Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
27 ธันวาคม, 2557, 00:53:17

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานลูกทุ่งไทย สายัณห์ สัญญา  (อ่าน 2679 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NotBao
คนบ้านเดียวกันฺ
รองแม่ทัพภาค
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 3,944
สมาชิกลำดับที่ 106
เป็น"ควาย"มันไม่มีปัญญา ปัญหาเลยไม่มี



| |

« เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2553, 13:13:04 »



สายัณห์  สัญญา

สายัณห์  สัญญา  เป็นนักร้องชื่อดังระดับตำนานของวงการเพลงลูกทุ่งเมืองไทยคนหนึ่ง เขามีน้ำเสียง ลีลา อันเป็นเอกลักษณ์ มีผลงานเพลงอันเป็นอมตะ ติดหูคนไทยมากมายหลายร้อยเพลง และได้รับความนิยมจากแฟนเพลง ตั้งแต่ที่เริ่มโด่งดัง

สายัณห์  สัญญา  มีชื่อเดิม นามสกุลเดิมว่า สายัณห์  ดีเสมอ  มีชื่อเล่นว่า " เป้า " เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่  31 มกราคม พ.ศ. 2495  ปีมะโรง  ณ  ตำบลป่าสะแก  อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี บิดาชื่อนายอ่อง ดีเสมอ มารดาชื่อนางบุญช่วย ดีเสมอ

ใครจะคาดคิดว่าเด็กหนุ่มเลือดสุพรรณ  แห่งอำเภอเดิมบางนางบวช  รูปร่างผอมบาง ใบหน้าคมสันหล่อเหลาเอาการ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวนากระดูกสันหลังของชาติโดยแท้  จะกลายมาเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง ที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยในอนาคต  เมื่อตอนเล็กๆ  ได้ร่ำเรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้ๆ บ้านคือโรงเรียนวัดป่าสะแก จนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่  4 แล้วก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนาที่บ้าน  แต่ทว่าอยู่ได้ไม่นานคุณพ่อก็มาเสียชีวิตกลางคัน  ปล่อยให้สายัณห์ต้องเผชิญเวรเผชิญกรรมอยู่กับแม่บังเกิดเกล้าเท่านั้น  สายัณห์นิยมชมชอบและรักการร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็ก  ตระเวนประกวดร้อง เพลงมามากมายนับครั้งไม่ถ้วนได้รับรางวัลชนะเลิศมาก็หลายครั้ง  โดยมีญาติผู้ใหญ่ที่ชื่อน้าสว่างเป็นผู้พาไปสมัครประกวดร้องเพลงตามสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ                 

แรกเริ่มชีวิตการเป็นนักร้อง  วันหนึ่งวงดนตรีผ่องศรีมาเปิดทำการแสดงที่วัดราษฎร์บำรุง  สมัยนั้นอยู่ในเขตอำเภอดอนเจดีย์  จังหวัดสุพรรณบุรี  และบนเวทีจัดให้มีการประกวดร้องเพลงด้วยสายัณห์จึงมาสมัครเพื่อเข้าร่วมการประกวดร้องเพลงด้วย แต่ปรากฏว่าเขาปิดรับสมัครไปก่อนแล้ว ในช่วงที่รอการตัดสินการประกวดร้องเพลง  สายัณห์จึงขอขึ้นเวที่ไปร้องโชว์แทน  เพลงที่สายัณห์ร้องโชว์คือเพลง แฟนจ๋า ( ลืมผมหรือยังครับแฟน..) ของครูสุรพล     สมบัติเจริญ ปรากฏว่าเมื่อร้องเพลงจบได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากผู้ชม ผ่องศรี วรนุช ประทับใจจึงรับสายัณห์เข้าวงดนตรีเมื่อปี  พ.ศ. 2509 

สายัณห์ ตัดสินใจจากบ้านเกิดมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพ พร้อมกับวงดนตรีผ่องศรีหวัง เสี่ยงโชคชะตาชีวิตในเมืองสวรรค์เพื่อหวังมาขายเสียงเพลงแบบเดียวกับนักร้อง รุ่นพี่คนเด่นคนดังเมืองสุพรรณ  ที่นี่สายัณห์ต้องทำทุกอย่างที่ทางวงจะให้ ทำ  ไม่ว่าจะเป็นหางเครื่อง  แบกกลอง เก็บของจิปาถะไปตามเรื่อง 

สายัณห์ สัญญากับน้าสว่างผู้ที่พาสายัณห์ตระเวณไปสมัครร้องเพลงตามเวทีต่างๆ อยู่กับวงดนตรีผ่องศรี  วรนุช  ชื่อของสายัณห์เริ่มปรากฏออกมาให้แฟน ๆ  ได้พบหน้าเป็นประจำโดยใช้ชื่อในการเป็นนักร้องว่า" กัมชัย   ราษฎร์บำรุง " จากเริ่มเดิมทีคือคนเต้นหางเครื่องธรรมดา พอตอนหลังมาถึงได้มีโอกาสร้องเพลงบ้างเขาชอบร้องเพลงแนวของศรคีรี  ศรีประจวบ  มานานแล้วโดยเฉพาะเพลง คิดถึงพี่ไหม สายัณห์ชอบมากเป็นพิเศษ  ชีวิตการเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งเริ่มมีอนาคตขึ้นและได้อัดแผ่นเสียงเป็นเพลงแรกในชีวิต  1  เพลงคือเพลง " หักใจไม่ลง " อยู่กับผ่องศรีได้ประมาณ  3  ปี ผ่องศรีก็ยุบวง   

เส้นทางชีวิตเรียบง่ายไม่เป็น ก็ต้องย้ายวงไปเรื่อยๆ เพื่อแสวงหาจังหวะชีวิตที่ลงตัว  ไปอยู่กับวงดนตรีรวมดาวกระจายของครูสำเนียง ม่วงทอง ก็พบว่าการเป็นนักร้องเด่นดังนั้น  มันไม่ใช่ภาพที่สวยหรูเหมือนที่ตนเองเคยวาดฝันไว้เลย   ออกจากคณะรวมดาวกระจาย  เพราะอยู่ไม่ได้ก็รับเชิญร้องเพลงไปเรื่อยๆ  ชื่อเสียงยังไม่มีเล่นตัวมากนักก็ไม่ได้  ปักหลักเข้าวงดนตรีอีกครั้งเพราะมันมีหลักประกันความหิวได้มากกว่าเร่ร่อนไปเรื่อยเปื่อย วงดนตรีบรรจบ  เจริญพร / วงดนตรีก้าน  แก้วสุพรรณ จนมาถึงวงดนตรีชินกร ไกรลาศ   สายัณห์  ในระยะเริ่มแรกเมื่อเข้าสู่วงดนตรีผ่องศรี  วรนุช หนุ่มสุพรรณบุรีผู้มีความรู้น้อย ไม่อาจเลือกงานอะไรได้มากนักนอกจากร้องเพลงขายเสียงเสี่ยงดวงไปวันๆ จากวงนั้นมาวงนี้   จากวงนี้ไปวงโน้น  วนเวียนไปมา  และที่นี่เองที่วงดนตรีชินกร ไกรลาศ   โชคชะตาก็ชักพาได้เจอกับผู้อุปการะที่แท้จริงคือ  คุณพ่อเล็ก  และคุณแม่น้อยศรี   อิงคะนันท์  ซึ่งเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันพรรุ่งโรจน์  บุคคโล  และเป็นเจ้าของวงดนตรี  " รวมพร "  ซึ่งมีศักดิ์  สนธยา  เป็นผู้จัดการวง

พ.ศ. 2515  คุณพ่อเล็ก  และคุณแม่น้อยศรี  อิงคะนันท์  ออกทุนให้สายัณห์อัดแผ่นเสียง เริ่มต้นจาก รักเธอเท่าฟ้า  และ พลัดคู่  ความหวังที่ตั้งใจคือเพลงดังจะได้มีงานทำ มีเงินใช้เหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่ความหวังที่คิดว่าเพลงจะดังกลับเป็นหมัน แผ่นเสียงถูกเก็บกักดองแช่เย็น  กำลังใจหดหู่อยู่ไปก็ไม่มีความสุข  อยู่กับชินกรได้ไม่นานเพียงปีเศษก็อำลาออกจากวง จึงเข้าร่วมวงดนตรีรวมพร แต่ก็ไปไม่รอด  ที่สุดก็เป็นเด็กล้างรถอยู่ในปั๊มน้ำมันพรรุ่งโรจน์  บุคคโล 

ชะตาเวียนวนจนเวียนหัว ชีวิตไม่มีอะไรดีขึ้น จะกลับบ้านก็กลับไม่ได้ วันหนึ่งขณะที่สายัณห์ช่วยงานล้างรถอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน  ชลธี  ธารทอง  ครูเพลงชื่อดังที่ตอนนั้นยังเป็นนักร้อง และนักแต่งเพลงที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง และตัดสินใจจะกลับไปใช้ชีวิตชาวไร่ที่บ้านนอก เพราะไม่ประสบความสำเร็จในวงการเพลงได้แวะมาเข้าห้องน้ำที่ปั้มแห่งนี้ และได้ยินสายัณห์ ร้องเพลงของศรคีรี  ศรีประจวบได้ถูกใจ  หลังได้คุยกัน สายัณห์บอกว่าเขาอยากเป็นนักร้อง และมีนายทุนซึ่งก็คือ เจ้าของปั้มน้ำมันนั่นเอง ชลธี จึงมอบเพลง"ลูกสาวผู้การ" และ" แหม่มปลาร้า" ให้สายัณห์ฟรีๆ โดยเดิมที 2 เพลงนี้ชลธีจะแต่งให้ศรคีรีร้อง แต่ศรคีรีโชคร้าย ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปก่อน การได้ร้องบันทึกแผ่นเสียง 2  เพลงนี้ได้รับความความอุปการะจากคุณพ่อเล็ก  และคุณแม่น้อยศรี อิงคะนันท์ เช่นเดิม

ขณะนั้นสาลิกา กิ่งทอง  ตั้งวงดนตรีขึ้นมาเพราะมีเพลงดัง แต๋วจ๋า - แสนหวังเหวิด - ชีวิตสาลิกา  เลยชักชวนให้ไปอยู่ด้วยกัน ไปก็ไปเสี่ยงอีกสักทีจะเป็นไรไป เสี่ยงชีวิตกับสาลิกา กิ่งทองได้พักเดียวก็ย้ายอีกแล้ว คราวนี้ไปอยู่กับกังวาลไพร ลูกเพชร ชีวิตทำท่าจะดีขึ้น แต่แล้วโชคร้ายมาถามหาอีกหนและเป็นหนหนัก เมื่อคุณแม่บุญช่วยแม่บังเกิดเกล้าป่วยหนักแทบจะเอาชีวิตไม่รอด สายัณห์เลยตัดสินใจบวชแก้บนให้คุณแม่เสีย 15  วัน  แต่ความจริงบวชถึง  19  วันแล้วจึงสึก

สายัณห์  สัญญา  ขณะบวชแก้บนให้คุณแม่   โดยหวัง ว่าบุญอานิสงส์คราวนี้จะช่วยได้ทั้งแม่และทั้งดวงชะตาของตัวเองด้วย เหมือน อานิสงส์ของผ้ากาสาวพัสตร์จะแรงจริงๆ เพราะระหว่างเป็นพระนั้น วิทยุทรานซิสเตอร์ก็เปิดเพลงดังกระหึ่มไปหมด ไปทางไหนๆ ก็ได้ยินแต่เสียงเพลงลูกสาวผู้การนำร่อง แล้วต่อเนื่องมาที่เพลง แหม่มปลาร้า   เพลงรักเธอเท่าฟ้า  และเพลงพลัดคู่ ที่อัดไว้ก่อนหน้านั้นเพิ่งจะกลับเอาออกมาเชียร์ เสียงผู้คนเรียกร้องอยากเห็นตัวคนร้องดังอึงมี่ไปหมด  และทั้ง  4 เพลงนี้คือใบเบิกทางแห่งชีวิตเจ้าหนุ่มสุพรรณบุรีโดยแท้     

หลังจากสึกจากบวชแก้บนสายัณห์ก็ตรงดิ่งกลับไปหา คุณพ่อเล็ก  และคุณแม่น้อยศรี อิงคะนันท์ ซึ่งทั้ง  2   ท่านก็ประกาศ ตั้งวงดนตรีให้เลยในนามของ วงดนตรีสายัณห์ สัญญา

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2516  คือวัน ก่อกำเนิดวงดนตรีน้องใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ยังไม่รู้ว่าผลงานการ แสดงจะเป็นอย่างไรบ้าง จะน่าดูหรือไม่น่าดู  จากการผลักดันสนับสนุนของคุณพ่อเล็ก  และคุณแม่น้อยศรี   อิงคะนันท์  ผู้มีพระคุณมาตั้งแต่แรก

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2516  คือวันเปิดวงครั้งแรก แสดงที่บึงพลาญชัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด  ผู้คนแห่แหนกันมาดู ชนิดมืดฟ้ามัวดิน ไม่น่าเป็นไปได้แต่มันก็เป็นไปแล้ว เปิดวงใหม่ๆ ค่าตัวค่าแสดงทั้งวง   8,000  บาท

ปีแรกเริ่มของการก่อตั้งวงดนตรีเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมายหลากหลายเหตุผล แต่ก็พอจะมีเพลงดังให้คนได้จดจำไม่น้อย เริ่มจาก ลูกสาวผู้การ, แหม่มปลาร้า  รวมทั้งเพลงที่คุณพ่อเล็ก  และคุณแม่น้อยศรี อิงคะนันท์  เคยอัดให้ไว้ก่อนแต่ไม่ยอมตัดแผ่นเชียร์ เริ่มต้นเอาออกมาเชียร์กันทีหลัง และก็ดังต่อเนื่องกันมามี รักเธอเท่าฟ้า  และ พลัดคู่ ชีวิตศิลปินน้องใหม่หันหน้าไปหาใครก็ยังไร้บารมี ต้องอดทนอดกลั้นถึงที่สุด ประคับประคองวงดนตรีจนถึงปลายปี ก็โชคดีซ้อน ได้เพลงเด่นส่งอีกถึง 2 เพลง คือ เพลงสัญญา 5 ปี และ เพลงลารักจากสวนแตง ของครูธงชัย  เล็กกำพล และที่เจ็บปวดคือประชาชนแฟนเพลงสับสนเหมือนงงจนแยกแยะอะไรไม่ได้ เพราะมีวงดนตรีสัญญา สายัณห์  เกิดขึ้นมาเป็นคู่แข่งด้วย

วงดนตรีสองวงชื่อละม้ายคล้ายคลึงกันจนแยกแทบไม่ออกว่าใครเป็นใคร แถมเสียงร้องก็เกือบจะเหมือนกันอีก แต่คนเราเมื่อตัดสินใจเดินหน้าแล้วก็ต้องสู้ เพราะถ้าไม่สู้ก็ไม่รู้ว่าจะก้าวเข้ามาบนถนนเส้นนี้ทำไม ขึ้นสู่ปีที่สองของการทำวงดนตรี  ขึ้นต้นปีมาก็แทบจะไปไม่ไหว ด้วยสาเหตุเดิมๆ คือมีวงดนตรีสองวงชื่อคล้ายกัน สายัณห์ตัดสินใจว่าถ้าขืนปล่อยไปอย่างนี้ ยิ่งเวลาเนิ่นนานไปความเสียหายก็จะเกิดขึ้น ดีไม่ดีอาจจะถึงขั้นล้มวง ในที่สุดสายัณห์ก็ตัดสินใจเข้าหาผู้ใหญ่ เพื่อให้ท่านเปลี่ยนชื่อสัญญา สายัณห์ เสียใหม่  ซึ่งผู้ใหญ่ต่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันได้เป็นอย่างดี จากนั้นมาก็มีวงดนตรี สายัณห์ สัญญา  และวงดนตรี สัญญา พรนารายณ์  ต่างคนต่างทำมาหากินกันไปไม่สับสนเหมือนตอนแรก  แฟนเพลงก็เริ่มเข้าใจดีขึ้น

ถึงปลายปีโชคดีก็มาเยือนอีกครั้ง มีเพลงดังตามต่อเนื่องขึ้นมาอีก อาทิ จำปาลืมต้น,นางกวักมหาเสน่ห์ และ นางฟ้ายังอาย ช่วงระยะปีที่สองของวงดนตรีน้องใหม่ เจ้าของเพลงดังหลายเพลงต่อเนื่องกัน ได้ขยับค่าตัวจาก 8,000 บาท ขึ้นเป็น 12,000 บาท และยังไม่ทันจะมีผลงานอะไรเพิ่มเติม สมชาย ทองขาว นักวางแผนจัดการ นักเขียนหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่  และโปรโมเตอร์นักบุ๊คงานการแสดงเดินสาย ที่ได้ชื่อว่าทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในวงการเพลงลูกทุ่งได้ก้าวเข้ามาดูแลบุ๊คการแสดงให้ จากค่าตัววง 12,000 บาท เลยได้ขยับขึ้นไปเป็น 20,000 บาท  สายัณห์ สัญญาอดทนดิ้นรนต่อสู้เพื่อแสวงหาชื่อเสียงมานาน พอมีวงดนตรีในชื่อของตนเอง  ก็พยายามสร้างผลงานให้ดีที่สุด เท่าที่จะมีความรู้ความสามารถ  ไม่น่าเชื่อพออย่างเข้าสู่ปีที่ 3 เท่านั้นเอง  วงดนตรีที่ล้มลุกคลุกคลานก็กลับเฟื่องฟูถึงขีดสุด สายัณห์ สัญญา ก้มหน้าก้มตาสร้างผลงานต่อไปอย่างตั้งใจเต็มที่ ผลของความมุมานะก็ทำให้เพลงดังต่อเนื่องอีกในช่วงปลายปีทั้งเพลงลานเทสะเทือน ของครูวัฒนา  พรอนันต์ และเพลงน้ำตาอิสาน ของครูชลธี  ธารทองดังทะลุทะลวงทั่วประเทศส่งให้สายัณห์  สัญญาเป็นขวัญใจแฟนเพลงตัวจริง

นับจากนั้นเป็นต้นมา จากอดีตถึงปัจจุบันแฟนเพลงทั้งประเทศก็รู้จักและชื่นชอบในบทเพลงจากเสียงร้องของเขาในนามของ   " สายัณห์  สัญญา  นักเพลงคนจนเจ้าของฉายา ขวัญใจคนเดิม ”

ที่มา http://www.sayanfanclub.com/history%20sayan/history%20sayan.htm

<a href="http://www.youtube.com/v/aXil7lYF96Y&amp;hl&amp;autoplay=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/aXil7lYF96Y&amp;hl&amp;autoplay=1</a>

ไก่จ๋า - สาญัณห์ สัญญา

ไก่จ๋าได้ยินไหมว่าเสียงใคร มันเหมือนเสียงคนร้องไห้
แต่คล้ายชายเจ้าน้ำตา เสียงนี้คือเสียงคนปวดอุรา
จึงร้องครวญหา ไก่จ๋าหลบหน้าไปไหน

ไก่จ๋าขอเพียงหางตาเหลือบมอง ฉันกลายเป็นคนเศร้าหมอง
ฉันต้องเหมือนคนสิ้นใจ หรือลืมสัญญาที่เธอให้ไว้
ชาตินีจะไม่รักใคร ไฉนถึงผิดวาจา

ข่าวเขาว่า ไก่มีแฟนใหม่ คงร่ำรวยกันใหญ่
สุขใจอยู่กับเงินตรา แต่ไก่รู้ไหม เมื่อยามไก่ยิ้มเต็มหน้า
หัวใจฉันแทบบ้า นอนนองน้ำตาอยู่นาน

ไก่จ๋าแม้ว่าฉันต้องผิดหวัง ทิ้งฉันไว้เพียงรำพัง
จงลืมความหลังเมื่อวาน เปรียบเหมือนลบรอยชอล์กบนกระดาน
โปรดจงรักเขานานนาน ลืมฉันเสียเถิดไก่จ๋า

ร้องไห้ ร้องไห้ ฉันได้แต่ร้องไห้
ปล่อยให้ น้ำตาไหลลง
เปื้อนหมอน ทุกทุกวัน
ทุกหยด รดที่นอน
ฉันท่วมเต็มเปียกหมอน ว่ายน้ำตา

ข่าวเขาว่าไก่มีแฟนใหม่ คงร่ำรวยกันใหญ่
สุขใจอยู่กับเงินตรา แต่ไก่รู้ไหมเมื่อยามไก่ยิ้มเต็มหน้า
หัวใจฉันแทบบ้า นอนนอง น้ำตาอยู่นาน

ไก่จ๋าแม้ว่าฉันต้องผิดหวัง ทิ้งฉันไว้เพียงรำพัง
จงลืมความหลังเมื่อวาน เปรียบเหมือนลบรอยชอล์กบนกระดาน
โปรดจงรักเขานานนาน ลืมฉันเสียเถิดไก่จ๋า

 
บันทึกการเข้า





หากหัวใจยังรักควาย  ๓oปี คาราบาว
กระแสลมยิ่งแรงพัดผ่าน ดวงวิญญาณยิ่งกล้ายิ่งแกร่ง
ฝ่าคลื่นลมด้วยใจมุ่งมั่น ดวงตะวันสีทองส่องแสง


นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2553, 13:15:31 »

ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ "ไก่จ๋า"
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: