Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 กันยายน, 2561, 19:32:01

   

ผู้เขียน หัวข้อ: หยุดยิงในสามจังหวัด เรื่องจริงหรือหลอกลวง  (อ่าน 10752 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 [2]  ทั้งหมด
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #10 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2551, 08:21:05 »

กก.อิสลามกลางฯ ?ไพศาล พรหมยงค์? จวกรัฐบาลใช้ปัญหาชายแดนใต้หากิน หวังกลบกระแสแย่ๆ ของตัวเอง แต่สุดท้าย ต้องเสียค่าโง่ ที่สร้างชื่อให้กลุ่ม ?ใต้ดิน? แต่ปัญหความรุนแรงไม่ได้แก้ไข เชื่อ ต่อไปประชาชนไม่เชื่อถือแล้ว ? ?พล.อ.พัลลภ? งง ไม่เคยได้ยินชื่อกลุ่มนี้มาก่อน เชื่อไม่มีทางเป็นเรื่องจริง
       
       วานนี้ (17 ก.ค.) นายไพศาล พรหมยงค์ คณะกรรมการอิสลามกลางแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ คมชัดลึก ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล ถึงกรณีที่ สถานีโทรทัศน์ ททบ.5 ทำการแพร่ภาพการประกาศหยุดยิงของกลุ่ม?ใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? ว่า ตนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นไปได้ยากที่จะเป็นเรื่องจริง เนื่องจากผิดปกติวิสัยของกลุ่มก่อการร้าย ที่จู่ ๆ ก็ทำการหยุดยิง โดยไม่ได้มีข้อเรียกร้องใดๆ ต่อรัฐบาล จึงคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่หวังผลประโยชน์ของคนทั้งสองกลุ่ม คือกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นหัวหน้าก็ได้ประโยชน์ในด้านชื่อเสียงหรือยกระดับกลุ่มตัวเองให้เป็นที่รู้จัก ส่วน พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ก็ได้กลบกระแสด้านลบต่าง ๆ ของรัฐบาล แล้วชูว่าเรื่องดังกล่าวคือผลงานสำคัญ
       
       แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจนถึงช่วงเย็นก็น่าจะสรุปได้แล้ว ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริงเพราะสถานการณ์ความรุนแรงก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่จัดฉากขึ้น ก็ต้องบอกว่า พล.อ.เชษฐา เสียรู้กลุ่มดังกล่าวไปแล้ว เพราะคนกลุ่มนั้นก็ได้ยกระดับตัวเองให้เป็นที่รู้จักแล้ว โดยที่ประเทศชาติและประชาชนชาวใต้ ไม่ได้รับประโยชน์เลย เพราะปัญหาก่อการร้ายไม่ได้รับการแก้ไข
       
       ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนการที่รัฐบาลนำเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้มาหากิน มาจุดชนวนให้ชาวบ้านดีใจโดยไม่พิจารณาก่อนเลยว่าเรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้จริงหรือไม่ ซึ่งตนรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลเห็นว่าประชาชนเป็นคนโง่ จะมาหลอกลวงอะไรก็ได้
       
       ส่วนเรื่องที่รัฐบาล และ ทหาร ออกมาบอกว่าไม่ทราบเลยเรื่องที่ พล.อ.เชษฐา ไปดำเนินเจรจามา ส่วนการที่ ททบ.5 นำเสนอ ก็เป็นการเสนอข่าวโดยทั่วไปนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะ ททบ.5 เป็นช่องของทางราชการ อยู่ ๆ จะออกรายการแถลงการณ์พิเศษออกมาโดยที่ไม่มีการตรวจสอบเลยอย่างนั้นหรือ ส่วนการที่รัฐบาลบอกว่าไม่เคยรู้ ก็คงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน แต่หากรัฐบาลไม่รู้จริง ก็ต้องถามกลับว่า แล้วรัฐบาลทำงานกันอย่างไรจึงไม่รู้เรื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นส่อให้เห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ที่ทำงานกันไม่มีเอกภาพ ต่างคนต่างทำ พออะไรที่ทำแล้วเห็นว่าได้ประโยชน์ ก็ทำไปโดยไม่ต้องปรึกษากัน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปประชาชนจะยังเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาของรัฐบาลได้อีกหรือ
       
       ?รัฐบาลลดเครดิตตัวเองในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้อย่างร้ายแรง จากที่เดิมไม่มีอยู่แล้วก็ยิ่งลดลงไปอีก? นายไพศาลกล่าว
       
       ด้าน รศ.ดร.ปนิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การที่ทหาร และ รัฐบาล ออกมาปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นในเรื่องดังกล่าวเลยนั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิธีการทำงานของหน่วยงานบริหารของไทย ว่าไม่มีประสิทธิ์ภาพ และยิ่งหน่วยงานความมั่นคงเองก็ยังปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องก็ต้องถามว่า แล้วทำงานกันยังไง เขามาประกาศหยุดยิงถึงสถานีโทรทัศน์ของราชการแล้วทำไมจึงไม่รู้ แล้วต่อไปประชาชนจะยังเชื่อมั่นในการทำงานในส่วนของความมั่นคงได้อย่างไร
       
       ขณะที่ พล.อ.วัลภล ปิ่นมณี อดีตผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนค่อนข้างตกใจ และแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะชื่อกลุ่มที่กล่าวอ้าง ที่แม้ตนจะทำงานเรื่องปัญหาภาคใต้มานานแต่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อกลุ่มนี้มาก่อนเลย ส่วนตัวแกนนำทั้งสามตนก็ไม่เคยเห็น แต่เท่าที่ตรวจสอบจากลูกน้องที่ทำงานอยู่ภาคใต้ ก็พอจะรู้จักอยู่คนหนึ่งที่เป็นโฆษกกลุ่ม เป็นหนึ่งในคนไทยที่หนีไปมาเลเซีย ในสมัยคนไทย 117 คนที่หนีไปมาเลเซีย และอาจเป็นสมาชิกของกลุ่มพูโลเก่า แต่หากเป็นพูโลเก่าจริง ก็คงเป็นแค่แนวร่วมเท่านั้น คงไม่ได้เป็นระดับแกนนำกลุ่ม
       
       ดังนั้นตนจึงมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง กลุ่มดังกล่าวเป็นขบวนการที่ไม่ใช่ของจริงอย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุที่ต้องมาดำเนินการเรื่องขึ้นมา คงต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับการได้ผลประโยชน์ เช่น อาจจะเป็นการสร้างความสำคัญให้กับตนเอง ทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จัก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #11 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2551, 08:23:38 »

"คำแถลงหยุดยิง" ที่แท้ก็เกมหวังผลการเมือง
วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2008 22:23น.
ไชยยงค์ มณีพิลึก
พลันที่ภาพ-ข่าวการประกาศหยุดยิงของ นายลุกมาน อิสการดา โฆษกขบวนการพูโลเก่า ปรากฏทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยอ้างว่าเป็น "กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย" สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่แทนที่จะปรากฏความยินดีปรีดาที่สถานการณ์ความโหด ร้ายรุนแรงจะยุติลงได้อย่างสันติวิธี แต่กลับมีคำถามเข้ามาแทนที่ว่า ภาพ-ข่าวที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนเป็นความจริงแค่ไหน เป็นเรื่อง ?โจ๊กใสไข่" หรือเป็นเรื่องหวังผลทางการเมืองของรัฐบาล

เหตุผลที่ ภาพ-ข่าวนั้นขาดน้ำหนักความน่าเชื่อถือ มาจากตัวแทนของ "กลุ่มใต้ดิน? ที่ถูกนำออกทีวีครั้งนี้คือ ลุกมาน บินลีมา ซึ่งเป็นสมาชิกพูโลเก่าที่ปักหลักอยู่ในสำนักงานของขบวนการพูโลในประเทศ เยอรมนี โดยตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ได้พยายามอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนขบวนการแบ่งแยกดินแดนทุกกลุ่ม และเคลื่อนไหวผ่าน "เวบไซต์พูโล" เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่างๆ ต่อรัฐบาลไทยมาโดยตลอด จนได้ฉายาจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการข่าวความมั่นคงว่า ?นายหน้าค้าสงคราม?
ดังนั้นการที่มีการ ?อุปโลกน์? เอา นายลุกมาน บินลีมา มาเป็นตัวแทนกลุ่มใต้ดิน เพื่อประกาศให้แนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หยุดยิง ซึ่งหมายถึงการ ?ยุติ? สงครามการก่อความไม่สงบที่ดำเนินมาตลอดหลายปี จึงขาดน้ำหนักแห่งความเชื่อถือ เชื่อมั่นลงในทันที
และนอกจากจะไม่เชื่อมั่นแล้ว ยังมีความคลางแคลงใจต่อไปอีกว่า การใช้โอกาส จังหวะ ก่อนที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ?สมัคร 1? มาเปิดประเด็นเรื่องนี้ผ่านทางทีวีทุกช่อง เป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะกับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ซึ่ง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ถ่างขาควบอยู่
โดยข้อเท็จจริง การเจรจาระหว่างนายทหารที่ทำงานใต้ดินกับตัวแทนของขบวนการพูโลเก่า และขบวนการเบอร์ซาตู ที่มี ดร.วัน กอเดร์ เป็นประธานกลุ่ม เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งที่ พล.อ.กิตติ รัตนฉายา ยังเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว มีการเดินทางไปเจรจากันทั้งในประเทศซีเรีย สวีเดน เยอรมนี และอียิปต์ หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งใหญ่ คือการปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ก็มีการเดินทางไปเจรจากันระหว่างนายทหารจากกองทัพไทย กับตัวแทนขบวนการพูโลเก่ามาโดยตลอด โดยบุคคลที่มีเป็น ?คีย์แมน? ของกองทัพ ได้แก่ พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก (เจ้ากรมกิจการชายแดนทหารในปัจจุบัน) พล.อ.ไวพจน์ ศรีนวล (ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม) พล.ต.อกนิษย์ หมื่นสวัสดิ์ และนายทหารระดับพลตรีถึงพันเอกของกองทัพภาคที่ 4 อีก 3-4 นาย
จนกระทั่งเมื่อปี 2550 ได้มีการดึง ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตีของมาเลเซีย มาเป็นคนกลางนัดแกนนำของขบวนการพูโลเก่า และขบวนการอื่นๆ ยกเว้นขบวนการบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต และขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี มาร่วมเจรจาที่เกาะลังกาวี แต่สุดท้ายการเจรจาในครั้งนั้น ไม่บรรลุผลตามที่ต้องการ เนื่องจากตัวแทนของขบวนการที่มาร่วมโต๊ะเจรจา เป็นผู้ที่ไม่มีบทบาทในการสั่งการให้ "แนวร่วม" ที่ก่อความไม่สงบอยู่ในปัจจุบัน ยุติการปฏิบัติการได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #12 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2551, 08:25:00 »

ยุติศึกโจรใต้?กลยุทธ์ขายยาของแก๊งหนังเร่
 
โดย หมายเหตุผู้จัดการ 17 กรกฎาคม 2551 18:57 น.
 
 
 
หัวข้อข่าวสั้น ๆ ที่ว่า ?หัวหน้าโจรใต้ประกาศหยุดยิงตลอดไปตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ศกนี้? และ ?เชษฐาเตรียมแจ้งนายกทราบ โจรใต้แถลงการณ์หยุดยิงตั้งแต่ 14 กรกฎาคม ศกนี้ตลอดไป? เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาและน่าสนใจ
       
       แต่หลายคนก็มีความกังขาว่าเป็นการเล่นกลหรือเป็นเรื่องจริงกันแน่? เพราะในวันเดียวกับที่มีการแถลงข่าวเรื่องนี้ก็ปรากฏว่าพันเอก อัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองทัพบก ได้ปฏิเสธว่าไม่ใช่การดำเนินการของกองทัพ และไม่แน่ใจว่าการแถลงดังกล่าวจะส่งผลอย่างไร
       
       ก็ต้องฟังกองทัพบกเอาไว้ก่อน เพราะผู้บัญชาการทหารบกเป็นรองผู้อำนวยการความมั่นคงภายในและปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
       
       เรื่องการแถลงข่าวดังกล่าวไม่ใช่การกระทำของกองทัพไทย และกองทัพไทยก็ไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ และไม่แน่ใจว่าจะเกิดผลประการใด นี่คือข้อสรุปของโฆษกกองทัพบก และเป็นข้อสรุปที่กระตุ้นให้ต้องตั้งสติยั้งคิดและตั้งข้อสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น
       
