Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 เมษายน, 2557, 06:18:51

   

ผู้เขียน หัวข้อ: “น่าน” เนิบนาบ...แน่นอน/ปิ่น บุตรี  (อ่าน 1162 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์, 2553, 18:07:30 »

“น่าน” เนิบนาบ...แน่นอน/ปิ่น บุตรี   
 
โดย ปิ่น บุตรี  http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000022562
 



น่านเมืองทรงเสน่ห์ในวิถีอันสงบงาม 
 
 
       “ปาย” ในวันนี้นอกจากจะถูกหลากหลายปัญหาทางการท่องเที่ยวรุมเร้าแล้ว ยังถูกยกเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองท่องเที่ยวบางเมืองที่กำลังมีเส้นทางการเติบโตในทำนองเดียวกัน อาทิ ...เชียงคานวันนี้ใกล้เหมือนปายเข้าไปทุกที อีกหน่อยอัมพวาคงจะเป็นเหมือนปาย วังเวียง(ลาว)กลายเป็นปาย 2 ไปแล้ว เก็บแม่แจ่มให้ดีๆนะไม่งั้นกลายเป็นปายแน่ๆ...
       
       และแน่นอนว่าเพื่อให้ครบเครื่องเมืองท่องเที่ยวต้องรวมเมือง“น่าน”เข้าไปด้วย เพราะทุกวันนี้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า น่านอาจจะกลายเป็นปายแห่งใหม่ในเร็ววัน เนื่องจากหลายสิ่งหลายอย่างกำลังถาโถมรุมเร้าเข้ามาอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง
       
       1...
       
       ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวอันบริสุทธิ์ผุดผ่องปานประหนึ่งสาวน้อยแรกแย้ม ชื่อของ“น่าน”นอนมาชนิดไม่เข้าวินก็เข้าเพลส เพราะน่านงดงามทั้งธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย สงบงาม รุ่มรวยน้ำใจ ที่สำคัญคือชาวน่านมีรากฐานทางวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตที่เข้มแข็งพอเพียง ทำให้ความทันสมัย ความเจริญทางวัตถุ และความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมาะไม่ควรจากกระแสนิยมภายนอกเจาะเข้ามาในน่านได้ยากมาก ถึงเข้ามาได้ก็เป็นไปอย่างเนิบนาบเชื่องช้า จนคนน่านไหวตัวและสร้างภูมิคุ้มกันทัน


 
วิถีพุทธที่ยังแนบแน่นในเมืองน่าน  
 
 
       “...กระแสแห่งวัฒนธรรมอันไม่พึงประสงค์จากภายนอกเข้ามามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมคนเมืองน่านค่อนข้างน้อย เพราะมีปัจจัยหลายประการที่บังคับให้น่านต้องเป็นไปเช่นนั้น เช่น สภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองอยู่ในโอบล้อมของทะเลแห่งขุนเขา ยากลำบากในการเดินทางเข้าถึง ไม่ได้เป็นเมืองผ่านเช่นเมืองอื่น เป็นเมืองที่ต้องตั้งใจไปให้ถึง...
       
       ...น่านอาจสูญเสียโอกาสพัฒนาเมืองให้ทันสมัยก้าวหน้า เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวก ตามความรู้สึกนึกคิดของคนหลายๆคน แต่สิ่งที่เมืองน่านมีและหลายๆจังหวัดกำลังสูญเสีย คือ ความงดงามของธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ คงมหลากหลายทางชีวภาพ ที่สำคัญน่านยังไม่เสียดุลยภาพระหว่างคนกับธรรมชาติ...”
       
       บางส่วนมาจาก บทความ “คนเมืองน่าน” ในอนุสาร อสท. เตือน ต.ค. 2537 เขียนโดย อ.สมเจตน์ วิมลเกษม ครูภูมิปัญญาไทย โรงเรียนสตรีศรีน่าน ซึ่งผมคัดมาเพราะเห็นว่าสามารถอธิบายความเปลี่ยนแปลง ความเป็นไป แบบเชื่องช้าเนิบนาบแต่แน่นอนของเมืองน่านในอดีตได้เป็นอย่างดี
       
       ทว่า...น่านในวันนั้นอาจจะไม่เหมือนในวันนี้


 
โรงแรมน่านฟ้าที่จะถูกปรับโฉมในไม่นาน  
 
 
       2...
       
       หลังปายถูกสาธารณะชนคนนักเที่ยวมองว่า“เละ” เชียงคานคือเป้าหมายต่อไป ส่วนน่านคือเป้าหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างเบนเข็มเข้ามา
       
       ทำให้ปีที่แล้วสถิติการท่องเที่ยวของน่านเติบโตแบบก้าวกระโดด ติดอันดับต้นๆของภาคเหนือ เพราะมีนักท่องเที่ยวแห่แหนกันไปมากเป็นประวัติการณ์
       
       ทำให้ปีที่แล้วมีข่าวนายแบ๊งก์คนหนึ่งไปเทคโอเวอร์โรงแรมน่านฟ้าเพื่อมารีโรเวตให้ดูดีมากขึ้น พร้อมๆกับราคาที่เพิ่มขึ้นมาอีกเกือบหลายเท่าตัว
       
       แต่นั่นยังไม่แรงเท่าการเข้ามาของถนนสาย R2 เชื่อมน่าน(ห้วยโก๋น)กับหลวงพระบาง ที่สามารถไปบรรจบกับเส้น R3 เชียงของ-สิบสองปันนาได้(ชนิดที่หลายคนฝันว่าตื่นมากินข้าวเช้าที่น่านและไปกินข้าวเที่ยงต่อที่หลวงพระบาง ) ร่วมด้วยโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 101 จากแพร่ไปน่านเป็น 4 ช่องจราจร จนเกิดพลังทำให้ราคาที่ดินในน่านถีบตัวขึ้นสูงถึงสูงมากในบางพื้นที่ พร้อมๆกับการซื้อ-ขายเพื่อเก็งกำไร การกว้านซื้อที่ดิน และการเล็งลู่ทางในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจการท่องเที่ยวที่ทั้งนายทุนท้องถิ่นและต่างถิ่นมองกันว่าโอกาสในการเติบโตยังมีอยู่เหลือเฟือ
       
       โครงการถนนเหล่านี้ทำให้น่านไม่ใช่เมืองปิดอีกต่อไป หากแต่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือที่เปิดตัวสู่โลกภายนอกมากขึ้นและเป็นเมืองผ่านสำคัญไปสู่ลาวและเวียดนาม


 
ธรรมชาติเมืองน่านอันสวยงาม
 
 
       เท่าที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับชาวน่าน หลายคนสนับสนุนเพราะมันคือเส้นทางสำคัญในการนำการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และเม็ดเงินมาสู่เมืองน่าน ส่วนหลายคนเฉยๆมีก็ได้ ไม่มีก็ดี ยังไงๆพวกเขาก็ดำเนินชีวิตไปตามวิถีปกติอยู่แล้ว และอีกหลายคนรู้สึก“เป็นห่วง” กังวลว่าความเปลี่ยนแปลงต่างๆมันจะประเดประดังเข้ามาอย่างรุนแรงและรวดเร็วเกินไป จนทำให้น่านเสียศูนย์เสียอัตลักษณ์อันทรงคุณค่า อีกทั้งมันจะทำให้น่านเดินตามรอยปายหรือเปล่า?
       
       3...
       
       แม้น่านกำลังจะเดินเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้ง แต่น่านในวันนี้ยังโชคดีที่มีภาคประชาชนเข้มแข็ง มีกลุ่มคนเมืองน่านที่รักในท้องถิ่นตัวเองอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าพวกเขาต่างตื่นตัวเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะถาโถมเข้ามา โดยเฉพาะกรณีที่มีคนมักนำน่านไปเปรียบกับปาย


 
พระธาตุแช่แห้ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน 
 
 
       “เราไม่อยากให้ใครมองน่านเป็นที่อื่น เพราะน่านก็มีเอกลักษณ์มีสังคมคนละแบบกับปาย น่านเป็นเมืองที่ยังมีความเป็นสังคมชนบท ยังจะรักษาได้ถ้าองค์กรส่วนท้องถิ่นเข้มแข็ง น่านเหมาะเป็นเมืองสำหรับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ถามว่าน่านมีโอกาสเป็นเหมือนปายไหม ตอบได้เลยว่ามี แต่จะช้าหรือเร็วก็อยู่ที่คนน่านเอง ความเจริญมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสีย การรับนักท่องเที่ยวเข้ามาเราต้องมีความพร้อมด้วย”
       
       พ.ต.ต.ปพนพัชร์ ใบยา หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มเฮาฮักน่าน ได้ให้ความเห็นไว้ในบทความ “น่าน ไม่(อยาก)เหมือนปาย”(ในหน้าท่องเที่ยว นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน 3 มี.ค.52) นอกจากนี้เขายังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มโดยการเสนอความเห็นว่าควรจะทำอย่างไรดีในฐานะกลุ่มคนรุ่นใหม่ของเมืองน่าน เพราะลึกๆแล้วคนเมืองน่านเองก็กลัวว่าน่านจะเป็นเหมือนปายเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่ต้องเป็นคนน่านช่วยกันรักษาน่านวันนี้ไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลง เพราะการที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวน่านก็เพราะน่านเป็นน่านไม่ใช่ที่อื่น
       
       ในขณะที่ อ.สมเจตน์ วิมลเกษม ได้บอกกับผมเมื่อครั้งเจอกันหนล่าสุดว่า น่านคงไม่สามารถปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ชาวน่านจะต้องเตรียมตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคงมีเหตุผลมีสติ ไม่หลงใหลไปกับความเจริญทางวัตถุฉาบฉวยชั่ววูบที่ถาโถมเข้ามา แล้วทำลายคุณค่าอันดีงามของเมืองน่านไป
       
       สำหรับน่านแล้ว อนาคตจะเป็นเช่นไรเรามิอาจรู้ได้ แต่ที่รู้ได้ก็คือน่านในวันนี้ยังคงดีอยู่ เพราะคนน่านช่วยกันดูแลรักษา มีความหนักแน่น แน่นอนในแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองอย่างมีสติค่อยเป็นค่อยไป ไม่หลงใหล หลงลืมไปตามกระแสนิยมอันไม่พึงประสงค์ภายนอก ซึ่งผมได้แต่หวังว่าน่านจะคงภูมิคุ้มกันอันเข้มแข็งเหล่านี้ไปตลอดชั่วกาลนาน

 
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: