เลี้ยงปลาหางนกยูงให้สีสวย
ปลาหางนกยูงจัดเป็นปลาสวยงามประเภทหนึ่งที่มีผู้นิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น พันธุ์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีประมาณ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ Cobra (คอบร้า) Tuxedo (ทักซิโด้) Mosaic (โมเสค) Grass (กร๊าซ) และ Sword tall ( นกยูงหางดาบ) พันธุ์เหล่านี้ได้รับการปรับปรุงให้มีลักษณะสวยงาม แข็งแรงลำตัวใหญ่สมส่วน ไม่คดงอ มีการทรงตัวปกติ ครีบหางใหญ่ไม่หักพับขณะว่าย และที่สำคัญมีสีสันลวดลายตรงตามสายพันธุ์ สำหรับวิธีเลี้ยงปลาหางนกยูงให้มีสีสันสวยงาม เพื่อให้ได้ราคาดี มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
เลี้ยงปลาหางนกยูงแบบมืออาชีพ ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง กินสัตว์น้ำตัวเล็กเป็นอาหาร รวมทั้งลูกปลาตัวเล็กๆ ที่เกิดใหม่ด้วย เมื่อปลามีอายุประมาณ 3 เดือนก็สามารถผสมพันธุ์ได้แล้ว ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องแยกปลาเพศผู้กับเพศเมียไว้คนละบ่อ เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์กันเอง การแยกเพศทำได้เมื่อลูกปลามีอายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไป วิธีเลี้ยงปลาหางนกยูง มีขั้นตอน ดังนี้
เตรียมบ่อ ที่ใช้เลี้ยงตามต้องการ ทำความสะอาด ผึ่งแดดให้แห้ง หลังจากนั้นเปิดน้ำใส่แช่ทิ้งไว้ 1 วัน ก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยง
น้ำที่ใช้ใส่บ่อเลี้ยงปลา ต้องเป็นน้ำสะอาด
น้ำประปา ต้องไม่มีคลอรีนเจือปนอยู่ โดยพักน้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์
น้ำบาดาล ทำเช่นเดียวกับน้ำประปา คือพักน้ำทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ และเติมออกซิเจนตลอดเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ
วัดค่าความเป็นกรด ด่าง (pH) โดยใช้กระดาษทดสอบค่า pH จุ่มในน้ำ แล้วนำสีที่ได้มาเทียบค่า ให้มีค่าประมาณ 6.5 ? 7.5 (กระดาษทดสอบหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลาทั่วไป)
สำหรับอาหาร ปลาหางนกยูงจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งเรียกว่าอาหารสดจำพวก ลูกน้ำ ไรแดง ไรสีน้ำตาล ไรทะเล ที่มีชีวิต หรืออาหารปลาสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด อาหารควรให้ 2 เวลา คือ ตอนเช้าและตอนเย็น ตอนเช้าควรเป็นอาหารสดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว โดยนำไปแช่ด่างทับทิม ขั้นตอนคือนำด่างทับทิมประมาณหยิบมือ ละลายน้ำ นำไรแดง หรืออาหารสดอื่นๆ ลงแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 วินาที แล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง ตอนเย็นอาจเปลี่ยนไปให้อาหารสำเร็จรูปแทนได้ เมื่อให้อาหารปลาเสร็จแล้ว ควรดูว่าปลากินหมดหรือไม่ ให้น้อยไปหรือไม่ สังเกตได้จากปลากินหมดเร็วมาก ก็ให้เพิ่มอีก แต่หากให้อาหารเยอะไปมีเศษอาหารเหลือ ให้ตักทิ้ง อาหารสดที่กล่าวมา สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป หรือที่ตลาดนัดสวนจตุจักร สิ่งสำคัญ ควรให้อาหารสดจำพวกไรแดง ไรทะเล ดีกว่าให้อาหารสำเร็จรูป เพราะปลาจะได้มีสีสันที่สวยงาม
การทำความสะอาดแต่ละสัปดาห์ ควรดูดน้ำก้นบ่อเอาขยะออก และให้เหลือน้ำเก่าประมาณครึ่งบ่อ จากนั้นจึงเติมน้ำใหม่ลงไป สาเหตุที่ไม่เทออกทั้งหมด เพื่อให้ปลาปรับตัวได้ และในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน ให้ล้างทำความสะอาดบ่อและเปลี่ยนน้ำใหม่
จับคู่เพิ่มพันธุ์ปลาหางนกยูง การคัดเลือกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ควรเลือกเพศผู้ที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง สมส่วน ครีบหางใหญ่แผ่กว้างพลิ้วสวย เวลาว่ายไม่หักพับ สีสันสวยงามตรงตามสายพันธุ์นั้นๆ และเพศเมียก็เช่นเดียวกัน การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ควรเลือกสีและลักษณะให้เหมือนกันมากที่สุด ส่วนวิธีผสมพันธุ์ปลา ทำได้โดย
เตรียมบ่อผสม เป็นบ่อซีเมนต์ขนาด 1- 4 ตรม. ใส่น้ำลึกประมาณ 30-50 ซม. ควรมีพืชน้ำจำพวกสาหร่าย จอก หรือพุ่มเชือกฟางด้วย เพื่อให้ลูกปลาเกิดใหม่ใช้หลบซ่อนตัว
นำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่คัดเลือก ปล่อยลงไปในอัตราส่วน เพศผู้ 120 ตัวต่อเพศเมีย 180 ตัวต่อบ่อ หรือเพศผู้ 1 ตัวต่อเพศเมีย 4-5 ตัว จำนวนปลาอาจมากหรือน้อยกว่าที่แนะนำมา ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อที่ใช้เลี้ยง
การให้อาหารควรให้อาหารสด (ไรแดงหรือไรทะเล) ในตอนเช้า และอาหารสำเร็จรูปในตอนเย็น
หลังจากนั้นประมาณ 26-28 วัน จะเริ่มเห็นลูกปลาเกิดใหม่ ให้แยกลูกปลาจากบ่อผสมออกทุกวัน ลูกปลาที่เกิดขึ้นวันแรก ถึงวันที่สี่ แยกไปยังบ่ออนุบาล 1 บ่อ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยจนกว่าลูกปลาจะหมด เพื่อให้ลูกปลามีขนาดใกล้เคียงกัน โดยให้มีปริมาณความหนาแน่นของลูกปลา 140-300 ตัวต่อบ่อ สำหรับการจัดเตรียมบ่ออนุบาลก็เช่นเดียวกับการเตรียมบ่อผสม
อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกปลา 2 สัปดาห์แรก ควรให้ไข่แดงต้มสุกบดผสมกับน้ำในปริมาณไม่มาก เนื่องจากปลายังตัวเล็ก ให้วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลาประมาณครึ่งเดือน จึงเปลี่ยนเป็นไรแดงตัวเล็กแทน
เมื่อปลามีอายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ให้ทำการคัดขนาดและแยกเพศปลาลงเลี้ยงในบ่อ โดยปลาเพศเมียจะมีจุดสีดำบริเวณท้อง เพศผู้ลำตัวเรียวเล็กกว่าเพศเมีย ปริมาณความหนาแน่นของปลาแต่ละบ่อประมาณ 200?300 ตัว
อีกประมาณ 3 สัปดาห์ ก็สามารถคัดแยกเพื่อขาย หรือไว้เป็นพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ต่อไป แต่การผสมครั้งต่อไป ควรหาพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์จากที่อื่น เพื่อป้องกันลูกปลาอ่อนแอ
ระวัง! ภัยจากโรคร้ายโรคจุดขาว จะพบตามผิวหนังด้านนอก เนื่องจากปลาสร้างเซลล์ผิวหนังหุ้มสัตว์เซลล์เดียวที่ชื่ออิ๊ค เพื่อลดความระคายเคือง โรคนี้ไม่มีวิธีรักษา แต่สามารถทำลายตัวอิ๊คในน้ำ โดยใส่ฟอร์มาลิน 25 ?30 ซีซี ผสมกับมาลาไค้ท์กรีน 0.1 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอด ทำซ้ำ 3?4 วัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
โรคจากตัวปลิงใส จะพบตามเหงือกและผิวหนัง ซึ่งเกิดจากปรสิตตัวแบน 2 ชนิด คือ Gyrodactylus และ Dctylogyrus การรักษาใช้ฟอร์มาลินเข้มข้น 40 ซีซี ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ไว้ตลอด
โรคจากหนอนสมอ การรักษาใช้ดิพเทอร์เรกซ์เข้มข้น 0.25 ? 0.50 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิ้งไว้ตลอด และทำซ้ำ 3?4 ครั้ง โดยห่างกัน 1 สัปดาห์ วิธีนี้สามารถรักษาโรคจากตัวปลิงใสได้ด้วย
โรคจากแบคทีเรีย อาการสังเกตจากส่วนครีบและหางกร่อน ท้องบวมน้ำ เกล็ดพอง การรักษาต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ไนโตรฟูราโซน 1?2 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร หรือใช้เกลือแกงเล็กน้อยละลายน้ำ แช่นาน 2?3 วัน
เมื่อพบปลาที่เป็นโรคควรแยกออกจากบ่อ แล้วทำการรักษาตามอาการที่พบ จากนั้นล้างทำความสะอาดบ่อทันที เพื่อไม่ให้ปลาในบ่อทั้งหมดติดโรคไปด้วย สารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรค หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป หรือที่ตลาดนัดสวนจตุจักร
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายวิชาการ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2558-0172
แหล่งข้อมูล กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง.
http://www.fisheries.go.th/fish/web2/hotnews.php ผู้จัดทำ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
วันที่จัดทำ ธันวาคม 2544