       หวนย้อนรำลึกไปดูก็จำได้ว่าเมื่อครั้งที่พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในช่วงที่เกิดปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่นานนัก ได้ทำพิธีแก้เคล็ดครั้งสำคัญโดยการทำพิธีหันกระบอกปืนใหญ่หน้ากระทรวงกลาโหมที่หันปากกระบอกปืนออกด้านนอก ให้หันกลับมาด้านใน
       
       ไม่รู้ว่าเป็นการแก้เคล็ดแบบไหน เพราะหากปืนใช้ได้จริง การหันปากกระบอกปืนเข้าหาตัวเองอย่างนี้ก็มีแต่ความพินาศย่อยยับเป็นแน่แท้
       
       ในห้วงเวลานั้นก็มีข่าวคราวจากกระทรวงกลาโหมว่าจะเปิดโต๊ะเจรจากับขบวนการก่อความไม่สงบ เพื่อยุติปัญหาให้เสร็จสิ้นไป
       
       แต่มีเสียงคัดค้านก้องกระหึ่มทั้งในรัฐบาล ทั้งในกองทัพ และจากนักวิชาการ ตลอดจนประชาชน
       
       เนื้อหาที่คัดค้านมีสองเรื่อง คือการที่รัฐบาลตั้งโต๊ะเจรจาแบบนี้เป็นการยกระดับให้กับผู้ก่อความไม่สงบให้มีฐานะเป็นขบวนการปลดปล่อยแบบปาเลสไตน์ซึ่งจะเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีต่างประเทศมากขึ้น และจะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน เรื่องหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่งคือคนที่จะเจรจาด้วยนั้นเป็นใครกันแน่ เป็นหัวหน้าขบวนการจริงหรือ หรือว่าเป็นหุ่นที่ถูกเสกมาหลอกลวงสร้างชื่อเสียงให้กับใครบางคนเอาไปขยายผลทางการเมือง
       
       การคัดค้านเป็นไปอย่างหนักหน่วงกว้างขวาง ที่สำคัญมีการเปิดเผยข้อมูลว่าคนที่จะเจรจาด้วยนั้นเป็นพวกเก่าแก่ที่ไม่มีบทบาทอะไรในสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เป็นเรื่องหลอกลวงที่ทำให้เกิดความสับสนขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น
       
       เรื่องการแก้เคล็ดและเรื่องการตั้งโต๊ะเจรจาดังกล่าวเป็นข่าวดังฮือฮาได้ไม่ทันนาน ก็ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหมดความเชื่อถือจากสังคม และในที่สุดก็ถูกปรับออกจากตำแหน่ง กลายเป็นดาวที่เคว้งคว้างอยู่กลางหาวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
       
       มาถึงวันนี้พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร เป็นหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร และไม่ได้มีบทบาทความหมายสำคัญอะไรภายในพรรค สู้เมียของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ก็ไม่ได้
       
       ที่สำคัญไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ใด ๆ ในรัฐบาล และไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ใด ๆ ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ที่มีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้รับผิดชอบ
       
       แล้วจู่ ๆ ก็ปรากฏข่าวพลเอก เชษฐา ฐานะจาโร เปิดการแถลงข่าวผลการเจรจากับคนที่ถูกเรียกว่า ?หัวหน้าโจรใต้? แล้วประกาศออกแถลงการณ์หยุดยิงตลอดไปตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ศกนี้ จนโฆษกกองทัพบกต้องออกมาติงดังที่เป็นข่าวไปแล้ว
       
       มันคือปรากฏการณ์อะไรกันแน่? และปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างไร? เพราะอะไร? ก็ต้องบอกว่า
       
       ข้อแรก ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวการปรับใหญ่คณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ว่าพลเอก เชษฐา ฐานะจาโร มีความปรารถนาที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกครั้งหนึ่ง
       
       ข้อสอง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลกำลังถูกประณามจากคนไทยทั้งประเทศว่าขายชาติ ยกดินแดนไทยให้กับเขมรแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัวของพวกพ้อง และมีทีท่าว่าทั้งหัวหน้ารัฐบาล และพลพาย พลแจวทั้งหมดจะพ้นจากตำแหน่งและติดคุกติดตะราง จะต้องเบนความสนใจไปทางอื่นให้จงได้
       
       ข้อสาม ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-เขมร ที่ต่างฝ่ายกำลังเสริมกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่ แล้วเกิดความกังวลขึ้นว่าหากเกิดทั้งศึกเหนือศึกใต้แล้วจะรับมือได้ไหวหรือ? หากยุติศึกใต้สำเร็จก็จะเป็นคุณูปการใหญ่ที่อาจส่งผลให้ใครบางคนก้าวสู่ตำแหน่งใหญ่โตก็ได้
       
       เอากันแค่ปรากฏการณ์สามข้อนี้ก็เพียงพอที่จะพิจารณาได้แล้วว่าที่มาของเรื่องนี้เป็นอย่างไร
       
       และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เป็นหนังเก่าที่เอามาฉายใหม่ แต่เป็นการฉายหนังเก่าของพ่อค้าขายยาเร่ที่หลอกลวงให้คนมามุงดูเพื่อจะขายยาเท่านั้น
       
       ก็ขอบอกกันตรง ๆ ว่าขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเขาไม่เคยประกาศชื่อองค์กร ไม่เคยประกาศชื่อแกนนำหรือหัวหน้าขบวนการ และไม่เคยเปิดเผยวัตถุประสงค์ แต่ในพื้นที่นั้นและผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีอยู่มากหลาย ซึ่งรวมทั้งคนที่มีน้ำยาและไร้น้ำยาด้วย
       
       หากจะเอาแค่การเจรจาหยุดยิงแบบง่ายๆ เช่นนี้ ใคร ๆ ก็จัดการแถลงข่าวแบบนี้ได้ทุกวัน
       
       ก็ขอภาวนาให้คนที่ถูกเอามาเปิดตัวว่าเป็น ?หัวหน้าโจรใต้? เป็นตัวจริงเสียงจริงเถิด เราจะได้ยุติปัญหาใหญ่ในภาคใต้ได้เสียทีหนึ่ง! และจะเป็นตัวจริงเสียงจริงหรือไม่นั้นดูไม่ยาก
       
       หากภายในเดือนนี้ยังมีการก่อความไม่สงบกันอยู่ก็แสดงว่าเป็นเพียงการฉายหนังเก่าหลอกขายยาของแก๊งขายยาเร่เท่านั้น แล้วจะหน้าแตกเย็บไม่ติด!
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #13 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2551, 08:29:18 »

?ภูวดล? อัดยับ ?นายกฯ ไทย? พูดสับปลับ-สกปรก แถมใจอำมหิตยุให้คนไทยฆ่ากันเอง ก่อนงัดข้อมูล ?รมว.กลาโหมมาเลย์? ตบหน้า ?เชษฐา? ระบุชัด ?กลุ่มใต้ดินภาคใต้? ที่ออกแถลงการณ์หยุดยิงเป็นเพียงของเก๊ ชี้เป็นแค่นักเคลื่อนไหวที่ไร้น้ำยาในภาคใต้ เตือน ?รัฐบาลขายชาติ? หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ระวังประเทศลุกเป็นไฟ
       
       วันนี้ (18 ก.ค.) ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยกล่าวถึงกรณีความตึงเครียดที่บริเวณเขาพระวิหารว่า วันนี้เราพอจะสรุปได้ว่าทหารไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพบกเริ่มคำนึงถึงศักดิ์ศรี และอธิปไตยของชาติมากขึ้น ซึ่งก็คือการตัดสินการประจันหน้ากรณีที่ดินทับซ้อนเขาพระวิหาร เหตุผลเพราะในอดีตผู้นำกองทัพไทย มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับผู้นำรัฐบาล และไม่ว่ารัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลกำมะลอ หรือหุ่นเชิดของระบอบทักษิณ ซึ่งไม่มีนายกรัฐมนตรีประเทศไหน มีพฤติกรรมที่บัดซบเหมือนนายกฯ ไทยทุกวันนี้ที่พูดสับปลับ สามหาว สกปรก และโสโครก รวมทั้งจิตใจยังอำมหิต โดยแสดงออกด้วยการยุยงให้ประชาชนไปฆ่ากัน
       
       ?ประวัติศาสตร์ทางการเมืองได้มาถึงจุดตัดสำคัญแล้ว เพราะวันนี้ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำกองทัพกับผู้นำรัฐบาลไม่มีอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเขารู้อยู่แล้วว่าผู้นำรัฐบาลนี้เป็นสุนัขรับใช้ระบอบทักษิณ กำลังนับวันที่จะจากไปจากเวทีการเมืองไทยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ นายทหารไทยเริ่มตระหนักว่ากรณีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาของรัฐบาลนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ส่วนบุคคล และพวกพ้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศไทย แล้วอย่างนี้จะมีทหารหน้าไหนที่จะไปเชื่อฟังรัฐบาลชุดนี้อีกต่อไป? ดร.ภูวดล ระบุ
       
       ดร.ภูวดล กล่าวอีกว่า พฤติกรรมขายชาติ พฤติกรรมขายวิญญาณ ขายความเป็นไทย จากกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนประมาณ 4.6 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีปัญหาแหล่งน้ำมัน แหล่งก๊าซ และสิทธิสัมปทานในอ่าวไทย ซึ่งมีอีกนับแสนๆ ไร่ โดยแปลงหนึ่งอย่างต่ำประมาณ 2.5 หมื่นไร่ โดยปัญหาสิทธิทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชามีทั้งสิ้น 8 แปลง นี่คือความบัดซบของชนชั้นการปกครองที่คิดถึงแต่ตัวเอง และครอบครัวของตัวเอง แต่วันนี้ประชาชนไทยตื่นแล้ว ต่างลุกขึ้นมารักชาติ ฉะนั้นนายทหารคนไหนที่ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวถึงการขายอธิปไตย ควรลาออกแล้วไปโดดน้ำตายได้แล้ว
       
       ส่วนกรณีที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต ผบ.ทบ.ออกมายืนยันว่าได้ดำเนินการให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จว.ชายแดนภาคใต้ ประกาศหยุดยิง 30 วัน นั้น ดร.ภูวดล กล่าวว่า ปัญหา 3 จ.ชายแดนภาคใต้นั้น วันนี้เป็นปัญหาสากลตั้งนานแล้ว ฉะนั้น การแลงการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในวันนี้จึงถือเป็นปาหี่ หรือเรียกว่าดิเกร์ฮูลู ซึ่งเกิดมาจากกรณีการเกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะ พล.อ.เชษฐา รนต.รุ่น 8 ซึ่งในอดีตเคยเป็น รมว.กลาโหม ในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ ครั้งแรก โดย พล.อ.เชษฐา แก้ปัญหาไฟใต้ด้วยการย้ายตำแหน่งที่ตั้งปืนใหญ่พญาตานี ซึ่งถ้าทำอย่างนี้แก้ให้ตายก็ช่วยไม่ได้ ทั้งๆ ที่ควรใช้หลักรัฐศาสตร์ และหลักนิติศาสตร์ แต่กลับไปกดขี่ข่มเหงพวกเขาเหล่านั้น
       
       ?พล.อ.เชษฐา เริ่มเล่นการเมือครั้งแรกก็ถูกหลอกให้ไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาราช จากนั้นเพียง 2 วัน นายเสนาะ เทียนทอง ก็เป็นหัวหน้าพรรคเสียเอง จากนั้นก็ถูกหลอกให้ไปอยู่พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ฉะนั้นคนคนนี้จึงไม่มีน้ำยา เป็นหัวหน้าพรรคก็ทำอะไรก็ไม่ได้ แค่นั้นยังไม่พอ คนคนนี้น้อยใจลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค แล้วคนอย่างนี้หรือจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้ววันนี้ยังมาหลอกลวงประชาชนครั้งใหญ่? ดร.ภูวดล กล่าว
       
       ดร.ภูวดล กล่าวต่อว่า วันนี้ตนต่อสายไปมาเลเซีย 3 รอบ เพราะตนมีน้องชายซึ่งเป็นเพื่อนกับรัฐมนตรีกลาโหมของประเทศมาเลเซีย แล้วถามว่าคนที่ออกมาแถลงการณ์ยุติการยิงนั้นคือใคร เขาตอบกลับมาว่า ของปลอมทั้งนั้น เพราะกลุ่มคนดังกล่าวเป็นนักเคลื่อนไหวเก่าที่ไม่มีน้ำยาในภาคใต้ โดยคนหนึ่งอยู่ที่เยอรมนี และอีกคนหนึ่งอยู่ที่สวีเดน แต่จริงๆ แล้วคนที่เคลื่อนไหวใน 3 จว.ชายแดนภาคใต้นั้น ก็คือนักเคลื่อนไหว และนักต่อสู้รุ่นใหม่ และถ้ายังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ประเทศนี้จะลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084453
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

nasan
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,919
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #14 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2551, 13:15:17 »

 เจ้าหน้าที่ยังคงสนธิกำลังทั้ง 3 ฝ่าย ใช้มาตรการเดิมดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนใน อ.เบตง แม้"กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้"แถลงหยุดยิงแ แต่ยังไม่มีฝ่ายใดปักใจเชื่อและไว้วางใจ อดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายาเผยการประกาศไม่น่าเชื่อถือและดูง่ายเกินไป
       
       ภายหลังจากกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นแกนนำ"กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย" ออกมาแถลงยุติการก่อเหตุร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย บรรยากาศในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.)เขต 2 อ.เบตง เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่เคยอยู่ใต้อิทธิพลของกลุ่มก่อความไม่สงบในปัจจุบันก็ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ ยกเว้นในส่วนของ จคม.ได้มีการตกลงกับผู้นำกลุ่มอย่างเป็นทางการจึงสามารถหยุดการเคลื่อนไหวได้
       
       ขณะที่ประชาชนหลายกลุ่มได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในด้านต่างๆ เกี่ยวกับการออกแถลงการณ์ของกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น อดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา (จคม)เขต 2 อ.เบตง กล่าวว่า โดยความคิดเห็นส่วนตัว ไม่อยากตำหนิผู้ที่กำลังพยายามหาสันติสุขให้กลับคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพียง แต่ควรจะออกเป็นแถลงการณ์ที่ชัดเจน ก่อนออกสู่สื่อโทรทัศน์
       
       ตนในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คิดว่ามันง่ายจนเกินไปที่จะออกมารูปแบบนี้ เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมันเรื้อรังมานานแล้ว อยู่ดีๆ ก็มาหยุดแบบนี้ มันดูจะง่ายจนเกินไป ตลอดเวลาที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นประชาชนอยู่กันอย่างลำบาก ไม่มีความสุข หวาดระแวง ไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ต้องทนอยู่ต่อไป เพราะไม่รู้จะหนีไปไหน เพราะเกิดที่นี่ ทำงานที่นี่ ถ้าไปอยู่ที่อื่น ต้องนับหนึ่งใหม่ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป
       
       อดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายายังเปิดเผยอีกว่า การตกลงหยุดยิงผิดกันกับในอดีตของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(จคม.)ซึ่งก่อนที่จะมีการยุติหยุดยิงก็ได้มีการตกลงกับผู้นำกลุ่มแต่ละเขตก่อนและมีการเจรจาอย่างเป็นทางการกับของเจ้าหน้าที่ทางการไทยจึงสามารถยุติได้
       
       ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้เพิ่มความเข้มในการเข้า ? ออกพรมแดนเนื่องจากเกรงว่ากลุ่มก่อความไม่สงบจะอาศัยช่วงเวลานี้หลบหนีออกนอกประเทศและอาจจะเดินทางเข้ามาเช่นกันภายหลังมีการประกาศหยุดยิง ส่วนทางด้านทางการมาเลเซียก็ได้เพิ่มความเข้มงวดเช่นกันในการเข้าประเทศ
       
       ด้านพ.ต.อ.สมบัติ หวังดี ผกก.สภ.เบตง กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสนธิกำลังทั้ง 3 ฝ่ายยังคงใช้มาตรการเดิมในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ กันอยู่เหมือนเดิม เพราะไม่อาจจะไว้ใจต่อสถานการณ์ อีกทั้งมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทุกหน่วยไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาทในส่วนพื้นที่รอบนอกตามแนวชายแดนของอำเภอเบตงรอยต่อประเทศเพื่อนบ้านก็ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ลาดตระเวนตามแนวชายแดนอยู่อย่างต่อเนื่อง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

nOi
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,972
สมาชิกลำดับที่ 28
ไม่ยอมหมดหวัง



| |

« ตอบ #15 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2551, 13:31:31 »

 
แล้วถ้าไม่จริง
ปล่อยให้ภาพถูกเผยแพร่ได้งัย
ไม่กรองกันเลยเหรอ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

สิ่งที่สวยงามที่สุดมิอาจสัมผัสได้โดยสัมผัสทางกาย ทว่าต้องรับรู้ผ่านหัวใจ

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #16 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2551, 22:16:43 »

 อดีตผบ.ทบ. ปฏิเสธจับมือนายทหารระดับสูงเผยแพร่เทปแถลงการณ์หยุดยิงออกอากาศ มีเบื้องหลัง หวังสร้างภาพเรียกร้องตำแหน่งในรัฐบาล
       
       วันนี้ (19 ก.ค.) พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ยืนยัน ไม่มีนายทหารระดับสูงอยู่เบื้องหลังในการนำเทปแถลงการณ์หยุดยิงของกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ เผยแพร่ออกอากาศ ตามที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกมาระบุ เพราะตนดำเนินการเพียงลำพังกับทีมงาน ไม่เกี่ยวข้องกับราชการหรือกองทัพ และยืนยันด้วยว่า ไม่หนักใจ แม้จะมีการมองว่าเทปที่นำมานั้นอาจเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากตนมั่นใจในข้อมูล แม้จะไม่มั่นใจเต็มร้อยก็ตาม ซึ่งคงจะต้องติดตามสถานการณ์ไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวของตนนั้นไม่ได้สร้างภาพเพื่อหวังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่น
       
       นอกจากนี้ พล.อ.เชษฐา ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ทีมงานของตนก็จะเดินหน้าต่อไปในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยจะดำเนินการด้วยความรอบคอบและหนักแน่นในข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น
 
 อดีตรองผอ.กอ.รมน. แฉมีนายทหารระดับบิ๊กหวังผลการเมือง อยู่เบื้องหลังจัดฉากแถลงข่าวหยุดยิงเผยแพร่ มั่นใจเป็นไปไม่ได้สงบศึกโดยไม่มีเงื่อนไข ชี้ตัวผู้แถลงไม่ใช่ของจริงแค่แนวร่วมหางแถว
       
       วันนี้ (19 ก.ค.) พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย ออกแถลงยุติการหยุดยิง ว่าเท่าที่ดู ไม่น่าเป็นไปได้ ที่การหยุดยิงจะไม่มีเงื่อนไข ตนมองว่าเป็นการสร้างค่าให้ตัวเอง เพราะจากการตรวจสอบกลุ่มดังกล่าว ทั้งชื่อบุคคล และชื่อกลุ่ม ไม่มีใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
       
       ?นายอารีเฟน คาน เช็กจากฐานข่าวพบว่า เป็น 1 ใน 132 คนไทยที่อพยพไปอยู่ที่มาเลเซีย ก่อนหน้านี้ และยอมรับว่ารู้สึกงงอยู่ ถ้าขบวนการนี้บริสุทธิ์ใจจริง ต้องเปิดเผยชื่อและฐานะ แต่กลับปิดบังหมด ผมตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาภาคใต้เกิดมาเกือบ 100 ปี แต่อยู่ ๆ ประกาศยุติโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นไปไม่ได้ แน่ๆ ? พล.อ.พัลลภ กล่าว และว่า กลุ่มคนพวกนี้ไม่มีบทบาทอะไร เป็นเพียงแนวร่วมเล็ก ๆ ถ้าอยากยุติบทบาทจริง ต้องมีระดับแกนนำ เช่น ดร.วัน ฟาเดย์ ที่เป็นอาจารย์สอนในประเทศเพื่อนบ้าน หรือตัวแทน ออกมาร่วมแถลงด้วย
       
       อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. กล่าวว่า ต้องชื่นชม พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่ต้องการแก้ปัญหาใต้ แต่การแถลงครั้งนี้ไม่น่าช่วยได้ ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน เพราะวันนี้ ทั้งพูโล บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนท ออกมามาปฏิเสธชัดแล้วว่า ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน และไม่ยอมรับแถลงการณ์ดังกล่าว
       
       ต่อข้อถามว่าการแถลงของกลุ่มดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องการเมือง การปรับคณะรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนไม่อยากก้าวล่วงเรื่องการเมือง แต่ทราบว่า มีนายทหารระดับบิ๊กคนหนึ่ง อยู่เบื้องหลัง นายทหารคนนี้หวังผลทางการเมือง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2]  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: