Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
01 พฤศจิกายน, 2557, 04:56:52

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ทศพิธราชธรรม หรือ กิจวัตรของพระราชา 10 ประการ  (อ่าน 11404 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 01 กันยายน, 2551, 18:31:09 »

ทศพิธราชธรรม

หลัก"ทศพิธราชธรรม" หรือ กิจวัตรของพระราชา 10 ประการ ความจริงแล้วไม่ได้จำเพาะเจาะจงสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน หรือผู้ปกครองแผ่นดินเท่านั้น แต่บุคคลธรรมดาหรือบุคคลที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในทุกองค์กรธุรกิจ ก็ควรพึงใช้หลักธรรมเหล่านี้ ไปใช้ในกิจวัตรประจำวันของแต่ละตัวบุคคลด้วย หลักทศพิธราชธรรม ทั้ง 10 ประการ มีดังนี้

1. ทาน (charity ; generosity ; liberality) หมายถึง การให้สิ่งของหรือวัตถุภายนอก โดยต้องมีผู้รับโดยตรง เป็นการให้ที่ไม่คิดเอากลับคืน ด้วยคิดบูชาคุณก็ดี หรือด้วยคิดจะอนุเคราะห์ก็ดี เช่นให้ข้าวปลา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ตลอดจนให้กำลังกาย เช่น ช่วยขวนขวายกระทำในกิจการต่าง ๆ ที่เป็นบุญเป็นกุศล ให้กำลังวาจา เช่น ช่วยพูดให้กิจการดำเนินสำเร็จลุล่วงไปได้ ช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้คู่พิพาทตกลงประนีประนอมกันได้โดยสันติวิธี ให้กำลังความคิด เช่น ช่วยคิดช่วยแนะในกิจการต่าง ๆ ให้ปัญญา เช่น ให้ความรู้เพื่อให้เขาช่วยตัวเองได้ด้วยกุศลเจตนา

2. ศีล (high moral character ; morality) หมายถึง เจตนาที่จะรักษากายกรรมและวจีกรรม ให้ตั้งอยู่เป็นปรกติดี คือ เว้นจากการประพฤติชั่วทั้งทางกายและวาจา มีความประพฤติที่ดีงามในด้านการปกครอง ศีลยังรวมถึงการปฏิบัติตามตัวบทกฎหมาย จารีตธรรมเนียม และขนบประเพณีอันดีงามทั้งปวง ในทางพุทธศาสนาก็หมายถึง ศีล 5 เป็นอย่างต่ำ

3. บริจาค (self sacrifice) หมายถึง การเสียสละความสำราญส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ เป็นการให้ภายในทางจิตใจ ไม่ต้องมีผู้รับก็ได้ รวมทั้งบริจาคคือสละสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์หรือมีประโยชน์น้อยกว่าแคบกว่าเพื่อสิ่งที่มีประโยชน์ยิ่งใหญ่กว่ากว้างกว่า ดังพุทธภาษิตที่ว่า "ผู้มีปัญญา พึงสละสุขพอประมาณเสียเพื่อเห็นแก่สุขอันไพบูลย์" และว่า "พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะอันประเสริฐไว้ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตไว้ และพึงสละทรัพย์อวัยวะ และแม้กระทั่งชีวิต เพื่อรักษาธรรมะ"

4. อาชชวะ (honesty ; integrity) หมายถึง ความซื่อตรง ความเปิดเผย คือ มีความซื่อตรงต่อตนเอง ต่อหน้าที่ และต่อประชาชน ไม่มีลับลมคมใน ไม่มีมายาสาไถย ปฏิบัติราชกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ที่เรียกว่า "ใจซื่อ มือสะอาด" มีความจริงใจและจริงจังต่อประชาชน ไม่หลอกลวงประชาชน

5. มัททวะ(kindness and gentleness ; softness) หมายถึง ความอ่อนโยน มีอัธยาศัยละมุนละม่อม สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่ง กระด้างหยาบคาย ไม่ถือเนื้อถือตัว มีความสง่าอันเกิดจากท่วงทีกิริยาที่สุภาพนุ่มนวลละมุนละไม ลักษณะของความอ่อนโยนนั้น มีทั้งอ่อนโยนภายนอกและอ่อนโยนภายใน ที่ว่าอ่อนโยนภายนอกนั้นคือ ความเป็นผู้กิริยามารยาทสุภาพอ่อนน้อมต่อบุคคลที่มาเกี่ยวข้องด้วย เป็นการสร้างสรรค์ความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ ในสังคม และประเทศชาติ ส่วนอ่อนโยนภายใน หมายถึง ความมีจิตใจอ่อนโยน คือมีจิตใจที่ได้รับการฝึกฝนอบรมมาดีแล้วพร้อมที่จะทำหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วยความเต็มอกเต็มใจ ความอ่อนโยนหรือความอ่อนน้อมถ่อมตนนั้นนับว่าเป็น "มงคลอันสูงสุด" ประการ 1 ในมงคล 38 ประการ ในเรื่องนี้ เล่าจื๊อ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของจีนได้เคยสอนไว้ว่า "บางสิ่งเพิ่มขึ้นด้วยการทำให้น้อยลง บางสิ่งน้อยลงด้วยการเพิ่มขึ้น"

6. ตบะ (austerity ; self control ; non - indulgence ; devotion) หมายถึง ความเพียร ความบากบั่น ความก้าวหน้า ความไม่ถอยหลัง ความไม่หยุดอยู่กับที่ ความเป็นผู้มีคุณธรรมที่จะสามารถแผดเผากิเลสตัณหามิให้เข้ามาครอบครองย่ำยีจิตใจ สามารถระงับยับยั้งข่มใจ ไม่ยอมให้หลงใหลหมกหมุ่นในความสุขสำราญจนเกินไป มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ ไม่ลืมตัว ทุ่มเทสติปัญญาความรู้ความสามารถและอุทิศเวลาให้แก่การบำเพ็ญเพียรปฏิบัติหน้าที่การงานให้สำเร็จบริบูรณ์ มีคุณสมบัติที่จะเผ่าผลาญกิเลสและความชั่วโดยประการทั้งปวงให้เบาบางลงหรือให้หมดไปในที่สุด ในลัทธิพราหมณ์ถือว่า ตบะของกษัตริย์หรือนักปกครองนั้น ได้แก่การคุ้มครองไพร่ฟ้าประชาชนให้พ้นจากภัยพิบัติและความทุกข์ยากทั้งมวล

7. อักโกธะ (non - anger ; non - fury ; freedom from worth) ได้แก่ ความไม่โกรธ หมายถึงความไม่เกรี้ยวกราดลุอำนาจแก่ความโกรธจนเป็นเหตุให้วินิจฉัยความและการกระทำต่าง ๆ ผิดพลาดเสียธรรม มีเมตตาประจำใจไว้คอยระงับความขุ่นเคือง วินิจฉัยและกระทำการด้วยจิตที่ราบเรียบเป็นของตัวเอง ไม่มีความกำเริบในภายใน คือความกลัดกลุ้มอยู่ในใจ และไม่มีความกำเริบในภายนอก คือ การประทุษร้ายผู้อื่น ไม่มีจิตพยาบาทคิดมุ่งร้ายผู้อื่น แม้จักต้องลงโทษผู้กระทำผิด ก็ทำตามเหตุผล ไม่ทำด้วยอำนาจความโกรธ คนที่มีความโกรธอยู่ในอารมณ์นั้นจะอยู่ไม่เป็นสุขเลย

8.อวิหิงสา (non - violence ; non - oppression) ได้แก่ ความไม่เบียดเบียน หมายถึง ไม่มีการกระทำอันเบียดเบียดกระทบกระทั่งตนเองหรือผู้อื่น ได้แก่ การไม่ทำตนเองให้ได้รับความลำบากเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น ไม่บีบคั้นกดขี่ประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อน เช่นด้วยการเก็บภาษีอย่างขูดรีด หรือเกณฑ์แรงงานเกินขนาด รวมทั้งไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ๆ ด้วยเห็นเป็นการสนุกของตน ไม่หลงระเริงในอำนาจอันเป็นเหตุให้ขาดเมตตา หาเหตุเบียดเบียน ลงโทษลงอาญาแก่ประชาชน เพราะความอาฆาตเกลียดชังส่วนตัว

9. นติ (patience ; forbearance ; tolerance) ได้แก่ ความอดทน อดกลั้น หมายถึง ความอดทนต่อความลำบากตรากตรำ แม้จะมีภาระหน้าที่หรือการงานยุ่งยากเพียงใดก็ไม่ย่นย่อท้อถอย ถึงจะถูกยั่วยุเย้ยหยันหรือเหยียดหยาม กระทบกระเทียบเปรียบเปรย เสียดสีถากถางอย่างใดก็ไม่หมดกำลังใจ ไม่ยอมละทิ้งหน้าที่ อุดมคติและอุดมการณ์อันชอบธรรม ต้องรู้จักอดทน อดกลั้น รู้จักรอคอย ไม่ใจร้อนวู่วาม รวมทั้งอดทนต่อโลภะความอยากได้ อดทนต่อโทสะความโกรธเคือง จนถึงพยาบาทมาดร้ายอดทนต่อโมหะความหลงงมงาย ผู้ปกครองประเทศจะต้องอดทนต่อความโง่เขลาของผู้น้อยผู้ใต้ปกครองด้วย เพราะผู้น้อยซึ่งเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา ไร้ความสามารถมักชอบทำอะไรที่จะก่อให้เกิดปัญหาอยู่เสมอ ผู้ปกครองบ้านเมืองจะต้องมีขันติให้มาก ยิ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มากเท่าใดมีตำแหน่งสูงส่งมากเท่าใดก็จำต้องมีความอดทนมากเท่านั้น

10. อวิโรธนะ (non - opposition ; non - diviation from the norm ; conformity to the law) คือความไม่มีพิรุธ หมายถึง ความไม่มีความบกพร่องในคุณธรรม ความไม่คลาดจากธรรม การไม่ปฏิบัติให้ผิดไปจากแนวแห่งความถูกต้อง ความเป็นผู้รู้จักวางตนให้เป็นหลักหนักแน่นในธรรม มีจิตใจมั่นคงไม่เอนเอียงหวั่นไหว เพราะถ้อยคำไม่ว่าดีหรือร้าย หรือเพราะลาภสักการะ หรืออารมณ์ที่ชอบใจและไม่ชอบใจใด ๆ มีจิตใจมั่นคงแน่วแน่ในธรรม ยึดมั่นในตัวบทกฎหมายหลักปกครองประเทศ ตลอดจนระเบียบแบบแผนขนมธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม มิให้วิปลาสคลาดเคลื่อนไปจากคุณธรรม

http://king.cmcyber.com/?name=scruple
บันทึกการเข้า




มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 01 กันยายน, 2551, 22:46:54 »

ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย...
ถึงแม้ประเทศไทยไม่รวยล้นฟ้า....
ประเทศไทยไม่ทันสมัยล้ำหน้า....
แต่ก็ภูมิใจว่าเราได้เกิดมาเป็นลูกพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย...
                ขอพระองค์ทรงพระเจริญ....
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: