Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 ตุลาคม, 2557, 12:11:26

   

ผู้เขียน หัวข้อ: วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  (อ่าน 4996 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 22 กรกฎาคม, 2553, 22:59:20 »

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร



สถานที่ตั้ง  ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ซึ่งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณ

ประวัติความเป็นมา
         
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร   เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช   สันนิษฐานจากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชว่า สร้างโดยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช  ใน  พ.ศ. ๑๐๙๘ เพื่อเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์  ในสมัยโบราณถือว่าเป็นเขตพุทธาวาสจึงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา   ต่อมาได้มีการบูรณะและสร้างเสริมโบราณวัตถุ โบราณสถานภายในวัดหลายครั้ง
         
ในสมัยสุโขทัย  พ่อขุนรามคำแหงมหาราชโปรดเกล้าฯให้นำทองแดงหล่อปิดทองยอดพระบรมธาตุและสร้างพระระเบียงโดยรอบทั้งหมด ๑๖๕ ห้อง พระพุทธรูป ๑๖๕ องค์ สร้างกำแพง ๔ ด้าน สร้างวิหารสามจอมและพระรูปพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
         
สมัยธนบุรี  พระเจ้าตากสินมหาราชได้บูรณะวิหารทับเกษตร  วิหารหลวง และศาลากุฎิในพระอารามถมทรายเทปูนรอบพระบรมธาตุเจดีย์ ยกพื้นสูง  ๗๕  เซนติเมตร  กว้าง  ๑  เมตร เรียกกันว่า ทางเดินพระเจ้าตากสิน
         
สมัยรัตนโกสินทร์  การบูรณะครั้งใหญ่ทำในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในระหว่างปี พ.ศ.๒๔๓๗ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๑ มีผู้นำในการบูรณะคือ พระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาฏ-มาภิบาล (ปาน)ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๓ กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมวิหารคดหรือพระระเบียงและมีการซ่อมอีกหลายครั้ง
         
สมัยพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้บูรณะปฏิสังขรณ์กลีบบัวทองคำ ปัจจุบันได้มีการบูรณะซ่อมปลียอดทองคำโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเป็นองค์ประธานคณะกรรมการโครงการเหรียญบาทสืบทอดพระธาตุเมืองคอน โดยมีกรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการบูรณะปลียอดทองคำพระบรมธาตุเจดีย์ โดยเสริมความแข็งแรงของปลียอด



         
อาณาเขตติดต่อมีดังนี้

ทิศเหนือ                   จดโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ กว้าง ๓ เส้น
ทิศใต้                       จดถนนพระลาน  กว้าง ๓ เส้น
ทิศตะวันออก             จดถนนราชดำเนิน  ยาว ๘ เส้น ๑๐ วา
ทิศตะวันตก               จดถนนพระบรมธาตุ  ยาว ๘ เส้น ๑๐ วา

         
ปัจจุบันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหารมีเนื้อที่ทั้งหมดจำนวน ๒๕ ไร่ ๒ งาน

ความสำคัญต่อชุมชน
         
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีทั้งในเมืองนครศรีธรรมราชและทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพราะมีความสำคัญดังนี้
         
๑.เป็นที่ตั้งขององค์พระบรมธาตุเจดีย์อันเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกลจะหลั่งไหลมานมัสการพระบรมธาตุเจดีย์อยู่มิได้ขาดสาย
         
๒.มีโบราณสถานโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก อยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์   ศิลปะและวัฒนธรรมทั้งสิ้นเช่น   พระวิหารหลวง วิหารพระม้า วิหารเขียน วิหารโพธิ์ลังกา วิหารสามจอม  วิหารพระแอด  วิหารทับเกษตร  วิหารคดหรือพระระเบียง  วิหารธรรมศาลา วิหารโพธิ์พระเดิม     เจดีย์รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์พระพุทธบาทจำลอง      พระศรีมหาโพธิ์  พระพวย พระบรมราชา พระบุญมาก พระพุทธรูปปางประทานอภัย พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช โดยเฉพาะ
พระวิหารหลวงนั้นเป็นอาคารที่มีความใหญ่โตและงดงามมากนับเป็นพระอุโบสถที่กว้างใหญ่ที่สุดในภาคใต้
         
