Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
14 พฤศจิกายน, 2561, 12:08:34

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ / วินิจ รังผึ้ง  (อ่าน 2272 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์, 2553, 18:03:41 »

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ / วินิจ รังผึ้ง
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000014506




เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสเดินทางไปภูเก็ต เที่ยวนี้ไม่ได้ไปดำน้ำ ไม่ได้ไปเดินชายหาดหรือไปสัมผัสน้ำทะเลเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะมีเวลาอยู่ภูเก็ตไม่มากนักเนื่องจากเดินทางมากับคณะดูงานของนักศึกษาหลักสูตรจิตวิทยาฝ่ายอำนวยการรุ่นที่ 106 ของสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นการดูงานศึกษาภูมิประเทศและสังคมในเส้นทางภาคใต้ไล่กันมาตั้งแต่จังหวัดตรัง ภูเก็ต พังงา ระนอง โดยมีพลตรีดุษฎี รามสมภพ ผู้อำนวยการสถาบันฯทำหน้าที่ผู้อำนวยการเดินทาง มาภูเก็ตเที่ยวนี้ผมประทับใจกับพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอกะทู้ แม้นจะเป็นพิพิธภัณฑ์สร้างขึ้นใหม่ แต่ก็ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ได้น่าสนใจยิ่ง และน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางปัญญาที่ทรงคุณค่ายิ่งอีกแห่งของภูเก็ต
       
       การเดินทางมาศึกษาดูงานที่ภูเก็ตครั้งนี้นอกจากจะศึกษาภูมิประเทศ สภาพสังคม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ตแล้ว ทางสถาบันจิตวิทยาความมั่นคงยังเน้นการศึกษาเกี่ยวกับความเข้มแข็งของการบริหารงานในท้องถิ่น ซึ่งองค์กรท้องถิ่นที่เราเข้าไปศึกษาก็คือเทศบาลเมืองกะทู้ซึ่งมีนายกเทศมนตรีชัยอนันต์ สุทธิกุล คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงเป็นผู้นำ พร้อมทั้งทีมงานที่เข้มแข็งกับนโยบายการบริหารงานที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์อันเฉียบคม โดยมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งของชุมชนและท้องถิ่นด้วยการสร้างฐานทางการศึกษาให้แข็งแกร่ง
       
       คุณชัยอนันต์เล่าว่าชาวกะทู้และชาวภูเก็ตนั้นจะต้องแสวงหาความรู้เสริมปัญญาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับตนเองและชุมชน เพื่อแข่งขันกับการพัฒนาและการเติบโตไปอย่างรวดเร็วของภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันไม่ได้แข่งกันเองระหว่างธุรกิจท้องถิ่น หรือธุรกิจในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังต้องแข่งขันกับธุรกิจข้ามชาติที่หลั่งไหลเข้ามาในภูเก็ตอีกด้วย หากชาวภูเก็ตอ่อนด้อยในเรื่องความรู้และปัญญา ก็จะไม่สามารถรักษาทรัพยากรและจิตวิญญาณของท้องถิ่นเอาไว้ได้ ในอดีตเคยมีลูกนายหัวที่รุ่นพ่อรุ่นแม่ทิ้งกิจการและทรัพย์สินไว้ให้นับพันล้าน แต่ก็ไม่สามารถจะดูแลรักษาไว้ได้ ในที่สุดก็หมดเนื้อหมดตัว ซึ่งนั่นเป็นตัวอย่างอันน่าเจ็บปวดที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

 

 
 
       การพัฒนาของเทศบาลเมืองกะทู้ในปัจจุบัน จึงได้มุ่งเน้นนโยบายพัฒนาด้านการศึกษามาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่การศึกษาก่อนวัยเรียนซึ่งจัดให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนในทุกชุมชน พร้อมทั้งเร่งยกระดับการศึกษาด้วยการถ่ายโอนโรงเรียนในพื้นที่เข้ามาสังกัดเทศบาล เพื่อที่จะทุ่มเทงบประมาณ ยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ทันสมัย มีการส่งเสริมเพิ่มทักษะการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการประกอบวิชาชีพของนักเรียนในอนาคต โดยวางเป้าหมายที่จะเป็นโรงเรียนตัวอย่างของการถ่ายโอนด้านการศึกษาสู่องค์กรท้องถิ่นเลยทีเดียว
       
       นอกจากนี้เทศบาลเมืองกะทู้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน ให้มีสิ่งสาธารณูปโภคที่สมบูรณ์ มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน มีการเร่งติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดทั่วจุดสำคัญของชุมชน ที่สำคัญเทศบาลเมืองกะทู้ยังเน้นส่งเสริมด้านกีฬาและการออกกำลังกายให้กับชุมชนด้วยการสร้างลานกีฬา สนามกีฬา และสถานที่ออกกำลังกายให้กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆของชุมชน ได้รับฟังการบรรยายสรุปแล้วก็อยากจะมาเป็นชาวกะทู้ด้วยจริงๆครับ
       
       ด้านการพัฒนาท่องเที่ยวนั้นเทศบาลกะทู้เขาก็เน้นการพัฒนาท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ซึ่งเทศบาลกะทู้นั้นเขาไม่ได้มีพื้นที่ติดทะเลอย่างเทศบาลป่าตองหรือกมลา จึงเน้นส่งเสริมด้านประเพณีวัฒนธรรม เพราะกะทู้เป็นชุมชนดั้งเดิมที่เป็นต้นตำรับของประเพณีกินผักหรือประเพณีกินเจอันโด่งดังของภูเก็ต ด้วยกะทู้เป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของการทำเหมืองแร่ดีบุกในภูเก็ต เป็นแหล่งเหมืองแร่ดีบุกในยุคแรกๆ จึงมีนายเหมืองและกรรมกรชาวจีน ที่อพยพมาจากสิงคโปร์ ปีนัง มาตั้งหลักแหล่งกันมากมาย และได้นำเอาประเพณีกินเจเข้ามาถือปฏิบัติสืบต่อกันมาด้วย ซึ่งทุกวันนี้ในช่วงเทศกาลกินเจหรือเทศกาลกินผักของภูเก็ตในเดือนตุลาคมเทศบาลเมืองกะทู้จึงจัดงานและจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่
       
       ภูเก็ตนั้นมีชื่อเสียงในด้านเป็นแหล่งแร่ดีบุกมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยในยุคแรกเริ่มนั้นชาวเกาะขุดหาแร่ดีบุกที่เรียกกันว่า "ตะกั่วดำ" ไปขายหรือแลกเปลี่ยนกับสินค้าที่ล่องมาทางเรือ ภูเก็ตเริ่มมีชุมชนใหม่ๆเกิดขึ้นตามแหล่งแร่ เช่นชุมชนกะทู้ที่เริ่มมีการทำเหมืองขนาดใหญ่ ซึ่งระยะแรกๆก็จะใช้แรงงานคนขุดและหาบแร่เป็นหลัก กระทั่งเข้าสู่ยุคที่โลกมีความต้องการแร่ดีบุกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมีการค้นพบว่าเมื่อนำดีบุกมาเคลือบเหล็กก็จะช่วยป้องกันสนิมในเหล็กได้เป็นอย่างดีเรียกว่า "เหล็กวิลาศ" ทำให้ดีบุกมีราคาสูง กิจการเหมืองแร่ดีบุกของภูเก็ตเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการนำเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้งาน มีการอพยพแรงงานชาวจีนเข้ามาทำเหมืองกันอย่างมากมาย และมีการทำเหมือนในรูปแบบต่างๆอย่างเหมืองแล่น เหมืองรู เหมืองหาบ เหมืองฉีด และเหมืองแบบเรือขุดในทะเล

 

 
 
       ภูเก็ตเป็นดินแดนที่มีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์มากถึงขนาดเล่ากันเล่นๆว่า ถนนสายแรกๆบนเกาะภูเก็ตนั้น ดินหินที่นำมาถมทำถนนก็ยังมีแร่ดีบุกผสมอยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นถนนสายที่มีราคาแพงที่สุดในเมืองไทยเลยทีเดียว แต่ทุกสิ่งในโลกก็ไม่จีรังยั่งยืน เมื่อโลกพัฒนาค้นพบโลหะผสมชนิดใหม่ๆ ที่หาได้ง่ายกว่าและมีคุณสมบัติที่ดีกว่า รวมทั้งมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า แร่ดีบุกก็ลดคุณค่าลง ราคาดีบุกตกต่ำจนไม่คุ้มค่ากับการทำเหมือง ซึ่งก็เหมือนเป็นโชคดีของภูเก็ต เพราะหลังจากดีบุกซบเซา ภูเก็ตก็ก้าวเข้าสู่ยุคเกาะสวรรค์แห่งการท่องเที่ยว ก็ลองหลับตานึกดูซิครับ หากดีบุกยังราคาดี และยังทำเหมืองกันทั้งเกาะใครจะมาเที่ยว เกาะทั้งเกาะก็คงถูกขุดเจาะกันจนพรุน น้ำทะเลใสๆหาดทรายขาวๆก็คงถูกเรือขุดแร่ขุดก่นเอาโคลนเลนจากก้นทะเลขึ้นมาละเลงให้ขุ่นคลุ้งเป็นโคลนตมไปหมด
       
       ทุกวันนี้แม้นจะไม่มีเหมืองแร่ดีบุกให้เห็น และคนรุ่นใหม่ของภูเก็จอาจจะนึกภาพขุมเหมืองไม่ออก แต่ก็ยังโชคดีครับที่เทศบาลเมืองกะทู้ได้เล็งเห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์หน้านี้ของภูเก็ต และได้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ตแห่งนี้ขึ้น โดยสร้างขึ้นมาบนพื้นที่ขุมเหมืองเก่าที่ภายนอกยังมีร่องรอยของการทำเหมือง มีลำรางลำเรียงแร่ และทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ถูกขุดดินนำแร่ขึ้นมา รวมทั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีสอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต ซึ่งภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ สภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวภูเก็ตไว้ได้อย่างน่าสนใจ เป็นพิพิธภัณฑ์แนวใหม่ที่ สามารถจะถ่ายภาพได้ ชม สัมผัสได้อย่างใกล้ชิด และที่นี่ยังมีห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือและสื่อสมัยใหม่หลากหลายรูปแบบที่จะให้ความรู้และเป็นแหล่งค้นคว้าศึกษาวิจัยของนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้อย่างดียิ่ง
       
       หากมีโอกาสเดินทางไปภูเก็ตก็อย่างพลาดที่จะแวะเข้าไปเที่ยวชมกันนะครับ แล้วท่านจะรู้จักอำเภอกะทู้ รู้จักภูเก็ต รู้จักเหมืองแร่ดีบุก ได้อย่างแจ่มชัดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: