Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 ตุลาคม, 2561, 21:50:56

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานลูกทุ่งไทย สังข์ทอง สีใส  (อ่าน 14623 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
NotBao
คนบ้านเดียวกันฺ
รองแม่ทัพภาค
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 3,944
สมาชิกลำดับที่ 106
เป็น"ควาย"มันไม่มีปัญญา ปัญหาเลยไม่มี



| |

« เมื่อ: 28 มิถุนายน, 2553, 10:25:39 »




สังข์ทอง สีใส

เปี๊ยก ศรีเหรา หรือ สังข์ทอง สีใส เกิดเมื่อ 19 มีนาคม 2491 เป็นชาว ต.จรเข้สามพัน อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี  เขาเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า achondroplasia มา ตั้งแต่เด็ก ลักษณะอาการสำคัญของโรคนี้ก็คือ หน้าตาจะไม่ค่อยน่ามอง เพราะขนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งฟัน จะหลุดร่วงเร็วผิดปกติ ร่างกายไม่มีรูขุมขน ทำให้ไม่มีเหงื่อ ร่างกายจึงไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี คนที่เป็นโรคพวกนี้จึงมักจะทำงานหนักๆไม่ค่อยได้

สังข์ ทอง มีนิสัยรักเพื่อนฝูง ขี้เล่น ไม่ถือเนื้อถือตัว รักสนุกสนานและเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาจึงมาทำงานเป็นโฆษก เล่นปาหี่ และร้องเพลงขายของตามงานวัด โดยเขามีความชื่นชอบเพลงของชาย เมืองสิงห์ อย่างมาก และสามารถร้องเพลงของชาย เมืองสิงห์ได้ทุกเพลง

ต่อมา ได้สมัครอยู่กับวงดนตรีจุฬารัตน์ของครูมงคล อมาตยกุล และมีโอกาสได้ร่วมงาน กับชาย เมืองสิงห์ ที่เขาชื่นชอบจริงๆ โดยครูมงคลเป็นผู้ตั้งชื่อให้เขาว่าสังข์ทอง สีใส เหตุเพราะว่ามีหน้าตาอัปลักษณ์เหมือนเจ้าเงาะในละครเรื่องสังข์ทอง

ในปี 2506 เขาได้บันทึกเสียงเพลงแรก คือเพลง "อกอุ่น" และเริ่มมีชื่อเสียง ก่อนที่จะมามีเพลงดังในเวลาต่อมา เช่น "นิ้งหน่อง"  ที่แต่งโดย สุชาติ เทียนทอง และ "หนาวลมห่มรัก " แต่งโดย ชาย เมืองสิงห์ โดยเพลงนิ้งหน่องนั้น แต่เดิมมีความต้องการที่จะให้ชาย เมืองสิงห์ร้อง แต่ชาย เมือง สิงห์ปฏิเสธ เพราะเห็นว่าเป็นเพลงตลก ซึ่งเป็นคนละแนวกับภาพลักษณ์การเป็นหนุ่มมาดเข้มของเขา แต่นั่นก็เป็นบุญที่ทำให้สังข์ทองได้โด่งดัง

ต่อมาได้ลาอกจากดวงจุฬารัตน์ พร้อมกับ ชาย เมืองสิงห์ เพื่อออกมาตั้งวงดนตรีของตัวเอง

ในปี  2513 สังข์ทอง สีใส ก็แสดงถึงความเป็นอัจฉริยะของเขา ด้วยการออกก้าวออกมาโด่งดังในโลกภาพยนตร์ เมื่อได้แสดงหนังเรื่อง “ โทน “ ของเปี๊ยก โปสเตอร์ ที่นำแสดงโดย ไชยา สุริยัน , อรัญญา นามวงศ์ , สายัณห์ จันทรวิบูลย์  และจารุวรรณ ปัญโญภาส โดยงานนี้สังข์ทองได้ร้องเพลง "โทน"  ซึ่งเป็นเพลงนำที่แต่งโดย สุชาติ เทียนทอง แม้ตัวหนังจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากก่อนฉาย แต่ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ อย่างสูง ทำให้สังข์ทองกลายเป็นดาราชื่อดัง และได้แสดงหนังต่อมาอีกหลายเรื่อง โดยในยุคนั้น หนังเพลงเรื่องใดที่อยากได้กำไร ต่างก็ต้องเอาสังข์ทองไปร่วมแสดงด้วยให้ได้ทั้งนั้น ขณะที่ในด้านงานเพลง เขาก็ผลิตผลงานเพลงดังออกมามากมาย

เมื่อ 28 มกราคม 2518 สังข์ ทองต้องคดีฆ่าคนตายที่ชัยภูมิ เนื่องจากไปยิงแฟนเพลงที่มาแซวหน้าเวทีเสียชีวิต คดีถูกโอนมาที่กรุงเทพฯ ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสินจำคุก 12 ปี โดยระหว่างอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น ก็ได้พบกับ “ ไข่มุกดำ “ วีระ มุสิกพงษ์ ที่ย้ายมาจากคุกโรงเรียนพลตำรวจบางเขนในคดีกบฏ 26 มีนาคม 2520 และทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน และเมื่อออกมาจากคุก วีระก็ได้เขียนหนังสือชื่อ “ เรื่องของคนขี้คุก “ ซึ่งมีอยู่ 2 เล่ม และในนั้นก็มีเรื่องราวของเพื่อนรักอย่างสังข์ทองอยู่ไม่น้อย

ระหว่าง ที่ต้องขังอยู่ สังข์ทองที่ประสบความลำบากอย่างมาก เพราะสภาพร่างกายของเขาที่ไม่เหมือนคนอื่น ทำให้ทนอากาศร้อนอบอ้าวไม่ไหว อาหารของคุกเขาก็กินๆไม่ได้เพราะไม่มีฟัน แต่เขาก็ยังรับหน้าที่ร้องเพลงภายในเรือนจำ และได้แต่งเพลงชื่อ ”รักข้ามกำแพง” จากชีวิตจริงด้วย ซึ่งต่อมาเพลงนี้ก้กลายเป็นเพลงดังอีกเพลงของเขาเมื่อออกจากคุกมาแล้ว

สังข์ทองติดคุกจริงอยู่ 4 ปี 7 เดือน โดยออกจากคุกปี 2524 หลังจากพ้นโทษแล้ว เขาก็ออกมารับงานร้องเพลงและแสดงหนังอีกครั้ง

สังข์ทอง สมรสกับ ฉันทนา สีใส และมีบุตรชายชื่อ "ป๊อบ" สุรัตน์ ศรีเหรา (เกิด 2512)  ปัจจุบันมีอาชีพนักดนตรี และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง

สังข์ทอง เสียชีวิตเมื่อประมาณ พ.ศ. 2527 ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ระหว่างเดินทางไปทำการแสดง

สังข์ทอง สีใส ได้ชื่อว่าเป็น “ เทพบุตรหน้าผี “ แห่งวงการบันเทิงไทย และเป็นผู้ปูทางให้คนที่ป่วยเป็นโรคเดียวกันกับเขา สามารถก้าวเข้ามาแสดงความสามารถในวงการบันเทิงหลายคน อย่างเช่น เอ็ดดี้ ผีน่ารัก หรือ สุเทพ สีใส และคนอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะรายหลังนั้นเป็นน้องชายของเขาเอง

ที่มา http://www.oknation.net/blog/countryman/2008/07/14/entry-1

<a href="http://www.youtube.com/v/S3hY7G-zTSI&amp;hl&amp;autoplay=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/S3hY7G-zTSI&amp;hl&amp;autoplay=1</a>

รักข้ามกำแพง - สังข์ทอง สีใส

บุญนำพาหรือวาสนาน้อมนำ ถึงอยู่ในเรือนจำ ยังทำให้พบน้องได้
เพียงสบตา ยังนึกผวาฝันใฝ่ เธองามยิ่งกว่านางใด ทำไมถึงได้มาเจอ
สวยจริงคนดี น้องยังอุตส่าห์ปราณี ให้พี่ได้พบกับเธอ
แค่เพียงเห็นกัน ทุกๆวันนอนเพ้อ อยากออกจริงเออ ไปหาเธอถึงบ้าน

คงเป็นบุญที่แม่เนื้ออุ่นเมตตา คิดสงสารดังว่าปราถนายึดมั่น
ไม่ลืมความดีที่น้องปราณีแบ่งปัน ถึงจะอยู่ใกล้กัน ขวางกั้นด้วยเขตกำแพง
สองเราพร้อมใจ สัญญากันว่าไม่คลายจะไม่ให้รักแสลง
ไม่มีอะไรมากั้นได้คอยแกล้ง รักข้ามกำแพง เพราะว่าแรงใจเรา

จงรอคอยอย่าเพิ่งเศร้าสร้อยคนดี น้องจงรอคอยพี่ ไม่นานหลายปีหรอกเจ้า
ไม่ลืมบุญคุณ ที่น้องการุณแบ่งเบา ปลอบใจให้พี่คลายเหงา คอยเฝ้าเยี่ยมเยียนเรื่อยมา
คิดถึงจริงๆ คิดถึงแต่แม่ยอดหญิง จริงๆนะที่รักจ๋า
ทุกคืนทุกวัน ใจพี่นั้นครวญหา โอ้ที่รักจ๋า ขนิษฐาคนดี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า





หากหัวใจยังรั

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,913
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 19 ธันวาคม, 2558, 07:55:57 »

เพลงคิดถึงบ้านเกิด สังข์ทอง สีใส

สายลมโบกพริ้ว โบกพริ้ว พัดปลิวละล่อง
คิดถึงอู่ทอง ที่เคยนอน หัวใจใหวหวั่น
จากมาหลายปี จากที่จังหวัดสุพรรณ
จรเข้สามพัน ถิ่นนั้น ฉันเคยอยู่มา

ดินแดนถิ่นนี้ ถิ่นนี้ มิมีต้อยต่ำ
วัดโพธาราม ยังจำ สวยงามสง่า
หลวงปู่เปี้ยนดี เป็นที่สักการะบูชา
รู้กันทั่วหน้า หากว่าใคร ไปจรเข้สามพัน

วัดโพธาราม ยังจำมองเห็น
ตอนเด็กวิ่งเล่น ร่มเย็น วิ่งเล่นที่นั่น
หลวงปู่คุ้มครอง ได้เป็นนักร้องสุพรรณ
อยากไปกราบท่าน ไปกราบรูปปั้นอีกที

ขอพรอีกครั้ง ให้โด่งดัง เหมือนเมื่อครั้งก่อน
หลวงปู่ช่วยวอน ขอพรให้ดังอีกที
ช่วยเสกคาถา ให้แฟน เมตตาปราณี
หลวงปู่ช่วยที ช่วยที ... ศิษย์วัดโพธาราม


นักข่าวพลเมือง : คิดถึงสังข์ทอง

ที่มา http://www.citizenthaipbs.net/node/5767

นอกจากเพลงจะให้ความบันเทิงแล้วนั้น เพลงที่ดีเป็นตัวเชื่อมให้คนในชุมชนปรองดองกัน เกิดการรวมตัวทำกิจกรรมร่วมกัน คนในชุมชนก็มีความสุข และ ทำให้เกิดความสามัคคีขึ้น ดังเช่นผลเพลง “คิดถึงบ้านเกิด” ของศิลปิน “คุณสังข์ทอง สีใส”  ที่ได้กล่าวถึงบรรยากาศท้องทุ่งของ ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิดของเขา เป็นอีกสิ่งยืนยันความรักความผูกพันของเจ้าตัวต่อชุมชนได้เป็นอย่างดี  และเพื่อระลึกถึงศิลปินขวัญใจของพวกเขา ชาวชุมชนที่นี่จึงจัดกิจกรรมนำบทเพลง และผลงานของคุณสังข์ทองมาแสดงอีกครั้ง

เสียงเพลงคิดถึงบ้านเกิด ทำให้ผู้คนมารวมตัวกันที่สะพานท่าก้านเหลือง  ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

ธีรชพงษ์ บุญคำภา ศิลปินอาสา อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เดินทางมาร่วมรำลึกนึกถึงสังข์ทอง สีใส เจ้าของบทเพลง ซึ่งการรวมตัวครั้งนี้เป็นผลดีต่อคนในชุมชนให้เกิดความรักและผูกพัน

“ผมได้ยินเรื่องผลงานของเขาครับ และผมได้มีโอกาสทำงานที่นี่บ้างบางครั้ง และได้ยินว่ามีการฉายสังข์ทองผมเลยตามมาดูครับ”

ในวันนี้ที่ตำบลจรเข้สามพันมีการฉายหนังเรื่อง "โทน" หนังที่สังข์ทอง สีใส ได้เป็นนักแสดง

สังข์ทอง สีใส หรือน้าเปี๊ยก นับว่าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในฐานะศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง จึงทำให้ผลงานเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน โดยเฉพาะผู้คนในหมู่บ้านจรเข้สามพัน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขานั่นเอง

ภาคภูมิ จิตต์โสภณ นักจัดรายการวิทยุคลื่นมะขามขวัญเรดิโอ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณปี 2546 การเกิดขึ้นของวิทยุชุมชนใน อ.อู่ทอง ทำให้สังข์ทองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

"มีการโทรมาขอเพลงของสังข์ทอง ไม่ว่าจะเป็นเพลงคิดถึงบ้านเกิด รักข้ามกำแพง ทำให้เพลงของสังข์ทองได้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง"

สุเชษฐ ไกรเพชร ชาวบ้าน ต.บ้านดอน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กล่าวเช่นกันว่า หากพูดถึงสังข์ทอง สีใสแล้ว เราจะนึกถึง จรเข้สามพัน เพราะมีบทเพลงอยู่เพลงหนึ่งชื่อว่า 'คิดถึงบ้านเกิด' ซึ่งเพลงนี้ได้กล่าวถึงบ้านเกิดของอาจารย์สังข์ทอง สีใสเอง

อริณ แผนสมบูรณ์ ชาวบ้านบ้านจรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ก็มีเรื่องเล่าของศิลปินในดวงใจที่ตนเองผูกพันเช่นกัน

"น้าเปี๊ยกเป็นคนขี้ร้อนมาก ปกติแกจะมีผ้าขนหนูห้อยคอ แล้วก็มักจะเอาหัวจุ่มไปในโอ่งที่อยู่หน้าร้าน น้าเปี๊ยกเป็นคนใจดี ยังเคยอุ้มแล้วก็พาขี่คอไปเดินเล่น ในวัด ตอนนั้นน้าเปี๊ยกเริ่มมีชื่อเสียงแล้ว แต่ว่าเป็นคนไม่ถือตัวเลยพอต่อมาได้ชมการแสดงของน้าเปี๊ยกแบบเต็มวง ที่วัดโพธารามมีงานบุญเดือน 3 เพื่อรำลึกถึงหลวงปู่เปี้ยน ซึ่งเป็นบุคคลที่น้าเปี๊ยกนับถือ”

ด้วยความพยายามมานะ และอุตสาหะ แม้มีอุปสรรคเรื่องหน้าตา แต่สังข์ทอง ก็ใช้ความสามารถของตนเอง ปั้นผลงานให้โด่งดัง เป็นที่รู้จักของคนมากมายทั่วไป

บทเพลง 'คิดถึงบ้านเกิด' ที่กล่าวถึงถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง เป็นตัวอย่างในการไม่ลืมที่ที่ตนเองจากมา ถึงแม้เจ้าตัวจะมีชื่อเสียงโด่งดังแล้วก็ตาม จึงทำให้ผู้คนในจรเข้สามพัน ต่างยกย่องเขาในฐานะ ศิลปินตัวอย่างแห่งบ้านจรเข้สามพัน ศิลปินที่ยังคิดถึงบ้านเกิดของตัวเอง 'สังข์ทอง สีใส'
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: