Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2561, 05:26:46

   

ผู้เขียน หัวข้อ: หยุดยิงในสามจังหวัด เรื่องจริงหรือหลอกลวง  (อ่าน 10758 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1] 2  ทั้งหมด
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 18:28:31 »

 เมื่อเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้แพร่ภาพการประกาศยุติการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยหัวหน้าขบวนการที่เรียกว่า กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย โดยประกาศเป็นภาษามลายู ก่อนที่จะแปลเป็นไทย เนื้อหาสรุปได้ว่า ทางกลุ่มได้ยุติการก่อความรุนแรงทุกชนิดในภาคใต้ของไทย ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2551 เวลา 12.00 น.
       
       ""ข้าพเจ้าในฐานะโฆษกของกลุ่มใต้ดินรวมของทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งได้ปฏิบัติการมานานหลายสิบปีแล้วขอประกาศให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า ทางกลุ่มใต้ดินรวมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ประกาศคำสั่งให้มีการหยุดยิง ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2008 หรือ พ.ศ.2551 เวลา 12 นาฬิกา ซึ่งตรงกับ 14 รอญับ 1429 ฮิจญเราะห์
       
       หน่วยต่อสู้ทุกกลุ่มของเรา ทั้งฝ่ายทหาร และฝ่ายการเมือง จะสนับสนุนการเกิดสันติภาพในภาคใต้ของประเทศไทย นับจากนี้เป็นต้นไป เนื่องจากปัญหาการขัดแย้งนี้เริ่มขึ้นในปี ค.ค.1909 หรือ พ.ศ. 2452 ซึ่งใกล้จะครบ 100 ปีแล้ว เพราะฉะนั้น พวกเราจึงตัดสินใจที่จะหยุดข้อพิพาทนี้ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราหวังว่า จะนำความสุขกลับคืนมาสู่ประเทศไทย เพื่อให้ประชาชาชนได้มีความกินดีอยู่ดี
       
       พวกเราขอให้หน่วยทหารทุกหน่วย ทุกกองของเรา ตลอดจนหน่วยทางการเมืองยึดมั่นในคำสั่งการประกาศหยุดยิง นั้นหมายถึงให้มีการหยุดและเพิกถอนคำสั่งในการปฏิบัติการต่างๆ ทุกชนิด การปะทะกันทางอาวุธ และการก่อความไม่สงบอื่นๆ ในทันที
       
       ข้าพเจ้าในฐานะโฆษกและผู้นำของกลุ่มใต้ดินรวมขอให้ทุกหน่วยหยุดปฏิบัติการก่อความไม่สง ต่างๆ โดยทันทีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยต่อสู้ที่ยังไม่ได้รับทราบคำสั่งนี้มาก่อน จากการประกาศแถลงการณ์ถึงการตัดสินใจของพวกเราในวันนี้ หากบุคคลหรือกลุ่มใดก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มใต้ดินรวมของเราได้กระทำการใดๆ ขัดขืนต่อคำสั่ง ประกาศการหยุดยิงของเรา ไม่ว่าจะเป็นการก่อความไม่สงบต่างๆ การลักพาตัว หรือการปะทะต่อสู้ต่างๆ พวกเราถือว่าพวกนี้เป็นพวกอาชญากรที่จะถูกตามจับและหากจำเป็นก็จะถูกกำจัด
       
       พวกเราพร้อมยินดีที่จะอยู่ใต้ร่มพระยุคลบาทของพระเจ้าอยู่หัวและสนับสนุนความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทยภายใต้กฎของรัฐบาลไทย พวกเราต้องการเข้าสู่สถานการณ์ที่สงบสุขและมีสันติภาพ
       
       พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก เราควรตระหนักถึงการหยุดยิงนี้ว่าเป็นการประทานพรจากพระเจ้าสำหรับประชาชนทางภาคใต้และประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ เพื่อที่แสดงออกถึงความกตัญญูและความผูกพันที่มีต่อประเทศที่เรารัก ผู้นำทางศาสนา และผู้นำทางด้านการเมืองของเราในทุกระดับ จะจัดการชุมนุมและการเฉลิมฉลอง เพื่อให้พี่น้องเห็นถึงผลดีของการหยุดยิงนี้
       
       พวกเราสนับสนุนให้ประชาชนทุกศาสนาในภาคใต้ โดยเฉพาะชาวพุทธและชาวมุสลิมได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข พวกเราปรารถนา ให้ประเทศเพื่อนบ้านได้เข้ามาร่วมในการให้คำปรึกษาการแก้ไขปัญหาการขัดแย้งนี้ด้วย
       
       พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก ความต้องการสูงสุดของข้าพเจ้าและกลุ่มคือการยุติการนองเลือดและการสูญเสียชีวิตของประชาชนในภาคใต้ของประเทศไทยตลอดไป เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข
       
       ข้าพเจ้าของย้ำให้ประชาชนชาวไทยทราบอีกครั้งว่า หน่วยกำลังของกลุ่มใต้ดินทุกหน่วยจะหยุดปฏิบัติการ ก่อความไม่สงบทุกชนิดนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
       
       พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก พวกเราทุกคนมีพระเจ้าองค์เดียวที่พวกเราต่างเชื่อถือ และพวกเราทุกคนต่างรักและเคารพต่อพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกัน ขอให้พระเจ้าคุ้มครองพระเจ้าอยู่หัวของเรา และประชาชนของเรา พวกเราปรารถนาให้มีความสงบสุขและสันติภาพ เกิดขึ้นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปและตลอดไป? คำแถลงระบุ
       
       ทั้งนี้ การประกาศหยุดยิงดังกล่าว พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อ้างว่าเป็นผลงานจากการติดต่อของตน โดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งกลุ่มใต้ดินรวมฯ ดังกล่าวมีตัวแทนมาจากกลุ่มพูโล และอาร์เคเค ประกาศหยุดยิงดังกล่าวไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งในเรื่องการแบ่งแยกดินแดน หรือการตั้งเขตปกครองตนเอง


 พลันที่ภาพข่าวผลการเจรจาหยุดยิงระหว่าง ?พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร? อดีต ผบ.ทบ.และอดีต รมว.กลาโหม ซึ่งปัจจุบันนั่งเป็นหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กับ ?กลุ่มไต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? ได้รับการออนแอร์ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อช่วงข่าวเที่ยงวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงคนไทยจะรับชมได้เท่านั้น แต่ยังมีการเผยแพร่ไปทั่วโลกอีกด้วย
       
       สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาในพื้นที่ชายแดนใต้และใกล้เคียง แทนที่จะเป็นปรากฏการณ์ของความยินดีปรีดาของพี่น้องประชาชน เนื่องเพราะสถานการณ์ ?ไฟใต้? ที่ยังความโหดร้ายและรุนแรงอันปรากฏต่อเนื่องมายาวนาน โดยเฉพาะการโหมไฟใต้ให้ลุกโชนในยุคหลังที่เกิดจากความอหังการของ ?ระบอบทักษิณ? ซึ่งฝันร้ายต่างๆ เหล่านี้น่าจะถึงกาลยุติลงได้อย่างสันติวิธี จากผลการเจริจาที่ปรากฏเป็นภาพและข่าวอย่างฮือฮาในหนนี้
       
       ทว่า กลับกลายเป็นมีคำถามผุดขึ้นในจิตใจผู้คนมากมายเข้ามาแทนที่ พร้อมๆ กับความสงสัยว่าภาพและข่าวที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนในครั้งนี้นั้น...มีเป็นความจริงแค่ไหน?! หรือเป็นเรื่องโจ๊กไส่ไข่?! หรือเป็นเรื่องปาหี่ที่มีการหวังผลการเมืองของรัฐบาลชุดนี้?!
       
       ทั้งนี้ เพราะที่ภาพและข่าวที่ปรากฏทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในครานี้ ขาดทั้งน้ำหนักในสถานการณ์ความเป็นจริง แถมเหตุและผลอันน่าเชื่อถือก็ค่อนข้างอ่อนด้อยในหลายประการ
       
       คนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของ ?กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? แม้จะไม่บอกชื่อสกุล แต่ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของชายแดนใต้ใกล้ชิดจะทราบว่า เขาคือ ?นายลุกมาน บินลีมา? ซึ่งเป็นสมาชิกพูโลเก่าที่ปักหลักอยู่ในสำนักงานของบขวนการพูโล ณ ประเทศเยอรมนี
       
       ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีมานี้ ?นายลุกมาน บินลีมา? ได้พยายามอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ชายแดนใต้ทุกกลุ่ม โดยเคลื่อนไหวผ่านเว็บไซต์พูโล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่างๆ ต่อรัฐบาลไทยมาโดยตลอด จนได้ฉายาจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการข่าวความมั่นคงว่า ?นายหน้าค้าสงคราม?
       
       ดังนั้น การที่มีการอุปโลกน์เอา ?นายลุกมาน บินลีมา? มาเป็นตัวแทน ?กลุ่มไต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? เพื่อประกาศให้แนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ?หยุดยิง? ซึ่งหมายถึงการยุติสงครามการก่อความไม่สงบ จึงขาดน้ำหนักแห่งความเชื่อถือและเชื่อมั่นลงไปไม่น้อย
       
       และนอกจากไม่เชื่อมั่นหรือน่าเชื่อถือแล้ว ยังมีความคลางแคลงใจต่อไปว่า การใช้โอกาสและจังหวะก่อนที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ?สมัคร 1? เกิดขึ้นช่วงหลังวันที่ 28 ก.ค.นี้ เป็นไปเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่?!
       
       โดยเฉพาะในตำแหน่ง ?รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม? ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นั่งถ่างขาไปควบอยู่ในเวลานี้
       
       โดยข้อเท็จจริงแล้ว การเจรจาระหว่างนายทหารที่ทำงานใต้ดิน กับตัวแทนของขบวนการพูโลเก่า รวมถึงขบวนการเบอร์ซาตู ที่มี ?ดร.วัน กอเดร์? เป็นประธานกลุ่มนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งที่ พล.อ.กิตติ รัตนฉายา ยังเป็นนั่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ โดยมีการเดินทางไปเจรจากันทั้งในประเทศซีเรีย สวีเดน เยอรมนี และอียิปต์
       
       อีกทั้งหลังจากเกิดเหตุราดน้ำมันใส่ไฟใต้ระลอกใหม่ของระบอบทักษิณ ซึ่งเดินหน้าปลุกปั้นความเป็น ?รัฐตำรวจ? โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อแบบหัวปักหัวปำในข้อมูลตำรวจ นำไปสู่การกวนอำนาจบริหารราชการในชายแดนใต้ให้ปั่นป่วน มีการยุบทิ้งหน่วยงานสำคัญอย่างกองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 43 (พตท.43) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และให้ทหารถอนเข้ากรมกอง แต่ให้ตำรวจออกมาใหญ่รับหน้าที่แทน ซึ่งไฟใต้ระลอกใหม่นี้ถือเอาเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็นจุดเริ่มในต้นปี 2547 นั้น
       
       ท่ามกลางสถานการณ์ไฟใต้ลุกโชนระลอกใหม่นี้ ก็ยังคงมีการเดินทางไปเจรจากันระหว่าง ?นายทหารจากกองทัพไทย? กับ ?ตัวแทนขบวนการพูโลเก่า? มาโดยตลอด ซึ่งบุคคลที่มีเป็น ?คีย์แมน? ของกองทัพรับหน้าที่เจรจา ได้แก่ พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก พล.อ.ไวพจน์ ศรีนวล พล.ต.อกนิษย์ หมื่นสวัสดิ์ รวมถึงนายทหารระดับ พล.ต. และ พ.อ. ของกองทัพภาคที่ 4 อีกประมาณ 3-4 นาย
       
       จนกระทั่งเมื่อปี 2550 ได้มีการดึงเอา ?ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด? อดีตนายกรัฐมนตีของประเทศมาเลเซีย มาเป็นคนกลาง มีการนัดประชุมแดนนำของขบวนการพูโลเก่าและขบวนการอื่นๆ ด้วย แต่ได้ยกเว้น ?ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต? และ ?ขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี? มาร่วมเจรจา
       
       และสุดท้ายผลการเจรจาในครั้งนั้นก็ไม่บรรลุเป้าประสงค์ตามต้องการ เนื่องจากตัวแทนของขบวนการต่างๆ ที่มาร่วมโต๊ะเจรจาล้วนเป็นผู้ที่ไม่มีบทบาทในการที่จะสั่งการให้ ?แนวร่วม? ที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ยุติการปฏิบัติการลงได้
       
       แต่การเจรจาระหว่างนายทหารกลุ่มหนึ่ง กับคนของขบวนการพูโล และเบอร์ซาตู ก็ยังคงมีการดำเนินการไปโดยตลอด จนกระทั่งสุดท้ายมีนายทหารระดับ ?พล.ท.? นายหนึ่งเป็นหัวหน้าคณะไปเจรจากับสมาชิกของขบวนการพูโลเก่าที่ประเทศเยอรมนี หลังจากการเสียชีวิตของ ?ตวนกูนีรอ ตอกอนีรอ? ประธานขบวนการพูโลเก่า เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการ ?อัดเทป? เพื่อนำมาออกอากาศแสดงเจตนารมณ์ของ ?นายลุกมาน บินลีมา? ที่ตั้งตนเป็นผู้นำกลุ่มใต้ดิน เพื่อยุติการต่อสู้ด้วยกำลังและอาวุธ
       
       ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ปฏิบัติการนี้นอกจากจะเป็นเรื่อง ?การเมืองในประเทศไทย? แล้ว ยังเป็นเรื่อง ?การเมืองของขบวนการพูโลเก่า? ด้วย เนื่องเพราะมีการแย่งชิงตำแหน่งประธานขบวนการพูโลเก่าแทน ?ตวนกอบีรอ ตอกอนีรอ? ที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยมีการประชุมและเกิดความขัดแย้งกันในกลุ่มสมาชิกระดับนำ
       
       และเป็นไปได้อีกเช่นกันว่า ?นายลุกมาน บินลีมา? ฉวยโอกาสนี้ประกาศตัวเป็นหัวหน้า ?กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งประธานขบวนการพูโลเก่าคนต่อไป
       
       ข้อเท็จจริงอีกหนึ่งเรื่อง คือ กองทัพบก, กองทัพภาคที่ 4, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยข่าวความมั่นคงทุกหน่วย ต่างมีข้อมูลที่ชัดเจนว่า ผู้ที่บงการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเวลานี้นั้น เป็นฝีมือของ ?ขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต?
       
       อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนว่า ใครคือประธานขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนตที่แท้จริง รู้แต่เพียงว่า ?นายสะแปอิง บาซอ? อดีตครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ น่าจะประธานขบวนการ มี ?นายมะแซ อุเซ็ง? เป็นผู้บัญชาการกองกำลัง
       
       แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2547 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ตัวแทนของขบวนการบีอาร์เอ็นไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่เคยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ไม่ปฏิเสธ และไม่ตอบรับในข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้บงการก่อความไม่สงบเพื่อแบ่งแยกดินแดน
       
       และที่สำคัญ ?แนวร่วมกลุ่มอาร์เคเค? ในพื้นที่ ต่างไม่ยอมรับแกนนำของขบวนการพูโลเก่าในการ ?ชี้นำ? และยังมีการสั่งห้ามแกนนำขบวนการพูโลเก่า รวมถึงขบวนการพูโลใหม่ในพื้นที่ยุ่งเกี่ยวกับการกระทำของแนวร่วมอาร์เคเคในพื้นที่อย่างเด็ดขาด
       
       นอกจากนี้แล้ว การที่ ?รัฐบาล? และ ?กองทัพ? ไม่ออกมาแถลงข่าวเพื่อชี้ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศรับทราบถึง ?ข่าวดี? ในเรื่องนี้โดยทันที จึงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากว่ารัฐบาลและกองทัพเองก็ยังไม่เชื่อว่า ?นายลุกมาน บินลีมา? เป็นผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการให้แนวร่วมในพื้นที่ชายแดนใต้หยุดก่อความไม่สงบได้จริง
       
       ดังนั้น การวางเฉยของรัฐบาลและกองทัพต่อเรื่องที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร แถลงนั้น ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นจริง รัฐบาลและกองทัพก็ไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งถือเป็นความเสียหายส่วนตัวของ พล.อ.เชษฐาและคณะเพียงอย่างเดียว
       
       แต่หากเรื่องที่มีการแถลงข่าวปรากฏเป็นเรื่องจริงขึ้นมา สถานการณ์ไฟใต้มอดดับ ปราศจากเสียงปืน เสียงระเบิด และการตกตายของชีวิตประชาชน นอกจาก พล.อ.เชษฐาจะกลายเป็น ?ฮีโร่? ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง ?รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม? แล้ว รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ก็ยังได้รับ ?ความชอบ? ไปด้วยอย่างเต็มๆ ที่สามารถยุติสถานการณ์ไฟใต้ที่เลวร้ายได้ในรัฐบาลของตนเอง
       
       ทั้งหมดทั้งปวงนี้จะมีคำตอบที่ ?สมบูรณ์? จากพื้นที่ชายแดนใต้ได้นั้น สังคมคงต้องรอพิสูจน์กันต่อไปว่าสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมถึงอีก 4 อำเภอของ จ.สงขลา นับแต่นี้ไปจะคลี่คลายไปสู่สันติ
       
       เมื่อถึงเวลานั้น ?นายลุกมาน บินลีมา? จึงคือผู้นำ ?กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? ที่แท้จริง และ ?พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร? คือคนที่คนไทยทั้งแผ่นดินต้องให้ความเคารพในฐานะที่เป็นผู้ยุติไฟใต้อันยืดเยือยาวนานลงได้อย่างแท้จริง
       
       แต่ในทางกลับกันแล้ว ถ้าสถานการณ์ไฟใต้ยังคงคุกรุ่นรุนแรงต่อไป นั่นก็หมายถึงภาพและข่าวที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อช่วงข่าวเที่ยวของวันที่ 17 ก.ค.นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับ ?ปาหี่? ครั้งใหญ่ที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องจารึกไว้

ที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084176
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 18:29:49 »

นายนิเดร์ วาบา นายกสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม และอดีตประธานที่ปรึกษา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นถึงกรณีที่ขบวนการใต้ดินของภาคใต้ออกมาแถลงการณ์ประกาศยุติความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ารู้สึกแปลกใจ โดยส่วนตัวไม่รู้จักกับทั้ง 3 คนที่ปรากฏในข่าว หลังจากได้ข่าวทางทีวี และได้สอบถามไปยังอดีตแกนนำขบวนการหลายคนในต่างประเทศ ได้รับคำตอบว่า ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักบุคคลกลุ่มนี้ ส่วนจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมไม่สามารถยืนยันได้ การที่กลุ่มนี้ออกมาประกาศยุติก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่ดี เพราะสถานการณ์ขณะนี้ความรุนแรงยังไม่ลดลง การที่เจ้าหน้าที่บอกว่าสถานการณ์ดีขึ้นนั้นเป็นเฉพาะบางส่วนเท่านั้น

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตประธานที่ปรึกษาผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับการประกาศของกลุ่มใต้ดินที่จะยุติการก่อความไม่สงบภาคใต้ เพราะไม่เคยทราบข่าวมาก่อน และเป็นห่วงอนาคตว่าจะกลายเป็นการรองรับและรับรองขบวนการนี้หรือไม่ และองค์กรการประชุมอิสลามโลกอาจจะเข้ามาแก้ไข โดยรัฐบาลไทยเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้

ส.ส.นราฯ ปชป.เผยชาวบ้านไม่รู้จักแกนนำที่แถลงยุติความรุนแรงชายแดนใต้ สงสัยเป็นตัวจริงที่มีอำนาจสั่งการหรือไม่ หากเป็นเรื่องจริงถือว่ารัฐบาลเสียหน้า ?เชษฐา? เป็นแค่ ส.ส.เท่านั้น หวั่นมีเงื่อนไขสัญญาแอบแฝงโดยที่ รบ.ไม่รู้ จี้ ?หมัก? ประกาศด้วยตัวเอง
       
       
       วันนี้ (17 ก.ค.) นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ประกาศ ยุติความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่วันนี้ว่า ขณะนี้ตนอยู่ในพื้นที่ และฟังคำแถลงดังกล่าวพร้อมกับชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านที่ได้ยินต่างมึนและช็อกว่า คนที่ออกมาปรากฏตัวทั้ง 3 คนเป็นใคร เป็นตัวจริงที่เป็นแกนนำมีอำนาจสั่งการหรือไม่ เพราะไม่มีใครรู้จักบุคคลเหล่านั้น และการใช้ภาษาก็เป็นภาษามลายูกลางที่เป็นภาษาของมาเลเซีย ทั้งนี้ ประชาชนในภาคใต้ยังสงสัยว่า พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจชาติพัฒนา ดำเนินการเรื่องนี้ในฐานะอะไร รัฐบาลรับทราบหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากบุคคลทั้ง 3 คน เป็นหัวหน้าจริงในระดับสั่งการ ไม่เป็นการหลอกลวง ก็เชื่อว่า สถานการณ์คงคลี่คลายได้ ทางตนก็ต้องขอชื่นชม พล.อ.เชษฐา เพราะถือเป็นพื้นฐานที่ดี เนื่องจากประชาชนต้องการความสงบ
       
       ?ถ้าเป็นจริงก็ต้องชื่นชม แต่เรื่องนี้รัฐบาลต้องเข้าไปดูแล เพราะไม่รู้ว่าท่านเชษฐาทำในฐานะอะไร ถ้าพูดทางการเมืองต้องถือว่ารัฐบาลเสียหน้า เพราะ พล.อ.เชษฐา เป็นคนนอก เป็นเพียงส.ส.คนหนึ่ง หากไปทำสัญญาอะไรแล้วรัฐบาลไม่รับรู้ ถ้ามีการทวงสัญญาก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะจะยิ่งเป็นเงื่อนไข และอาจเป็นการยกระดับกลุ่มผู้ก่อการ ดังนั้น เรื่องนี้ท่านนายกฯควรต้องเป็นผู้ประกาศด้วยตัวเอง เพื่อความชัดเจน และชาวบ้านจะได้ไม่สับสน? นายเจ๊ะอามิง กล่าว
       
       นายเจ๊ะอามิง กล่าวต่อว่า จะรอดูสถานการณ์ใน 2-3 วันนี้ก่อนว่า หลังจากการประกาศออกมาแล้วสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นอย่างไร ปัญหาจะยุติ หรือเบาบางลงหรือไม่ เพราะตามคำแถลงได้ระบุในทำนองว่า ถ้ามีการก่อการก็ไม่ใช่กลุ่มที่มาแถลง เป็นการตอบแบบไม่มั่นใจ และทำให้มีคำถามตามมาว่า ถ้าไม่ใช่กลุ่มนี้แล้วจะเป็นใคร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 18:30:25 »

โจรใต้แถลงยุติก่อเหตุรุนแรงในชายแดนใต้ฝ่ายเดียว ส่อเค้าพิลึกกึกกือ มี ?เชษฐา? นายทหารนอกราชการคุยโม้อยู่คนเดียวและสายตรงกระเหี้ยนกระหือรือรายงาน ?หมัก? ทันที ขณะที่ ผบ.ทบ.-ผบ.สส.รวมทั้งแม่ทัพภาค 4 ต่างใบ้กินไม่รู้เรื่องและปิดปากเงียบ
       
       วันนี้ (17 ก.ค.) พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต รมว.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ว่า จากคำแถลงการณ์ของ ?กลุ่มรวมใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? ที่ยุติก่อความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.เป็นต้นไป น่าจะรู้ได้ว่าเขาต้องการอย่างไร สรุปว่าเขามีเจตนารมณ์โดยแท้จริงที่อยากจะยุติการปฏิบัติการและอยากจะเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นในจังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือว่าเขามีพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกับพวกเรา ซึ่งคิดว่าเมื่อเป็นเจตนารมณ์เขา เราก็ควรตอบรับด้วยความยินดีอย่างยิ่ง และขอให้ควบคุมการบังคับบัญชากันให้ดี จริงๆ แล้วเราจะรอผลการพิสูจน์จากนี้เป็นต้นไปตามที่ได้ประกาศ เรามีทีมงานทำมาตลอด แต่เข้มข้นประมาณปีเศษ
       
       เมื่อถามว่า เป็นตังวจริงหรือไม่ พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า เป็นตัวจริงเขายืนยัน และเรามีตัวกลางเชื่อถือได้ ยืนยันกันหนักแน่น ซึ่งเรามีความมั่นใจในตรงนั้น เพราะเขาคงจะเบื่อเต็มทีแล้วจะไม่อยากเห็นการสูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเขายืนยันว่าเขาเป็นหัวหน้าต้องพิสูจน์ตัวเองด้วย ส่วนคนที่ออกมาแถลงเป็นหัวหน้ากลุ่มรวมทุกกลุ่มใน 11 กลุ่ม แต่ชื่ออะไรขอปิดไว้ก่อน
       
       เมื่อถามว่า รวมถึงกลุ่มบีอาร์เอ็น พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า เขาอยู่ตรงไหนไม่รู้ แต่เป็นตัวแทนกลุ่มทั้งหมดที่เรียกว่ากลุ่มใต้ดินรวมที่ปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อถามว่า ไม่คิดว่าเขาหลอก พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า มาถึงขั้นนี้แล้วจะหลอกหรือไม่ คิดว่าได้ทำเต็มที่ที่สุด ได้แค่นี้ตนขอรับผิดชอบคนเดียว ถ้าหน้าแตกขอหน้าแตกคนเดียว
       
       เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเป็นช่วงนี้ พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับจังหวะและเขาต้องการแสดงเจตนารมณ์ช่วงนี้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำในนามส่วนตัวที่อยู่ในฐานะกึ่งข้าราชการและมีความรับผิดชอบมาก่อน ซึ่งพยายามทำมาตลอด แต่ไม่สำเร็จรู้สึกเสียหน้า อายและเสียใจที่แก้ไขไม่ได้ ซึ่งขั้นตอนจากนี้ไปขอยืนยันตอบรับความปรารถนาดีของหัวหน้ากลุ่มรวมใต้ดินฯ และจะนำเรื่องนี้ไปถึงนายกรัฐมนตรีโดยผ่าน ผบ.ทบ.ในฐานะเป็นรอง ผอ.รมน.ซึ่งเป็นเรื่องลับ จึงไม่มีการแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ การพูดคุยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งจากแถลงการณ์ไม่มีเลย
       
       เมื่อถามว่า เหตุใดไม่ทำในนามรัฐบาล พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ทำในนามรัฐบาลติดต่อไม่ได้ เราต้องติดต่อผ่านตัวกลางอีกหลายช่วง เมื่อถามว่า มาเลเซียมีส่วนร่วมหรือไม่ พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า มี ยืนยันว่ามีหมดรวมทั้งประเทศที่เป็นกลาง ไม่ว่าจะสหภาพยุโรป แต่ไม่ถึงตะวันออกกลาง แต่มีเกี่ยวข้องนิดหน่อย เราติดต่อไปหลายที่หลายจุด
       
       เมื่อถามว่า การดำเนินการรายงานในกองทัพบกทราบหรือไม่ พล.อ.เชษฐา กล่าว่า รู้กันอยู่ในที แต่ตนต้องออกมารับผิดชอบ เพราะหากทำอะไรแล้วไม่ดีและเสียหาย ทางราชการจะเสียหายได้ ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้ไม่มีการช่วยเหลือจากกองทัพบก ซึ่งคนที่จะช่วยมีแต่ไม่อยากให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องมาเดือดร้อนด้วย
       
       เมื่อถามว่า ต้องใช้เวลาพิสูจน์นานเพียงใด พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า จากนี้ไป 30 วัน ถ้าหยุดยิง หยุดการปฏิบัติการทั้งหมด หากมีการก่อเหตุก็จะย้ำไป และต่อว่า ดูว่าสามารถควบคุมได้จริงหรือไม่ คิดว่าดีที่สุดแล้ว แต่จะบอกร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วยืนยันไม่ได้ แต่กล้ารับผิดชอบตัวเองก็กลัวถูกหลอก แต่คิดว่าดีที่สุดที่เขาแสดงความปรารถนาออกมา ซึ่งจะให้บอกตัวจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนก็ไม่ยืนยัน
       
       เมื่อถามว่า ไม่รอ 30 วันก่อนแล้วมาแถลง พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ที่เขาประกาศไปต้องบอกลูกน้องผ่านทางทีวี ตนเป็นห่วงว่าเขาสามารถติดต่อลูกน้องได้มากแค่ไหน ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ถือว่าแปลก เพราะการติดต่อเครื่องมือเขาไม่ทันสมัย แต่เมื่อออกทางทีวีเป็นภาษามาเลเซียส่วนหนึ่งก็เข้าถึงคนที่อยู่ในมาเลย์ และภาษาไทย ซึ่งการออกที่วีอยากให้ทั่วถึง ยืนยันว่าการกระทำไม่ใช่การยกระดับ เพราะการกระทำไม่เกี่ยวกับราชการ ตนไม่มีระดับจึงไม่มีปัญหา การกระทำคงไม่ได้ยกระดับไปสู่โอไอซี
       
       พล.อ.เชษฐา กล่าวอีกว่า ทางโอไอซีนั้นไม่เกี่ยวกัน แค่กลุ่มที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ที่มีเจตนารมณ์อย่างแท้จริง ส่วนผลจะออกมาอย่างไรต้องดูกันต่อไป ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเข้าออกนอกประเทศเป็นธรรมดา คนที่เป็นผู้นำพูดภาษาไทยไม่ได้ ทั้งนี้ หาก 30 วันไม่มีเหตุการณ์ก็สามารถควบคุมเหตุการณ์อย่างที่ประกาศไว้ได้ ส่วนจะมีการแถลงการณ์ร่วมกันหรือไม่นั้น ต้องดำเนินการไปตามทีละขั้นตอน หากเจตนารมณ์เขาจริง การทำงานก็ง่าย แต่การดำเนินการไม่มีนัยและไม่ง่ายเกินไป ตนทำงานมาติดต่อเขาตลอดทั้งผ่านตัวกลางและใต้ดิน ซึ่งตัวกลางคือทุกประเทศที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สหภาพยุโรปและอเมริกาก็สนใจหากมีความสงบ และอยากเห็นความสงบเหมือนไทย
       
       พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ปัญหาภาคใต้เริ่มดีขึ้น เทียบสมัยก่อนอาจยิ่งกว่านี้ แต่เห็นเจตนาดีของรัฐบาลที่ไม่ต้องการเห็นคนใดคนหนึ่งไปทำสิ่งไม่ถูกต้อง เมื่อคิดอย่างนี้คิดว่าเขาสามารถกลับใจได้ ส่วนผู้ที่มีคดีอาญาต้องว่ากันทีหลัง ตนไม่เกี่ยวเป็นหน้าที่รัฐบาล ส่วนคดีอีกเรื่องว่าจะทำอย่างไร เขามีเจตนาดีตนจึงรับไว้ การกระทำไม่มีการต่อรองอะไร แต่หากยังเกิดเหตุรุนแรงใน 30 วัน ตนต้องกดดันว่ามีเหตุผลอะไร ซึ่งแถลงการณ์เขายืนยันว่าหากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รัฐสามารถดำเนินการได้เลย ทั้งนี้ ตนตัดสินใจมานานที่จะออกมแถลงข่าว เพราะไม่แน่ใจว่าจะเป็นตัวจริงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่
       
       เมื่อถามว่า คนที่มาแถลงเป็นมือหนึ่งของกลุ่มขบวนการหรือไม่ พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า เป็นเบอร์หนึ่งของกลุ่มที่มารวมกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่สามารถเรียกเขาว่าหัวหน้าได้ การแถลงเป็นความคิดที่เขาต้องการให้ลูกน้องรู้ เป็นความต้องการของเขา เมื่อถามว่า เหตุการณ์มีมานานแต่วันนี้จบลงง่ายเกินไปหรือไม่ พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ความจริงไม่ง่าย เราคงไม่รู้ว่าทำกันมาอย่างไร ซึ่งจากวันนี้จะดูสถานการณ์ภาคใต้ไปเรื่อยๆ
       
       เมื่อถามว่า หัวหน้าขบวนการอยู่ในความดูแลของใคร พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า เขาปลอดภัยและอยู่ในที่ปลอดภัย เราไม่อยู่ว่าเขาอยู่ที่ไหน เมื่อถามว่า เหตุใด สะแปอิง บาซอ ไม่เป็นหัวหน้า พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ของอย่างนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงกันได้ ทั้งหมดรวมอยู่ในนี้แล้ว เขาเป็นหัวหน้ากลุ่ม เขาประกาศตัวเขาเอง และคนที่พูดภาษาไทยเป็นผู้นำทางทหาร หากเป็นหัวหน้าจริงเขาต้องสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ คงต้องให้เวลาสักระยะ
       
       เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุใน 30 วันนี้ ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า จะให้ทำอย่างไร เมื่อไม่ใช่ เราบอกว่าเราทำดีที่สุดแล้ว แต่ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย หากหลอกก็คงไม่หลอกตนคนเดียว
       
       ด้าน พล.ท.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ เจ้ากรมทหารสื่อสาร และในฐานะผู้อำนวย ททบ.5 กล่าวว่า การที่ พล.อ.เชษฐา มาใช้สถานีโทรทัศน์ ททบ.5 ในการแถลงและเผยแพร่ภาพการแถลงยุติก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ เพราะท่านติดต่อมาที่ ททบ.5 และการอนุญาตให้ใช้ ททบ.5 เพราะตนทำหน้าที่ของสื่อที่เสนอข้อมูลข่าวสาร ซึ่งหากเป็นเรื่องดีก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ อย่างไรก็ดี ได้สอบถามไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ท่านก็บอกว่าอย่าไปยุ่ง แต่ถ้าเขาจะใช้ ททบ.5 ก็ปล่อยเขาไป เพราะเราทำหน้าที่ของสถานีสื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่ง
       
       ขณะที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอดูผลว่าเป็นอย่างไร และเขาจะหยุดจริงหรือไม่ จากนั้นค่อยว่ากันอีกครั้ง ซึ่งการรอดูผลเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ตนไม่มีรายละเอียดอะไรมากมายเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และกองทัพบก ต้องถาม ผบ.ทบ. ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่นั้น อย่าไปคิดอย่างนั้น เพราะถ้าการก่อเหตุหยุดจริงก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
       
       พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เป็นเรื่องทางยุทธศาสตร์ที่ต้องคุยกับทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงกลาโหมยังไม่ได้ตรวจสอบอะไร เพราะ พล.อ.เชษฐาเพิ่งแถลง แต่ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่พยายามช่วยเหลือ ทั้งนี้ คาดว่า 1-2 คงจะมีรีแอ็กชันจากกระทรวงกลาโหม ส่วนวิธีการดูง่ายๆ คือ ดูเหตุการณ์ต่อไปว่าจะเกิดเหตุหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันสื่อมวลชนพยามโทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่ พล.อ.เชษฐา นำเทปที่ผู้ก่อการร้ายประกาศว่าจะยุติก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้รับสายแต่อย่างใด แม้ว่าสื่อมวลชนหลายแขนงจะพยายามติดต่อไปหลายครั้งก็ตาม รวมไปถึง พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ไม่ได้รับสายสื่อมวลชนที่พยายามโทร.ติดต่อเช่นกัน
       
       นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวไม่ทราบเรื่องมาก่อน แต่อาจมีคณะรัฐมนตรีบางคนทราบเรื่อง เชื่อว่าคงเป็นการทำงานในทางลับ และ พล.อ.เชษฐา อาจได้รับมอบหมายไปช่วยเป็นกรณีพิเศษ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวต้องสอบถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
       
       ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า การออกมาแถลงเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี ถ้าหยุดก่อความไม่สงบได้จริง ก็จะทำให้พื้นที่ภาคใต้ดีขึ้น ส่วนจะจริงไม่จริง พิสูจน์ไม่ยาก 2-3 วัน ก็เห็นผลว่าจะมีการยิงกันอีกหรือไม่
       
       เมื่อถามว่าบทบาทของ พล.อ.เชษฐา ในเรื่องนี้เกี่ยวกับนัยทางการเมืองหรือการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรครวมใจไทยชาติพัฒนามีโควต้าอยู่แล้ว ส่วนจะมีโควต้าพิเศษอีกหรือไม่ เป็นเอกสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณา
       
       ทั้งนี้ สำหรับงานของกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ก็เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะงานยุติธรรมชุมชน และคุ้มครองสิทธิฯ เป็นเรื่องการพัฒนา ช่วยเหลือ ไม่ใช่งานปราบปราม

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 18:33:09 »

หลังประกาศยุติก่อเหตุของกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ผ่านไปเพียง 3 ชั่วโมง ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มยิงรถทหาร ฉก.15 จ.ยะลา ขณะขับรถลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยบนถนนสายบันนังสตา-ยะลา บ้านลือมุ หมู่ 8 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา จนเกิดเหตุปะทะกันขึ้น ทำให้ทหารบาดเจ็บ 2 นาย ขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว

หลังจากที่กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทยแถลงประกาศยุติการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายฝ่ายยังเฝ้าจับตามองว่า กลุ่มที่ออกมาแถลงในวันนี้ใช่ตัวจริงที่มีอำนาจสั่งการกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 4 ปียอดรวม 3,150 รายที่เสียชีวิต
       
       หลังจากที่ กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย แถลงประกาศยุติการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.เป็นต้นมา โดยนำเทปมาออกอากาศเมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (17 ก.ค.) ทางสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศได้ได้สรุปสถิติการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นอีกตามที่ได้มีการแถลง จะมีจำนวนตัวเลขของผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3,150 ราย
       
       ทั้งนี้ หากนับเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2551 เกิดเหตุรุนแรงขึ้นทั้งหมด 563 เหตุการณ์ มีเหยื่อความรุนแรงทั้งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวม 819 ราย และในจำนวนผู้เสียชีวิตตลอด 4 ปีมีครูรวมอยู่ด้วย 99 คน
       
       อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่การแถลงยุติการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประชาชนในพื้นที่ต่างยินดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ในทางกลับกันหลายฝ่ายยังเฝ้าจับตามองว่ากลุ่มที่ออกมาแถลงในวันนี้ใช่ตัวจริง ที่มีอำนาจสั่งการกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และเฝ้าจับตาสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงตามมาอีกหรือไม่

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 18:52:22 »

เจ้าหน้าที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เริ่มแจกเทียนไขให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อเตรียมจุดร่วมกันในเวลาประมาณ 19.00 น. วันนี้ เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
        ขณะเดียวกันบนเวทีปราศรัยพันธมิตร ได้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงเทปรายการผู้นำกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ที่แถลงหยุดยิงและก่อเหตุรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ทั้งนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ได้มีการตั้งข้อสังเกต หลังจากที่กลุ่มโจรแถลงการณ์แล้วยังมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่อาจเกิดความสงสัย ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของรัฐบาลและกองทัพ อาจทำให้สถานการณ์ในพื้นที่กลับเลวร้ายลงไปอีก ทั้งนี้กลุ่มพันธมิตรฯ จะคอยจับตาดูว่าเป็นการจัดฉากของฝ่ายรัฐหรือไม่

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) ยืนยัน กองทัพไม่เคยเปิดการเจรจากับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะถือว่ากลุ่มคนดังกล่าว เป็นกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งตามกฎหมายเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถเข้าไปเปิดการเจรจาได้ อีกทั้ง ยังต้องนำบุคคลเหล่านี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ยังยืนยันว่า กองทัพไม่อาจรับได้กับการออกมาแถลงการณ์ยุติการก่อความไม่สงบของกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 และถือว่าการดำเนินการดังกล่าวที่ผ่าน พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร นั้น ไม่ได้ถือว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทางราชการ และจะไม่มีผลต่อทางราชการแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อสอบถามไปทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 นั้น ได้รับทราบว่า ในตอนแรก พล.อ.เชษฐา ต้องการขอเข้ามาพูดคุยเรื่องปัญหาความไม่สงบเท่านั้น ไม่ได้เปิดเผยว่าจะมีการเผยแพร่เทปการออกแถลงการณ์ ของกลุ่มดังกล่าว แต่อย่างใด
        ส่วนบุคคลที่ออกมาแถลงการณ์ดังกล่าวนั้น ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่าคือ นายมาร์ดี เพ็งคาน หัวหน้ากลุ่มอิสลามลังกาสุกะ ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ระหว่างปี 2527 - 2530 แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มอื่น ๆ จนต้องยุติการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ ปี 2530 ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนั้น ขณะนี้ตนเองได้เรียนให้นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบแล้ว

 นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กล่าวถึงกรณีการแถลงยุติความเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้ดินว่า ตนตั้งข้อสังเกตในการเจรจาที่ง่าย ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญที่เกี่ยวกับความมั่นคง อีกทั้งรัฐบาลไม่ดูแลแต่ให้ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่ไม่มีหน้าที่ และเป็นแค่ ส.ส. เป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้เชื่อว่าการเจรจาดังกล่าวต้องมีข้อเรียกร้อง อย่างไรก็ตามตนจะตรวจสอบข้อมูลและเตรียมนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐด้วย
        นอกจากนี้ นายเจะอามิง กล่าวอีกว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นจริงตามที่ พล.อ.เชษฐาประกาศ ก็ขอชื่นชม แต่ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่เกรงว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเกมการเมือง และเป็นการจัดฉากหรือไม่

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 18:54:40 »

ชาวนราธิวาสให้ความสนใจ ฟังการแถลงของแกนนำกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ที่ประกาศยุติก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าสถานการณ์จะยุติหรือคลี่คลายลงโดยสิ้นเชิงในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังมีแยกเป็นกลุ่มย่อย ไม่ได้ขึ้นกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กล่าวถึงกรณีการแถลงยุติความเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้ดินว่า ตนตั้งข้อสังเกตในการเจรจาที่ง่าย ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญที่เกี่ยวกับความมั่นคง อีกทั้งรัฐบาลไม่ดูแลแต่ให้ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่ไม่มีหน้าที่ และเป็นแค่ ส.ส. เป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้เชื่อว่าการเจรจาดังกล่าวต้องมีข้อเรียกร้อง อย่างไรก็ตามตนจะตรวจสอบข้อมูลและเตรียมนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐด้วย
        นอกจากนี้ นายเจะอามิง กล่าวอีกว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นจริงตามที่ พล.อ.เชษฐาประกาศ ก็ขอชื่นชม แต่ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่เกรงว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นเกมการเมือง และเป็นการจัดฉากหรือไม่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 18:57:44 »

นายกท่องเที่ยว ชี้ คำแถลงการณ์ของกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย แถลงประกาศยุติการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว ด้านพี่น้อง 3 จังหวัดที่อพยพมาอยู่กระบี่เฮ
       
       นายอมฤต ศิริพรจุฑากุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย แถลงประกาศยุติการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.เป็นต้นมา โดยนำเทปมาออกอากาศเมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (17 ก.ค.) หากว่าเป็นไปตามที่ทางกลุ่มใต้ดินฯได้ประกาศออกมาจริง ก็จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวโดยรวมอย่างแน่นอน เพราะไม่เฉพาะแต่จังหวัดกระบี่ ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เองก็คงจะกลับมาคึกคักอีกอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องรอดูว่าหลังจากนี้จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นมาอีกหรือไม่ ต้องรอดูอีกสักระยะหนึ่ง
       
       นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวด้วยว่า จากคำแถลงการณ์ ดังกล่าวคงต้องรอดูสถานการณ์ ต่อไปเรื่อยๆ ว่า สิ่งที่ผู้นำกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย แถลงประกาศยุติการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นไปตามที่พูดหรือไม่ เพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ซึ่งหากคำแถลงการณ์การดังกล่าวเป็นความจริง จะทำให้เกิดผลดีต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว หากสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้สงบลง ก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวของภาคใต้มีความคึกคักอีกครั้งหนึ่ง
       
       ?ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก็เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวโดยรวม การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ก็ซบเซาตามไปด้วย เนื่องจากนักท่องเที่ยวเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัย และตนเชื่อว่า หลังจากนี้การท่องเที่ยวก็คงจะกลับมาคึกคักอย่างแน่นอน หากว่าไม่เกิดเหตุอีกต่อไปหลังจากที่ได้มีคำแถลงการณ์ออกมาจากกลุ่มใต้ดิน และหากจะพูดว่าต่อจากนี้ไปไม่เกิดความรุนแรงขึ้นอีกคงจะเร็วเกินไปเพราะไม่แน่ใจว่ากลุ่มทุกกลุ่มที่ก่อความไม่สงบเป็นกลุ่มใดกันแน่ แต่อย่างน้อยก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระดับหนึ่ง และต้องขอขอบคุณกลุ่มใต้ดินด้วยที่หยุดก่อการณ์ความไม่สงบ?
       
       ด้านชาวบ้านที่อพยพมาอยู่ที่จังหวัดกระบี่ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก หลังทราบข่าวว่ามีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกาศยุติการก่อความไม่สงบในพื้นที่ และบางคนมีความต้องการที่จะกลับไปอยู่บ้านเกิดเหมือนเดิม แต่ต้องรอดูเหตุการณ์อีกสักระยะ เพราะยังไม่มั่นใจมากนัก
       
       นายอับดุลเลาะห์ บูละ อายุ 49 ปี บ้านเดิมอยู่ ต.แหลมโพธิ์ อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งได้พาครอบครัวมาอยู่ที่ บ้านนพ หมู่ที่ 4 ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยมาเช่าห้องแถวเปิดเป็นร้านอาหาร ชื่อ ?ตะเยาะเฮง? กล่าวว่า สาเหตุที่ตนและครอบครัวเลือกมาอยู่ที่จังหวัดกระบี่ เนื่องจากทางญาติๆ ได้มาอาศัยอยู่ที่จังหวัดกระบี่ก่อนแล้ว ตนจึงได้ย้ายตามมาเพื่อมาหาทำเลเปิดร้านอาหารเลี้ยงชีพ เพราะที่โน่นมีปัญหาเรื่องความไม่สงบ ไม่มีลูกค้าเข้าร้าน และส่วนหนึ่งก็ต้องการให้ลูกชาย ซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้เรียนหนังสือตามวัยที่ควรจะได้รับ ?หลังจากที่ทราบข่าวว่า กลุ่มแกนนำผู้ก่อความไม่สงบจะยุติเหตุร้ายต่างๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และคิดว่าจะกลับไปอยู่ที่บ้านอย่างแน่นอน เมื่อเหตุการณ์สงบลง? อับดุลเลาะห์ กล่าว
       
       ด้าน นางไซนับ แวอาลี อายุ 36 ปี ภรรยาของอับดุลเลาะห์ กล่าวว่า ถ้ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะยุติการก่อความไม่สงบจริงๆ ชาวบ้านที่อพยพมาอยู่ที่นี่จะได้กลับไปทำงานตามปกติ ไม่ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังไม่มีความมั่นใจมากนักกับข่าวที่ออกมา และคงจะต้องอยู่ดูสถานการณ์อีกสักระยะ ถ้าเป็นจริงตามที่ข่าวออกมาก็จะกลับไปอยู่บ้านเกิดอย่างแน่นอน เพราะคิดถึงญาติที่อยู่ปัตตานี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2551, 19:36:15 »

ผบ.ทบ.ยัน กองทัพไม่เคยเปิดเจรจากลุ่มใต้ดิน ที่ออกมาแถลงผ่านช่อง 5 ลั่น!รับไม่ได้ที่ออกมาแถลงการณ์ ชี้ ไม่มีผล และไม่ถือเป็นการกระทำของทางราชการ เผยชื่อคนแถลง ?มาร์ดี เพ็งคาน? หน.กลุ่มอิสลามลังกาสุกะ เคยเคลื่อนไหวใน พท.ปี 27-30 แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มอื่นๆ จนต้องยุติการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ปี 30 ย้ำนายกฯทราบเรื่องแล้ว
       
       วันนี้ (17 ก.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) ยืนยันว่า กองทัพไม่เคยเปิดการเจรจากับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะถือว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งตามกฎหมายเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถเข้าไปเปิดการเจรจาได้ อีกทั้งยังต้องนำบุคคลเหล่านี้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
       
       นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ยังยืนยันว่า กองทัพไม่อาจรับได้กับการออกมาแถลงการณ์ยุติการก่อความไม่สงบของกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 และถือว่าการดำเนินการดังกล่าวที่ผ่าน พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร นั้น ไม่ได้ถือว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทางราชการ และจะไม่มีผลต่อทางราชการแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อสอบถามไปทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 นั้น ได้รับทราบว่า ในตอนแรก พล.อ.เชษฐา ต้องการขอเข้ามาพูดคุยเรื่องปัญหาความไม่สงบเท่านั้น ไม่ได้เปิดเผยว่าจะมีการเผยแพร่เทปการออกแถลงการณ์ของกลุ่มดังกล่าว แต่อย่างใด
       
       ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า ส่วนบุคคลที่ออกมาแถลงการณ์ดังกล่าวนั้น ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่า คือ นายมาร์ดี เพ็งคาน หัวหน้ากลุ่มอิสลามลังกาสุกะ ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ระหว่างปี 2527-2530 แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มอื่นๆ จนต้องยุติการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2530 ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนั้น ขณะนี้ตนเองได้เรียนให้นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบแล้ว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,377
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2551, 07:25:24 »

เรื่อง............"หยุดยิงในสามจังหวัด เรื่องจริงหรือหลอกลวง"


ปล.  ไม่รู้  รู้เเต่ตอนนี้ผมกำลังฟังเพลง "หลอกเด็ก"  ของ.......?   ผู้ก่อการร้ายบ้า(ไรฟะ)พูดภาษามาเลภาคกลาง   งานนี้ได้ทานโจ๊กกันถ้วนหน้า(ฮา)  ^v^
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,907
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #9 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2551, 08:20:17 »

ส.ส.นราธิวาส ?แวมาฮะดี แวดาโอะ? ระบุ คนใต้ส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าจะมีการหยุดยิงจริง หวั่นหากเป็นการจัดฉาก จะส่งผลให้เหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น - ติง ?เชษฐา? ปัญหาชายแดนใต้เป็นเรื่องใหญ่ ก่อนนำไปออกสื่อ น่าจะปรึกษารัฐบาลก่อน
       
       วานนี้ (17 ก.ค.) นพ.แวมาฮะดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส และรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่วันนี้สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้เผยแพร่ภาพการแถลงประกาศหยุดยิงของกลุ่ม ?ใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย? ที่มี พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อดีต ผบ.ทบ.และอดีต รมว.กลาโหม เป็นผู้ประสานงานให้ว่า ส่วนตัวแล้ว ตนก็ดีใจหากเรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็ยังแปลกใจว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร เพราะเรื่องดังกล่าวผิดวิสัยของผู้ก่อการร้ายทั่วไป ที่อยู่ๆ ก็ออกมาประกาศยุติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยออกมาประกาศความรับผิดชอบเลยด้วยซ้ำว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นผลงานของกลุ่มตัวเอง
       
       ส่วนแกนนำก่อการร้ายทั้ง 3 คน ที่ออกมาแถลงข่าวในครั้งนี้ ตนเองไม่เคยรู้จัก ได้ยินชื่อกลุ่ม หรือชื่อของคนกลุ่มนี้มาก่อนเลย และเมื่อตนสอบถามไปยังคนรู้จักทั้งที่ภาคใต้เอง และที่กัมพูชา ก็พอรู้ชื่อมาแล้ว 1 คน แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้อยู่ดี ว่า ทั้ง 3 คนนี้ จะเป็นแกนนำกลุ่มก่อการร้ายตัวจริงที่สามารถสั่งการให้ยุติความรุนแรงได้หรือไม่
       
       อย่างไรก็ตาม ตนยังคงกังวลใจว่า หากเรื่องนี้ไม่เป็นความจิง แต่เป็นการจัดฉากขึ้นจะเป็นสิ่งที่น่าตำหนิมาก เพราะจะทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนจะลดลง และการแก้ปัญหาก็จะยากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มก่อการตัวจริงอาจจะปฏิบัติการที่รุนแรงมากขึ้น เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่ากระบวนการแท้จริงยังมีอยู่
       
       ผู้ดำเนินรายการถามว่า เรื่องดังกล่าวคนในภาคใต้มีความคิดเห็นอย่างไร นพ.แวมาฮะดี กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบมา คนภาคใต้ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยมีใครเชื่อ ด้วยเหตุผลว่า กลุ่มดังกล่าวก็บอกไว้เองว่าได้ทำการต่อสู้มาเป็นร้อยปี แล้วอยู่ๆ จะมาหยุดดำเนินการโดยไม่มีการต่อรองใดๆ กับรัฐบาลเลยได้อย่างไร มันดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้
       
       อีกทั้งเมื่อกลุ่มดังกล่าวจะออกมาแถลงข่าวแล้วว่าจะหยุดยิง ซึ่งเผยแพร่ไปในช่วงเที่ยง แต่พอถึงช่วงเย็นวันนี้ ก็กลับมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นอีกที่ จ.ยะลา ก็เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากขึ้นว่าเหตุใด เมื่อบอกจะหยุดยิงเรื่องจริงยังเกิดขึ้นอีก ทำให้ผู้คนก็ยิ่งไม่มั่นใจมากขึ้นไปอีก แต่อย่างไรเสียทุกคนก็มีความหวังอยากจะให้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องจริง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องดูไปก่อนสักระยะหนึ่ง ซึ่นตนคาดว่า 3 วัน ก็น่าจะได้ความชัดเจนแล้ว
       
       นพ.แวมาฮะดี กล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวแล้ว ตนต้องชื่นชม พล.อ.เชษฐา ที่มีความพยายาม และความตั้งใจในการดำเนินงาน เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรง เพียงแต่อยากจะแนะว่าการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งที่เป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญ และถูกจับตามองจากทั่วโลก การดำเนินการที่มีผลสะท้อนออกมาขนาดนี้ ก็น่าจะมีการปรึกษากับรัฐบาลสักนิด ก่อนนำมาเสนอต่อสื่อ และเผยแพร่ไปทั่วโลก เพราะบางทีอาจจะเกิดผลเสียกับประเทศได้ และต่างประเทศเองก็อาจมองว่ารัฐบาลไทยไม่มีการดำเนินการที่เป็นขั้นเป็นตอนอย่างรัดกุม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: