Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้

ศิลปวัฒนธรรม => ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครและภาคกลาง => ข้อความที่เริ่มโดย: นภดล มณีวัต ที่ 04 ตุลาคม, 2559, 15:07:09



หัวข้อ: วัดเขารูปช้าง จังหวัดพิจิตร
เริ่มหัวข้อโดย: นภดล มณีวัต ที่ 04 ตุลาคม, 2559, 15:07:09
วัดเขารูปช้าง จังหวัดพิจิตร

(https://4.bp.blogspot.com/-H7yYnhvftKk/V_Nim33xk_I/AAAAAAAACIg/xkFZEnm0RlA3XbemwpILh9_0koVWn3_YACLcB/s640/14606405_1329027580453380_511955385129737777_n.jpg)

ประวัติวัดเขารูปช้าง

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ วัดเขารูปช้าง ได้สร้างขึ้นปี พ.ศ.2244 พร้อมกับวัดโพธิ์ประทับช้าง ในสมัยพระศรีสรรเพ็ชรที่ 8 หรือพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยสมุหนายกผู้ควบคุมไพร่พลโยธามาสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างตามพระราชประสงค์ได้มาพบ ภูเขาส่วนยอดมีลักษณะเหมือนรูปช้างห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะที่จะสร้างวัด สร้างที่พักอยู่บนที่สูงเพื่อตรวจภูมิประเทศ ดูแลความปลอดภัยของไพร่พล เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ชื่อว่า“วัดเขารูปช้าง”ตามลักษณะหินสีขาวที่ซ้อนกันอยู่เป็นรูปช้างคุกเข่าบน

(https://2.bp.blogspot.com/-81LAyxWKS70/V_Ni1gE_eZI/AAAAAAAACIo/UzHN_B3-VfEGEljzLRMLzYzTiOQm2P0qACLcB/s640/14600924_1329027493786722_5271299851813564319_n.jpg)

ยอดเขามีลักษณะการก่อสร้าง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหาร พระพุทธรูป พระปรางค์เจดีย์ เป็นแบบสมัยอยุธยาต่อมาประมาณ พ.ศ.2300 ได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้บนส่วนหัวของรูปช้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาเจ้าฟ้ามงกุฎ หรือรัชกาลที่ 4 ในสมัยยังทรงผนวชเป็นภิกษุ ได้เสด็จธุดงค์เมืองนครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก และอุตรดิตถ์ ทรงแวะประทับที่วัดเขารูปช้างเพื่อร่วมฉลองวิหารวัดเขารูปช้าง มื่อวันที่ 22–26 มกราคม 2376

(https://3.bp.blogspot.com/-vXWtRaTuULo/V_NithEXcRI/AAAAAAAACIk/fJa8AMF7MaQaBtcLiHBx_I22mzKSfeZUACLcB/s640/14572942_1329027590453379_7003718320639900481_n.jpg)

นับได้ว่าวัดเขารูปช้างแห่งนี้ พระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้สร้างและพระเจ้าแผ่นดินยังได้ทรงมาประทับร่วมฉลองวิหารอีกด้วย จึงถือว่างานประเพณี ปิดทองไหว้พระ วันเพ็ญเดือนก็นับเริ่มตั้งแต่นั้นมา นับเป็นเวลากว่าร้อยปีในระยะเวลาถัดมา วัดเขารูปช้างได้รับการพัฒนาให้มีความเจริญขึ้นมาตาม ลำดับเท่าที่ทราบเริ่มจากในสมัยของพระเดชพระคุณพระครูพิพัฒน์ธร รมคุณ หรือหลวงพ่อเตียง สมัยพระครูวิเวกธรรมมาภิรมย์ หรือหลวงพ่อเทิ้ม และสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน