Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้

ธรรมมะ และข้อคิดต่างๆในการใช้ชีวิตของพุทธศาสนา => ธรรมะที่ถูกต้องตามหลักพระไตรปิฏก => ข้อความที่เริ่มโดย: dhammadee ที่ 18 ธันวาคม, 2561, 06:59:02



หัวข้อ: ภาวนาจิตสงบ
เริ่มหัวข้อโดย: dhammadee ที่ 18 ธันวาคม, 2561, 06:59:02

ยิ่งสร้างบุญ ยิ่งเจอปัญหา ยิ่งทุกข์หนัก... ?

โยม : หลวงปู่ครับ
 ทำไมผมยิ่งทำบุญ ยิ่งปฏิบัติธรรม ยิ่งทำสมาธิ
 ก็เหมือนยิ่งทุกข์เหลือเกินครับ ทั้งปัญหาครอบครัว
ปัญหาสุขภาพ ปัญหาการเงิน
 ไม่รู้อะไรประดังประเดเข้ามาตลอดครับผมหลวงปู่

หลวงปู่ : เวลาคุณทำบุญ เวลาคุณปฏิบัติ
 มันกระทบกับเงินทองหรือเวลาปกติของคุณหรือเปล่า

โยม : เปล่าครับผม เวลาผมทำบุญผมก็ไม่ได้ลำบาก
 เงินทองก็เป็นส่วนเหลือจากการเก็บ
 จากการดูแลครอบครัวแล้ว การปฏิบัติของผมก็กระทำโดยไม่กระทบกระเทือนใคร พ่อแม่ พี่น้อง ลูกเมียก็อนุโมทนา แต่มันก็มีปัญหาเรื่องอื่น ๆ เข้ามาไม่ขาด

หลวงปู่ : เวลาคุณปฏิบัติ
 คุณก็ต้องการพระนิพพานใช่หรือเปล่า ?
นิพพานก็ต้องหนีโลก ต้องเบื่อโลก
 ถ้ามันไม่มีปัญหาเข้ามาคุณจะหนีโลกได้อย่างไร
 ถ้าคุณยังหวังสุขในโลกนี้
 นิพพานของคุณก็เป็นนิพพานหลอกตัวเองล่ะสิ
 โลกเป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุด
 ปัญหาที่เข้ามา คือ บทเรียน
 มารทั้งหลาย คือ ครูของเรา
 เมื่อคุณปฏิบัติสูง ๆ ขึ้นไป ปัญหามันก็จะสูงขึ้นไปด้วย
 ปัญญาคุณแค่อนุบาล ปัญหามันก็อนุบาล
 บทเรียนก็อนุบาล ครูก็ครูสอนอนุบาล
 แต่เมื่อคุณเรียนปริญญา ปัญญาระดับปริญญา
 ปัญหามันก็ต้องปริญญา บทเรียนก็บทเรียนปริญญา
 ครูก็ครูสอนปริญญา คุณเรียนปริญญา
 จะเอาข้อสอบเด็กน้อยอนุบาลมาสอบคุณ
 มันจะสมกับภูมิปัญญาคุณหรือ ?
ปฏิบัติเพื่อแสวงหาปัญญา เมื่อปัญญาเราสูงขึ้น
 ปัญหามันก็สูงขึ้น บทเรียนมันก็ยากขึ้น
 มารมันก็เก่งขึ้น คุณสอบตกจะหาว่าครูออกข้อสอบยาก
 หรือจะโทษว่าตนเองเตรียมตัวสอบไม่ดี
 คุณเอ้ย โลกมันสอนเรา บางทีก็สนุกสำราญ
 บางทีก็เศร้าโศก บางทีก็ทารุณโหดร้าย
 คุณต้องได้เรียนทุกบท คุณจะบอกว่าไม่ชอบวิชานี้
 ไม่เรียนมันไม่ได้ เราชอบสุขเราเกลียดทุกข์
 แต่เราก็ต้องเรียนทั้งสองอย่าง
 เมื่อคุณผ่านการสอบหนึ่งครั้ง คุณก็จะพัฒนาไปอีกขั้น
 บทเรียนบางบทมันอาจจะแพงไปสักหน่อย
 ต้องแลกมาด้วยเงินทอง อวัยวะ หรือแม้แต่ชีวิต
 แต่คุณอย่าลืมนะวิชาดี ราคามันต้องแพง
 โลกสอนให้คุณรู้จักโลก ในทุกรูปแบบทุกรสชาติ
 คุณจะได้เบื่อโลกหน่ายโลกอย่างแท้จริง
 นิพพานของคุณก็จะเป็นนิพพานจริง ๆ
 อย่าเพิ่งลาออกจากโรงเรียนกลางคันก็แล้วกัน
 คุณเชื่อเถอะว่า..…
ถนนเส้นนี้ผู้ปฏิบัติล้วนผ่านมาแล้วทุกคน
 ท่านเหล่านั้นก็เคยทุกข์อย่างคุณ ท่านยังผ่านไปได้
 ให้เชื่อมั่นในคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอน
 และพระอริยสงฆ์ที่ท่านผ่านไปก่อน
 ให้เชื่อว่าท่านเหล่านั้นไม่หลอกเราแน่ เข้าใจนะ

โยม : สาธุ สาธุ สาธุ ผมเข้าใจแล้วครับ
" ทุกข์ คือ บทเรียนที่เราจะต้องสอบให้ผ่าน "

พระญาณวิสาลเถร
 หลวงปู่หา สุภโร
(หลวงปู่ไดโนเสาร์)






ผู้ที่ภาวนาจิตสงบลงชั่วช้างพับหู งูแลบสิ้น ชั่วไก่กินน้ำ นี่อานิสงส์อักโข ให้ตั้งใจทำไป การที่จิตรวมลงไปบางครั้ง มี 3 ขั้นสมาธิ คือ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ

หากรวมลง ขณิกสมาธิ เราบริกรรมไป พุทโธ หรืออะไรก็ตาม จิตสงบไปสบายไปสักหน่อยมันก็ถอนขึ้นมา ก็คิดไปอารมณ์เก่าของมันนี่

ส่วนหากรวมลงไปเป็น อุปจารสมาธิ ก็นานหน่อยกว่าจะถอนขึ้นไปสู่อารมณ์อีกให้ภาวนาไปอย่าหยุดอย่าหย่อน ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องไปนึกคาดหวังอะไร อย่าให้มีความอยาก เพราะมันเป็นตัณหา ตัวขวางกั้นไม่ให้จิตรวม ไม่ต้องไปกำกับว่าอยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ การอยากให้จิตรวมลง เหล่านี้แหละเป็นนิวรณ์ตัวร้าย

ให้ปฏิบัติความเพียรไม่หยุดหย่อน เอาเนื้อและเลือด ตลอดจนชีวิตถวายบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม และ พระสงฆ์ เราจะเอาชีวิตจิตใจ ถวายบูชาพระรัตนตรัยตลอดจนวันตาย นี่ก็เป็นมัชฌิมาปฏิปทา แล้วจิตจะรวมลงอย่างไร เมื่อไร ก็จะเป็นไปเองเมื่อใจเป็นกลาง ปล่อยวาง สงบถูกส่วน

"พระอาจารย์ขาว อนาลโย"
วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู





"กรรมดี หรือชั่ว ถ้าได้ทำลงไปแล้ว
 ถึงแม้คนอื่น จะไม่รู้เรื่องที่เราทำ
 ตัวเรานั้นแหละ รู้ตัวเองดีที่สุด

ถึงจะโกหก คนทั้งโลกได้
แต่เรา จะโกหกความจริงไม่ได้
 ปากคนเรา พูดจริงพูดเท็จได้
 แต่จิตไม่เคยบอกเท็จ ในเรื่องกรรม

พอตายไปแล้ว
 ยมบาลไม่ต้องถามให้ยาก
 จิตเราที่บันทึกกรรมดีชั่ว
 จะอธิบายบอกเล่าให้ฟังเอง"

 หลวงปู่ชอบ ฐานสโม





"ผู้ปฏิบัตินั้น..
ใครทำเรา เราให้อภัยไป
 ไม่ผูกเวรผูกกรรม

ขอให้ต่างอยู่เย็นเป็นสุข
รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย
 ทั้งปวงเถิด

ทำอย่างนี้ รักษาบุญไว้ในใจ
 บุญก็รักษาใจเราให้ไม่ดุร้าย
 จิตใจก็สม่ำเสมอ เบิกบาน
 ด้วยบุญกุศล ไม่อ่อนแอท้อแท้
 จากหนุ่ม ตราบเฒ่าชรา"

 หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ





"วันหนึ่งๆ เราควรอ่านตัวเองเสมอว่า
 วันนี้ ได้มีความผิดพลาด ไปในทางใดบ้าง
 มีความเสียหายเกิดขึ้น แก่ตัวของเรา
 อย่างไรบ้าง หรือมีความเจ็บช้ำจิตใจ
 แก่ผู้เกี่ยวข้อง

 เฉพาะอย่างยิ่ง คือครอบครัว หรือไม่
 หรือคนอื่นใดบ้าง ที่การกระทำของเรานี้
 เป็นการกระทบกระเทือน แก่บุคคลเหล่านั้น
 เราต้องคิดเสมอ

แม้คนอื่นไม่ทราบ ไม่เห็นก็ตาม
 แต่การกระทำนั้น เป็นการกระเทือนตนเอง
 หรือไม่ การกระเทือนตนเอง
 ก็คือความเสียหายสำหรับตน นี่เราก็ควรคิด

ที่ท่านเรียกว่า หัดคิด หัดอ่าน
 อ่านตัวเอง คิดตัวเอง
 และแก้ไขตัวเองไปโดยลำดับ"

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน