Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 มิถุนายน, 2556, 12:39:15

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เลี้ยงปลาหางนกยูงให้สีสวย  (อ่าน 56518 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,928
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« เมื่อ: 06 กรกฎาคม, 2551, 19:29:08 »

เลี้ยงปลาหางนกยูงให้สีสวย



ปลาหางนกยูงจัดเป็นปลาสวยงามประเภทหนึ่งที่มีผู้นิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น พันธุ์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีประมาณ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ Cobra (คอบร้า) Tuxedo (ทักซิโด้) Mosaic (โมเสค) Grass (กร๊าซ) และ Sword tall ( นกยูงหางดาบ) พันธุ์เหล่านี้ได้รับการปรับปรุงให้มีลักษณะสวยงาม แข็งแรงลำตัวใหญ่สมส่วน ไม่คดงอ มีการทรงตัวปกติ ครีบหางใหญ่ไม่หักพับขณะว่าย และที่สำคัญมีสีสันลวดลายตรงตามสายพันธุ์  สำหรับวิธีเลี้ยงปลาหางนกยูงให้มีสีสันสวยงาม เพื่อให้ได้ราคาดี มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

เลี้ยงปลาหางนกยูงแบบมืออาชีพ

ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง กินสัตว์น้ำตัวเล็กเป็นอาหาร รวมทั้งลูกปลาตัวเล็กๆ ที่เกิดใหม่ด้วย เมื่อปลามีอายุประมาณ 3 เดือนก็สามารถผสมพันธุ์ได้แล้ว ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องแยกปลาเพศผู้กับเพศเมียไว้คนละบ่อ เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์กันเอง การแยกเพศทำได้เมื่อลูกปลามีอายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไป วิธีเลี้ยงปลาหางนกยูง มีขั้นตอน ดังนี้

เตรียมบ่อ ที่ใช้เลี้ยงตามต้องการ ทำความสะอาด ผึ่งแดดให้แห้ง หลังจากนั้นเปิดน้ำใส่แช่ทิ้งไว้ 1 วัน ก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยง

น้ำที่ใช้ใส่บ่อเลี้ยงปลา ต้องเป็นน้ำสะอาด
น้ำประปา ต้องไม่มีคลอรีนเจือปนอยู่ โดยพักน้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์
น้ำบาดาล ทำเช่นเดียวกับน้ำประปา คือพักน้ำทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ และเติมออกซิเจนตลอดเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ
วัดค่าความเป็นกรด ด่าง (pH) โดยใช้กระดาษทดสอบค่า pH จุ่มในน้ำ แล้วนำสีที่ได้มาเทียบค่า ให้มีค่าประมาณ 6.5 ? 7.5 (กระดาษทดสอบหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลาทั่วไป)


สำหรับอาหาร ปลาหางนกยูงจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งเรียกว่าอาหารสดจำพวก ลูกน้ำ ไรแดง ไรสีน้ำตาล ไรทะเล ที่มีชีวิต หรืออาหารปลาสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด อาหารควรให้ 2 เวลา คือ ตอนเช้าและตอนเย็น ตอนเช้าควรเป็นอาหารสดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว โดยนำไปแช่ด่างทับทิม ขั้นตอนคือนำด่างทับทิมประมาณหยิบมือ ละลายน้ำ นำไรแดง หรืออาหารสดอื่นๆ ลงแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 วินาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง ตอนเย็นอาจเปลี่ยนไปให้อาหารสำเร็จรูปแทนได้ เมื่อให้อาหารปลาเสร็จแล้ว ควรดูว่าปลากินหมดหรือไม่ ให้น้อยไปหรือไม่ สังเกตได้จากปลากินหมดเร็วมาก ก็ให้เพิ่มอีก แต่หากให้อาหารเยอะไปมีเศษอาหารเหลือ ให้ตักทิ้ง อาหารสดที่กล่าวมา สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป หรือที่ตลาดนัดสวนจตุจักร สิ่งสำคัญ ควรให้อาหารสดจำพวกไรแดง ไรทะเล ดีกว่าให้อาหารสำเร็จรูป เพราะปลาจะได้มีสีสันที่สวยงาม

