คาราบาว

<< < (2/6) > >>

NotBao:
 #not55  อนุพงษ์ ประถมปัทมะ (อ๊อด)



ชื่อจริง อนุพงษ์ ประถมปัทมะ
ชื่อเล่น อ๊อด
วันเกิด 14 มิถุนายน พ.ศ. 2494
แหล่งกำเนิด  ประเทศไทย
แนวเพลง เพื่อชีวิต
อาชีพ นักร้อง, นักดนตรี
เครื่องดนตรี กีตาร์เบส
ปี พ.ศ. 2527 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้อง คาราบาว
เว็บไซต์ http://www.carabao.net


http://www.youtube.com/v/yyIpSwU-hCc&hl


 อนุพงษ์ ประถมปัทมะ หรือที่รู้จักในชื่อ อ๊อด คาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2494 อ๊อดเล่นเบสอยู่กับวงเพรซซิเด้นท์พร้อมกับ เล็ก ปรีชา ชนะภัย มือกีตาร์ เมื่อเล็กได้ย้ายเข้ามาอยู่ในวงคาราบาวจากการชักชวนของ แอ๊ด ยืนยง โอภากุล ในปี พ.ศ. 2525 เล็กและแอ๊ดได้ชวนอ๊อดด้วย อ๊อดรับปากแต่ยังติดทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศกับทางวง ในอัลบั้มชุดที่ 4 ของวง "ท.ทหารอดทน" ในปี พ.ศ. 2526 ตำแหน่งมือเบสของวงจึงเป็นของ ไพรัช เพิ่มฉลาด ซึ่งได้ร่วมงานกับคาราบาวเพียงแค่ชุดนี้ชุดเดียว

อ๊อดเข้าสู่วงในปี พ.ศ. 2527 กับอัลบั้มชุดที่ 5 "เมด อิน ไทยแลนด์" ที่ทำให้คาราบาวแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว บทบาทในวงของอ๊อด คือ การเป็นมือเบสและร้องประสานเสียง แม้ไม่ใช่นักร้องนำ แต่ในอัลบั้มชุดที่ 8 "เวลคัม ทู ไทยแลนด์" ในปี พ.ศ. 2530 มีเพลงที่อ๊อดร้องนำอยู่เพลงหนึ่ง คือ กระถางดอกไม้ให้คุณ ที่มีเนื้อหาน่ารัก ๆ ทำนองสบาย ๆ ว่าด้วยการที่อ๊อดเป็นคนที่มีใจรักในเสียงเพลง ฝึกซ้อมดนตรีอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยร้องเพลงเลยแม้สักเพลง เพลงนี้จึงเป็นเพลงแรกและเพลงสุดท้ายในชีวิตของอ๊อดที่จะได้ยินได้ฟัง แต่ดันร้องผิดที่ผิดเวลา จึงโดนกระถางดอกไม้ปาใส่ จากการเขียนเนื้อร้องและทำนอง โดย แอ๊ด ซึ่งเพลงนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวอ๊อดและได้รับความนิยมมาจนปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2532 ที่คาราบาวแตกวง มีสมาชิกทะยอยออกจากวงไปหลายคน แต่อ๊อดเป็นเพียงสมาชิกคนเดียวที่ยังคงอยู่กับวงพร้อมกับแอ๊ด ในอัลบั้มชุดที่ 10 "ห้ามจอดควาย" อ๊อดก็ได้ร้องเพลงอีกเพลงหนึ่งชื่อ ปอดแหก ในปี พ.ศ. 2534 อัลบั้มชุดที่ 11 "วิชาแพะ" อ๊อดได้ถ่ายรูปลงหน้าปกอัลบั้มพร้อมกับแอ๊ดและเล็ก และได้ร้องเพลงอีกหนึ่งเพลง คือ ลุงหริ

อ๊อด ไว้เครามาตั้งแต่ยังหนุ่ม เป็นคนที่มีบุคคลิกยิ้มง่าย ขี้อาย เป็นสมาชิกคาราบาวเพียงคนเดียวที่ไม่เคยแยกจากวง รวมทั้งไม่เคยออกอัลบั้มของตัวเองมาแม้แต่สักชุด ชีวิตส่วนตัวสมรสแล้ว มีบุตรสาวหนึ่งคน ปัจจุบันมีบ้านพักอยู่ที่จังหวัดอยุธยา