๓.เป็นแหล่งเริ่มต้นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องด้วยองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นที่รวมแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน จึงได้มีการนำทรัพย์สินเงินทองมาถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งทางวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารก็ได้ใช้วิหารเขียนเป็นที่เก็บรักษาสิ่งของขนาดเล็กที่ทำด้วยทอง เงิน นาก สำริด เช่น พระพุทธรูป ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง ถ้วยชาม และใช้วิหารโพธิ์ลังกาเก็บโบราณวัตถุ เช่นศิลาจารึก  เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูป หีบศพเจ้าพระยานคร พระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นต้น จึงได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดไป เมื่อพ.ศ.๒๔๘๐ กรมศิลปากรได้ประกาศรับพิพิธภัณฑสถานของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่อว่า "ศรีธรรมราชพิพิธภัณฑสถาน" ซึ่งต่อมากรมศิลปากรก็ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นใหม่ที่หน้าวัดสวนหลวง ตำบลศาลามีชัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช



         
๔.เป็นแหล่งเริ่มต้นของหอสมุดแห่งชาติสาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช  เมื่อวันที่  ๑๕  ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๐  กรมศิลปากรได้มาตั้งหอสมุดแห่งชาติสาขาจังหวัดนครศรีธรรมราชในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยใช้สถานที่ที่วิหารสามจอม       เมื่อมีหนังสือเพิ่มจึงได้ย้ายไปที่วิหารธรรมศาลา วิหารทับเกษตรและวิหารคด ตามลำดับ ต่อมากรมศิลปากรได้ไปจัดสร้างหอสมุดแห่งชาติสาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นที่หน้าวัดสวนหลวง ตำบลศาลามีชัย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
         
๕.เป็นแหล่งกำเนิดประเพณีสำคัญๆของจังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้แก่  ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีตักบาตรธูปเทียน ส่วนประเพณีสวดด้านในปัจจุบันได้สูญหายไป ในวันสำคัญทางพุทธศาสนาจะมีพุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันมาทำบุญในวัดพระมหาธาตุเป็นจำนวนมาก
         
๖.ใช้เป็นสถานที่ประกอบราชพิธีและพิธีที่สำคัญในอดีตเช่น การแต่งตั้งเจ้าเมือง การถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พิธีแรกนาขวัญ พิธีโล้ชิงช้า




ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
         
โบราณวัตถุที่สำคัญในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารดังนี้
         
๑.พระบรมธาตุเจดีย์
         
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระบรมธาตุเจดีย์ เป็นทรงระฆังคว่ำ(โอคว่ำ)ปากระฆังติดกับพื้นกำแพงแก้ว ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆดังนี้
           
ส่วนประกอบของพระบรมธาตุเจดีย์

๑.ความสูงของพื้นถึงยอด สูง ๓๗ วา
๒.ฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง กว้าง ๓ ศอก
๓.ฐานยาวด้านละ  ๑๘ วา ๑ ศอก ๑๕ นิ้ว
๔.ยอดหุ้มด้วยทองคำ หนัก ๘๐๐ ชั่ง (๖๐๐ กิโลกรัม)
๕.ส่วนที่หุ้มทองคำ สูง ๖ วา ๒ ศอก ๑ คืบ
๖.ปล้องไฉน ๕๒ ปล้อง
๗.หน้ากระดานปล้องไฉนมีพระเวียน  (พระมหาสาวก) ผืนเวียนเป็นทักษิณา วัตร ประนมมือทุกองค์ ๘ องค์
๘.บัวคว่ำ บัวหงาย หุ้มด้วยทองคำแผ่น สูง ๖ วา ๒ ศอก ๑ คืบ
๙.ทองรูปพรรณหลายชนิด เช่น แหวน กำไล ต่างหู ผูกแขวนบนปลียอด ทองคำ มีเป็นจำนวนมาก
๑๐.บนยอดสุดมีบาตรน้ำมนต์ ๑ ใบ
๑๑.รอบองค์เจดีย์ระฆังคว่ำ มีกำแพงแก้ว ๔ ด้าน เท่ากัน กว้าง/ยาว ๑๒ วา ๒ ศอก
๑๒.รอบกำแพงแก้วมีใบเสมา   และรั้วเหล็ก   ฉัตร   บังสูรย์   และกระดิ่งเป็นระฆัง  ห้อย  รอบกำแพงแก้ว
๑๓.ฐานพระบรมธาตุเจดีย์รูปสี่เหลี่ยม จัตุรัส มีหัวช้างยื่นออกจากฐาน ๒๒ หัว



         
๒.วิหารพระทรงม้า (พระวิหารมหาภิเนษกรมณ์)
         
ตั้งอยู่ติดกับพระบรมธาตุเจดีย์ทางด้านทิศเหนือความกว้าง  ๕ วา ๑๐ นิ้ว ยาว ๑๕ วา ๓ ศอก สูง ๗ วา ฝาผนังภายในวิหารมีภาพปูนปั้นเรื่องพุทธประวัติ ตอนพระพุทธองค์ทรงม้าเสด็จออกบรรพชา  ลักษณะเป็นศิลปะอยุธยาตอนกลาง โบราณวัตถุภายในวิหารพระทรงม้ามีดังนี้
         
ลักษณะโบราณวัตถุ

๑.พระพุทธรูปสำคัญ คือรูปพระพุทธเจ้าปางห้ามญาติ พระโมคลาน และพระสารีบุตร ๓ องค์
๒.บันไดตรงกลางวิหาร ทางขึ้นไปยังลานประทักษิณ ๒๒ ขั้น
๓.ยักษ์อยู่ตรงหัวบันได ด้านซ้ายคือท้าวเวกุราช ด้านขวา คือท้าวเวชสุวรรณ ๒ ตน
๔.พญาครุฑ อยู่ข้างบันได ด้านซ้าย คือท้าววิรุฬหก ด้านขวา คือท้าววิรุฬปักษ์ ๒ ตัว
๕.สิงห์ อยู่ราวข้างบันได ด้ายซ้ายและขวา ๖ ตัว
๖.พระพุทธสิหิงค์จำลอง อยู่ข้างราวบันไดเหนือสิงห์ ทั้งข้างซ้ายและขวา ๒ องค์
๗.เทพ อยู่เหนือสุดราวบันได ด้ายซ้ายคือท้าวจัตุคาม ด้านขวา คือท้าวรามเทพ ๒ องค์
๘.ประตูไม้เปิดสู่ลานประทักษิณที่บานประตูมีภาพแกะสลักทั้งสองบานด้านซ้ายเป็นรูปพระพรหม ด้านขวาเป็นรูปพระอินทร์ ๑ ประตู
๙.ภาพปูนปั้นเป็นภาพเทวดาและสัตว์ในเทพนิยายอยู่ผนัง สองข้างบันได
๑๐.พญานาค อยู่ด้านหน้าของบันได ทั้งซ้ายและขวา คือท้าวภุชงค์ ๒ ตัว
๑๑.พระพุทธรูปอยู่ฐานพระบรมธาตุเจดีย์ รูปประทับยืนคือพระร่วงโรจน์ฤทธิ์อีก ๒ องค์คือพระพุทธรูปปางลีลาและปางขัดสมาธิ ๓ องค์



         
๓.วิหารสามจอม
         
วิหารสามจอมอยู่ทางด้านตะวันออกของพระบรมธาตุเจดีย์  ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น คือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ซึ่งเชื่อกันว่าพระองค์เป็นผู้สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ด้านหลังของวิหารมีซุ้มสามช่องบรรจุพระพุทธรูปปางมารวิชัย                  และเป็นที่เก็บอิฐเชื้อพระวงศ์และเจ้านายในเชื้อสายของพระเจ้ากรุงธนบุรีตากสินมหาราชและซุ้มประตูเป็นภาพปูนปั้นเรื่องพุทธประวัติตอนทรงตัดเมาฬีเพื่อออก
ผนวช
         
๔.วิหารทับเกษตร หรือพระระเบียง หรือวิหารคด
         
เป็นวิหารอยู่รอบฐานบริเวณภายในขององค์พระบรมธาตุเจดีย์  มีประตู ๒ ประตู ประตูด้านหน้า คือประตูเหมรังศรี ข้างประตูมีสิงห์โตหินตัวผู้และตัวเมีย  หน้าจั่วซุ้มประตูประดับแก้วสีเป็นรูปครุฑและนาคยึดเกี่ยวกัน  ภายในวิหารมีพระพุทธรูปนั่งทั้งสี่ด้านของระเบียง  จำนวน ๑๓๗  องค์  เป็นฝีมือช่างอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ทุกด้านของวิหารมีธรรมาสน์ตั้งอยู่เพื่อแสดงธรรมในสมัยก่อนมีชาวบ้านมาสวดหนังสือก่อนพระเทศน์เป็นประจำ แต่ปัจจุบันประเพณีสวดหนังสือ (สวดด้าน)ได้สูญหายไป



         
๕. วิหารหลวง
         
ตั้งอยู่บริเวณนอกเขตพระระเบียงทางด้านใต้ของพระบรมธาตุเจดีย์ สร้างในสมัยสุโขทัย ได้มีการปฏิสังขรณ์มาเป็นระยะๆจวบจนในปัจจุบัน
         
สถาปัตยกรรมของวิหารหลวงเป็นแบบสุโขทัย  มีความกว้างใหญ่และงดงามมาก เสารอบนอก ๔๐ ต้นเสาภายใน ๒๔ ต้น ห้องระหว่างเสา ๑๓ ต้นปลายเสาแบนราบเข้าหากันแบบอยุธยา ทำให้ดูอ่อนช้อยงดงามมาก ด้านหน้าของวิหารแกะสลักไม้รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ  เป็นภาพแกะสลักที่วิจิตรงดงามมาก  ด้านหลังของวิหารแกะสลักเป็นพระนารายณ์ทรงครุฑ   เพดานเขียนลายไทยปิดทองมีลายดารกาเป็นแฉกงดงามมาก    หลังคามีช่อฟ้าและใบระกา พระประธานเรียกว่า พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทองสร้างสมัยอยุธยาตอนต้น  ด้านข้างมีพระสาวกซ้ายและขวา คือพระโมคคัลานะ และพระสารีบุตร และมีพระพุทธรูปยืนอีกหลายองค์

เส้นทางเข้าสู่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร



         
การเดินทางเข้าสู่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารใช้ ๒ เส้นทางดังนี้
         
๑.คนที่เดินทางมาจากทิศใต้ 
จากสี่แยกหัวถนน ตรงเข้าถนนราชดำเนิน จนถึงสี่แยกประตูชัย ตรงไปจะถึงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อยู่ทางด้านซ้ายมือ
         
๒.หากเดินทางมาจากทิศเหนือ
จากกองทัพภาคที่ ๔  เข้าถนนราชดำเนิน  บริเวณหน้าสนามกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านสี่แยกท่าวัง  ศาลากลางจังหวัด หอนาฬิกา ตรงไปทางด้านขวามือ จะถึงบริเวณหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

ที่มา http://www.nakornsri.com/index.php?topic=35.0
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: