Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 ธันวาคม, 2560, 23:33:25

   

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10
 1 
 เมื่อ: 13 hours ago 
เริ่มโดย dhammadee - กระทู้ล่าสุด โดย dhammadee
"รู้จักประมาณ ในการหาทรัพย์
และการบริโภค ไม่หวังรวยทางลัด
หรือหาเงินให้ได้ไวๆ
ยิ่งโลภ ในการหาทรัพย์ มากเท่าไร
ก้อยิ่งเป็นทุกข์ มากเท่านั้น"
-:- พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล -:-




พิจารณาสิ คนอื่นเขาลำบาก
ชาวไร่ชาวนาเขาทำนาจนหัวสั่นหัวคลอน เขาลำบากขนาดไหน
นี่นั่งภาวนาก็นั่งอยู่ในมุ้ง ดูบ่นสิน่ะว่ายาก
มันหาความสุขน่ะมันยากจริงๆนะโลกมนุษย์
แก้หัวใจตนเองออกดูสิ...ตรงไหนมันขัดมันข้อง ปลดออกๆ...
พระพุทธเจ้าให้เจริญสติ ถ้าสติกลายเป็นมหาสติ มันจะเห็นหรอก
นี่ไม่ทำเอา มันเลยไม่เกิดอะไรล่ะ...
คิดน่ะ คิดเรื่องคนอื่นโน่น หัวใจตัวเองน่ะไม่ดู
คนที่เขาภาวนา เขาไม่ได้สนใจนะ ท่านหลบไปและดูงานตัวเอง
ปากมีแต่ไม่พูด หากแก้โลกธรรมแปดออกจากใจแล้ว
มันไม่หวั่นไหวอะไรหรอก นี่ใจเรามันวิ่งตามนี่แหละ
สรรเสริญ นินทา ถ้าตัดตัวนี้ออกแล้ว มันสบายนะ...
นี่มันไม่ตัด วิ่งตามเขาอยู่อย่างนั้น
แม้มาบวชในศาสนา แต่หัวใจก็ยังอยู่กับเรื่องโลกๆ
การห่มผ้าเหลือง มันต่างที่การปฏิบัติ
เรื่องการรักษาศีลเหมือนกัน ให้เป็นสมาธิ ให้เป็นปัญญาลองดู
.
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศน์ในพรรษา พุทธศักราช ๒๕๔๒





การนับถือพุทธศาสนาไม่จำเป็นต้องเงียบขรึม
เพื่อนชวนไปทางไม่ดี เรารักษาศีลเราไม่ทำ ทำให้เสียเพื่อน
แต่ตัวเราไม่เสีย ถ้าใจเรารู้สึกพอใจว่าเราไปทางดี
ก็ควรนึกถึงพระพุทธเจ้าว่า ท่านเป็นกษัตริย์มีบริวารมาก
เพื่อนฝูงมาก ท่านออกบวช ละทิ้งเพื่อนทั้งหลาย
และทรงอยู่โดยไม่มีเพื่อนหลายปี เมื่อตรัสรู้แล้วเพื่อนก็มาห้อมล้อมเอง
พระองค์มีพระสาวกจำนวนมาก เป็นพระอรหันต์ก็มาก
มีภิกษุณีสาวิกาเป็นอรหันต์ก็มาก มีอุบาสกอุบาสิกา
เป็นพุทธบริษัทมากมายยิ่งกว่าคนในโลก
เรานับถือพุทธศาสนาอันเป็นที่รวมแห่งจิตใจของชาวพุทธทั้งหลาย
จึงไม่ควรกลัวจะขาดเพื่อนฝูง ควรคิดว่าตอนแรกเพื่อนยังไม่เข้าใจเรา
ก็เลิกราไม่คบเรา ต่อมาการปฏิบัติในทางดีของเรามีอยู่
ควรจะแลเห็น และคนผู้หวังความดีมีอยู่
ระหว่างคนดีต่อคนดีย่อมเข้ากันได้ คนดีนั่นจะเป็นเพื่อนเราในกาลต่อไป
ถ้าโลกจะขาดคนดี ไม่มีใครสนใจคบเรา ก็ควรคบกับธรรม
คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ภายในใจ
ซึ่งดีกว่าเพื่อนที่ไม่สนใจความดีเป็นไหน ๆ นี่แลคือเพื่อนอันประเสริฐแท้
ตามธรรมดาแล้วเพื่อนที่เป็นคนดี ๆ ก็จะหันมาคบกับเรา
เราจึงควรวางใจเสียว่า ถ้าเราจิตใจสบายดี รู้ว่าไปทางดีก็พอแล้ว
ไม่ควรไปคิดกังวลกับผู้อื่นให้ยิ่งกว่าเป็นห่วงเรา
สมกับเรารับผิดชอบเราเอง ทั้งปัจจุบันและอนาคต
ไม่มีใครมายกฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นนอกจากเราเอง
.
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
คัดจากหนังสือ ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน ในกรุงลอนดอน




.พระอาจารย์ : ไปอยู่กับหลวงตาก็เป็นเหมือนลูกของท่าน ท่านเป็นเหมือนพ่อเป็นเหมือนแม่ของพระเณรที่ไปอยู่ศึกษากับท่าน พระเณรจึงเรียกท่านว่าพ่อแม่ครูจารย์ บวชได้ประมาณ ๖ อาทิตย์ที่วัดบวรฯ พอห่มผ้าเป็น สามารถเดินทางได้ โดยไม่รู้สึกลำบากใจเกี่ยวกับการห่มผ้าและดูแลรักษาบริขารต่างๆ ก็กราบลาสมเด็จฯขออนุญาตไปอยู่กับหลวงตาที่วัดป่าบ้านตาด สมเด็จฯก็พูดว่าท่านอนุญาต แต่หลวงตาจะอนุญาตหรือไม่ก็อยู่ที่หลวงตา จึงเป็นเหมือนเด็กเกิดใหม่ ยังไม่เดียงสาในการเป็นพระนัก
วันแรกที่ไปถึงก็เห็นสมรรถภาพของตัวเอง จากการเดินบิณฑบาตที่เร็วมากของวัดป่าบ้านตาด เราไม่เคยเดินเร็วอย่างนั้น นั่งรถไฟไปตอนเย็น ถึงอุดรฯตอนเช้ามืด มีรถของญาติโยมที่อุดรฯมารับ พอมาถึงศาลาวัดก็พอดีได้เวลาออกบิณฑบาต ก็รีบเตรียมบริขารแล้วก็ออกบิณฑบาต ขาไปก็เดินตามปกติไปแบบสบายๆ แต่ขากลับพอพ้นบ้านหลังสุดท้ายใส่บาตรเสร็จ พระรับบาตรของหลวงตาปั๊บ ต่างคนต่างโกยแนบกันเลย เราไม่เคยเดินวิ่งแบบนั้น ซึ่งเหมือนแข่งเดินเร็วในโอลิมปิก มีข้าวเหนียวเต็มบาตรที่หนักมาก ถลกบาตรก็ผูกไม่แน่น เดินกลับมาได้ครึ่งทางถลกบาตรก็หลุด จีวรก็จะหลุด ต้องคอยประคับประคองอย่างทุลักทุเล กว่าจะไปถึงศาลาเขาก็เริ่มจัดแจกอาหารกันแล้ว
ถาม : ท่านมองไหมค่ะ
พระอาจารย์: ท่านคงมอง แต่ท่านเมตตา ท่านไม่พูดอะไร
ส่วนใหญ่ถ้าเป็นพระมาใหม่ ท่านจะไม่ใช้มาตรการหนัก ท่านจะเฉยๆไปก่อน นอกจากแย่จริงๆก็อาจจะถูกว่าโดยตรง แต่ใหม่ๆท่านจะสังเกตดู ถ้าเห็นว่ามีความตั้งใจปฏิบัติ จะช้ากว่าเขา ยังไม่เข้าร่องเข้ารอย ท่านก็ไม่พูดอะไร ช่วงนั้นท่านจะรับพระประมาณ ๑๕-๑๖ รูปเท่านั้นเอง พอท่านอนุญาตให้อยู่ได้ พระเก่าก็มาแสดงความยินดี เพราะท่านจะไม่รับใครง่ายๆ มีพระหลายรูปด้วยกันที่ท่านไม่ให้อยู่ ในช่วงใกล้เข้าพรรษา ท่านก็จะพูดว่าองค์นี้ไปนะ องค์นี้อยู่ได้นะ แต่สำหรับอาตมาท่านยังกั๊กไว้ว่า ท่านที่มาจากวัดบวรฯ เราได้ตกลงกันไว้ว่าอยู่ได้ชั่วคราว ตอนไปกราบท่านวันแรกท่านก็บอกว่า อยู่ได้ชั่วคราวกุฏิไม่ว่าง แล้วท่านก็ไม่พูดอะไรอีก
ตอนนั้นเป็นช่วงต้นเดือนเมษาฯ ตอนที่ท่านอนุญาตให้อยู่ได้ก็ประมาณเดือนมิถุนาฯ กำลังประชุมพระ ก่อนเทศน์ท่านก็พูดว่าองค์นี้ไปนะ องค์นี้อยู่ได้นะ ส่วนองค์ที่มาจากวัดบวรฯ เราได้ตกลงกันไว้ว่าอยู่ได้ชั่วคราว ท่านก็ต้องไป อยู่ไม่ได้ แล้วท่านก็เริ่มเทศน์ไปประมาณสักชั่วโมงกว่าๆ พอจะเลิกประชุมลุกขึ้นมากราบพระ ท่านก็พูดว่าองค์นั้นจะอยู่ก็อยู่นะ ท่านต้องการให้เห็นคุณค่าของการได้อยู่ จะได้มีความตั้งใจ เพราะเวลาได้อะไรมาง่ายๆเราจะไม่เห็นคุณค่าของมัน สิ่งใดที่ได้มาด้วยความยากลำบากเราจะรักษามัน
ก็อยู่มาตลอด ๕ ปีแรกก็ไม่ได้ไปไหนเลย เพราะพระวินัยกำหนดไว้ว่าถ้ายังไม่ได้ ๕ พรรษา ไม่ให้อยู่ปราศจากครูบาอาจารย์ เช่นบวชได้ ๒ พรรษาแล้วจะไปธุดงค์องค์เดียวก็ยังไปไม่ได้ นอกจากท่านเห็นว่าสมควร ถ้าไปแล้วได้ประโยชน์ แต่ถ้าไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ท่านก็ไม่ให้ไป มีพระอยู่รูปหนึ่งอยู่ได้ ๒-๓ พรรษา ก็ขอลาไปธุดงค์ ลาสองสามครั้งท่านก็ไม่อนุญาต ครั้งสุดท้ายไปลา ท่านก็บอกว่าถ้าไปก็ไม่ต้องกลับมา
ท่านจะดูจิตของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก อายุพรรษาไม่สำคัญเท่าไหร่ บางทีได้ ๕ พรรษาแล้ว ถ้าท่านเห็นว่ายังไม่สมควรไป ไปแล้วเสีย ไปแล้วสึก ท่านก็พยายามดึงไว้ อย่างน้อยอยู่ในวัดก็ยังได้ศึกษาจากครูบาอาจารย์ ที่วัดก็มีความสงบวิเวกดี ถ้าปฏิบัติเป็นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปที่อื่น แต่ใจไม่ค่อยชอบอยู่กับที่ ไปอยู่ที่ไหนนานๆแล้วก็เกิดความเบื่อหน่าย อยากจะไปสถานที่ใหม่ จิตจะหลอกให้เราคิดว่า ไปที่นั่นดี ไปที่นี่ดี จะได้อย่างนั้นได้อย่างนี้
ความจริงแล้วอยู่กับครูบาอาจารย์นี้ดีที่สุด อยู่กับท่านก็เป็นเหมือนลูกของท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างท่านจะดูแลให้หมด ก็สบายดี ไม่ต้องมีภารกิจอย่างอื่น นอกจากตอนเช้าออกไปบิณฑบาต กลับมาฉันเสร็จก็ล้างบาตร ช่วยกันทำความสะอาดศาลา หลังจากนั้นก็กลับกุฏิภาวนาจนถึงช่วงบ่าย ๒ โมง ถ้าอยากจะฉันน้ำชากาแฟ ฉันน้ำปานะ ก็มีที่เตรียมไว้ให้ฉัน ฉันเสร็จแล้วก็ช่วยกันปัดกวาด เสร็จแล้วก็ช่วยกันทำความสะอาดศาลา เข็นน้ำไปใส่ตุ่มตามที่ต่างๆ ตักน้ำจากบ่อใส่ปี๊บในรถเข็น แล้วก็เข็นไปใส่ในห้องน้ำต่างๆ ตามกุฏิตามสถานที่ต่างๆ เสร็จแล้วก็กลับกุฏิสรงน้ำ แล้วก็ภาวนาต่อ
วันที่ท่านจะประชุมอบรมพระ ท่านจะให้พระมาบอกตอนใกล้ๆพลบค่ำ พอบอกปั๊บก็ต้องรีบไปเลย เพราะท่านจะไปรออยู่แล้ว จะปล่อยให้ครูบาอาจารย์นั่งรอก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่พอพระมาบอกประชุมคำเดียว ก็รีบไปเลย หยิบไฟฉายหยิบผ้าปูนั่งกับจีวรได้ ก็ต้องรีบไปเลย ใครไปถึงก่อนก็ช่วยจัดที่นั่ง จุดธูปจุดเทียน ไม่มีไฟฟ้า เวลาท่านเทศน์ก็มีแค่เทียน ๒ เล่มที่จุดไว้บูชาพระเท่านั้นเอง.♤♤
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 《วัดญาณสังวราราม》 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๙




"เพิ่นว่าพุทโธนี้คือความตื่น ตื่นของใจมันอยู่โต เหตุนี้เพิ่นจังว่าพระอรหันต์บ่มีอาบัติ บ่มีข้องมีคาหยัง เป็นผู้มีสติอยู่ตลอดเวลา ว่าสำหรับเรื่องธาตุขันธ์ ความหลงความลืมเป็นธรรมดาของมัน ขั่นมีชาติ เป็นธรรมชาติธรรมดา คือเกิดแก่เจ็บตาย เป็นไปตามธรรมชาติ ธรรมชาติมีจังซั่น
ส่วนพระนิพพานนี่บ่เป็นธรรมชาติ เป็นแท่งธรรม แท่งธรรมหรือเป็นก้อนธรรม นี่สมมติเอา ขั้นมันเป็นก้อนมันละลาย แต่นี่มันบ่มี"
หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ

 2 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม, 2560, 23:29:35 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
เศรษฐกิจคืออะไร

https://www.youtube.com/watch?v=pPZVvmDONfM&feature=youtu.be

เศรษฐกิจคืออะไร วันที่ ๒๐ พ.ค. ๒๕๒๑

 3 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม, 2560, 22:57:37 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
วิเวก เป็นสิ่งที่ควรรู้จักและควรมี

https://www.youtube.com/watch?v=mGI5rw3_oaE&feature=youtu.be

วิเวก เป็นสิ่งที่ควรรู้จักและควรมี วันที่ ๑๓ ก.ย.๒๕๓๐

 4 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม, 2560, 22:35:13 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
วิธีทำสมาธิเบื้องต้น วันที่ ๒๒ ส.ค. ๒๕๒๗

https://www.youtube.com/watch?v=Q7qOP5NFKWM&feature=youtu.be

 5 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม, 2560, 22:31:53 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
โลกอื่น วันที่ ๒๐ ต.ค. ๒๕๒๗

https://www.youtube.com/watch?v=r1hLzzzRWqI&feature=youtu.be

 6 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม, 2560, 13:07:44 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
โลกพระศรีอาริย์อยู่แค่ปลายจมูก

https://www.youtube.com/watch?v=dxehQNHjcBg&feature=youtu.be

โลกพระศรีอาริย์อยู่แค่ปลายจมูก วันที่ ๑๔ เม.ย. ๒๕๒๒

 7 
 เมื่อ: 15 ธันวาคม, 2560, 09:13:18 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
หลักพื้นฐานการมีธรรมะและการบำเพ็ญหน้าที่

https://www.youtube.com/watch?v=v8kssJlmuBg&feature=youtu.be

หลักพื้นฐานการมีธรรมะและการบำเพ็ญหน้าที่ วันที่ ๒ ก.ค. ๒๕๓๓

 8 
 เมื่อ: 14 ธันวาคม, 2560, 09:43:46 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
แม่, พระคุณของแม่

https://www.youtube.com/watch?v=WNTjXSWZ1lU&feature=youtu.be

แม่, พระคุณของแม่ วันที่ ๒๑ ก.ค. ๒๕๒๓

 9 
 เมื่อ: 14 ธันวาคม, 2560, 09:16:15 
เริ่มโดย นภดล มณีวัต - กระทู้ล่าสุด โดย นภดล มณีวัต
หน้าที่ของพุทธบริษัท

https://www.youtube.com/watch?v=-zPdw9dfzjE&feature=youtu.be

หน้าที่ของพุทธบริษัท วันที่ ๒๔ ต.ค. ๒๕๓๐

 10 
 เมื่อ: 14 ธันวาคม, 2560, 05:33:34 
เริ่มโดย dhammadee - กระทู้ล่าสุด โดย dhammadee
"คำว่า.. เจริญก้าวหน้าทางธรรม
มิใช่เจริญด้วยยศศักดิ์ เหมือนทางโลก
หากหมายถึง ใจที่นิ่ง
หนักแน่นมั่นคง
คลายความยึดติดในโลก
หากผู้ใด ยังหลงในยศศักดิ์
ก็ชื่อว่าหลงตน และหลงโลก
เพราะสิ่งนั้น เป็นของประจำโลก"
-:- หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป -:-




"ทุกชีวิต มีเวลาจำกัด
อย่างมากไม่เกินร้อยปี
ก็จะต้องละร่างนี้ ละโลกนี้ไป
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง
ที่จะทำความดี"
-:- สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ -:-



"เหาะเหินเดินอากาศ
ด้วยความหยิ่งในตัว
ยังสู้การเดินธรรมดาๆ เท้าเปล่า
ด้วยสติสัมปชัญญะไม่ได้"
-:- พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ -:-




ถาม : การสวดคาถาเมตตามหานิยม ให้ผู้ที่พบเจอรักใคร่ ค้าขายดี บทสวดนี้ใช้ได้จริงไหมเจ้าค่ะ
พระอาจารย์ : ไม่จริง งั้นผู้คนที่สวดคาถานี้ก็เป็นคนน่ารักไปหมดแล้วสิ มันไม่ได้อยู่ที่การสวด มันอยู่ที่การทำตัวให้มีความเมตตา เป็นการกระทำ เจอใครก็ยิ้มให้เขา เดี๋ยวคนก็รักเราเอง ถ้าไปเจอหน้าคนแล้วเราทำหน้าบึ้งใส่เขา ไม่มีใครเขารักหลอก ต้องอยู่ที่กิริยาอาการของเรา ถ้าเรายิ้มแย้มแจ่มใสทักทายใครต่อใคร เราไม่โกรธเคืองใคร ใครเขาทำอะไรกับเรา เราก็สาธุ ให้อภัย ใครเดือนร้อนก็ช่วยเหลือเขาไป มีอะไรเกินกว่าที่เราจะเก็บใว้ได้ก็เอาไปแบ่งปันกัน แจกจ่ายกัน ช่วยเหลือกัน อย่างนี้แหละ จะเป็นคนที่น่ารัก
พระพุทธเจ้าท่านบอก จะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย คือผู้ที่มีความเมตตา ไม่ใช่ผู้ที่ท่องคาถาเมตตามหานิยมต่างๆ เหมือนที่ “บ้า” ท่องกันอยู่อย่างนี้ ชอบนั่งสวดอยู่คนเดียว สัพเพ สัตตา นี่เป็นการท่องเฉยๆ เป็นการเรียนรู้ เป็นการสอนใจ ถ้าอยากจะเป็นคนที่ให้คนรักชอบเรา เราก็ต้องมีความเมตตา เราต้อง อะเวรา ไม่จองเวรกัน เราต้อง อัพยาปัชฌา เราไม่เบียดเบียนกัน อย่างนี้ต่างหาก เราต้องเอาไปทำ เราต้องเอาไปปฏิบัติ ไม่ใช่เอามาสวด สวดไปจนวันตายก็ไม่มีใครเขารัก ไม่มีใครเขาชอบเรา ถ้าเราไม่กระทำตามที่เราสวด
ธรรมะชาวบ้าน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ธรรมะบนเขา ณ จุลศาลา เขตปฏิบัติธรรมเขาชีโอน
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี
วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐




"...บุญคือการทำใจของเราให้สบาย ให้มีความสุข ให้สงบ ให้ใส ให้เย็น ให้สว่าง บุญคือการทำใจของเราให้สมบูรณ์ขึ้นมาด้วยศีลธรรม
สิ่งใดเป็นประโยชน์แก่โลก แก่สังคมโลก อันนั้นเรียกว่าบุญได้ทั้งนั้น เพราะบุญคือสิ่งที่สร้างสรรค์ การทำสิ่งที่สร้างสรรค์นั้นจึงเป็นการทำบุญ... "
หลวงปู่แบน ธนากโร
วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร



ผู้ที่ไม่เคยทำบุญไว้แต่ชาติก่อน ความสมหวังแห่งผู้นั้นไม่มี
ย่อมคลาดแคล้วแห่งสมบัติหลายประการ ทำนาข้าวตาย ค้าขายขาดทุน
หาคนค้ำจุนไม่ค่อยได้ คนนั้นป่วยไข้ไปหาหมอก็ขัดข้อง รักษาไม่ได้
ให้ตกอับทุกหน้าที่ ตกลงคนนั้นต้องกอดเข่าเจ่าจุก
เพราะไม่ได้ทำบุญไว้แต่ชาติปางก่อน ไม่ชวนให้คนอื่นเมตตา
.
หลวงปู่หลุย จันทสาโร




เพราะชีวิตนี้จะไม่มียั่งยืนถาวรไปถึงไหน
ก้าวไปขณะใด ล้วนมีความแปรสภาพ และดับสลายติดตามไปด้วยทุกระยะ
ไม่เคยปล่อยให้อิริยาบถ และลมหายใจดำเนินไปโดยอิสรเสรีแม้แต่ขณะเดียว
ผู้ประมาทเพราะขาดความสังเกตกองทุกข์มหาศาลในตัวเอง
จะไม่ได้รับประโยชน์จากชีวิตและลมหายใจที่เข้าออกนี้เลย
จะตายทิ้งเปล่าเหมือนท่อนไม้ท่อนหิน แม้จะผ่านความเกิดตายมากี่ครั้ง
จำต้องเป็นลักษณะเกิดตายเปล่าไปเสียทั้งชาติ
ไม่อาจจะทำแม้วัฏฏะส่วนย่อย ๆ ให้น้อยลงได้จากชีวิตซึ่งกำลังมีราคานี้เลย
ส่วนผู้ไม่ประมาทชอบอ่านเรื่องของตัวเสมอ หายใจออกก็มีกำไร
หายใจเข้าก็ไม่ขาดทุน ทั้งได้สติและความรู้ความฉลาดจากลมหายใจ
และร่างกายอันไม่เป็นสาระแก่นสารนี้
.
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖
"วัฏฏะเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก"

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10