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki

NotBao:
 #not55  กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว)



ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อจริง กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ชื่อเล่น เขียว
วันเกิด 25 มกราคม พ.ศ. 2495
แนวเพลง เพื่อชีวิต, อะคูสติก
อาชีพ นักร้อง, นักดนตรี, โปรดิวเซอร์, เจ้าของร้านอาหาร
เครื่องดนตรี กีตาร์
ปี พ.ศ. 2524 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้อง คาราบาว
ยืนยง โอภากุล
เว็บไซต์ http://www.carabao.net,http://www.steaklao.com


http://www.youtube.com/v/F7Um9Au_-h0&hl


กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขียว คาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2494 เขียวจบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แล้วไปเรียนต่อที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว ประเทศฟิลิปปินส์ และตั้งวงดนตรีที่ชื่อ "คาราบาว" กับเพื่อนนักเรียนไทย 2 คนที่ไปพบกันที่นั่น คือ ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด) และ สานิตย์ ลิ่มศิลา (ไข่) เมื่อกลับมาเมืองไทย ไข่ได้แยกตัวออกไป คาราบาวจึงเหลือเพียง แอ๊ดและเขียว ทั้งคู่ได้ตระเวนเล่นดนตรีตามห้องอาหารต่าง ๆ ในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันก็ทำงานประจำ จนในปี พ.ศ. 2524 อัลบั้มชุดแรกก็เกิดขึ้น ในชื่อว่า "ขี้เมา" แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2527 คาราบาวจึงประสบความสำเร็จจากอัลบั้มชุดที่ 5 "เมด อิน ไทยแลนด์"

การทำหน้าที่ของเขียวในวง คือ เบื้องหน้าเล่นกีตาร์และร้องประสานเสียง มีร้องนำบ้างเป็นบางเพลง โดยเพลงของเขียวที่ทำกับคาราบาวที่ทุกคนรู้จักดี คือ สัญญาหน้าฝน ที่อยู่ในอัลบั้มชุดที่ 10 "ห้ามจอดควาย" และเบื้องหลัง เขียวจะรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์และควบคุมเสียง โดยเป็นงานที่เจ้าตัวถนัดและชอบ

 คาราบาวในยุคแรกเริ่ม  เขียว, แอ๊ด, เล็กในปี พ.ศ. 2534 พร้อม ๆ กับ สมาชิกในวงอีก 3 คน เขียวก็ได้แยกตัวออกไป และออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตัวเองออกมา โดยมีแอ๊ดแต่งเนื้อร้องให้ ชื่อชุด "ก่อกวน" มีเพลงฮิตที่ทุกคนรู้จักดี คือ ไม่เคย และหลังจากนั้นก็ยังได้ออกอัลบั้มของตัวเองตามมาอีกหลายชุด โดยส่วนมากจะเป็นดนตรีในแนวอะคูสติก ซึ่งเป็นแนวที่เจ้าตัวบอกชอบและถนัด

เขียว เมื่อแยกตัวออกไปแล้ว แต่ยังคงกลับมาร่วมงานกับคาราบาวอีกเรื่อย ๆ เช่น การกลับมาร่วมงานในอัลบั้ม "15 ปี คาราบาว หากหัวใจยังรักควาย" ในปี พ.ศ. 2538 อัลบั้ม "อเมริกันอันธพาล" ในปี พ.ศ. 2541 ที่สมาชิกในวง 5 คน กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง และอัลบั้ม "ลูกลุงขี้เมา" ในปี พ.ศ. 2550 ในโอกาสที่คาราบาวครบ 25 ปี รวมทั้งยังเป็นแขกรับเชิญในงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ ของวง และทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์หรือผู้ควบคุมเสียงในการผลิตอัลบั้มของวงอีกต่างหากด้วย

ปัจจุบัน เขียวมีกิจการของตัวเอง เป็นร้านอาหารชื่อ "สเต๊กลาว" ที่พัทยา โดยเขียวเป็นผู้ดูแลกิจการของร้านเอง และบางครั้งจะขึ้นเล่นดนตรีให้ลูกค้าฟังอีกด้วย

อัลบั้มเดี่ยว

เขียวมรกต
ก่อกวน
หัวใจและเวลา
ตกสำรวจ
เซอโซไซตี้
Acoustic Fun

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki


NotBao:
 #not55  ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (เล็ก)



ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อจริง ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
ชื่อเล่น เล็ก
ฉายา จอมยุทธขลุ่ย
วันเกิด 23 มกราคม พ.ศ. 2493
แนวเพลง เพื่อชีวิต, ดนตรีไทย, เวิลด์มิวสิก
อาชีพ นักดนตรี, อาจารย์สอนดนตรี, นักจัดรายการวิทยุ
เครื่องดนตรี ขลุ่ย, แซกโซโฟน, คีย์บอร์ด
ปี พ.ศ. 2526 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้อง คาราบาว
เว็บไซต์ http://www.carabao.net


อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2493 ที่ จ.สิงห์บุรี อาจารย์ธนิสร์ เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาดนตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงถูกเรียกติดปากว่า "อาจารย์ธนิสร์" ได้เข้าร่วมวงคาราบาว ในปี พ.ศ. 2526 พร้อมกับ เทียรี่ เมฆวัฒนา และ อำนาจ ลูกจันทร์ (เป้า) ในการเป็นนักดนตรีแบ๊คอัพในห้องอัดของอโซน่า เมื่อคาราบาว โดยแอ๊ดได้มาอัดเสียงที่นี่ และชักชวนเข้าร่วมวง

บทบาทของ อาจารย์ธนิสร์ ในวงคาราบาว นั้น นับว่า โดดเด่นมาก โดยจะเป็นผู้เล่นในตำแหน่ง คีย์บอร์ด และการประสานเสียง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และความสามารถเฉพาะ ก็คือ การเป่าขลุ่ยไทย โดยเฉพาะในเพลง เมด อิน ไทยแลนด์ ที่ อาจารย์ธนิสร์ ได้เป่าตลอดทั้งเพลง รวมทั้งการส่งเสียงแซวในเนื้อเพลงด้วย จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกสีสันประจำตัวเมื่อมักจะแซวสมาชิกในวงคนอื่น ๆ โดยเฉพาะแอ๊ด เมื่อเล่นคอนเสิร์ตเสมอ ๆ

อาจารย์ธนิสร์ ได้แยกตัวออกจากวง เมื่อปี พ.ศ. 2531 ภายหลังการออกอัลบั้มชุดที่ 9 คือ "ทับหลัง" โดยขัดแย้งในความเห็นกับแอ๊ด นับเป็นสมาชิกคนแรกที่แยกตัวออกไป จากนั้นก็มีสมาชิกคนอื่น ๆ แยกออกไป หลังจากนั้น อาจารย์ธนิสร์ ได้ร่วมกับเทียรี่และเป้า ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตัวเอง ในปี พ.ศ. 2533 ชื่อชุด "ขอเดี่ยวด้วยคนนะ" มีเพลงที่ได้รับความนิยม ซึ่งร้องโดย อาจารย์ธนิสร์และเทียรี่ คือ วันเกิด และ เงินปากผี

หลังจากนั้น อาจารย์ธนิสร์ ก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวของตนเองชื่อชุด "ลมไผ่" มีเพลงที่เป็นที่จดจำ มีเอกลักษณ์ของตนเอง และมีความไพเราะมาก คือ ทานตะวัน ที่นำเนื้อร้องมาจากบทกวีของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งแต่งไว้เมื่อได้รับแรงบันดาลใจจากการชมทุ่งทานตะวัน ที่รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อครั้งเดินทางไปพร้อมกับวงคาราบาวในการทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศ ซึ่งเป็นการร้องประสานเสียงพร้อมเสียงขลุ่ยซึ่งมีเนื้อร้องว่า


http://www.youtube.com/v/S0JV4mQK5vU&hl

ทานตะวัน

ตะวันส่องใสแดดฉายลงมาทาบทาทิวทุ่ง
แผ่วลมผ่านโรยเหมือนโปรยกลิ่นปรุงดอกฟางหอมลอย
ดอกหญ้าดาววับวาวทางเกลื่อนเหมือนดังหยาดพลอย
แตะนิดต้องน้อยราวมณีร่วงพรูพัดพรายลงดิน

จะอยู่แดนไหนสุดฟ้าแสนไกลคะนึงถึงถิ่น
ด้าวแดนแผ่นดินที่เราจากมาเนิ่นนานแสนนาน
ดอกหญ้างามงดงามดังก่อนหรือร่อนร่วงราน
แดดร้อนดินแล้งลมระงมแผ้วพานบ้านนาป่าเขา

ทุ่มกายทุ่มใจเข้าโหมแรงไฟหัวใจแรงเร่า
ยิ่งสร้างยิ่งทำระกำหนักเบาดิ้นรนหนทาง
เจ้ามิ่งขวัญยิ่งวันยิ่งเดือนยิ่งเลือนยิ่งราง
ทอดทิ้งทุ่งร้างวันและวันผ่านเยือนเหมือนเดินทางไกล

ตะวันส่องแสงสาดแสงลงมาทาบทาทางใหม่
ร่วมจิตร่วมใจก้าวไปก้าวไปฝ่าภัยร้อยพัน
มิ่งขวัญเอ๋ยหัวใจเรามั่นเหมือนทานตะวัน
เฉิดแสงแรงฝันกลางรวีตะวันสีทองส่องใส 

และนับแต่นั้น อาจารย์ธนิสร์ ก็ได้ทำงานที่ชื่นชอบและถนัดของตนเอง มีผลงานออกมาหลายชุด ซึ่งโดยมากเป็นทำนองเพลงพื้นบ้านหรือเพลงไทยประยุกต์ให้เข้ากับดนตรีร่วมสมัย หลายชุดก็เป็นการร่วมงานกับศิลปินเพื่อชีวิตคนอื่น ๆ เช่น สุรชัย จันทิมาธร หรือ วิสา คัญทัพ เป็นต้น และในปี พ.ศ. 2538 ก็ได้กลับมาร่วมงานกับคาราบาวอีกครั้ง ในชุด "15 ปี คาราบาว หากหัวใจยังรักควาย" อันเป็นการกลับมาร่วมทำงานด้วยกันของสมาชิกเก่า ๆ

ในปี พ.ศ. 2547 อาจารย์ธนิสร์ ได้ร่วมกับ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ออกอัลบั้มร่วมกันในชุด "เพลงแผ่นดิน จาก 3 คีตกานต์กวี" ซึ่งก็ได้นำทานตะวันมาทำดนตรีและร้องใหม่โดย พงษ์เทพ ด้วย

อาจารย์ธนิสร์ มีชื่อเล่นว่า "เล็ก" ซึ่งไปซ้ำกับชื่อของ เล็ก ปรีชา ชนะภัย สมาชิกอีกคนของวง ดังนั้น อาจารย์ธนิสร์ เมื่ออยู่ในวงจึงไม่ถูกเรียกชื่อเล่นเหมือนสมาชิกคนอื่น ๆ

อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ได้รับการยอมรับว่า เป็นนักดนตรีที่มีความสามารถและความชำนาญอย่างมากในการเล่นดนตรีประเภทเครื่องเป่า โดยเฉพาะ ขลุ่ยไทย จนได้รับฉายาว่า "จอมยุทธขลุ่ย" ปัจจุบัน จัดรายการวิทยุประจำที่คลื่นความคิด F.M.96.5 ของ อสมท และเป็นวิทยากรประจำรายการ คุณพระช่วย โดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ทางช่อง 9

ที่มา http://th.wikipedia.org/wik

NotBao:
 #not55 อำนาจ ลูกจันทร์ (เป้า)



ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อจริง อำนาจ ลูกจันทร์
ชื่อเล่น เป้า
วันเกิด  20 มีนาคม พ.ศ. 2492
แหล่งกำเนิด ไทย
แนวเพลง เพื่อชีวิต
อาชีพ นักดนตรี, อาจารย์สอนดนตรี, 
เครื่องดนตรี กลอง
ปี พ.ศ. 2526 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้อง คาราบาว
เว็บไซต์ http://www.carabao.net


http://www.youtube.com/v/EaZcJmUe6ck?hl


อำนาจ ลูกจันทร์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เป้า คาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2492 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นคนที่มีรูปร่างเล็ก มีส่วนสูงต่ำกว่า 160 เซนติเมตร

เป้า เริ่มต้นชีวิตนักดนตรีครั้งแรกด้วยการรับราชการในกองดุริยางค์ทหารเรือ ได้รับยศ จ่าเอก (จ.อ.) ด้วยความเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ และเป็นนักดนตรีที่เล่นเป็นแบ็คอัพตามห้องอัดต่าง ๆ โดยเริ่มเล่นในแนวป๊อปแจ๊ส และฟิวชั่นแจ๊สมาก่อน ซึ่งนับว่าเป็นนักดนตรีคนหนึ่งในแนวฟิวชั่นแจ๊สรุ่นบุกเบิกของไทย

เป้าเข้าร่วมวงคาราบาวในฐานะมือกลองและเพอร์คัสชั่นในปี พ.ศ. 2526 พร้อมกับ เทียรี่ เมฆวัฒนา และ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดีและ ไพรัช เพิ่มฉลาด ซึ่งเป็นเพื่อนนักดนตรีร่วมห้องอัดเดียวกัน ได้ร่วมงานกับคาราบาวครั้งแรกกับชุด "ท.ทหารอดทน" อันเป็นอัลบั้มชุดที่ 4 ของคาราบาว และได้ออกจากราชการทหารเรืออย่างเต็มตัว

บทบาทของเป้าในวง คือ การเป็นมือกลองและเพอร์คัสชั่น เรียกได้ว่าเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวของวง ที่ไม่เคยร้องเพลงหรือร้องประสานเสียงเลยแม้แต่เพลงเดียว

ในปี พ.ศ. 2533 เป้า พร้อม เทียรี่ และ อ.ธนิสร์ ได้แยกออกมาจากวงหลังอัลบั้มชุด "ทับหลัง" และออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในชีวิตของพวกตน ชื่อชุด "ขอเดี่ยวด้วยคนนะ" ซึ่งเป้าก็ทำหน้าที่ตีกลองและเพอร์คัสชั่นโดยไม่ได้ส่งเสียงร้องอีกเช่นเคย แต่ได้แต่งเพลงไว้หนึ่งเพลงในอัลบั้มคือเพลง ศึกบางระจัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ก็มีผลงานเดี่ยวของตัวเองครั้งแรก ชื่อชุด "นักร้องจำเป็น"

จากนั้น ทั้งเป้า เทียรี่ และ อ.ธนิสร์ ก็ได้แยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน ปัจจุบัน เป้ามีกิจการส่วนตัวคือ ผลิตเพอร์คัสชั่นจำหน่าย ในยี่ห้อ "Pearl" และเปิดโรงเรียนสอนดนตรีที่บ้านของตนเอง เน้นในเครื่องดนตรีประเภทตีและประกอบจังหวะ และยังมาร่วมงานกับคาราบาวเป็นประจำเมื่อมีคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ๆ

ปัจจุบัน เป้าป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซึ่งเป็นผลจากการผ่าตัดหมอนรองกระดูกต้นคอและทำบอลลูนหัวใจ ทำให้แขนไม่มีแรงพอที่จะตีกลองได้หนัก ๆ เหมือนเก่า โดยเป็นมาตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2551 และมีชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากแยกออกมาอยู่ลำพังเพียงคนเดียว ภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันมานานกว่า 40 ปี ก็แยกทางกันไป แต่ก็ยังได้รับเชิญไปเป็นนักดนตรีพิเศษเล่นในกรณีสำคัญต่าง ๆ และเป็นอาจารย์พิเศษทางสถาบันดนตรีบางแห่ง

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki

NotBao:


#not60เพลงของคาราบาวที่ถูกแบนห้ามออกอากาศ

เมื่อออกอัลบั้มในแต่ละชุดมักจะมีอยู่หนึ่งหรือสองเพลงที่ถูกคำสั่งจากคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กบว.) ห้ามออกอากาศในแต่ละครั้ง ๆ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เพลงที่ถูกแบนไม่ให้ออกอากาศมีดังนี้

1. ชุด แป๊ะขายขวด (พ.ศ. 2525) มี 1 เพลง คือ กัญชา ด้วยเหตุผลว่าเนื้อหาส่งเสริมให้คนติดยาเสพย์ติด

2. ชุด ท.ทหารอดทน (พ.ศ. 2526) มี 2 เพลง คือ ท.ทหารอดทน เนื่องจากรับไม่ได้กับท่อนที่ว่า "ดาวเดือนลอยเกลื่อนท้องฟ้า ยิงให้ตกลงมาติดบ่าได้สบาย ดาวเดือนลอยเกลื่อนนภา ยิงไม่ตกลงติดบ่าก็มากมาย" / ทินเนอร์ เหตุผลคล้ายคลึงกับเพลงกัญชา

3. ชุด เมด อิน ไทยแลนด์ (พ.ศ. 2527) มี 1 เพลง คือ หำเทียม เนื่องจากในเนื้อเพลงทั้งเพลงมีคำว่า "หำ" อยู่เต็มไปหมด

4. ชุด อเมริโกย (พ.ศ. 2528) มี 1 เพลง คือ หำเฮี้ยน เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นมาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะต้องถูกแบนแน่นอน เนื่องจากมีเนื้อหาเสียดสีสื่อมวลชนที่เห็นแก่เงิน รับจ้างเขียนข่าว

5. ชุด ประชาธิปไตย (พ.ศ. 2529) มี 3 เพลง คือ วันเด็ก เนื่องจากรับไม่ได้กับท่อนที่ว่า "สร้างเธคให้เด็กได้โยกบั้นเด้า" แต่จับไม่ได้ ไล่ไม่ทันกับเสียงลีดกีตาร์ที่ว่า "เ...ดแม่ " กับ "แม่เ...ด" ในช่วงต้นเพลง / ผู้ทน เนื่องจากรับไม่ได้กับท่อนที่ว่า "เพราะเงินไม่มีจะแดก" / ค.ควาย ค.คน เพราะรับไม่ได้กับท่อนที่ร้องว่า "อยู่ติดดิน ตีนติดดิน" กับ "ค.คนส้นตีนติดดิน"

6. ชุด ทับหลัง (พ.ศ. 2531) มี 1 เพลง คือ พระอภัยมุณี ด้วยเหตุผลที่คล้ายกับเพลงกัญชาและทินเนอร์

7. ชุด สัจจะ ๑๐ ประการ (พ.ศ. 2535) มี 1 เพลง คือ ชวนป๋วย เนื่องจากเหตุผลเสียดสีนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (นายชวน หลีกภัย)

8. ชุด หากหัวใจยังรักควาย 1 และ 2 (พ.ศ. 2538) มี 3 เพลง คือ อองซานซูจี เนื่องจากหวั่นกระทบกับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน (ประเทศพม่า) / บุญหมา เนื่องจากเหตุผลเสียดสีนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (นายบรรหาร ศิลปอาชา) / เต้าหู้ยี้ เนื่องจากเนื้อหาเสียดสีรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลขณะนั้น (นายเนวิน ชิดชอบ)

นอกจากนี้แล้ว ยังมีเพลงในอัลบั้มเดี่ยวของ ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ที่ก็มีเพลงถูกแบนจากหน่วยงานเดียวกันในแต่ละชุดอีกต่างหาก ได้แก่

1. ชุด โนพลอมแพลม (พ.ศ. 2533) มี 3 เพลง คือ โนพลอมแพลม เนื่องจากเนื้อหาเสียดสีนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ) / ไอ้หำ เหตุผลคล้ายกับเพลงหำเทียม / ขนม เนื่องจากเนื้อหาส่อเสียดการเมืองในเวลานั้น

2. ชุด ไม่ต้องร้องไห้ (พ.ศ. 2545) ถูกแบนทั้งอัลบั้ม เนื่องจากหวั่นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน (ประเทศพม่า)

3. ชุด ยืนยงตั้งวงเล่า (พ.ศ. 2550) มี 1 เพลง คือ ราชันย์อกหัก เนื่องจากเหตุผลส่งเสริมให้คนกินเหล้า

การแบนเพลงในแต่ละครั้ง กระทำในช่วงเวลาที่อัลบั้มแต่ละชุดออกจำหน่ายเท่านั้น ไม่ครอบคลุมรวมไปถึงระยะเวลาทั้งหมด

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว