Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 ธันวาคม, 2557, 22:11:40

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เชิญชวนประชาชนร่วมทำความดี บริจาคโลหิตถวายพ่อของแผ่นดิน  (อ่าน 3067 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์, 2553, 23:54:54 »

สภากาชาดไทย เชิญชวนประชาชนร่วมทำความดี บริจาคโลหิตถวายพ่อของแผ่นดิน



สภากาชาดไทย    จัดโครงการ “ประชาชนชาวไทย  ทำความดีบริจาคโลหิตถวายพ่อของแผ่นดิน ”  เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา”   น้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  การบริจาคโลหิตเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่  ได้ช่วยให้คนรอดตายไว้ได้มาก   ให้ช่วยกันบริจาคโลหิตเป็นประจำ   ไม่ใช่เพียงแค่บริจาคเฉพาะครั้งนี้   โดยเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง 2 ปี  ตั้งแต่ปี 2553-2554   

นายแผน  วรรณเมธี  เลขาธิการสภากาชาดไทย  เปิดเผยว่า   เนื่องในโอกาสมหามงคลที่      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา  ในปีพุทธศักราช 2554        สภากาชาดไทย ได้จัดโครงการ “ประชาชนชาวไทย ทำความดีบริจาคโลหิตถวายพ่อของแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ภูมิพลอดุลยเดช   เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ”  เพื่อเป็นโครงการหลักประจำปี 2553-2554   และเพื่อน้อมรับกระแสพระราชดำรัส   ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม  2507     ทรงมีพระราชดำรัสชมเชยการบริจาคโลหิตว่า   เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ได้ช่วยให้คนรอดตายไว้ได้มาก แม้มีเงินก็ช่วยอะไรไม่ได้  หากไม่มีคนใจกุศลเช่นนี้  การบริจาคโลหิตดูโดยเผินๆ ก็น่ากลัวอันตราย แต่ที่จริงแล้วไม่มีอันตราย มีแต่ประโยชน์แก่ผู้ให้และผู้รับ  ให้ช่วยกันบริจาคโลหิตเป็นประจำ   ไม่ใช่เพียงแค่บริจาคเฉพาะครั้งนี้   

แพทย์หญิงสร้อยสอางค์  พิกุลสด  ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ    กล่าวเพิ่มเติมว่า  องค์การอนามัยโลก   ได้ประมาณการใช้โลหิตแต่ละประเทศว่า ควรมีโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในปริมาณที่เพียงพอแก่ความต้องการ  คือ  ร้อยละ 3 ของประชากร      ในประเทศไทย ต้องจัดหาให้ได้  1.95  ล้านยูนิต    แต่ในปัจจุบันทั้งประเทศ มีเพียงร้อยละ 2.8 ของประชากร   ซึ่งยังคงไม่เพียงพอและไม่สม่ำเสมอสำหรับผู้ป่วย   ในปี2551 ได้รับโลหิตบริจาคทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น  1.7 ล้านยูนิต  เป็นโลหิตจากผู้บริจาคด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ร้อยละ 94   และ เป็นโลหิตจากผู้บริจาคโลหิตทดแทนให้ญาติพี่น้อง   ร้อยละ 6   และ  องค์การอนามัยโลก ยังได้ตั้งเป้าหมายการจัดหาผู้บริจาคโลหิต  ไว้ว่าในปี ค.ศ.2015 หรือ พ.ศ.2558    โลหิตทุกยูนิตที่ได้รับจากการบริจาค  จะต้องได้มาจากผู้บริจาคด้วยความสมัครใจ ไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน  100 %       

คาดว่าการจัดโครงการฯภายใน 2 ปี จะสามารถกระตุ้นให้ผู้บริจาคโลหิตปีละครั้งบริจาคโลหิตเป็นประจำ    รวมทั้ง  ผู้ที่เคยบริจาคโลหิตให้แก่ญาติพี่น้อง    ซึ่งยังเป็นกลุ่มที่ยังมีสุขภาพดีสามารถบริจาคโลหิตได้ กลับมาบริจาคโลหิตให้แก่ผู้อื่น       ส่งผลให้การจัดหาโลหิตประสบความสำเร็จตามเป้าหมายภายในระยะเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า   

สามารถบริจาคโลหิตในโครงการฯ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สาขาบริการโลหิตในกรุงเทพฯ ส่วนภูมิภาค   บริจาคได้ที่ เหล่ากาชาดจังหวัดทุกจังหวัด สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2263 9600-99 ต่อ 1760,1761 หรือโทร. 0 2256 4300
บันทึกการเข้า




--ปู-- เปรี้ยว ^__^
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 361
สมาชิกลำดับที่ 4416


| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์, 2553, 00:22:40 »

.......อยากบริจาคด้วยจัง...แต่อยู่ในระยะที่...สุนัขกัด...ซะด้วย...
บันทึกการเข้า

ไม่รู้ว่าน้ำหรือไฟ แต่รู้ว่าไม่เคยหวั่น ถ้ามันจำเป็น...ก็ร้าย ^ ^

ม่อน
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 130
สมาชิกลำดับที่ 3837


| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2553, 20:26:56 »


เกิดมาเป็นคนทั้งที ถ้ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ควรหาโอกาสบริจาคเลือดสักครั้งก็ยังดี (จะมีครั้งต่อๆไปหรือไม่ ก็แล้วแต่จิตศรัทธาและวาสนาของแต่ละคน) เคยเห็นหลายคน อ้างโน่นอ้างนี่ (ส่วนใหญ่จะเป็นเหตุผล "กลัวเข็ม")  ยังคิดในใจ  ว่าจะกลัวไปทั้งชาติเลยไหม ? กลัวอะไรก็ต้องยิ่งเดินเข้าหา มันจะได้หายกลัว  เข็มเล่มนิดเดียวยังแพ้  แล้วยังจะมีหน้าไปชนะอะไรได้.. 

การบริจาคเลือด บริจาคอวัยวะ บริจาคร่างกาย  คือ การให้ที่เหนือกว่าการให้เงินทองของมีค่าใดๆ   ยิ่งให้ด้วยความเต็มใจ  ยิ่งสุขใจทวีคูณ แค่คิดว่าเลือด เนื้อของเรา  สามารถช่วยชีวิตผู้อื่นได้  ก็รู้สึกดีมากมายแล้ว..ไม่ต้องรอวันพ่อ ไม่ต้องรอวันแม่ ไม่ต้องรอวันสำคัญไหนๆ  หากมีใจเสียสละ และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ก็สามารถบริจาคได้สม่ำเสมอทุกๆ 3 เดือน.. 

ในธนาคารเลือดของสภากาชาดไทย ซึ่งควรจะมีเลือดเก็บสะสมอยู่อย่างมากมาย  จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่า ส่วนใหญ่ในคลังแห่งนั้นมักจะมีแต่ความว่างเปล่าอยู่เสมอ  เพราะคนบริจาคเลือดกันน้อย เลือดจึงไม่เคยพอ ..สถานการณ์แบบนี้ เป็นวิกฤตตลอดกาลของสภากาชาดไทย  แต่จะเป็นวิกฤตที่เยียวยาได้ ถ้าคนในชาติริเริ่มปลูกจิตสำนึกแห่งการให้ด้วยใจเสียสละ ให้ด้วยใจรักเพื่อนร่วมชาติ..ใครมันจะคิดไม่ได้ ห้ำหั่นกันด้วยอาวุธให้เลือดตกยางออกกันต่อไป ก็คงต้องปล่อยมันไป.. แต่สำหรับใครที่คิดดีๆได้ น่าจะเริ่มต้นทำดีด้วยการบริจาคเลือดสม่ำเสมอทุก 3 เดือน  กันนะคะ..   


 
บันทึกการเข้า

ความเป็นมาในอดีต ความเป็นไปในอนาคต
ไม่สำคัญเท่ากับ ความเป็นอยู่ ในปัจจุบัน

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: