Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 กรกฎาคม, 2557, 08:34:08

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  (อ่าน 19267 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 07 มกราคม, 2553, 20:52:56 »

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2497 มีชื่อเล่นว่า ตู่ หรือที่สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กตู่" จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23 ชีวิตราชการทหารรับราชการอยู่ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ ทหารเสือราชีนี มาโดยตลอด โดยเริ่มมาจากตำแหน่งผู้บังคับการกองพัน จนถึงผู้บังคับการกรม จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และรับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1

ในเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนั้นที่มียศพลตรี (พล.ต.) เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการยึดอำนาจ ด้วยรับคำสั่งตรงจาก พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ยศในขณะนั้น) แม่ทัพภาคที่ 1

หลังจากนั้นเมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ได้เลื่อนยศขึ้นเป็น พลโท และรับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายทหารที่มีความสนิทสนมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน ด้วยความเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาตลอดในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้นับถือ พล.อ.อนุพงษ์ เหมือนพี่และเสมือนกับอาจารย์คนหนึ่งของตน

ในเหตุการณ์การเมืองหลังการรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์หรือให้ความเห็นในลักษณะท้าชนกับขั้วอำนาจเก่าเสมอ ๆ และเป็นผู้ที่ถูกจับตามองว่าจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกต่อจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่จะเกษียณอายุไปในปี พ.ศ. 2553

พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายทหารที่มีบุคลิกที่อ่อนนุ่ม โดยมักติดคำว่า "นะจ๊ะ" ต่อท้ายการพูด จึงได้รับอีกชื่อหนึ่งจากสื่อมวลชนว่า "ตู่นะจ๊ะ" ชีวิตส่วนตัวสมรสกับรองศาสตราจารย์ นราพร จันทร์โอชา อาจารย์ประจำสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุตรสาว 2 คน คือ น.ส.ธัญญา จันทร์โอชา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา

บันทึกการเข้า




นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 07 มกราคม, 2553, 20:54:34 »

“พลโทประยุทธ์ จันทร์โอชา” แม่ทัพฯ “หัวใจสีม่วง”


--------------------------------------------------------------------------------

  Positioning Magazine   มิถุนายน 2551



เครื่องหมายเชิดชูเกียรติเกียรติทำด้วยโลหะประดับหน้าอก เป็นรูปหัวใจสีม่วงประดับพระนามาภิไธยย่อ สก. หมายถึง ผู้บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์สุจริต และจริงใจ เพราะผู้ที่ใกล้ตาย หัวใจจะกลายจากสีแดงเป็นสีม่วง ในห้วงเวลาที่คนใกล้ตาย ย่อมไม่พูดปด หรือปิดบังสิ่งใด ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ทรงพระราชทานหัวใจสีม่วงนี้แก่กำลังพล ด้วยมุ่งหวังให้ทหารเสือทุกนายมีความซื่อสัตย์สุจริต และจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ส่วนรูปเสือประคองหัวใจสีม่วง หมายถึง กำลังพลทหารเสือทุกนายที่เทิดทูนความซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักภักดีแทบเบื้องพระยุคลบาท ภูเขา เกลียวคลื่น ก้อนเมฆ หมายถึง ทุกหนแห่ง ไม่ว่าบนฟ้า พื้นดิน ภูเขา หรือในทะเล ทหารเสือทุกนายพร้อมดั้นด้นไปเพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของชาติ และองค์พระมหากษัตริย์

เหล่านั้นเป็นข้อมูลที่สรุปความเป็นทหารเสือราชินีไว้ได้อย่างกระชับ ภายใต้เข็มเครื่องหมายที่ทุกคนทราบกันดี !!

เป็นเครื่องหมายที่จะมีการพระราชทานให้ทหารที่จบหลักสูตรทหารเสือของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งได้รับการเคียวกร่ำให้จากการฝึกพิเศษอย่างหนัก

ว่ากันว่า “ทหารพันธุ์นี้” มีความจงรักภักดีอยู่ในจิตวิญญาณอย่างถึงแก่น ตามแบบฉบับที่เคยปรากฏในอดีต อย่าง พ.ท.ณรงค์เดช โพธินันทเดช ทหารเสือราชินีผู้เลื่องชื่อในการถวายอารักขาจากเหตุการณ์เมษาฮาวาย แต่ในที่สุดก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ท่ามกลางคำถามที่ไม่มีคำตอบ

หลังเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 ชื่อของ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 อาจไม่ดังเป็นพลุแตกอย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หรือ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1ในขณะนั้น หัวใจสำคัญในการคุมกำลังรัฐประหาร

แต่ “วงใน” ทราบดีเขาผู้นี้มี “ต้นทุน” ขนาดไหน...

แม้จะอยู่ในตำแหน่ง รองแม่ทัพภาคที่ 1 แต่สายใยความเชื่อมโยงกับกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ “นักรบบูรพา” ขุมกำลังอันมหาศาลที่เข้าร่วมก่อการครั้งนั้นยังแข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้นความใกล้ชิดระหว่าง พล.ท.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ ในช่วงก่อนการ “ปฏิวัติ” เรียกได้ว่า “แน่นปึ้ก-แข็งปั๋ง”

ที่สำคัญคือ “สายสัมพันธ์” ที่มีต่อ “ฟ้า” ตัวจริง มีเขาเป็น “สื่อ”

จึงไม่แปลกหากมีหลายคนเมาท์ว่า วันนี้เก้าอี้ของ พล.อ.อนุพงษ์ จะมีชื่อของ “บิ๊กตู่” หรือ พล.ท.ประยุทธ์ ผู้นี้เป็นผู้ออกแรงดันให้อีกแรง...

และ “บิ๊กตู่” จะกลายเป็น “เด็กสร้าง” ของ “บิ๊กป็อก” ในการขึ้นสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.ในไม่ช้า...

ด้วยจังหวะเวลา พล.ท.ประยุทธ์ได้ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมๆ กับเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของเขาที่เริ่มขยับขึ้นมาคุมกำลังหลักในกองทัพ โดยเฉพาะในกองพลสำคัญที่มีส่วนในการปฏิวัติ

ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.วิลาส อรุณศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ พล.ต.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน พล.ท.ธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย พล.ต.วรรณทิพย์ ว่องไว รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นต้น ไม่นับรวมถึง พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี

เป็นสถานการณ์ที่ไม่แตกต่างจากช่วงที่ ตท.10 เฟื่องฟูในยุค “ทักษิณ” เรืองอำนาจ แต่ที่ต่างคือมี “คุณภาพ” เหนือ “ปริมาณ”

ทำให้เขาตกเป็นเป้าทั้งจาก “ฝ่ายตรงข้าม” และ “ฝ่ายเดียวกัน”

และเป็นธรรมดา ที่ว่า หากอำนาจใดที่ “โตเดี่ยว” ย่อมเสี่ยงต่อภาวะ Out of control ทำให้มีความพยายามในการจำกัดวงอำนาจไม่ให้ขยายไปมากกว่าที่เป็นอยู่

แต่ด้วยความเป็นนายทหารที่ “ซื่อตรง” ทำงานแบบ “หัวชนฝา” เขาทำให้ “นาย” เชื่อใจได้ไม่ยากว่า ทหารเสือราชินีไม่ได้เป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูง ที่พร้อมจะฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน

“ตู่ มันประเภทม้างาน สั่งมาร้อย ต้องทำให้เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ประเภทมักใหญ่ใฝ่สูง คิดการใหญ่ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว อยู่ตรงไหน อยู่ตรงนั้น ไม่หักหลังคนอื่น มีแต่คนที่จะหลอกมัน แต่ที่สุดๆ คือมันจงรักภักดีและชีวิตพลีเพื่อสถาบันแล้ว” เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 เล่าให้ฟัง

และท่าที และท่วงทำนองของเขาก็รับประกันได้ว่าสิ่งที่เพื่อนได้พูดไว้ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย เพราะเขากลายเป็นด่านหน้าในการออกมาปกป้องเกมการดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้องกับการเมืองแบบสุดตัว

“ทหารก็มีหน้าที่รักษาอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง และพิทักษ์รักษาสถาบันให้อยู่อย่างยั่งยืน ในฐานะคนไทยทุกคนต้องระลึกเสมอว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีพระคุณต่อแผ่นดินอย่างไร” พล.ท.ประยุทธ์ กล่าว

และแม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงไรแต่เขาก็ไม่เคยปริปากบ่น แม้กระทั่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ก็เคยเอ่ยปากถามว่า “เหนื่อยไหมแม่ทัพตู่” ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาไม่มีทั้งคำว่า “เหนื่อย” หรือ “ไม่เหนื่อย”

“ผมยังทำไหวครับ” พล.ท.ประยุทธ์ กล่าวกับ พล.อ.เปรม

จากนายทหารรูปร่างสูงใหญ่ ปรากฏว่าปัจจุบันน้ำหนักลดฮวบลงไป 17 กิโลกรัม ที่ทำให้หน้าตาและร่างกายซูบผอมกว่าเมื่อครั้งที่เข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ในช่วงแรกๆ เหตุเพราะในแต่ละวันเฉลี่ยแล้วได้นอนวันละ 3-4 ชม. เท่านั้น

ที่สำคัญยังตกเป็นเป้าให้ฝ่ายการเมืองที่ “โยนหิน” เรื่องการทำปฏิวัติมาที่เขาเต็มๆ !!

“อยากให้ทำความเข้าใจว่าทหารมีหน้าที่ในการเตรียมกำลัง ซึ่งต้องมีหน้าที่ในการฝึกหัด ต้องใช้สนามฝึก มีการฝึกเวลากลางคืนบ้าง ไม่ได้ฝึกเพื่อไปเตรียมการปฏิวัติ เพราะฉะนั้นอยากให้เลิกพูดคำว่าปฏิวัติเสียที เราทำหน้าที่ในกรอบของกองทัพบก จึงขอให้ทหารทำหน้าที่ด้วยความสบายใจ ทหารและการเมืองเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้น อย่าถามว่าจะเกิดอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร ผมคิดว่ามันไม่เกิดง่ายๆ หรอกครับ ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าบ้านเมืองต้องการอะไร ก็อยากฝากสื่อว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย อย่าถอยหลังกลับไปอีกเลย สถานการณ์ใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ก็ให้ช่วยหยุดกันไว้ ขอร้องกันไว้”

เป็นคำกล่าวให้สัมภาษณ์ที่ชัดถ้อยชัดคำแม้จะพูดเร็ว แต่เนื้อหาโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน มีความชัดเจน !!!!!

จนคนฟังอาจจะผิดคาด และคิดตามว่า “นายทหาร” มาดอ่อนนุ่มที่มักทิ้งท้ายด้วยคำว่า “นะจ๊ะ” อยู่เป็นนิจ จะพูดจาให้สัมภาษณ์ “แมนๆ ” ด้วยท่วงทำนองที่ชัดเจน หรือเพลย์เซฟให้ตัวเองดูดี อยู่รอดปลอดภัยในสถานการณ์ที่แบ่งขั้วเลือกข้างในขณะนี้

อาจเป็นเพราะว่า “เขาเกิดมา” เป็นลูกผู้ชายหัวใจสีม่วง (ที่ไม่ใช่ผู้ชายสีม่วง) ที่พร้อมพลีชีพเพื่อสถาบันอันเป็นที่รักได้ทุกลมหายใจ โดยไม่กลัวว่าจะต้องตกเป็นเป้าทางการเมืองของใคร...


Profile

Name :
พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1
Age : 54 ปี

Education :
โรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 12
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23

Career Highlights :
-ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-เสนาธิการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-รองแม่ทัพภาคที่ 1
-แม่ทัพภาคที่ 1

Family :
ภริยา รองศาสตราจารย์ นราพร จันทร์โอชา บุตรสาว 2 คน คือ น.ส.ธัญญา จันทร์โอชา และน.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 07 มกราคม, 2553, 20:58:43 »

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา The candidate


--------------------------------------------------------------------------------
สุกรี แมนชัยนิมิต
Positioning Magazine   พฤษภาคม 2552

ขณะที่ม็อบเสื้อแดงกำลังเหิมอย่างหนัก ถึงขั้นบุกที่ประชุมอาเซียนซัมมิต พัทยา ไล่ทุบรถนายกรัฐมนตรี ภายในพื้นที่กระทรวงมหาดไทย โดยมีคำถามมากมายถึงการปล่อยเกียร์ว่างของทหารบางหน่วย และตำรวจ จนเหตุการณ์บานปลาย แต่แล้วรัฐบาลอภิสิทธิ์ พลิกเกมกู้สถานการณ์กลับดีขึ้น และอยู่ในการควบคุมของทหารและรัฐบาลได้ ปิดฉากสงกรานต์เดือดโดยไม่เกิดความรุนแรง หากไม่ใช่เพราะ”บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” เสนาธิการทหารบก อาจจะไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งขนาดนี้

“บิ๊กตู่” ถือเป็นน้องคนเล็กที่เตรียมเติบโตต่อจากพี่ใหญ่ 2 บิ๊กป.ผู้ทรงอิทธิพล คือบิ๊กป้อม “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกลาโหม และ “บิ๊กป็อก” ”พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผู้บัญชาการทหารบก ที่พี่ทั้งสองพร้อมผลักดันให้เขาขึ้นเป็นผบ.ทบ.คนใหม่ต่อจากพลเอกอนุพงษ์ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2553

ด้วยความไว้วางใจในฐานะ”น้อง”ที่เติบโตมาในสายบูรพาพยัคฆ์เหมือนกัน เป็นทหารเสือราชินีเช่นเดียวกับรุ่นพี่ ทำให้ไม่ว่ารุ่นพี่จะเดินไปทางไหน โดยเฉพาะพลเอกอนุพงษ์ที่ “บิ๊กตู่” ให้ความนับถืออย่างมาก พี่ป๊อกว่าอย่างไรก็พร้อมว่าตามกัน แม้ในสถานการณ์แดงเดือด ที่พลเอกอนุพงษ์ต้องระแวดระวัง กลัวมือเปื้อนเลือดจบไม่สวยในเก้าอี้ผบ.ทบ. จนทำให้คนภายนอกเกิดความหวาดระแวง “บิ๊กตู่” ก็สามารถช่วยกู้สถานการณ์ ล้างภาพทหารเกียร์ว่างให้พี่ป๊อกได้

ที่มาของเกียร์ว่าง นอกจากเหตุผลที่ไม่อยากเป็นจำเลยของทหารและตำรวจแล้ว ยังเป็นเพราะหลังจากที่ประชุมอาเซียนซัมมิตพังพาบลง “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ น้องชายแท้ ๆ ของบิ๊กป้อม ถูกนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะตำหนิจนเสียหน้าไปถึง”บิ๊กป้อม”ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมเดียวกัน

แต่เมื่อได้บทเรียนราคาแพง ถูกไล่ล่าทุบรถที่กระทรวงมหาดไทย หลังใช้เป็นสถานที่ประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน “อภิสิทธิ์ และ”สุเทพ เทือกสุบรรณ”ไหวตัวทัน และรู้ว่า”เอาไม่อยู่แล้ว” จึงต้องดึงทหารเข้ามามากขึ้น

ภาพของทหารที่ใจเย็น อดกลั้นต่อการชุมนุม มาจากการจัดหาของพลเอกประยุทธ์ ที่นำเข้าทหารทหารจากต่างจังหวัดที่มีวินัย มีขั้นตอนในการจัดการฝูงชน ปิดล้อมกดดันจนม็อบเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุมด้วยตัวเอง และระหว่างนั้น หากไม่มีสถานที่อบอุ่นปลอดภัยเป็นเซฟเฮาส์สำหรับ”อภิสิทธิ์” และ”สุเทพ” ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดี สถานที่ที่บรรดาบิ๊ก ๆ พักอยู่ เหตุการณ์อาจไม่ราบรื่นอย่างที่เห็น

บทบาทของบิ๊กตู่ ในฐานะเสนาธิการทหารบก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถือเป็น 1 ใน 5 เสือทบ.ที่มีโอกาสขึ้นเป็นผบ.ทบ.มากที่สุด ยังเป็นหน่วยที่ได้รับความไว้วางใจรับใช้อย่างใกล้ชิดในสมเด็จพระบรมราิชินีนาถ ดังเช่นครั้งหนึ่งที่พลเอกประยุทธ์ได้เข้าพบกับพลเอกเปรม ติณสูลนนท์ ประธานองคมนตรี ก็ได้ฝากฝังให้เขาดูแลจัดการกับสื่อและเว็บไซต์ที่พยายามหมิ่นสถาบันเบื้องสูงด้วย

ในอายุราชการที่นานอีก 5 ปี กว่าจะเกษียณในปี 2557 ของพลเอกประยุทธ์ คือเสือทบ.ที่โดดเด่น ที่หากต้องการล้มผู้มีอำนาจใหม่ และสามารถควบคุมกำลังทหารได้ดียิ่งขึ้นแล้ว “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” น่าจะเป็นผู้ที่เหมาะที่สุดสำหรับรัฐบาลประชาธิปัตย์ในห้วงเวลานี้
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 04 กันยายน, 2553, 03:19:30 »

โปรดเกล้า ฯ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ.  
 
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผงาดนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. ตาดคาด ขณะที่ขุนพลคู่ใจ พล.ท.ดาวพงษ์  เป็น เสธ.ทบ. ด้าน พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม แหกโผขึ้น ผช.ผบ.ทบ.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งโยกย้ายบัญชีรายชื่อนายทหารประจำปี 2553 จำนวนทั้งสิ้น 550 ตำแหน่งรับราชการ โดยมีตำแหน่งสำคัญดังนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผู้บัญชาการทหารบก
พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ เป็น รองผู้บัญชาการทหารบก
พล.ท.พิเชษฐ์ พิสัยจร เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุบรรณ เป็นเสนาธิการทหารบก
พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร เป็นแม่ทัพภาคที่ 1
พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร เป็นแม่ทัพภาคที่ 2
พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว เป็นแม่ทัพภาคที่ 3
พล.ต.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 4

ที่มา : ไทยรัฐ
 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: