
สับปะรดสี Bromeliadลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สับปะรดสี หรือ สับปะรดประดับ อยู่ในวงศ์ บรอมิลิอาซิอี้ (Family Bromeliaceae) พืชในวงศ์นี้เป็นวงศ์ใหญ่ ปัจจุบันทั้งหมดมีประมาณ 300 สกุล และประมาณ 3,000 ชนิด ไม่รวมพันธุ์และลูกผสมใหม่ๆ เป็นพืชล้มลุกเนื้ออ่อน จัดอยู่ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีทั้งที่เป็นพืชบนดินและพืชอิงอาศัยแบบกล้วยไม้ ส่วนใหญ่เจริญเป็นกอ มีลำต้นสั้นๆ ใบเวียนรอบลำต้นขังน้ำได้ตามกาบใบและส่วนยอด ดอกออกเป็นช่อที่ส่วนยอดลำต้น
ถิ่นกำเนิด สับปะรดสีสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศแบบต่างๆได้ดี สับปะรดสีเกือบทั้งหมดมีถิ่นกำเนิดใน ทวีปอเมริกา ยกเว้นสกุลเดียวชนิดเดียวที่มิได้เกิดในอเมริกา คือสกุลพิทแคร์เนีย (Pitcairnia Feliciana) ซึ่งพบในแอฟริกาตะวันตก ในแถบทวีปอเมริกา สามารถเจริญอยู่ได้ตั้งแต่ มลรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา จนถึงทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา บริเวณที่พบบรอมีเลียดมากที่สุดคือ ประเทศเม็กซิโก บราซิล ชิลี เปรู โคลัมเบีย และคอสตาริกา
การขยายพันธุ์ การแบ่งหน่อขยายกอ หลังจากสับปะรดสีออกดอกแล้วมักจะสร้างต้นใหม่ขึ้น หรือที่เรียกว่า “หน่อ” การแยกหน่อของสับปะรดสีนั้น จะทำเมื่อหน่อที่มีขนาดครึ่งหนึ่งของต้นแม่ ยอดจะสร้างหน่อใหม่ขึ้นอีก 1-2 หน่อ ก่อนที่จะหมดอายุเหี่ยวแห้งตายไป
การเพาะเมล็ด การเพาะเมล็ดสับปะรดสีพวกที่เป็นพืชบนดิน เช่น สับปะรด เอคเมีย และเกสเนเลีย
วัสดุปลูก สับปะรดสีส่วนใหญ่ที่เป็นพืชอิงอาศัย ต้องการวัสดุปลูกที่ระบายน้ำเร็ว เก็บความชื้นได้บ้าง แต่ไม่แฉะหรือผุพังเน่าเร็วเหมือนขุยมะพร้าว ซึ่งวัสดุปลูกที่ใช้ควรเป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาถูก และมีความเป็นกรดอ่อนๆ สำหรับเมืองไทยควรใช้กาบมะพร้าวสับทั้งเปลือกที่หั่นเป็นชิ้นขนาดต่างๆ ใช้ถ่านหุงข้าวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร รองก้นกระถาว และเศษกระถางแตกทุบเป็นชิ้น อัดรอบต้นไม่ให้โยกคลอน
สำหรับการปลูกสับปะรดสีพวกพืชบนดิน วัสดุปลูกควรมีความเป็นกรดเล็กน้อย ระบายน้ำและเก็บความชื้นได้ดี แต่ผุพังช้าๆ หาง่าย ไม่เป็นพิษต่อพืชที่สำคัญคือ มีราคาถูก นิยมใช้ทรายหยาบ ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์
แสงกับสับปะรดสี แสงที่ดีมีแสงสม่ำเสมอตลอดวัน มีส่วนช่วยหรือเป็นตัวกำหนดที่ทำให้สับปะรดสีมีรูปทรง และสีสันที่สวยงาม โดยทั่วไปแล้วแสงที่สับปะรดสีส่วนใหญ่หลายๆ สกุลนั้นต้องการมีความเข้มของแสง ควรจะมีอยู่ประมาณ 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ ตลอดวัน เมื่อแสงดีก็ต้องสอดคล้องกับความชื้นในบรรยากาศด้วยซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้มีสีสันดีขึ้น
ปัจจัยในการเลี้ยงดูสับปะรดสี ความชื้น เป็นส่วนประกอบในการเจริญเติบโต การควบคุมความชื้นในสถานที่เลี้ยงก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ความชื้นที่ดีควรจะอยู่ประมาณ 50 – 70 เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ความต้องการสับปะรดสีในแต่ละสายพันธุ์
อากาศ อากาศถ่ายเทดี สามารถสร้างการเจริญเติบโตให้กับสับปะรดสี อากาศที่หมุนเวียนเป็นตัวช่วยในการนำพาแร่ธาตุอาหารต่างๆ ที่สำคัญในการเจริญเติบโตและช่วยควบคุมความชื้นให้เหมาะสม
น้ำ น้ำที่เหมาะสมกับการเลี้ยงสับปะรดสี ต้องการน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ น้ำที่ไม่เหมาะสมในการเลี้ยงสับปะรดสี เพราะจะส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ต้นสับปะรดสีได้
ปุ๋ย การให้ปุ๋ยสำหรับสับปะรดสี ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง หากให้ในปริมาณมากเกินไปจะเป็นผลเสียกับสับปะรดสีได้ ใช้ปุ๋ยออสโมโค้ต สูตร 14-14-14 ใช้กับสับปะรดสีพวกพืชบนดิน โดยใส่ที่ผิววัสดุปลูก ทุก 3-4 เดือน สำหรับสับปะรดสีที่มีใบแผ่เก็บน้ำที่ยอด (Tank type) ไม่ควรใส่ปุ๋ยลงไปในส่วนยอดที่มีน้ำขังอยู่ เพราะความเข้มข้นของปุ๋ยอาจทำลายยอดอ่อน ใบที่กำลังงอกได้
โรคและแมลงศัตรู
สับปะรดสีเป็นพืชที่มีโรคราบางชนิด และโรคยอดเน่าไส้เน่า ในฤดูฝน แมลงรบกวนค่อนข้างน้อย ที่พบอยู่มักเป็นพวกเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอย ควรใช้สารป้องกันกำจัดประเภทดูดซึม ผสมน้ำให้เข้ากันแล้วฉีดพ่นให้ทั่วตามใต้ใบและซอกใบ
สาเหตุที่ สับปะรดสี นิยมมากในท้องตลาด 1.สับปะรดสี มีใบหลากหลายสีสันสวยงาม
2.เป็นไม้ดอกมีหลายขนาด และมีสีสันสวยงาม