การทำความสะอาดแต่ละสัปดาห์ ควรดูดน้ำก้นบ่อเอาขยะออก และให้เหลือน้ำเก่าประมาณครึ่งบ่อ จากนั้นจึงเติมน้ำใหม่ลงไป สาเหตุที่ไม่เทออกทั้งหมด เพื่อให้ปลาปรับตัวได้ และในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน ให้ล้างทำความสะอาดบ่อและเปลี่ยนน้ำใหม่


จับคู่เพิ่มพันธุ์ปลาหางนกยูง


การคัดเลือกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ควรเลือกเพศผู้ที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง สมส่วน ครีบหางใหญ่แผ่กว้างพลิ้วสวย เวลาว่ายไม่หักพับ สีสันสวยงามตรงตามสายพันธุ์นั้นๆ และเพศเมียก็เช่นเดียวกัน การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ควรเลือกสีและลักษณะให้เหมือนกันมากที่สุด ส่วนวิธีผสมพันธุ์ปลา ทำได้โดย


เตรียมบ่อผสม เป็นบ่อซีเมนต์ขนาด 1- 4 ตรม. ใส่น้ำลึกประมาณ 30-50 ซม. ควรมีพืชน้ำจำพวกสาหร่าย จอก หรือพุ่มเชือกฟางด้วย เพื่อให้ลูกปลาเกิดใหม่ใช้หลบซ่อนตัว

นำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่คัดเลือก ปล่อยลงไปในอัตราส่วน เพศผู้ 120 ตัวต่อเพศเมีย 180 ตัวต่อบ่อ หรือเพศผู้ 1 ตัวต่อเพศเมีย 4-5 ตัว จำนวนปลาอาจมากหรือน้อยกว่าที่แนะนำมา ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อที่ใช้เลี้ยง

การให้อาหารควรให้อาหารสด (ไรแดงหรือไรทะเล) ในตอนเช้า และอาหารสำเร็จรูปในตอนเย็น

หลังจากนั้นประมาณ 26-28 วัน จะเริ่มเห็นลูกปลาเกิดใหม่ ให้แยกลูกปลาจากบ่อผสมออกทุกวัน ลูกปลาที่เกิดขึ้นวันแรก ถึงวันที่สี่ แยกไปยังบ่ออนุบาล 1 บ่อ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยจนกว่าลูกปลาจะหมด เพื่อให้ลูกปลามีขนาดใกล้เคียงกัน โดยให้มีปริมาณความหนาแน่นของลูกปลา 140-300 ตัวต่อบ่อ สำหรับการจัดเตรียมบ่ออนุบาลก็เช่นเดียวกับการเตรียมบ่อผสม

อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกปลา 2 สัปดาห์แรก ควรให้ไข่แดงต้มสุกบดผสมกับน้ำในปริมาณไม่มาก เนื่องจากปลายังตัวเล็ก ให้วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลาประมาณครึ่งเดือน จึงเปลี่ยนเป็นไรแดงตัวเล็กแทน

เมื่อปลามีอายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ให้ทำการคัดขนาดและแยกเพศปลาลงเลี้ยงในบ่อ โดยปลาเพศเมียจะมีจุดสีดำบริเวณท้อง เพศผู้ลำตัวเรียวเล็กกว่าเพศเมีย ปริมาณความหนาแน่นของปลาแต่ละบ่อประมาณ 200?300 ตัว

อีกประมาณ 3 สัปดาห์ ก็สามารถคัดแยกเพื่อขาย หรือไว้เป็นพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ต่อไป แต่การผสมครั้งต่อไป ควรหาพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์จากที่อื่น เพื่อป้องกันลูกปลาอ่อนแอ


ระวัง! ภัยจากโรคร้าย
โรคจุดขาว จะพบตามผิวหนังด้านนอก เนื่องจากปลาสร้างเซลล์ผิวหนังหุ้มสัตว์เซลล์เดียวที่ชื่ออิ๊ค เพื่อลดความระคายเคือง โรคนี้ไม่มีวิธีรักษา แต่สามารถทำลายตัวอิ๊คในน้ำ โดยใส่ฟอร์มาลิน 25 ?30 ซีซี ผสมกับมาลาไค้ท์กรีน 0.1 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอด ทำซ้ำ 3?4 วัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์


โรคจากตัวปลิงใส จะพบตามเหงือกและผิวหนัง ซึ่งเกิดจากปรสิตตัวแบน 2 ชนิด คือ Gyrodactylus และ Dctylogyrus การรักษาใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 40 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ไว้ตลอด


โรคจากหนอนสมอ การรักษาใช้ดิพเทอร์เรกซ์เข้มข้น 0.25 ? 0.50 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอด และทำซ้ำ 3?4 ครั้ง โดยห่างกัน 1 สัปดาห์ วิธีนี้สามารถรักษาโรคจากตัวปลิงใสได้ด้วย


โรคจากแบคทีเรีย อาการสังเกตจากส่วนครีบและหางกร่อน ท้องบวมน้ำ เกล็ดพอง การรักษาต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ไนโตรฟูราโซน 1?2 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร หรือใช้เกลือแกงเล็กน้อยละลายน้ำ แช่นาน 2?3 วัน


เมื่อพบปลาที่เป็นโรคควรแยกออกจากบ่อ แล้วทำการรักษาตามอาการที่พบ จากนั้นล้างทำความสะอาดบ่อทันที เพื่อไม่ให้ปลาในบ่อทั้งหมดติดโรคไปด้วย สารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรค หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป หรือที่ตลาดนัดสวนจตุจักร


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายวิชาการ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2558-0172

แหล่งข้อมูล
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง.

http://www.fisheries.go.th/fish/web2/hotnews.php
ผู้จัดทำ   สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

วันที่จัดทำ    ธันวาคม 2544

บันทึกการเข้า




ยามเฝ้าบอร์ด
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,928
สมาชิกลำดับที่ 1
มือปราบเกรียน



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 06 กรกฎาคม, 2551, 19:32:23 »



ขั้นตอนในการเตรียมการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงมีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1   

เตรียมบ่อซีเมนต์ขนาด 1 - 4 ตรม. ระดับน้ำลึก 30 ?50 ซม. ใส่พุ่มเชือกฟางตะกร้าหรือฝาชี เพื่อให้ลูกปลาใช้เป็นที่ปลาหลบซ่อน

ขั้นตอนที่ 2   

คัดพ่อแม่ปลาสายพันธุ์เดียวกันที่ลักษณะดีสีสวยอายุประมาณ 4 ?6 เดือน โดยคัดปลาเพศผู้ ลำตัวโต แข็งแรง ครีบหลัง ครีบหางใหญ่และแผ่กว้าง สีเข้มสดใส สวยงาม ส่วนปลาเพศเมียคัดเลือกสายพันธุ์เดียวกันกับปลาเพศผู้ ลำตัวโต แข็งแรง ปราดเปรียว ครีบหางเข้มสดใส ปล่อยรวมกันในอัตรา 120 -180 ตัว/ลบ.ม. ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1:3 หรือ 1:4 ระหว่างการเพาะพันธุ์ให้ไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้า และให้อาหารสำเร็จรูปในตอนเย็น ปลาเพศเมียที่ได้รับการผสมแล้ว จะเห็นเป็นจุดสีดำบริเวณท้อง

ขั้นตอนที่ 3    

หลังจากแม่ปลาได้รับการผสมพันธุ์ประมาณ 26 ?28 วัน จะมีลูกปลาวัยอ่อนเกิดขึ้นและหลบซ่อนอยู่ตามวัสดุที่มาใส่ไว้ในบ่อให้รวบรวมลูกปลาออกทุกวันสะสมไว้ในบ่ออนุบาล ประมาณ 4-5 วัน/ บ่อ เพื่อให้ลูกปลามีขนาดใกล้เคียงกัน โดยปล่อยลูกปลาในอัตราความหนาแน่น 140-300 ตัว/ลบ.ม. ในระยะแรก ให้ไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้าและเย็นทุกวันเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงให้อาหารสำเร็จรูป จนกระทั่งลูกปลามีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะที่เริ่มแยกเพศได้ โดยปลาเพศเมีย สังเกตจุดสีดำบริเวณรูเปิดช่องท้อง ส่วนปลาเพศผู้ เมื่อมองจากด้านบนมีรูปร่างเรียวยาวกว่าเพศเมีย

ขั้นตอนที่ 4    

คัดขนาดและแยกเพศปลา นำไปแยกเลี้ยงในบ่ออัตรา 200-300 ตัว/ลบ.ม.ให้กินไรแดงเป็นอาหารในตอนเช้าส่วนตอนกลางวันและตอนเย็นให้กินอาหารสำเร็จรูป เลี้ยงเป็นระยะเวลา 3 เดือน (ปลามีอายุประมาณ 4 เดือน)

ขั้นตอนที่ 5   

ปลาหางนกยูงอายุประมาณ 4 เดือน จะถูกคัดขนาดและคัดเลือกปลาที่แข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อนำไปเลี้ยงไว้ในบ่อพักปลาเพื่อเตรียมส่งจำหน่ายต่อไป

โรคที่พบในปลาหางนกยูงและวิธีการรักษา

1. โรคจุดขาว (White spot disease) เกิดจากสัตว์เซลล์เดียว ชื่อ lchthyophthirus multifilis หรือชื่อย่อว่า lch (อิ๊ค)อิ๊คเข้าเกาะตัวปลาและฝังตัวที่ผนังชั้นนอกของปลา สร้างความระคายเคืองปลาจะสร้างเซลล์ผิวหนังหุ้มอิ๊ค ทำให้เห็นเป็นจุดสีขาว ยังไม่มีวิธีการกำจัดอิ๊คที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง แต่วิธีการที่ได้ผล คือ การทำลายตัวอ่อนในน้ำ สารเคมีที่ใช้ได้ผลดี คือ ฟอร์มาลิน 25 - 30 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร ผสมกับมาลาไค้ท์กรีน 0.1 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอด และควรจะแช่น้ำซ้ำอีก 3 - 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 7 วัน จะให้ผลดีมาก โดยเฉพาะเมื่อน้ำมีอุณหภูมิประมาณ 28- 30 องศาเซลเซียส
2. โรคที่เกิดจากปลิงใส   เกิดจากปรสิตตัวแบน 2 ชนิด คือ Gyrodactylus และ Dactylogyrus มักพบตามบริเวณเหงือกและผิวหนัง การรักษาใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 40 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร หรือดิพเทอร์เร็กซ์เข้มข้น 0.25-0.5 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอดไป
3. โรคที่เกิดจากหนอนสมอ (Lerneae sp.)  หนอนสมอมีลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนหัวคล้ายสมอทำหน้าที่ยึดเกาะกับตัวปลา การรักษาใช้ดิพเทอร์เรกซ์เข้มข้น 0.25-0.50 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอด แล้วแช่ซ้ำ 3-4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 7 วัน
4. โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย    เกิดจากพวกแบคทีเรียสกุล Aeromonas และ Pseudomonas อาการที่พบ คือ ครีบและหางกร่อน ท้องบวมน้ำ เกล็ดพอง รักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ไนโตรฟูราโซน 1 -2 กรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ปลานาน 2 -3 วัน ออกซีเตตร้าไซคลินหรือเตตร้าซัยคลินผสมลงในน้ำในภาชนะ
บันทึกการเข้า

M o L Z a A
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 829
สมาชิกลำดับที่ 36
ความจริงใจมีให้เสมอนะ



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 06 กรกฎาคม, 2551, 20:47:53 »


ไม่เคยรู้มาก่อนเลยน่ะเนี่ยว่าการเลี้ยงปลาหางนกยูงให้สีสวยจะมีกระบวนการขนาดนี้เลย 

เคยแต่เข้าใจว่า "ปลาหางนกยูง" เป็นปลาอดทน...ใครเลี้ยงแล้วตายก็สุดยอดแล้ว (รู้แค่นี้เลยจริงๆ น่ะเนี่ย) 

ถ้าไม่ได้มาอ่าน...ก็คงเหมือนอยู่แต่ในกะลานะเนี่ยเรา 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: