Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้

ธรรมมะ และข้อคิดต่างๆในการใช้ชีวิตของพุทธศาสนา => พุทธศาสนา นิกายเซ็น => ข้อความที่เริ่มโดย: ยามเฝ้าบอร์ด ที่ 29 มกราคม, 2561, 11:06:40



หัวข้อ: อย่าได้เอาตัวเธอเองไปพัวพันกับสิ่งใดๆ ไม่เพ่งจิตไว้ในที่ไหนๆ
เริ่มหัวข้อโดย: ยามเฝ้าบอร์ด ที่ 29 มกราคม, 2561, 11:06:40
"อย่าได้เอาตัวเธอเองไปพัวพันกับสิ่งใดๆ
ไม่เพ่งจิตไว้ในที่ไหนๆ
การไม่เพ่งจิตไว้ในที่ใดเลย
ความส่องสว่างอันไม่มีประมาณจะสำแดงตนเอง"
(โศลกจาก 'ซินหมิง [จารึกจิต]' โดย พระอาจารย์หนิวโถว ฝ่าหรง (พ.ศ.๑๑๓๗-๑๒๐๐)
.
(อรรถาธิบาย)
...อาตมามักจะถูกถามเสมอว่า "ท่านรู้แจ้งแล้วใช่ไหม?"
คำตอบของอาตมาเหมือนกันทุกครั้ง "ไม่, อาตมาไม่ได้รู้แจ้ง" นั่นคือความจริง ทว่า ดูเหมือนคนเหล่านั้นจะไม่เชื่ออาตมา
พวกเขาถามต่อว่า "แต่ท่านคงมีประสบการณ์แห่งการรู้แจ้งบางอย่างระหว่าที่ท่านปฏิบัติ, มันเป็นอย่างไร?"
ดังนั้น อาตมาจึงพยายามอธิบายแก่พวกเขาถึงสิ่งที่อาตมาได้ประสบ และพวกเขาก็กล่าวว่า "นั่นดูไม่เหมือนเรื่องสำคัญอะไรนะ ฉันไม่เรียกแบบนั้นว่าการรู้แจ้งหรอก"
ในจุดนั้นเอง อาตมาก็มักตอบกลับเสมอว่า "ใช่แล้ว อาตมาบอกเธอแล้วว่าอาตมาไม่ได้รู้แจ้ง"
จากนั้นเอง พวกเขาจะสับสนเล็กน้อย บางทีก็อาจรู้สึกขุ่นเคือง พวกเขาถามว่า "ถ้าเช่นนั้นทำไมท่านจึงเรียกตัวเองว่าอาจารย์เซ็น?"
อาตมาตอบว่า "อาตมาไม่เคยเรียกตัวเองว่าอาจารย์เซ็น มันคือสิ่งที่คนอื่นเป็นผู้เรียกอาตมา"
"ถ้าเช่นนั้น ทำไมท่านจึงเขียนหนังสือมากมายเกี่ยวกับพุทธศาสนา?" พวกเขาถาม
"เพราะว่าอาตมาปรารถนาที่จะช่วยผู้คน แต่ถ้อยคำทั้งหลายนั้นไม่ใช่ของอาตมา อาตมาเพียงบอกต่อในสิ่งที่อาตมาได้เรียนรู้จากครูบาอาจารย์และพระสังฆปรินายกทั้งหลายในอดีต, ไม่มีความคิดเห็นใดๆเลยที่เป็นของอาตมา"
ด้วยยังค้างคาใจ พวกเขาถามว่า "ถ้าเช่นนั้น จิตของท่านก็ไม่ได้นุ่มนวล กระจ่างชัด และอิสระ จากสิ่งรบกวนทั้งหลายอยู่เสมอน่ะหรือ?"
"ไม่เลย" อาตมาตอบ "อาตมามีสุขและทุกข์ มีความรบกวนข้องขัดและความยึดติดของอาตมา เหมือนกับทุกคนนั่นแหละ  ทว่าบางที สิ่งเหล่านี้ของอาตมาอาจไม่ได้เป็นภาระหนักเหมือนคนเหล่านั้น แต่อาตมายังคงประสบกับความขัดข้องใจ อารมณ์ และนิวรณ์ทั้งหลาย อาตมาไม่ได้รู้แจ้ง ดังนั้นเอง อาตมายังคงมีความยึดติด"
.
หากใครอ้างว่าตนเองได้รู้แจ้ง แน่นอนว่ามันคือเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าพวกเขานั้นไม่ใช่ อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว ใครกันคือผู้ที่กล่าวอ้างว่าได้รู้แจ้งล่ะ? มันก็คืออัตตาที่ยึดติดในความคิดนั้นนั่นเอง เฉกเช่นพระพุทธองค์ ผู้รู้แจ้งแล้วยังคงประพฤติดุจมนุษย์ทั่วไป และกระทำในกิจธรรมดาสามัญ ทว่าไม่มีความยึดติดในสิ่งที่พวกท่านได้กระทำ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นแก่ท่าน ท่านเหล่านั้นไม่จำต้องกล่าวอ้างอะไร ปัญญาและกรุณาหลั่งรินจากพวกท่านอย่างเป็นธรรมชาติ
.
อาตมาหวังว่าพวกท่านจะไม่วาดหวังเพื่อมานั่งอยู่แทบเท้าของอาจารย์ผู้รู้แจ้ง อาตมาเป็นเพียงพระภิกษุผู้มาอยู่ตรงนี้เพื่อแนะนำการเข้าภาวนาแบบเซ็นอันเข้มงวด เพราะอาตมามีประสบการณ์ยาวนานในเรื่องนี้ โปรดนำสี่วรรคนี้ไปใช้ปฏิบัติ มันเกื้อหนุนเราให้ละวางความคิดทั้งปวงลง รวมทั้งความคิดผิดๆว่าอาจารย์ของเธออาจรู้แจ้ง มันไม่มีประโยชน์อะไรในการคิดพะวงถึงเรื่องนี้ อย่าได้เอาตัวเธอเองไปพัวพันกับการรู้แจ้งของใครๆ รวมถึงการรู้แจ้งของเธอเอง เพียงดำรงจิตไว้ในวิธีปฏิบัติของเธอ และปล่อยวางสิ่งที่เหลือ

/พระอาจารย์เซิ่งเอี๋ยน, 聖嚴 (พ.ศ.๒๔๗๓-๒๕๕๒) แห่งพุทธศาสนานิกายฉาน(เซ็น)ในไต้หวัน