Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
30 สิงหาคม, 2557, 19:28:29

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บูชาวัตถุมงคลร่วมสร้างเจดีย์กับหลวงปู่เณรคำเพื่อนเณรหงส์ เณรแก้ว ศิษย์สมเด็จลุน  (อ่าน 9272 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
sakda
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 25
สมาชิกลำดับที่ 1147


| |

« เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์, 2553, 07:09:43 »




มาร่วมสร้างบุญกับเทวดาเดินดิน คนเหนือโลก หลวงปู่เณรคำ ผู้มาจากตำนาน

เทวดาเดินดิน คนเหนือโลก หลวงปู่เณรคำ ผู้มาจากตำนาน

ขอเชิญร่วมบุญกับ หลวงปู่เณรคำ วัดป่าคำไฮ จ.นครพนม


คนเหนือโลก "หลวงปู่เณรคำ วัดป่าสันติธรรม(วัดป่าบ้านคำไฮ) ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม"
ผู้มาจากตำนานลึกลับ มนุษย์หรือพญานาค เกิดแล้วไม่แก่ 7 วันตายแล้วฟื้น


ร่วม บุญครั้งใหญ่ในชีวิตสร้างพระมหาเจดีย์คำแก้วสมปรารถนามหารัตนมุณี จ.นครพนม ร่วมทำบุญสร้าง 199 บาท หลวงปู่เมตตาทำพิธี "เปิดโลกหนุนดวง" ตอบแทนทุกท่าน

ขอเชิญทุกท่านร่วมสะสมบุญอย่างใกล้ชิดด้วยตัวท่านเอง กับเนื้อนาบุญอันบริสุทธิ์จริงแท้และบูชาวัตถุมงคลโดยตรงจาก ท่านหลวงปู่เณรคำ

สถานที่ : ศูนย์องค์พ่อปทุมวัน จุฬาฯ ซอย 18 ถ. บรรทัดทอง รองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพฯ
วันและเวลา : วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 09.00 - 15.00 น.
ติดต่อสอบถาม : คุณเซียะ 089-2043346

ขณะนี้หลวงปู่เณรคำ ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่ สำนักปฏิบัติธรรม ต.โพนงาม อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร
ขอเชิญญาติโยมสร้างพระพุทธรูปองค์เล็ก องค์ละ 2,999 สำนักปฏิบัติธรรม ต.โพนงาม อ.อากาศอำนวย
ขอเชิญญาติโยมร่วมบริจาคสมทบทุนจัดซื่อ เครื่องปั่นไฟและอุปกรไฟฟ้า หลอดไฟ ต่าง ๆ ตามจิตศรัทธา


** ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ผู้ใจบุญร่วมสร้างสำนักปฏิบัติธรรม พระบรมครธรรมเทพโลกอุดร ถวายหลวงปู่เณรคำ ณ บ้านโพนงาม ต.โพนงาม อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร และหล่อพระพุทธรูปประธาน พร้อมพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ พร้อมองค์บริวาร เพื่อเป็นที่ตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่สักการะบูชาของพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนทั่วไป **
กำหนดการต่าง ๆ
วัน ที่ 31 มกราคม 53 หลวงปู่เณรคำ รับนิมนต์ไปงานทอดผ้าป่า ณ ต.หนองคูน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เพื่อสบทุนสร้าง พระบรมธาตุมหาราชเจดีย์มณีศรีสะเกษ
วันที่ 31 ม.ค - 1 ก.พ หลวงปู่เณรคำ รับนิมนต์ไปงานครบรอบวันมรณะภาพ แม่ชี โสดา ที่ อำเภอบ้านม่วง จ.สกลนคร
วันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ รับนิมนต์ไปวัดป่ามีชัย ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย
วัน ที่ 28-29 กุมภาพันธ์ 2553 -- ร่วมทอดถวายผ้าป่าสามัคคี จากประเทศนอเวร์ พร้อมทั้งศิษย์ยานุศิษย์หลวงปู่เณรคำ และ ญาติโยมทั่วประเทศ
-- ฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงปู่เณรคำ
วัน ที่ 20-21 มีนาคม 53 หลวงปู่เณรคำได้รับนิมนต์ ไปเป็นประธานสมทบทุนสร้างห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ ณ โรงเรียนบ้านหนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม
วันที่ 30 มีนาคม 2553 หลวงปู่เณรคำ รับนิมนต์ไป แสดงพระธรรมเทศนา ที่บ้านเต๋าไห อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี
วัน ที่ 31 มีนาคม 53 หลวงปู่เณรคำ รับนิมนต์ไปเป็นประธาน สบทบทุนสร้างพระบรมธาตุมหาราชเจดีย์มณีศรีสะเกษ ณ วัดหนองคู ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
วันที่ 10-11 เมษายน หลวงปู่เณรคำ ได้รับนิมนต์ไปเป็นประธาน สมทบทุนสร้างโบสถ์วัดศรีทรงธรรม ต.โพนหมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย
วันที่ 25-26-27 เมษายน 2553 เชิญร่วมงานครบรอบ หลวงปู่เณรคำ วันงาน อังคนางค์ คุณไชย ศิลปินราชินีหมอลำอมตะตลอดการ มาลำถวาย
ผู้ร่วมก่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรม ร่วมอายุยืน เกิดเป็นมนุษย์ที่ครบบริบูรณ์ด้วยอาการสามสิบสองประการ เจ้ากรรมนายเวรรอโหสิ

รายการ บูชาวัตถุมงคล หลวงปู่เณรคำ เชิญสั่งจองบูชา ตามรายการนี้นะครับ
1. พระกิ่งนาคราช บูชา 350 มีจำนวน 1999 องค์ (รุนแรก มีจำนวนจำกัด)
2. พระผงกำเนิดนาคราช บูชา 250
3. พระผงสาริกา บูชา 150
4. พระผงสีวรี บูชา 150
5. พระพิฆเนศ บูชา 150
6. พระผงหลวงปูเณรคำ ด้านหลัง หลวงปู่เทพอุดร บูชา 150
7. เหล็กไหลรุ่นใหญ่ บูชา 650
8. เหล็กไหลรุ่นกลาง บูชา 550
9. เหล็กไหลรุ่นเล็ก บูชา 450
10. ตระกรุดโทน บูชา 1199
11. ตระกรุดนาคราช บูชา 250
12. ตระกรุดอรหัง บูชา 250
13. ตระกรุดนิโรช บูชา 250
14. ตระกรุดสาริกา บูชา 250
15. ตระกรุดดอกไม้ บูชา 250
16. ชานหมาก บูชา 250
19. เหรียญกายาสิทธิ์มหัศจรรย์ใต้ภิภพใต้บาดารหลวงปู่เณรคำ ด้านหลัง รูปพระมหาเจดีย์คำแก้ว สมปรารถนา มหารัตนมุนี
มีพลังงานรักษาโรค บูชา 4500- (รุ่นแรก มีจำนวนจำกัด)

รายละเอียดติดตามหลวงปู่ที่ [url=http://"[url=http://www.nankham.com]www.nankham.com[/url]"]www.nankham.com[/url] หรือ [url=http://"[url=http://www.sakdaamulet.com]www.sakdaamulet.com[/url]"]www.sakdaamulet.com[/url]
บันทึกการเข้า




sakda
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 25
สมาชิกลำดับที่ 1147


| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์, 2553, 06:34:50 »

สำหรับวัตถุมงคลที่หลวงปู่เณรคำ สร้างขึ้นมานั้นจะเน้นวิชาพระคาถาเสกอธิฐานจิตลงไป ที่ได้ร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์หลายๆท่าน และที่สำคัญคือการอธิฐานพลังจิตที่แฝงในกายลงไปในวัตถุมงคล แผ่บารมีธรรมที่ได้เคยบำเพ็บฝึกฝนมาลงในวัตถุมงคล หลวงปู่กล่าวให้ทราบเกี่ยวกับวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นมาว่า
อย่างที่เรานำไปแจกทหารที่ไปภาคใต้ มีทหารโดนยิงเรานั่งอยู่นี่เราก็เจ็บแทนเขา เพราะพลังของเรา เราเอาตัวเราไปรับรองเอาจิตที่บริสุทธิ์ลงไปรับแทนเพราะเราใส่พลังจิตลงไปใน วัตถุมงคลพอตื่นเช้าจะมีความรู้สึกเจ็บเนื้อตัวไปหมดเลย เพราะตอนที่เราอธิฐานจิตลงไปในวัตถุมงคลครอบในองค์พระแล้วเขานำไปสวมพลังของ เราก็จะครอบตัวเขาไว้ เมื่อกระสุนมาถูกเพียงผิวกายร่างกายเขา เราก็จะเจ็บเพราะไปรับแทนเขา
อย่างการที่จะให้วัตถุมงคลใครไปนี้ อย่างให้ทหารก็จะให้อีกแบบหนึ่ง ถ้าเป็นพวกทำงานค้าขายจะต้องให้อีกแบบหนึ่ง ต้องแยกหมวดเพราะจิตเมตตาจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นกรณีสงเคราะห์ช่วยเหลือหนุนธุรกิจเราจะต้องอาศัยพลังธรรมชาติและ ที่ต้องอาศัยมากที่สุดคือพญานาค เพราะพวกนาคนี้เขาจะมีพลังเหนือธรรมชาติ สำหรับเชื้อสายนาคเรานั้นสามารถสื่ออธิฐานขอพลังเหล่านั้นแล้วให้มาหนุนดวง ให้คนนั้นได้ พร้อมกับบารมีในภพชาติ ที่เราบำเพ็ญมาหนุนให้เขา แต่ว่าวัตถุมงคลที่จะหนุนเขาได้จะต้องเกิดจากบารมีธรรมเราด้วยที่แผ่หนุนลง ไป บารมีธรรมที่สร้างมาจะไปหนุนเขาและถ้าเป็นธุรกิจที่หนักแน่นจริงๆจะต้องนั่ง อธิฐานให้เขาอย่างเดียว 7 วันนั่ภาวนาให้ทั้งคืนจะพักผ่อนเพียง 2 ชั่วโมง เพราะเราจะต้องทำ 7 วันนี้ให้หนุนครอบ 7 ปี หนุนให้เขาขึ้นให้ได้ จะใช้อำนาจตบะบารมีธรรมให้อย่างเดียว เปิดบุญเก่าของเขาให้หมดแล้วเราก็เอาบารมีธรรมเราเสิ่มเพิ่มให้เขาไป จึงเป็นที่มาของพิธีเปิดโลกหนุนดวง
บันทึกการเข้า

sakda
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 25
สมาชิกลำดับที่ 1147


| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2553, 06:34:19 »



จาริกพุทธสถานแดนพุทธ ธรรม สัมผัสกับเรื่องราวลี้ลับทางจิตฤทธิ์ทางใจ บุกไพรเถื่อนถ้ำภูผา ศรัทธากราบไหว้พระสุปฏิปันโน วัดป่าสายกรรมฐานภาคอีสานจังหวัดนครพนม เมืองพระธาตุพนมองค์แรกในประเทศไทยพระป่ากรรมฐานรูปหนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติ ลี้ลับอัศจรรย์ที่กำลังกล่าวถึงนี้คือ หลวงปู่เณรคำ แห่งวัดป่าสามัคคีธรรม (ธ) บ้านคำไฮ หมู่ 8 ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

หลวงปู่เณรคำ เป็นพระแท้ทองทั้งแท่ง เปี่ยมด้วยความเมตตาต่อพ่อออกแม่ออก (อุบาสก อุบาสิกา) ใครเดือดร้อนทุกข์ใจไปกราบไหว้ได้คือกัน (เหมือนกันหมด) ส่วนที่เรียกว่า “หลวงปู่เณรคำ” มีเรื่องราวที่เป็นมาน่าสนใจ เรียกขานชื่อท่านกันมาตั้งแต่ครั้งที่จาริกธุดงค์ไปบำเพ็ญเพียรภาวนาธรรม กรรมฐานอยู่ในประเทศลาว (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) เพราะท่านมีผ้าดำติดตัว นัยว่าเป็นผ้าตั้งแต่ชาติก่อนที่เคยบวช ค้ำชูสืบทอดพระพุทธศาสนา

ในคำแหล่ย่อๆตอนหนึ่งว่า “คำว่าเณรคำ เป็นคำนามเทียมๆ เหมือนจอบเสียมเป็นแค่ชื่อเรียกนาม” ที่จริงแล้วไม่ได้ไปยึดติด แต่คนคิดว่า ท่านเป็นทูตเหนือโลกรู้เวรรู้กรรม เทศนาธรรมค้ำบาดาล จึงมีเอกลักษณ์พิเศษห่มจีวรชอบพาดผ้าดำใส่ผ้าขาด จาริกธุดงค์ไปมาสองฝั่งโขงไทย-ลาว เป็นกิจวัตร

ภูเขาควายถิ่นฐานพำนักปฏิบัติธรรมและเป็นถิ่น บรรลุธรรม...
ครูบาอาจารย์ผู้สอนธรรมของหลวงปู่เณรคำ มีมากมายหลายรูปได้ถ่ายทอดวิชาอาคมกรรมฐาน เช่น หลวงปู่คำคะนิง หลวงปู่บรมครูพระครูธรรมเทพโลกอุดร หลวงปู่สรวง (เทวดาเดินดิน) หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง เป็นต้น จัดได้ว่าเป็นพระที่คงแก่เรียนศึกษาปฏิบัติ เป็นที่พี่งแก่ญาติโยมและลูกศิษย์มากมาย

จาริกธุดงค์
หลวงปู่เณรคำ ได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 11 ปี และออกธุดงค์มาถึง ต.บ้านแพน อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม และได้พำนักที่บ้านแพงอยู่หลายเดือน จากนั้นได้ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติพระกรรมฐานวิชาอาคมแล้วออกธุดงค์เดี่ยวไปยัง ภูเขาควายประเทศลาว หลวงปู่เณรคำ ข้ามแม่น้ำโขงไปประเทศลาวได้พบกับ หลวงปู่คำคะนิงในถ้ำประเทศลาว ได้ถวายตัวเป็นศิษย์ปฏิบัติกรรมฐานอยู่นานถึง 6 เดือน วิชาที่ศึกษาเช่น ไสยศาสตร์ ไสยเวทย์ กรรมฐาน ทุกอย่างจนมีความเชี่ยวชาญ

พบหลวงปู่เทพโลกอุดร
จากนั้นได้จากริกธุดงค์ต่อไปที่ภูเขาควาย ท่านเล่าว่า เมื่อไปถึงชายเขาหยุดปักกลดนั่งกรรมฐานอยู่ 7 วัน ในวันที่ 6 ขณะที่นั่งกรรมฐานภาวนาจิตสงบได้ปรากฏในนิมิตมีชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ แต่งกายคล้ายกับคนเมืองบังบด พิจารณาดูในนิมิตเหมือนกับเจ้านาคที่กำลังจะขอบวชนาค ทำให้แน่ใจต้องเป็น รุกขเทวดา คงมาบอกเส้นทางธุดงค์ไปยังถ้ำภูเขาควาย ซึ่งพระธุดงค์เรียกลักษณะภายนอกที่นี่ว่า ภูเขาโค้ง มีพระกรรมฐานเข้าไปปฏิบัติธรรมเป็นประจำเสมอ

ครั้นถึงวันที่ 7 ท่านเก็บกลดหอบหิ้วอัฏฐบริขาร มุ่งหน้าไปยังภูเขาควายทันที เมื่อเข้าไปใกล้ถ้ำได้พบพระธุดงค์รูปหนึ่ง นั่งสงบนิ่งอยู่ภายในถ้ำ เป็นที่น่าศรัทธาเลื่อมใสยิ่งนัก ลักษณะการนั่งนิ่งเหมือนกับก้อนหิน คาดคะเนอายุสัก 90 ปีขึ้น จึงตัดสินใจเข้าไปใกล้ๆ แล้วก้มลงกราบท่าน มองขึ้นยังเห็นนั่งอยู่ในลักษณะเดิม เอ่ยถามตามแบบอาคันตุกะผู้มาใหม่

“หลวงปู่อยู่ในถ้ำแห่งนี้นานแล้วหรือ ชื่ออะไรครับท่าน”,br/> “พันปีตามพุทธองค์” พระธุดงค์เจ้าถิ่นตอบแล้วนั่งนิ่งเหมือนเดิม หลวงปู่เณรคำ ถามต่อว่า “หลวงปู่ชื่อว่าอย่างไร”
“อาตมาชื่อปู่เทพโลกอุดร”
คำว่า “หลวงปู่เทพโลกอุดร” ทำให้เกิดปีติอย่างแรงกล้า ก้มลงกราบทันที ขอปวารณาตัวเป็นศิษย์ได้รับเมตตาอย่างล้นเหลือ จึงอยู่ศึกษาปฏิบัติธรรมในถ้ำถึง 3 วัน ในช่วงเวลา 3 วันนั้น เสมือนมีความรู้สึกว่าได้อยู่กับหลวงปู่เทพโลกอุดรนานนับ 3 ปี ได้รับคำสอนว่า “กิเลสของเราจะเกิดขึ้นได้อย่างไรไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ใจเราแน่วแน่มั่นคงแก่นแท้ ทำให้พ้นทุกข์เรียกว่านิพพาน”

ปริศนาธรรมะ หมายถึง ธรรมะไม่เกิดจากครูบาอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนเท่านั้นอยู่ที่ตัวผู้ปฏิบัติ เกิดดวงตาเห็นธรรม...
หลวงปู่เณรคำเล่าว่า หลวงปู่เทพโลกอุดร เป็นพระอรหันต์สาวกสมัยพุทธกาล ติดตามพระพุทธเจ้ามายังภูกำพร้า ได้ประทับรอยพระบาทไว้บนแผ่นหินที่ภูเพ็ก (พระบาทขวา) ส่วนพระบาทซ้ายประทับรอยไว้ที่ภูวัว คือพระมหากัสสปะเถระเจ้า สำหรับการอบรมธรรมะที่เน้นว่า ธรรมะเกิดที่ธรรมชาติจงตั้งใจปฏิบัติให้ถึงแก่นแท้...

ฟังแล้วลึกซึ้งเป็นปริศนาธรรม ประทับใจก้มลงกราบพอเงยหน้าขึ้น หลวงปู่เทพโลกอุดร หายไปแล้วอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่รู้ไปทางไหน ได้พบเพียงเวลาสั้นๆ คุ้มค่ากับการปฏิบัติธรรมตามคำสอนเหลือเกิน

สู่เมืองบังบด
เมื่อออกจากถ้ำภูควายเดินธุดงค์ไปประมาณ 10 กิโลเมตร ได้พบกับพระธุดงค์รูปหนึ่ง ท่าทางนิ่งสงบ พิจารณาลักษณะแล้วไม่น่าจะใช่พระสงฆ์เพราะหน้าตายังอ่อนเยาว์รุ่นราวคราว เดียวกัน จึงทักทายสนทนาถูกอัธยาศัย ถามท่านว่า ชื่ออะไร พระธุดงค์รูปนั้นบอกว่า ท่านชื่อเณรแก้ว มาธุดงค์แถวนี้และธุดงค์ไปเรื่อยๆ แล้วชวนกันเดินธุดงค์ด้วยกันเข้าป่าลึก ปักกลดอยู่ริมน้ำข้างภูเขาโค้ง นั่งกรรมฐานจนดึกเที่ยงคืน จิตสงบนิ่งมีอารมณ์เป็นหนึ่ง

สักครู่หนึ่งได้ยินเสียงคนกำลังเดินมาสลับกับเสียงคล้ายคนกำลังตำข้าว เหมือนกับสถานที่นั่นมีบ้านคนอาศัยอยู่ แต่ตอนที่เดินผ่านมาไม่เห็นมีบ้านเรือนสักหลัง เห็นแต่ต้นไม้เต็มไปหมดป่าทั้งนั้น ทั้งสองรูปส่งกระแสจิตถึงกัน ท่านพูดแก่เณรแก้วว่า ประเดี๋ยวเราจะลองออกไปดูให้กระจ่าง

หลวงปู่ เณรคำออกจากกลดเดินไปเห็นชายคนหนึ่งขับเกวียนมาตามเส้นทาง ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังมีคนมาขับเกวียนอยู่อีกหรือ ถามชายแปลกหน้าว่า ที่นี่ที่ไหน? ชื่อบ้านอะไร?

ชายผู้นั้นบอกว่า ที่นี่อยู่กันมานานแล้ว มนุษย์ไม่รู้ไม่เห็น ชื่อเมืองบังบด...
รุ่งเช้าสามเณรแก้ว บอกลาหลวงปู่เณรคำ ขอแยกจาริกธุดงค์ไปสถานที่อื่นเพียงลำพังส่วนท่านเดินธุดงค์ไปถ้ำแห่งหนึ่ง ในเขต ภูเขาควาย

พระพุทธรูปทองคำ
เมื่อไปถึงปากถ้ำ ต้องตะลึงพบกับงูจงอางตัวหนึ่ง ข้างๆ มีลูกมะพร้าวลูกใหญ่อยู่ด้วยคงเป็นสมบัติอะไรสักอย่าง มันชูคอขึ้นสูงประมาณ 4 ศอกเศษๆ หลวงปู่เณรคำไม่รอช้าอธิษฐานจิต สาธุ ๆๆ รุกขเทวดา พระแม่ธรณี เจ้าป่าเจ้าเขาที่นี่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าเจ้าเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกับเรา จงทำร้ายเราได้เลย เรามาที่นี่หวังถวายชีวิตเพื่อพ้นทุกข์พระนิพพาน จากนั้นแผ่เมตตาไปให้งูจงอาง

ทันใดนั้นงูจงอางค่อยลดหัวลงต่ำแล้วเลื้อยหายไป จึงเดินเข้าไปในถ้ำ พบพระพุทธรูปทองคำ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว แปลกมากมีงูตัวหนึ่งรัดรอบองค์พระขยับไปมาแถมชูหัวขึ้นเหมือนกับจะหวงห้าม สังเกตที่หัวมีหงอนด้วย คราวนี้พอจะรู้แล้วไม่ใช่งูหรอก จึงถามไปว่า ท่านเป็นใคร? ชื่ออะไร?

“เราคือ สุรินทร์นาคราช เป็นผู้เฝ้าถ้ำแห่งนี้มานานนับร้อยปี”
หลังกล่าวจบได้กลายร่างเป็นมนุษย์ จึงได้นิมนต์หลวงปู่เณรคำเข้าไปในถ้ำ พบก้อนศิลา 2 ก้อน ทันใดนั้นได้เกิดเหตุการณ์สุดอัศจรรย์ศิลาก้อนใหญ่น้ำหนักมหาศาลที่ปิดถ้ำ ได้เปิดออก มองเข้าไปข้างใดเห็นเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ภายในมีทองคำ เพชรนิลจินดาเป็นจำนวนมากมายมหาศาล
แต่หลวงปู่เณรคำไม่ได้มีความสนใจ หรือเกิดความโลภในทรัพย์สมบัติเหล่านั้นแม้แต่น้อย

ในขณะที่กำลังเดินสำรวจภายในอยู่นั้น พลันสายตาได้ไปเห็นหีบทองคำใบหนึ่งอย่างสะดุดตา ลักษณะของหีบทองคำใบนั้นภายนอกแกะสลักได้อย่างวิจิตรพิศดารเป็นลวดลายสิบสอง ราศี ตรงกลางมีพระทองคำ 2 องค์ ยืนถือพัดและนั่งคู่กันอยู่ โดยมีพระอีกห้าองค์อยู่บนหลังเต่าล้อมพระทองคำอยู่ จึงได้เปิดหีบทองคำเพื่อจะดูภายในหีบว่ามีอะไรให้พิศวง! อีกหรือไม่
พบ แต่เพียงผ้าจีวรสีดำย้อมด้วยยางประดู่และใบลานโบราณสองกุวางซ้อนกันอยู่ ในใบลานจารึกอักษรโบราณพิจารณาดูแล้วเป็นภาษาก้อม(เป็นภาษากลอนโบราณ) ภายในใจของหลวงปู่เณรคำฉุกคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งของสำคัญ จึงได้มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้

หลวงปู่เณรคำจึงเอ่ยกับสุรินทร์นาคราชโดยมิได้บังอาจลบหลู่ล่วงเกิน
สุรินทร์ นาคราชเอ่ยยกใบลานและผ้าจีวรสีดำให้กับหลวงปู่เณรคำ(สุรินทร์นาคราชได้เฝ้า รักษาของทั้งสองสิ่งมานานเพื่อมอบให้กับเจ้าของที่แท้จริง)

หลวงปู่เณรคำได้นำใบลานโบราณขึ้นอ่าน แต่อักษรในใบลานเป็นอักษรที่หลวงปู่ไม่เคยเห็นจึงอ่านไม่ออก จิตในขณะนั้นจึงได้อธิษฐานถึงชาติปางขอให้อ่านอักษรได้ง่าย หลังคำอธิษฐานจบเหมือนเนรมิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสิ่งมหัศจรรย์ท่านเมตตา ได้บังเกิดขึ้นเป็นคำรบที่สอง อักษรในใบลานได้เปลี่ยนเป็นภาษาลาว หลวงปู่เณรคำจึงรู้ได้ในทันทีว่าเป็นคาถาคู่บารมี

ใบลานกุแรกเป็นคาถาย่นแผ่นดิน ซึ่งมนุษย์ทั่วไปยากที่จะมีไว้ครอบครอง กุที่สองเป็นคาถากายทิพย์ ส่วนกุที่สามเป็นคำทำนายโลก คงเป็นโชคดีของลูกหลานที่หลวงปู่เณรคำได้พบใบลานนี้จึงได้ศึกษาตำราในใบลาน เป็นเวลาหลายปีจนสำเร็จ ส่วนผ้าสีดำที่อยู่ในหีบทองคำนั้นหลวงปู่เณรคำได้เอาคลุมกายแล้วจึงออก ธุดงค์ต่อไป
บันทึกการเข้า

sakda
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 25
สมาชิกลำดับที่ 1147


| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์, 2553, 05:30:50 »

ส่วนประสบการณ์นั้นผมเจอเต็มๆครับ ขนาดว่า รถบิน ชนกำแพงกลางถนนสายเอเชีย กม 88 แต่รถไม่พลิกคว่ำ ล้อหลังโช๊คหัก ล้อหน้ายางแตก ประตูรถต้องงัดออกมาครับ กระจกหน้าร้าวทั้งคัน รถหมุนตีกลับจากเลนขวาสุดหันกลับมาอยู่เลนกลาง รถคันหลังวิ่งมาฉากหลบได้ทันหมดทุกคัน ในตัวมีพระกริ่งนาคราช และภาพบูชาขนาดเล็กของหลวงปู่เณรคำติดตัวครับ วันนี้รถยังอยู่สิงห์บุรีอยู่อู่ หนึ่งการาจ ยังไม่ได้เอาออกมาเลยครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: