ผาหล่มสัก ถ้าไม่ค้างแรมบนยอดภูรับรองไม่ได้ยลไฮท์ไลท์ของภูกระดึงแน่นอน หรือใครที่หวังจะขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกแล้วค่อยนั่งกระเช้าลงก็ผิดกฎระเบียบของการเข้า-ออก อุทยานฯอีก เพราะเลยเวลาปิดอุทยานฯ
       
       ...หลังมีกระเช้า คนที่ขึ้นมาบนภูยังไงๆก็ต้องเดินไปเที่ยวชมตามจุดไฮไลท์ต่างๆที่มีระยะทางเดินไกลเอาเรื่อง โดยเฉพาะจากหลังแปจุด(ที่มีแนวโน้มว่าถ้าสร้างกระเช้าจะมาขึ้นยอดภูที่จุดนี้) เมื่อเดินไปกลับผาหล่มสักก็ปาเข้า 20 กว่ากม. ยังไงๆคนที่นั่งกระเช้าขึ้นมาก็ต้องเดินอีกไกลอยู่ดีหลายคนไม่รู้จะเดินไหวหรือเปล่า? ดังนั้นจะมั่นใจได้ยังไงว่าในอนาคต เราจะไม่ได้ยินข้ออ้างว่าจำเป็นต้องทำถนนให้ดีขึ้น ต้องมีรถเอาไว้บริการกับนักท่องเที่ยวที่เดินไม่ไหว ซึ่งที่ผ่านมาได้มีผู้คิดสร้างกระเช้าบางคนแพลมไต๋ออกมาว่า หลังการสร้างกระเช้าแล้ว อาจจะมีการแบ่งโซนสำหรับนักท่องเที่ยวผู้มีกำลังซื้อสูง มีการสร้างที่พักชั้นดี และมีการนำรถกอล์ฟไปวิ่งบริการบนภูกระดึงสำหรับนักท่องเที่ยวชั้นดี โอ้...เอากับเขาสิ
       
       นี่เป็นแค่การจัดการบางส่วนเท่านั้นหลังภูกระดึงมีกระเช้า แต่ว่าที่ผ่านมาผู้ผลักดันการสร้างกระเช้าไม่เคยมีใครพูดอย่างชัดเชนว่าจะจัดการอย่างไร นั่นจึงทำให้พอมีการโยนหินถามทางเรื่องการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงขึ้นมาทีไร เป็นต้องถูกกระแสคัดค้านจำนวนมาก
       
       ชนิดที่ชนะเสียงสนับสนุนแบบขาดลอยทุกครั้ง

       
       4…

       
       การขึ้นไปเที่ยวภูกระดึงในวันนี้
       
       ไม่ว่าจะอยากดีมีจน ก็ต้องเดินขึ้น
       
       ไม่ว่าจะเหลือง แดง น้ำเงิน กากี เขียว ขาว ก็ต้องเดินขึ้น
       
       ไม่ว่าจะคิดบวก คิดลบ หรือคิดไม่ออก ก็ต้องเดินขึ้น
       ไม่ว่าจะแตงโม มะเขือเทศ ทุเรียน สับปะรด ก็ต้องเดินขึ้น
       
       เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวทุกคนต้องดำรงชนชั้นเดียวกันนั่นก็คือ ชนชั้นตีนติดดิน เพราะทุกคนต้องเดินสถานเดียวจากบ้านศรีฐานขึ้นไปบนหลังแป
       
       แต่หากมีการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงบรรยากาศแห่งมิตรภาพที่ตกหล่นส่วนหนึ่งจะหายไป ในขณะที่ชนชั้นบนภูกระดึงก็จะถูกแบ่งเป็น 2 ชนชั้นทันที
       
       หนึ่งเป็น“ชนชั้นตีนติดดิน”
       
       ในขณะที่อีกหนึ่งเป็น“ชนชั้นตีนลอยฟ้า”

 

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 29 กรกฎาคม, 2553, 00:56:48 »


ไปภูกระดึงมา 2 ครั้ง ก็เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน 

ไม่รู้ว่าคนที่คิดจะทำกระเช้าขึ้นภูเคยเดินขึ้นภูแล้วซักครั้งหรือยัง?? 


เราแค่จะบอกว่า ตอนเดินมันก็เหนื่อยแทบขาดใจทุกครั้ง แต่ถ้าถามว่า ยังอยากกลับไป อีกไหม คำตอบก็คือ "อยาก" ถึงแม้จะต้องเหนื่อยแทบขาดใจอีกก็ตามเถอะ

ดูทีวียังจัดเรทสำหรับผู้ชม สถานที่บางแห่งก็ควรจะอนุรักษ์ไว้ สำหรับผู้มีความพร้อม


ถึงจะมีกระเช้าขึ้น ไปอยู่บนโน้นก็ต้องเดินอยู่ดี .........

.หรือ ...อีกหน่อยคงมีรถ 2 แถว บริการวิ่งรับส่งระหว่างศูนย์บริการถึง ผาหล่มสัก มาอำนวยความสะดวกเพิ่มให้อีกเจ้าคะ 


                 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

jeab
บุคคลทั่วไป

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 29 กรกฎาคม, 2553, 02:17:35 »

น่าเสียดายถ้ามีกระเช้าจริงๆ

ภูกระดึงถ้าไม่เดินขึ้นเองก็หมดสนุก ไม่มีความหมาย ขาดเสน่ห์โดยสิ้นเชิง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

NotBao
คนบ้านเดียวกันฺ
รองแม่ทัพภาค
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 3,944
สมาชิกลำดับที่ 106
เป็น"ควาย"มันไม่มีปัญญา ปัญหาเลยไม่มี



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 29 กรกฎาคม, 2553, 07:20:58 »

ภูกระดึงนะครับไม่ใช่เขาวังเพชรบุรี

ถ้ามีกระเช้าขึ้นภูกระดึงจริง ป้าย ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตภูกระดึง คงจะไม่มีความหมาย

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


หากหัวใจยังรั

เก๋
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 2,869
สมาชิกลำดับที่ 9
รู้สึกดีไปวัน ๆ


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 29 กรกฎาคม, 2553, 08:09:25 »

          แต่เราขอมองว่ามันก็เป็นทางเลือกของคนอีกหลายคนที่เขาไม่มีโอกาส อย่างเช่นคนพิการ  คนเหล่านี้เขาก็อยากรับรู้ถึงบรรยากาศอีกมุมหนึ่งของประเทศไทยบ้าง แต่ครั้นจะให้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป บางคนอาจจะไม่มีเงินขนาดนั้น แต่ถ้ามีกระเช้าค่าใช้จ่ายอาจจะถูกกว่า  คนปกติที่มีโอกาสได้ขึ้นไป แล้วลงมาบอกว่าสวย ๆ ๆ  แต่เขาเหล่านั้นล่ะได้แต่มองตาปริบ ๆ  แต่ไม่สามารถขึ้นไปได้ จริงไหม สำหรับคนปกติที่สมบูรณ์ครบ 32 คุณก็เลือกทางเลือกปกติก็สามารถสนุกสนานได้เหมือนเดิม   


เราอาจจะคิดไม่เหมือนใคร แต่ขอคิดแทนคนที่ขาดโอกาสคงไม่ว่ากันนะ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

   Fashion comes and go  but love is  forever  

NUT
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,712
สมาชิกลำดับที่ 29
Made in ดินโคลน



| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2553, 14:36:37 »


"ภูกระดึง"...สร้างกระเช้า เกาถูกที่คันจริงหรือ? 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
 



ป้ายที่เปรียบเหมือนเส้นชัยยังจะมีความหมายอยู่หรือไม่หากสร้างกระเช้า

 
 
       เป็นกระแสที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันไม่น้อยทีเดียว สำหรับกรณีที่พ่อเมืองเลยคนปัจจุบัน เตรียมปัดฝุ่น โครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ต่อ รมว.มหาดไทย ที่กำหนดลงพื้นที่ จ.เลยภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยได้มีการยกผลวิจัยกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นสูง มาเป็นข้อสนับสนุนให้การสร้างกระเช้า
       
       แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวย่อมมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อย ที่เกรงว่าการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงนี้ จะส่งผลทำให้กระทบทัศนียภาพ และเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอาจจะส่งผลกระทบขั้นรุนแรงต่อพ่อค้า แม่ค้า และบรรดาลูกหาบที่อาศัยภูกระดึงเป็นแหล่งทำมาหากินมานานปี

 



 
ข้อความต้านการสร้างกระเช้าภูกระดึงที่ปรากฏในโลกไซเบอร์ 

 
 
       พลิกปูมสร้างกระเช้า
       
       สำหรับความเป็นมาของโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ริเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2525 โดยความเห็นพ้องจากหน่วยงานของภาครัฐหลายหน่วยงานอาทิ นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และเอกชนจังหวัดเลย เป็นต้นโดยได้มีการนำประเด็นนี้ เข้าคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2546
       
       ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2547 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปตรวจราชการราชการพื้นที่จังหวัดเลย ได้สั่งให้ทำการศึกษาโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงเพิ่มเติม กระทั่งในวันที่ 5 สิงหาคม 2547คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติในที่ประชุมครั้งที่ 3/2547 ให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เป็นเจ้าภาพในการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2547 คณะทำงานมีมติมอบหมายให้อพท. เป็นผู้ทบทวนและรวบรวมข้อมูลสรุปเสนอคณะทำงานฯพิจารณาเพื่อนำไปสู่การนำเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
       
       ขณะนั้นกรมป่าไม้ ได้ว่าจ้างบริษัท ทีมคอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์แมเนจเมนท์ จำกัด วิจัยข้อเสนอทางเลือกการสร้างกระเช้าไฟฟ้าสรุปคือ ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา มีรายได้ต่ำ กระจุกตัวในช่วงวันหยุดยาว มีการว่าจ้างลูกหาบ และใช้บริการร้านค้า เงินบำรุงเข้าอุทยานฯ อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ไม่เพียงต่องบประมาณสำหรับการพัฒนาและอนุรักษ์อุทยานฯ

 


 
ชีวิตลูกหาบจะเป็นอย่างหากสร้างกระเช้า

 
 
       หากมีการก่อสร้างกระเช้า จะทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวหลากหลายขึ้น มีกลุ่มครอบครัว กลุ่มผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูงกว่า จะมีการจ้างงานซื้อสินค้าและบริการในอุทยานฯมากขี้น ทำให้อุทยานฯมีรายได้ในการพัฒนาและอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง
       
       สำหรับแนวเส้นทางการก่อสร้างกระเช้า มี 3 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 เป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด ประมาณ 3.6 กิโลเมตร สถานีต้นทางอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ(ศูนย์ศรีฐาน) สถานีปลายทางอยู่ที่หลังแป เส้นทางที่ 2 อยู่ตรงข้ามศูนย์ศรีฐาน ใกล้บ้านไร่ใต้ แต่เส้นทางนี้จะผ่านพื้นที่ป่าปิด จึงน่าจะไม่เลือก เส้นทางที่ 3 เริ่มจากบ้านอีเลิศขึ้นไป ซึ่งผลการศึกษาแนะนำให้เลือกเส้นทางที่ 1 คือจากจุดเริ่มต้นที่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ต.ศรีฐาน ถึงบริเวณหลังแป จากการศึกษาพบว่าจะมีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ 3.66 ไร่ และไม่พบพันธุ์ไม้หายาก
       
       โดยบริษัทผู้ศึกษาเสนอว่า กระเช้าควรจะเป็น Gondola Lift แบบเก๋ง 8 ที่นั่ง 2 แถว หันหน้าเข้าหากัน อากาศจะระบายทางช่องด้านท้องของกระเช้า ฝนตกทำให้ไม่เปียก เมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปแล้วไม่สามารถเปิดออกมาได้ จะเปิดออกได้ก็ต้องเมื่อกระเช้าจอดที่สถานีเท่านั้น ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงทั้งนี้ โครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงจะใช้งบในการก่อสร้างประมาณ 400 ล้านบาท

 


 
ผาหล่มสักไฮไลต์ภูกระดึงที่ต้องมา

 
 
       ถึง ภูกระดึง...ด้วยรักและห่วงใย
       
       ประยงค์ อัฒจักร ประธานมูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นคนหนึ่งที่สนใจและติดตามความเคลื่อนไหวของประเด็นการสร้างกระเช้าภูกระดึงมาตั้งแต่ต้น และได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่น้อยเขากล่าวว่า ขณะนี้หากถามความเห็นส่วนตัวต่อเรื่องนี้แน่นอนว่า จุดยืนแรก คือ คัดค้าน ส่วนอีกความเห็นหนึ่ง คือ หากคิดจะสร้างจริงๆอยากให้มีการศึกษาอย่างถี่ถ้วน
       
       "ตอนนี้มีแต่คนคิดจะต้านกับจะสร้าง แต่ ไม่มีใครศึกษาวิธีการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม สุขภาพ"ประยงค์กล่าวแสดงความคิดเห็น
       
       เขากล่าวต่อไปว่า แม้ส่วนตัวจะคัดค้าน แต่ยินดีที่จะฟังเหตุผลจากคนที่คนจะสร้างกระเช้าเช่นกัน หากเป็นเหตุผลที่ดี คนที่คิดจะสร้างเคยคิดข้ามไปไกลกว่านั้นไหมว่า หากสร้างแล้ว ระบบขนส่งมวลชนข้างบนจะทำอย่างไร สุดท้ายเมื่อขึ้นไปข้างบนที่อ้างว่าจะทำเพื่อเด็ก คนแก่ ก็ต้องเดินอยู่ดี
       
       "ที่น่ากลัว คือ เรื่องที่ต่อเนื่องจากกระเช้า ตอนนี้ผมกำลังเห็นภาพเซเว่นอยู่บนภูกระดึง มีการสัมปทานภูกระดึงให้เอกชน สุดท้ายจะมีสนามกอล์ฟ เป็นต้น ข้อเท็จจริงนี้สุดท้ายมันก็คือการรวมกลุ่มของผู้มีประโยชน์แอบแฝงต่อภูกระดึง รัฐมนตรีมหาดไทยจะมาจังหวัดเลย ส.ส.คนหนึ่งบังเอิญเหลือเกินอยู่พรรคเดียวกับรัฐมนตรีแล้วยังเป็นกรรมมาธิการผลักดันเรื่องนี้มานาน ไหนจะมีกลุ่มหอการค้า ที่เห็นเรื่องเศรษฐกิจตาโต โดยไม่รู้ว่านั้นจะทำลายทุกอย่าง"ประยงค์กล่าว
       
       พร้อมกันนี้ประยงค์ยังเปรียบเทียบว่า ภูกระดึง เหมือนนิทานเรื่องไก่ออกไข่เป็นทองคำ สร้างกระเช้าก็เหมือนกับฆ่าไก่ หากต้านไม่ไหวจะสร้างจริงๆก็ควรเอาความจริงทุกอย่างมาเปิดเผยขั้นตอนให้โปร่งใสต่อประชาชนทั้งหมด อย่าเอาเงินนำหน้า

 



 
สำหรับนักเดินเท้าแต่ละก้าวสู่ภูกระดึงมีความหมาย

 
 
       ประยงค์มองถึงทางออกต่อปัญหานี้ว่า มีทางเลือกที่น่าสนใจ คือ เตรียมในภูกระดึงเข้าสู่มรดกโลก ซึ่งจะอยู่รวมกันกับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆในบริเวณเชื่อมต่อกัน โดยมีชื่ออยู่ในกลุ่ม "ป่าภูเขียวน้ำหนาว" ซึ่งเคยมีการพูดคุยประชุมหารือเกี่ยวเรื่องนี้เช่นกัน
       
       ทางด้าน ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ในนามกลุ่มสื่อเสรีเมืองเลย เป็นคนหนึ่งที่แสดงความคัดค้านต่อการสร้างกระเช้าขึ้นสู่ภูกระดึง เขาตั้งคำถามฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าปัญหาเรื่อง ลูกหาบ ที่จะจัดหาหน้าที่อื่นภายหลังการสร้างกระเช้านั้น ในแง่ความเป็นจริงสามารถทำได้แค่ไหน
       
       "ลูกหาบภูกระดึงมีหลายร้อยคน มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่วันละ500บาทต่อคน ที่บอกว่าจะให้เป็นคนงานทำหน้าที่เกี่ยวกับกระเช้าแทนนั้นรับได้ทั้งหมดจริงหรือ เรื่องการคิดใช้กระเช้าขนถ่ายขยะจากข้างบภูกระดึงลงมาข้างล่างอีก ผมยังไม่เคยเห็นประเทศในโลกทำ ภูกระดึงลองเอาไม้ปักลงไปลึกทุกหนึ่งเมตรก็เจอขยะ ถ้าเพิ่มคนด้วยกระเช้าจะทำอย่างไรต่อปัญหาพวกนี้"ภัทราวุธ ตั้งคำถาม
       
       ทั้งนี้เขายังมองว่าประเด็นเรื่องการสร้างกระเช้า หากทำสำเร็จเมื่อไหร่ก็จะส่งผลดีมหาศาลต่อ กลุ่มนักค้าที่ดินเก็งกำไรที่ตีนภูกระดึงทันที เมื่อนั้นรีสอร์ทคงผุดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อคนที่อยู่โดยรอบภูกระดึง ซึ่งคงเป็นทางร้ายมากกว่าดี
       
       "ผมก็เตือนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ว่าใครเสนอประเด็นนี้ทีไร หน้าตาบวมปูดกลับมากันทุกที ไม่เชื่อลองไปดูในเว็บบอร์ดสิ"ภัทราวุธกล่าวทิ้งท้าย


       
      เสียงคัดค้านการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงที่ดังในโลกไซเบอร์

       
       ตามมาดูความคิดเห็นในโลกไซเบอร์กันสักหน่อยว่าแสดงทัศนะคติต่อประเด็นนี้กันอย่างไรบ้าง เริ่มที่กระแสใ"STOP Cable Car - Phukradung National Park"
       
       ความเห็นจาก Supansa Jitvaree: ไม่ยอม!!! ชอบที่นี่ที่สุดแล้ว ถ้าจะไปต้องเดินขึ้นไป ถึงจะคุ้มกับสิ่งที่จะพบเจอข้างบนนั้น มันมีความหมายนะ
       
       ความเห็นจาก Naryak Rakmoo: นอกจากกระเช้าไฟฟ้า..สิ่งที่จะตามมาก็คือถนน รถยนต์ รีสอร์ทหรูตามติดด้วยร้านสะดวกซื้อบนภูกระดึงคนที่เดินขึ้นไม่ไหวจะเดินเที่ยวได้เหรอ จะกินจะอยู่ง่ายๆอย่างที่เป็นหรือไม่เรียกร้องให้คนทำพูดออกมาให้หมด..คุณจะทำอะไรกับภูกระดึงบ้างวิถีชีวิตชาวบ้านร้านค้าตามซำต่างๆลูกหาบป่าไม้ระบบนิเวศน์จะถูกทำลายอีกเท่าไหร่
       
       ความเห็นจาก Pwut Boonsaner: ถ้าภูกระดึงมีกระเช้า มันก็ไม่ใช่ภูกระดึงแล้วครับ เสน่ห์มันอยู่ตรงนี้ อย่าคิดว่ามีกระเช้าแล้วคนจะอยากไปเที่ยวมากขึ้น ผมว่าคนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวก็เพราะต้องการสัมผัสบรรยากาศระหว่างที่เดินขึ้นครับ คนที่คิดจะสร้างกระเข้าคือพวกที่อยากไปเที่ยวแต่ขี้เกียจเดินขึ้นหรือเปล่าครับ

 
 




ทิวทัศน์เมื่อมองลงมาจากหลังแป

 
 
       ที่เว็บชุมชนออนไลน์ในห้อง BluePlanet ของเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์ชื่อดังอย่างพันทิปก็มีกระแสเรื่องนี้เช่นกัน
       
       ความเห็นจาก xsaray: เหนื่อยใจกับข้าราชการไทยบางคน เซ็ง.....บอกไม่เอาๆๆๆๆ ฟังกันบ้างไหม
       
       ความเห็นจาก จากคน(อยู่)ภูกระดึง: คิดว่าไม่เหมาะมากๆ ค่ะจริงๆ เราน่าจะปรับตัวให้เข้าธรรมชาติมากกว่าจะปรับธรรมชาติให้เข้ากับเรานะคะบนยอดภูกระดึง มีจุดท่องเที่ยวหลายๆ จุด แต่ละจุดอยู่ห่างกันถ้าไม่มีแรงขึ้นจริงๆ ก็ไม่มีแรงเดินไปเที่ยวในจุดต่างๆ แน่ๆอย่าไปคิดถึงการเอารถไปวิ่งรับนักท่องเที่ยวบนยอดภูเลยนะคะแล้วก็ไม่ไว้ใจกับการจัดการกับการรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากบนภูกระดึงทั้งขยะ น้ำ ไฟ จิปาถะ ขอไว้สักที่เถอะค่ะ
       
       ความเห็นจาก pingoon: อายุมากก็ใช่จะไปไม่ได้ ตาบอดขึ้นภูก็มีสมาชิกนำมาให้ชมแล้ว ขาพิการ 1 ข้างขึ้นภูด้วยไม้ค้ำรักแร้ก็มีมาแล้วหากคิดว่าอายุมากเกรงจะไปไม่ไหว ผมเคยเจอคุณยายท่านนึง อายุคงไม่ต่ำกว่า 65 ผ้าถุง + รองเท้าแตะ ผมเจอก่อนถึงหลังแป ก็สามารถขึ้นได้ครับ (^_^)
       
       และใน [url=http://www.manager.co.th]www.manager.co.th[/url] ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการสร้างกระเช้าภูกระดึงด้วยเช่นกัน
       
       ความเห็นจาก (analgesic15 สมาชิก) :เสน่ห์ของภูกระดึง มันอยู่ตรงที่ความยากในการเดินขึ้นนั่นแหละ ถ้าอยากไปสบายๆ เชิญที่ภูเรือเถอะครับความสวยงามไม่ต่างกัน "และอย่าคิดว่ามีกระเช้าแล้ว จะไม่ต้องเดินนะครับ พร้อมจะเดินเป็นสิบๆ กิโลเพื่อไปดูสถานที่ต่างๆ บนภูแล้วหรือยัง" ไหนจะขยะ ไหนจะห้องน้ำมีสตางค์กันนักก็จ้างฮอขึ้นไปเถอะ อ่อ...แล้วอย่ามาอ้างกระเช้าตามที่ต่างๆ ของต่างประเทศ ความรับผิดชอบคนไทยมันต่างกับเค้าเยอะ เค้าจำกัดคนห้าพัน มาหมื่นก็ให้ขึ้นแล้วมันจำกัดตรงไหน อย่าสร้างเลยรักภูกระดึงเหมือนกัน
       
       ความเห็นจาก เรารักภูกระดึง:บทเรียนของสถานที่ท่องเที่ยวของไทย เน่าเป็นขยะ มีให้เห็นหลายแห่ง..... เมื่อไหร่ที่ผู้คนไปถึงง่าย ความทรุดโทรมจะตามมา กรมป่าไม้น่ะ ตัวรู้ดี....ให้ธรรมชาติมันได้พักผ่อนมั่ง หญิงหากินรับแขกมากๆ ยังโทรม นับประสาอะไรกับธรรมชาติ....หัดเดิน..ฝึกหัดอดทน...กันมั่งเถิดคนไทยทั้งหลาย พวกคุณมันจะจุกอกตายกันอยู่แล้ว.....อบจ. อบต. อย่าคิดแต่จะหาเงินท่าเดียว ถ้าธรรมชาติ ทรัพย์สินธรรมชาติของคุณเสียหาย คุณจะเป็นยิ่งกว่า ขอทาน.คิดให้ดี เพื่อผลประโยชน์ของคนเห็นแก่ตัวล้วนๆไม่มีสิ่งใดนอกจากนี้ ถ้านั่งกระเช้าขึ้นแล้วยังกล้ามาถ่ายกับป้าย "ครั้งหนึ่งในชัวิตเราคือผู้พิชิตผู้กระดึง" แล้วไม่อายหรอไง เดินเท้าขึ้นไปจะถ่ายตอนไหนก็รู้สึกภูมิใจเสมอ ถึงแม้จะเหนื่อย เมื่อย ล้า แต่มันทำให้เราจดจำและประทับใจไปอีกนานแสนนาน
       
       ส่วนทิศทางของเรื่องจะลงเอยอย่างไร ก็ยังยากที่จะคาดเดา สำหรับนักอนุรักษ์ธรรมชาติทั้งหลายก็คงต้องตามลุ้นตามเหนื่อยกันต่อไป ว่างานนี้คนคิดอยากสร้างเกาถูกที่คันของปัญหาสารพัดที่ยกมาอ้าง ทั้งเรื่องขยะ เด็ก คนแก่ เท็จจริงหรือไม่.

 

 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อกตํ  ทุกฺกฏํ  เสยโย......ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: