Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 กรกฎาคม, 2561, 18:05:13

   

ผู้เขียน หัวข้อ: “ผีตาโขน หน้ากากแห่งความศรัทธา”  (อ่าน 4435 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 29 มีนาคม, 2553, 21:23:25 »

“ผีตาโขน หน้ากากแห่งความศรัทธา”/เรื่องเล่า นศ.มรภ.อุดรธานี
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
 

เรื่องเล่านักศึกษาประจำเดือนมีนาคม 2553 ส่งตรงมาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งเป็นผลงานของ “มงคล ถิ่นคำบง” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ กับผลงานที่มีชื่อว่า“ผีตาโขน หน้ากากแห่งความศรัทธา” หนึ่งศิลปะวัฒนธรรมที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักดีในท้องถิ่นอีสาน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ผลงานสารคดีท่องเที่ยวแบบฉบับของ (ว่าที่) บัณฑิตหนุ่ม คนนี้จะเป็นอย่างไร เชิญอ่านได้เลย.....

       
       
       ใครจะเชื่อ.....แค่หวดนึ่งข้าวเหนียวและกาบมะพร้าวไร้ค่าที่นำมาแต้มแต่งสีสันเข้าไปแล้วจะทำให้ดึงดูดใจชาวโลกได้ขนาดนี้หน้ากากที่มีลวดลายเป็นรูปหน้าผีที่น่าหวาดกลัวด้วยสีสันที่สดใสฉูดฉาดทำให้ดูน่าเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดถ่ายรูปด้วยความน่าชื่นชมเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นที่ไม่มีที่ไหนในโลกนี้ นอกจาก อ.ด่านซ้าย จ.เลย

 
 
 
 
       ผีตาโขน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวอำเภอด่านซ้ายถือเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีและประจำท้องถิ่นโดยรวมเอา “งานบุญพระเวส” (ฮีตเดือนสี่) และ “งานบุญบั้งไฟ” (ฮีตเดือนหก) เข้าเป็นงานบุญเดียวกัน งานบุญพระเวศนั้น เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ซึ่งเชื่อว่า จะได้อานิสงค์แรงกล้าบันดาลให้พบพระศรีอริยเมตไตรยในชาติหน้า ส่วนงานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝน ให้ตกต้องตามฤดูกาล
       
       ด้วยเหตุนี้เองทำให้งานประเพณีผีตาโขนได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วสารทิศเพราะได้ถูกขนานนามเรื่องความสนุกสนานและความสสวยงามน่าประทับใจทั้งงานประเพณีและบรรยากาศของอำเภอด่านซ้ายเอง ที่รายล้อมไปด้วยทะเลภูเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตาเหมาะกับการพักผ่อนหลังจากการทำงานอย่างเหนื่อยหนักจริงๆ

 
 

 
 
       มารู้จักหน้ากากแห่งความศรัทธาหรือหน้ากากผีตาโขนกันดีกว่าเพราะผู้อ่านบางท่านยังไม่เคยเห็นของจริงแม้อาจจะเคยเห็นในรูปภาพตามโปสการ์ด หรือตามนิตยสารท่องเที่ยวต่างๆ นั้นอาจจะไม่ชัดเจนในเรื่องรายละเอียดความวิจิตรบรรจงของหน้ากากที่บางครั้งอุปกรณ์การทำดูเหมือนจะไร้ค่าทั้งจิตใจและเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วยผีตาโขนแต่งกายด้วยชุดทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกันมี “หมากกะแหล่ง” (ลักษณะคล้ายกระดิ่ง ใช้แขวนคอกระบือ) หรือกระดิ่ง กระพรวน กระป๋องผูกติดกับบั้นเอว แขวนคอหรือเขย่าเพื่อให้เกิดจังหวะและมีเสียงดังเวลาเดินแบบขย่มตัว ส่ายสะโพก โขยกขาและขยับเอวผีตาโขนทุกตัวมีอาวุธประจำกาย เป็นดาบ หรือ ง้าว ซึ่งทำจากไม้เนื้ออ่อนโดยจะทำให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชายและทาสีแดงตรงปลายเอาไว้หยอกล้อเพื่อให้เกิดความตื่นเต้น ขบขัน มิได้ถือเป็นเรื่องลามก หรือหยาบคายแต่อย่างใด

 

 
 
       ส่วนหัวของหน้ากากผีตาโขน วัสดุที่นำมาของหวดนึ่งข้าวเหนียวนำมาหักพับขึ้นให้มีลักษณะคล้ายหมวกส่วนหน้าทำจากโคนก้านมะพร้าวถากเป็นรูปหน้ากากแล้วเจาะช่องตา สำหรับจมูกของผีตาโขนนั้น ในสมัยก่อนซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาแกะเป็นรูปทรงต่างๆ ส่วนเขาทำมาจากปลีมะพร้าวแห้ง นำมาตัดเป็นขนาดและรูปทรงตามต้องการ
       
       การประกอบส่วนต่างๆ ของหน้ากากนั้น ส่วนหัวหน้าและเขาจะใช้เชือกเย็บติดเข้าด้วยกันส่วนจมูกจะนึดติดกับหน้ากากโดยจะใช้ตะปูตียึดจากด้านในการตกแต่งลวดลายต่างๆในปัจจุบันนิยมใช้สีน้ำมัน ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีสีน้ำมัน จะใช้สีจากธรรมชาติ เช่น ขมิ้น ปูนขาว ขี้เถ้า ปูนแดง เขม่าไฟเมื่อตกแต่งลวดลายเสร็จแล้ว ด้านหลังจะใช้เศษผ้าเย็บต่อจากหน้ากากและหวดให้คลุมส่วนคอจนถึงไหล่
       
       การทำหน้ากากผีตาโขนเป็นงานศิลปะพื้นบ้านที่ถูกถ่ายทอดสู่รุ่นลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยมีรูปแบบที่หลากหลายตามจินตนาการของผู้ทำและตามอิทธิพลต่างๆที่ได้รับ แต่ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นผีตาโขนไว้ได้เป็นอย่างดี

 
 
 
 
       ผีตาโขนจึงเป็นสื่อที่เรียกศรัทธาให้ผู้คนจากทั่วสารทิศเข้ามาเที่ยวและเป็นการกระจายรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีสิ่งที่สำคัญและถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองด่านซ้ายมาตั้งแต่อดีตด้วยการเป็นคำมั่นสัญญาว่าจะรักใคร่เป็นพี่น้องกันตลอดไปของทั้งสองแผ่นดินไทยและลาว คือ พระธาตุศรีสองรักเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวจังหวัดเลยและคนทั้งสองฝั่งโขงได้เป็นอย่างดี
       
       นี่ก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่นำมาเล่าให้ฟังบรรยากาศและความประทับใจอีกมากมายก็ไม่สามารถนำมาเขียนเล่าให้อ่านหมดได้ในทีเดียวประเพณีผีตาโขนนี้ ยังรอการไปสัมผัสบรรยากาศแห่งวัฒนธรรมของชาวด่านซ้าย ท่านผู้อย่าพลาดก็แล้วกันในปีต่อไปต่อไปและต้องไปเที่ยวกันให้ได้เพราะนอกจากจะเพลิดเพลินแล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเราอีกด้วย ได้ทั้งความสุขและก็อิ่มบุญไปตามๆกัน อย่าพลาดนะครับ ไปให้ได้จะได้ไม่ผิดหวัง
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: