Siamsouth.com สิ่งดีๆ เพื่อสังคมไทย
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
11 มีนาคม 2553, 06:06:49

   

 



หน้า: [1] 2 3 4  ทั้งหมด
ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธสุภาษิต - พุทธศาสนสุภาษิต  (อ่าน 7672 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 10,640

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:31 »

พุทธสุภาษิต - พุทธศาสนสุภาษิต   ที่มาจาก http://www.fungdham.com



สุภาษิต แปลว่า  ถ้อยคำที่กล่าวไว้ดี (สุ=ดี,  ภาษิต=กล่าว) สามารถนำมาเป็นคติ   ยึดถือเป็นหลักใจได้

พุทธศาสนสุภาษิต  หมายถึง ถ้อยคำดีๆ ในพระพุทธศาสนา  แต่มิได้หมายความเฉพาะคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เท่านั้น แม้สุภาษิตแทบทั้งหมดจะเป็นพระพุทธพจน์ก็ตาม

เช่น ถ้าเป็นภาษิตพระสัมมาสัมพุทธตรัสเอง เรียกว่า พุทธภาษิต / พุทธสุภาษิต (หรือ พระพุทธพจน์)   ถ้าพระโพธิสัตว์ กล่าวเรียกว่า โพธิสัตว์ภาษิต    ถ้าพระสาวกกล่าว ก็เรียกว่า เถรภาษิต บ้าง สาวกภาษิต บ้าง     แม้แต่คำที่เทวดากล่าว และพระพุทธองค์ได้ตรัสรับรองว่าดีด้วยการตรัสคำนั้นซ้ำ  เรียกว่า เทวดาภาษิต เป็นต้น

วิธีอ่านภาษาบาลี

คำในภาษาบาลี เมื่อนำมาเขียนถ่ายทอดเป็นภาษาไทยแล้ว จะมีลักษณะที่ควรสังเกตประกอบการอ่าน ดังนี้

๑. ตัวอักษรทุกตัวที่ไม่มีเครื่องหมายใดอยู่บนหรือล่าง และไม่มีสระใดๆ กำกับไว้
ให้อ่านอักษรนั้นมีเสียง "อะ" ทุกตัว เช่น


     อรหโต อ่านว่า อะ-ระ-หะ-โต
     ภควา อ่านว่า ภะ-คะ-วา
     นมามิ อ่านว่า นะ-มา-มิ
     โลกวิทู อ่านว่า โล-กะ-วิ-ทู

๒. เมื่อตัวอักษรใดมีเครื่องหมาย  ฺ (พินทุ) อยู่ข้างใต้
แสดงว่าอักษรนั้นเป็นตัวสะกดของอักษรที่อยู่ข้างหน้า ผสมกันแล้วให้อ่านเหมือนเสียง อะ+(ตัวสะกด) นั้น เช่น


     สมฺมา (สะ+ม = สัม) อ่านว่า สัม-มา
     สงฺโฆ (สะ+ง = สัง) อ่านว่า สัง-โฆ

ยกเว้นในกรณีที่พยัญชนะตัวหน้ามีเครื่องหมายสระกำกับอยู่แล้ว
ก็ให้อ่านรวมกันตามตัวสะกดนั้น เช่น


     พุทฺโธ        อ่านว่า พุท-โธ
     พุทฺธสฺส     อ่านว่า พุท-ธัส-สะ
     สนฺทิฏฺฺฺฺ ฺฐิโย อ่านว่า สัน-ทิฏ-ฐิ-โย
     ปาหุเนยฺโย  อ่านว่า ปา-หุ-เนย-โย

๓. เมื่ออักษรใดมีเครื่องหมาย  ํ (นฤคหิต) อยู่ข้างบนตัวอักษร
ให้อ่านให้เหมือนอักษรนั้นมีไม้หันอากาศและสะกดด้วยตัว "ง" เช่น


     อรหํ     อ่านว่า อะ-ระ-หัง
     สงฺฆํ     อ่านว่า สัง-ฆัง
     ธมฺมํ     อ่านว่า ธัม-มัง
     สรณํ    อ่านว่า สะ-ระ-นัง
     อญฺญํ   อ่านว่า อัญ-ญัง

แต่ถ้าตัวอักษรนั้นมีทั้งเครื่องหมาย  ํ (นฤคหิต) อยู่ข้างบนและมีสระอื่นกำกับอยู่ด้วย
ก็ให้อ่านออกเสียงตามสระที่กำกับ + ง (ตัวสะกด) เช่น


     พาหุํํํํ ํํ อ่านว่า พา-หุง

๔. เมื่ออักษรใดเป็นตัวนำแต่มีเครื่องหมาย ฺ (พินทุ) อยู่ข้างใต้ด้วย
ขอให้อ่านออกเสียง "อะ" ของอักษรนั้นเพียงครึ่งเสียงควบไปกับอักษรตัวตาม เช่น


     สฺวากฺขาโต อ่านว่า สะหวาก-ขา-โต


บันทึกการเข้า

มีชีวิตครองเรือน คงทำเหมือนบรรพชิตมิได้ทั้งหมด แต่คฤหัสถ์ก็สามารถมีความสุขจากวิถีชีวิตที่ “ไม่รวย” ได้เช่นกัน

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 10,640

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:47 »

พุทธศาสนสุภาษิต : พระราชา

ราชา รฏฺฐสฺส ปญฺญาณํ
พระราชาเป็นเครื่องปรากฏของแว่นแคว้น

ราชา มุขํ นุสฺสสานํ
พระราชาเป็นประมุขของประชาชน

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ โหตุ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก
ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข

กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต
พระราชาผู้ไม่กริ้วตอบผู้โกรธ ราษฎรก็บูชา

สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ
พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องรบย่อมสง่า

ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมิง เย โคตฺตปฏิสาริโน
พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยสกุล
           
พุทธศาสนสุภาษิต : สิ่งที่เป็นการยาก

กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ
ความได้เป็นมนุษย์เป็นการยาก

กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ
ความเป็นอยู่ของสัตว์เป็นการยาก

กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ
การฟังธรรมของสัตบุรุษเป็นการยาก

กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท
ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้เป็นการยาก

ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพุทฺธานํ อภิณฺหโส
การเห็นพระพุทธเจ้าเนืองๆ เป็นการหาได้ยาก

พุทธศาสนสุภาษิต : ทรัพย์และอนิจจัง


น จาปิ วิตฺเตน ชรํ วิหนฺติ
กำจัดความแก่ด้วยทรัพย์ไม่ได้

น ทีฆมายุง ลภเต ธเนน
คนไม่ได้อายุยืนเพราะทรัพย์

สพฺเพ ว นิกฺขิปิสฺสนฺติ ภูตา โลเก สมุสฺสยํ
สัตว์ทั้งปวง จักทอดทิ้งร่างไว้ในโลก

อฑฺฒา เจว ทฬิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุปรายนา
ทั้งคนมีทั้งคนจน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า

อปฺปกญฺจิทํ ชีวตมาหุธีรา
ปราชญ์กล่าวว่าชีวิตนี้น้อยนัก

น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา
ความผัดเพื่อนกับมฤตยู อันมีกองทัพใหญ่นั้น ไม่ได้เลย

ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา

ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ
ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป

ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา
เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ไม่มีผู้ป้องกัน

น มิยฺยมานสฺส ภวนฺติ ตาณา
เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน

น มิยฺยามานํ ธมฺมนฺเวติ กิญฺจิ
ทรัพย์สักนิดก็ติดตามคนตายไปไม่ได้

สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา
สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง

ขโณ โว มา อุปจฺจคา
ขณะอย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย

อติปตฺติ วโย ขโณ ตเถว
วัยย่อมผ้านพ้นไปเหมือนขณะทีเดียว

กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา
กาลเวลาย่อมกินสรรพสัตว์กับทั้งตัวมันเอง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ความโกรธ

โกธํ ฆตฺวา น โสจติ
ฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมไม่เศร้าโศก

โกโธ สตฺถมลํ โลเก
ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก

โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ
ฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมอยู่เป็นสุข
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ความทุกข์

ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก
ความจนเป็นทุกข์ในโลก

อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก
การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก

ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา
เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้

สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา
สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
บันทึกการเข้า

มีชีวิตครองเรือน คงทำเหมือนบรรพชิตมิได้ทั้งหมด แต่คฤหัสถ์ก็สามารถมีความสุขจากวิถีชีวิตที่ “ไม่รวย” ได้เช่นกัน

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 10,640

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:41 »

พุทธศาสนสุภาษิต : สหาย

อตฺถมฺหิ ชาตมฺหิ สุขา สหายา
เมื่อความต้องการเกิดขึ้น สหายเป็นผู้นำสุขมาให้

สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา
ถ้าได้สหายผู้รอบคอบพึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา

ปาปมิตฺโต ปาปสโข ปาปอาจารโคจโร
มีมิตรเลว มีเพื่อนเลว ย่อมมีมรรยาทและมีที่เที่ยวเลว

นตฺถิ พาเล สหายตา
ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล

ภริยา ปรมา สขา
ภริยาเป็นเพื่อนสนิท, ภรรยาเป็นสหายอย่างยิ่ง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : มลทิน

อสชฺฌายมลา มนฺตา
มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน

อนุฏฺฐานมลา ฆรา
เหย้าเรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน

มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ
ความเกียจค้านเป็นมลทินแห่งผิวพรรณ

มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ
ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : บริสุทธิ์

สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ
ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์มีเฉพาะตัว

นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย
ผู้อื่นพึงทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้

สุทฺธสฺส สุจิกมฺมสฺส สทา สมฺปชฺชเต วตํ
พรตของผู้บริสุทธิ์มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ
 
พุทธศาสนสุภาษิต : การชนะ

สพฺพรติง ธมฺมรติ ชินาติ
ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง

ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ
ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง

น หิ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ อวชิยฺยติ
ความชนะที่ไม่กลับแพ้เป็นดี

อสาธุง สาธุนา ชิเน
พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดีของตน

ชิเน กทริยํ ทาเนน
พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้

สจฺเจนาลิกวาทินํ
พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : หว่านพืชเช่นใด ได้ผลเช่นนั้น

อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก

มนาปทายี ลภเต มนาปํ
ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ

เสฏฺฐนฺทโท เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ
ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ

ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ
บุญของผู้ให้ย่อมเจริญ

ทเทยฺย ปุรโส ทานํ
คนควรให้ทาน

ปุญฺญมากงฺขมานานํ สงฺโฆ เว ยชตํ มุขํ
พระสงฆ์นั้นแล เป็นประมุขของเหล่าชนผู้จำนงบุญบูชาอยู่
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ผู้ครองเรือน

ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา
เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้ฯ

อนุฏฺฐานมลา ฆรา
เหย้าเรือนมีความไม่หมั่น เป็นมลทินฯ

โภคา สนฺนิจฺจยํ ยนฺติ วมฺมิโก วุปจียติ
โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกำลังก่อขึ้นฯ
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ภรรยา

ภตฺตา ปุญฺญาณมิตฺถิยา
ภัสดาเป็นสง่าของสตรีฯ

ภตฺตารํ นาติมญฺญติ
ภรรยาดี ไม่ดูหมิ่นภัสดา

ภตฺตุ ฉนฺทวสานุคา
ภรรยาย่อมคล้อยตามอำนาจแห่งความพอใจของภัสดา

ภตฺตุญฺจ ครุโน สพฺเพ ปฏิปูเชติ ปณฺฑิตา
ภรรยาผู้ฉลาดย่อมนับถือภัสดาและคนควรเคารพทั้งปวง

ภตฺตุมนา ปญฺจรติ
ภรรยาดีย่อมประพฤติเป็นที่พอใจของภัสดา

สมฺภตํ อนุรกฺขติ
ภรรยาดีย่อมคอยรักษาทรัพย์ที่ภัสดาหามาได้ไว้

สุสํวิหิตกมฺมนฺตา
ภรรยาดีเป็นผู้จัดทำการงานดี

สุสฺสูสา เสฏฺฐา ภริยานํ
บรรดาภิรยาทั้งหลาย ภริยาผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
 
พุทธศาสนสุภาษิต : วาจา

หทยสฺส สทิสี วาจา
วาจาเช่นเดียวกับใจ

โวหาเรน โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ
ความเป็นผู้สะอาด พึงทราบได้ด้วยถ้อยคำสำนวน

ทุฏฺฐสฺส ผรุสวาจา
คนโกรธมีวาจาหยาบคาย

มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ
คนเปล่งวาจาชั่วย่อมทำตนให้เดือดร้อน

อภูตวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก

สณฺหํ คิรํ อตฺถาวหํ ปมุญฺจ
ควรเปล่งวาจาให้ไพเราะที่มีประโยชน์

ตเมว วาจํ ภาเสยฺย ยายตฺตานํ น ตาปเย
ควรกล่าวแต่วาจาที่ไม่ยังตนให้เดือดร้อน

น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ
ไม่ควรเปล่งวาจาชั่วเลย

สํโวหาเรน โสเจยฺยํ กลฺยาณิง
ควรเปล่งวาจางาม ให้เป็นที่พอใจฯ

วาจํ มุญฺเจยฺย กลฺยาณิง
ควรเปล่งวาจางาม

โมกฺโข กลฺยาณิกา สาธุ
เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ

มนุญฺญเมว ภาเสยฺย
ควรกล่าวแต่วาจาที่น่าพอใจ

นามนุญฺญํ กุทาจนํ
ในกาลไหนๆ ไม่ควรกล่าววาจาไม่น่าพอใจ

วาจํ ปมุญฺเจ กุสลํ นาติเวลํ
ไม่ควรกล่าววาจาที่ดี ให้เกินกาล
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ความกตัญญูและพรหมวิหาร

หิริโอตฺตปฺ ปิยญฺเญว โลกํ ปาเลติ สาธุกํ
หิริและโอตตับปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี

โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา
เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก

อรติ โลกนาสิกา
ความริษยาเป็นเหตุทำโลกให้ฉิบหาย

มหาปุริสภาวสฺส ลกฺขณํ กรุณาสโห
อัชฌาศัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณาเป็นลักษณะของความเป็นมหาบุรุษ

นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายแห่งคนดี

สพฺพญฺเจ ปฐวิง ทชฺชา เนว นํ อภิราธเย
ถึงแม้ให้แผ่นดินทั้งหมดก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้
 
พุทธศาสนสุภาษิต : คนชั่วกับลาภสักการะ

หนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ
โภคทรัพย์ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม

สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ
สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย
 
พุทธศาสนสุภาษิต : การงาน

อกิลาสุ วินฺเท หทยสฺส สนฺติง
คนไม่เกียจคร้าน พึงได้รับความสงบใจ

สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ
ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก

อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว
ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนหนุ่มผู้ทอดทิ้งการงาน

นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา
ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนโง่ผู้มัวถือฤกษ์อยู่
บันทึกการเข้า

มีชีวิตครองเรือน คงทำเหมือนบรรพชิตมิได้ทั้งหมด แต่คฤหัสถ์ก็สามารถมีความสุขจากวิถีชีวิตที่ “ไม่รวย” ได้เช่นกัน

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 10,640

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:08 »

พุทธสุภาษิต  ทั้งหมด 1517 สุภาษิตนี้ ซึ่งจัดทำและเผยแพร่โดยธรรมสภา ผมและทีมงานได้พิมพ์และจัดทำลงใน ไฟล์ Excel เพื่อให้ผู้ใฝ่ธรรมทุกท่าน        
สามารถนำไปจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่ได้ต่อไป หรือนำไปเก็บไว้เพื่อเป็นประโยชน์พัฒนาธรรมส่วนตัวก็ตามความต้องการครับ      
ตอนจัดพิมพ์ และอ่านซ้ำผมมีความซาบซึ้งและได้ประโยชน์เป็นอันมาก จึงอยากที่จะแบ่งปันให้ผู้สนใจทุกท่านด้วย ว่าง ๆ ก็แวะมาที่ kusol.com อีกนะครับ      
ขอให้ทุกท่านเจริญรุ่งเรืองยิ่งในธรรม และ ช่วยกันนำธรรมะที่ดีงามมาสู่สังคมไทยเราให้มาก ๆ นะครับ      

หมวดธรรมเบื้องต้น

1   ตนเป็นที่พึ่งของตน
2   ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์
3   คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้
4   คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
5   ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า
6   พูดอย่างไร ทำได้อย่างนั้น
7   คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
8   การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
9   บัณฑิตย่อมฝึกตน
10   ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
11   จงเตือนตน   ด้วยตนเอง
12   ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบไม่มี
13   บิดามารดา เป็นบูรพาจารย์ของบุตร
14   คนเห็นแก่ตัว เป็นคนสกปรก
15   ความมีสติป้องกันความเลวร้ายได้
16   คนโกรธย่อมฆ่าได้แม้มารดาของตน
17   ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา
18   เมื่อคบคนดีกว่าตน ตนเองก็ดีขึ้นมาทันที
19   อยู่ร่วมกับคนชั่ว ย่อมมีแต่ความทุกข์
20   คนเกียจคร้าน ย่อมไม่พบความสุข
21   สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
22             ความเป็นเพื่อนไม่มีในคนพาล
23   ผู้ฝึกตนได้เป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์
24   พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
25   วาจาของคน ย่อมส่องเห็นน้ำใจ
26   ปราชญ์ว่า มีชีวิตอยู่ด้วยปัญญาประเสริฐที่สุด
27   ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย
28   ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้
29   ถ้าจะทำ ก็ควรทำให้จริง
30   ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
31   ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
32   ความชั่วเมื่อทำแล้ว ย่อมเดือนร้อนภายหลัง
33   คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร
34   บิดามารดาเป็นพรหมของบุตร
35            คบคนดี ย่อมเจริญขึ้น
36   ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
37            ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี
38   ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะย่อมนำสุขมาให้
39   การไม่คบคนชั่วเป็นมิตร เป็นมงคลอันอุดมยิ่ง
40   ความอดทน นำสุขมาให้
41   กินคนเดียว ย่อมไม่ได้ความสุข
42   เมตตา เป็นเครื่องค้ำจุนโลก (กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)
43   พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต พึ่งสละ ทั้งทรัพย์ อวัยวะ และ ชีวิต เพื่อรักษาธรรม(ความถูกต้อง)



บันทึกการเข้า

มีชีวิตครองเรือน คงทำเหมือนบรรพชิตมิได้ทั้งหมด แต่คฤหัสถ์ก็สามารถมีความสุขจากวิถีชีวิตที่ “ไม่รวย” ได้เช่นกัน

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 10,640

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:19 »

หมวดบุคคล

44   คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก
45   ผู้มีความรู้ในทางที่ชั่ว เป็นผู้เสื่อม
46   ผู้มีความรู้ในทางที่ดี เป็นผู้เจริญ
47   พวกโจร เป็นเสนียดของโลก
48   ผู้เกลียดธรรม เป็นผู้เสื่อม
49   ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ
50   สตรีเป็นมลทินของพรหมจรรย์
51   ผู้เคารพผู้อื่น ย่อมมีความเคารพตนเอง
52   ควรทำแต่ความเจริญ อย่าเบียดเบียนผู้อื่น
53   ความสัตย์นั่นแล ดีกว่ารสทั้งหลาย
54   คนย่อมเป็นที่เกลียดชัง เพราะขอมาก
55   ผู้ถึงพร้อมด้วยองคคุณ หาได้ยาก
56   คนเมื่อโกรธแล้ว มักพูดมาก
57             คนเมื่อรักแล้ว มักพูดมาก
58   พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง
59   วิญญูชนตำหนิ ดีกว่าคนพาลสรรเสริญ
60   บุรุษอาชาไนย หาได้ยาก
61   ความคุ้นเคย เป็นญาติอย่างยิ่ง
62   คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย
63             บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่ดี
64   พระราชา เป็นเครื่องปรากฏของแว่นแคว้น
65   สัตบุรุษ ไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา
66   กวีเป็นที่อาศัยแห่งคาถาทั้งหลาย
67   สัตบุรุษ  ไม่ปราศรัยเพราะความได้กาม
68   ผู้ฟังมาก ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ
69   มีบางคนในโลกที่ยับยั้งการกระทำด้วยความละอาย
70   คนจะประเสริฐ ก็เพราะการกระทำ และ ความประพฤติ
71   อ่อนไป ก็ถูกเขาหมิ่น แข็งไป ก็มีภัยเวร
72   คนได้เกียรติ เพราะความสัตย์
73   บัณฑิตย่อมรักษาอินทรีย์
74   พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องรบ ย่อมสง่า
75   สมณะในศาสนานี้ ไม่เป็นข้าศึกในโลก
76   บัณฑิตย่อมไม่แสดงอาการขึ้นลง
77   ผู้ขอย่อมไม่เป็นที่รักของผู้ถูกขอ
78   บุตรเป็นที่ตั้งของมนุษย์ทั้งหลาย
79   บัณฑิตมีความไม่เพ่งโทษผู้อื่นเป็นกำลัง
80   สมณะ  พึงตั้งอยู่ในภาวะแห่งสมณะ
81   คนมีปัญญาทราม ย่อมพร่าประโยชน์เสีย
82   ไม่ควรขอสิ่งที่รู้ว่าเป็นที่รักของเขา
83   ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง
84   คนผู้มีสติ  มีความเจริญทุกเมื่อ
85   คนซื่อตรง  ไม่พูดคลาดความจริง
86   ผู้มีปัญญาย่อมไม่ขอเลย
87   คนมีสติ  ย่อมได้รับความสุข
88   สามีเป็นเครื่องปรากฎของสตรี
89   ผู้ไหว้  ย่อมได้รับการไหว้ตอบ
90   ผู้ทำสักการะ ย่อมได้รับการสักการะ
91   ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน
92   คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน
93   คนอ่อนแอ ก็ถูกเขาดูหมิ่น
94   มีญาติมาก ๆ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
95   สตรี เป็นสูงสุดแห่งสิ่งของทั้งหลาย
96   ผู้รักษา  ควรมีสติรักษา
97   ได้สิ่งใด  พึงพอใจในสิ่งนั้น
98   สมณะ  พึงเป็นสมณะที่ดี
99   อสัตบุรุษ  ย่อมไปนรก
100   ผู้บูชา  ย่อมได้รับการบูชา
101   สติ เป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก
102   สติจำเป็นในที่ทั้งปวง
103   คนโง่  ไม่ควรเป็นผู้นำ
104   พระราชา  เป็นประมุขของประชาชน
105   ผู้ใดไม่พูดเป็นธรรม   ผู้นั้นไม่ใช่สัตบุรุษ
106   อสัตบุรุษ  แม้นั่งอยู่ในที่นี้เองก็ไม่ปรากฎ     เหมือนลูกศรที่ยิงไปกลางคืน
107   ฤษีทั้งหลาย  มีสุภาษิตเป็นธงชัย
108   ผู้ประกอบด้วยทมะ และ สัจจะนั้นแล     ควรครองผ้ากาสาวะ
109   พึงตามรักษาความสัตย์
110   สัตบุรุษมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
111   บรรดาภริยาทั้งหลาย  ภริยาผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
112   ปราชญ์  มีกำลังบริหารหมู่ให้ประโยชน์สำเร็จได้
113   ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้  นำสุขมาให้
114   คนมีปัญญาทราม  ย่อมแนะนำในทางที่ไม่ควรแนะนำ
115   พูดอย่างใด  พึงทำอย่างนั้น
116   ความสงัดของผู้สันโดษมีธรรมปรากฎ    เห็นอยู่  นำสุขมาให้
117   สัตบุรุษยินดีในการเกื้อกูลสัตว์
118   ผู้สงบระงับ   ย่อมอยู่เป็นสุข
119   มารดา บิดา  ท่านว่าเป็นพรหมของบุตร
120   สัตบุรุษไม่ปราศรัยเพราะใคร่กาม
121           ผู้ถูกขอเมื่อไม่ให้สิ่งที่เขาขอ  ย่อมไม่เป็นที่รักของผู้ขอ
122   คนมีปัญญา  ย่อมไม่ประกอบในทางอันไม่ใช่ธุระ
123   บรรพชิตฆ่าผู้อื่น  เบียดเบียนผู้อื่น  ไม่เป็นสมณะเลย
124   คนโง่  มีกำลังบริหารหมู่ย่อมไม่สำเร็จประโยชน์
125   คนฉลาด  ย่อมละบาป
126   พึงประพฤติให้พอเหมาะพอดี
127   ผู้มุ่งประโยชน์โดยไร้อุบาย  ย่อมลำบากที่จะได้ประโยชน์นั้น
128   ชื่อว่าบัณฑิตย่อมทำประโยชน์ให้สำเร็จได้แล
129   คนมีปัญญาทราม  ย่อมทำความประทุษร้าย
130   ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม   ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข
131   คนแข็งกระด้างก็มีเวร
132   กลิ่นของสัตบุรุษย่อมหวนทวนลมได้
133   ท่านผู้เป็นที่พึ่ง   ย่อมประกอบด้วยกรุณายิ่งใหญ่
134   ภริยาผู้ฉลาด ย่อมนับถือสามี  และ คนที่ควรเคารพทั้งปวง
135   มารดาบิดาท่านว่าเป็นบูรพาจารย์ (ของบุตร)
136   ปราชญ์ได้โภคทรัพย์แล้ว  ย่อมสงเคราะห์ญาติ
137   สัตบุรุษได้ตั้งมั่นในความสัตย์ที่เป็นอรรถและเป็นธรรม
138   ผู้ปราศจากทมะ และ สัจจะ ไม่ควรครองผ้ากาสาวะ
139   อสัตบุรุษย่อมไปนรก
140   คนมีปัญญาทราม  ย่อมประกอบการอันไม่ใช่ธุระ
141   ผู้มีความดีจงรักษาความดีของตนไว้
142   มารดาบิดาเป็นที่นับถือของบุตร
143   สาธุชนย่อมหลุดพ้นเพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น
144   ผู้กินคนเดียว ไม่ได้ความสุข
145   สัตบุรุษ ยินดีในการเกื้อกูลสัตว์
146   สัตบุรุษย่อมปรากฏในที่ไกล  เหมือนภูเขาหิมพานต์
147   สัตบุรุษ  ย่อมขจรไปทั่วทุกทิศ
148   ในหมู่มนุษย์  ผู้ฝึกตนแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
149   คนมีปัญญา  ย่อมแนะนำในทางที่ควรแนะนำ
150   บรรดาบุตรทั้งหลาย  บุตรผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
151   พระราชาจงรักษาประชาราษฎร์
152   พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุด
153   คนโง่รู้สึกว่าตนโง่   จะเป็นผู้ฉลาดเพราะเหตุนั้นได้บ้าง
154   บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์     ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
155   บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล  ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟที่ส่องทางสว่าง
156   บุรุษจะเป็นบัณฑิตในทุกสถานก็หาไม่   สตรีคิดการได้ฉับไวก็เป็นบัณฑิต
157   ไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน    ไม่ควรเที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น       ภิกษุปรารถนาลาภของผู้อื่น  ย่อมไม่บรรลุสมาธิ
158   ถ้าท่านกลัวทุกข์   ถ้าท่านไม่รักทุกข์        ก็อย่าทำบาปกรรมทั้งในที่แจ้ง  ทั้งในที่ลับ
159   ผู้ใดเป็นผู้เยือกเย็น   ไม่มีอุปธิ   ไม่ติดในกาม       ผู้นั้นเป็นพราหมณ์  เป็นผู้ดับแล้ว  อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ
160   ชนเหล่าใดฉลาดในขนบธรรมเนียมโบราณ    และประกอบด้วยจารีตประเพณีดี    ชนเหล่านั้นย่อมไม่ไปสู่ทุคคติ
161   ผู้ใดจักไม่ทำตามโอวาทที่ผู้รู้ได้บอกแล้ว     ผู้นั้นจักถึงความย่อยยับ  เหมือนพ่อค้า    ถึงความย่อยยับเพราะพวกโจรสลัดฉะนั้น
162   ผู้ใดรีบในกาลที่ควรช้า    และ ช้าในกาลที่ควรรีบ     ผู้นั้นเป็นคนเขลา  ย่อมถึงทุกข์   เพราะการจัดทำโดยไม่แยบคาย
163   ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว  ละเสียได้  ด้วยกรรมดี   ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง   เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น
164   ผู้ใดช้าในการที่ควรช้า  และ รีบในการที่ควรรีบ    ผู้นั้นเป็นผู้ฉลาด  ย่อมถึงสุข    เพราะการจัดทำโดยแยบคาย
165   ผู้บรรลุธรรมอย่างสูงสุดไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง   ย่อมไม่เศร้าโศกในความตาย    เหมือนผู้ออกพ้นจากเรือนที่ถูกไฟใหม้
166   ผู้ใดเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม    บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้  เขาละไปแล้ว  ย่อมบันเทิงในสวรรค์
167   ผู้ใดไม่โกรธ  ไม่ผูกโกรธ  ไม่ลบหลู่      ถึงความหมดจด  มีทิฏฐิสมบูรณ์  มีปัญญา   พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นอริยะ
168   ใคร่ครวญติ  คนฉลาดจะประพฤติไม่ขาด   ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ประดุจแท่งทองชมพูนุท
169   ผู้ใดยกย่องตน และดูหมิ่นผู้อื่น  เป็นคนเลว     เพราะการถือตัวเอง พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นคนเลว
170   ผู้ใดไม่ฆ่าเอง  ไม่ให้ผู้อื่นฆ่า  ไม่ชนะเอง  ไม่ให้ผู้อื่นชนะ  ผู้นั้นชื่อว่ามีเมตตาต่อสัตว์ทั้งปวง  และ ไม่มีเวรกับใคร ๆ
171   ผู้ไม่โกรธ  ฝึกตนแล้ว  เป็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ  สงบระงับ และ คงที่  จะมีความโกรธมาแต่ไหน
172   มุนีเหล่าใด  เป็นผู้ไม่เบียดเบียน  สำรวมทางกายเป็นนิตย์  มุนีเหล่านั้น   ย่อมไปสู่สถานไม่จุติ  ที่ไปแล้วไม่ต้องเศร้าโศก
173   ผู้ใดตัดความข้องทั้งปวงแล้ว    บรรเทาความกระวนกระวายใจได้,     ผู้นั้นถึงความสงบใจ  เป็นผู้สงบระงับ   ย่อมอยู่เป็นสุข
174   ถ้าเป็นผู้มีอินทรีย์สมบูรณ์  สงบและยินดีในทางสงบแล้ว       จึงชื่อว่าชนะมาร  พร้อมทั้งพาหนะ  ทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุด
175   ผู้ที่มารดาบิดาเลี้ยงมาโดยยากอย่างนี้  ไม่บำรุงมารดาบิดา      ประพฤติผิดในมารดาบิดาย่อมเข้าถึงนรก
176   ความโกรธเกิดขึ้นแก่คนโง่เขลาไม่รู้แจ้ง     เพราะความแข่งดี  เขาย่อมถูกความโกรธนั้นแลเผา
177   ผู้ไม่สันโดษด้วยภริยาของตน  ย่อมซุกซนในหญิงแพศยา       และประทุษร้ายภริยาของคนอื่น      นั่นเป็นเหตุแห่งความเสื่อม
178   คนไม่มีโชค  มีศิลป์หรือไม่มีศิลป์ก็ตาม      ขวนขวายรวบรวมทรัพย์ใดไว้ได้เป็นอันมาก    ส่วนคนมีโชค  ย่อมบริโภคทรัพย์เหล่านั้น
179   ราคะ  โทสะ  และอวิชชา  อันผู้ใดหลุดพ้นแล้ว,  ผู้นั้นเป็นผู้คงที่  มีสายล่ามขาดแล้ว  ไม่มีเครื่องผูก  ย่อมไม่ติดในที่นั้น
180   นรชนผู้กำหนัดในกาม  ยินดีในกาม       หมกมุ่นในกาม    ทำบาปทั้งหลาย   ย่อมเข้าถึงทุคคติ
181   ผู้ใดมักโกรธ  ผูกโกรธไว้  ลบหลู่เขาด้วยความชั่ว    มีความเห็นวิบัติ   มีมายา   พึงรู้ว่าคนนั้นเป็นคนเลว
182   บัณฑิตทั้งหลายกล่าวถึงผู้นิ่งทางกาย   นิ่งทางวาจา   นิ่งทางใจ  ไม่มีอาสวะ   ถึงพร้อมด้วยปัญญา   ผู้ละสิ่งทั้งปวงได้  ว่าเป็นมุนี
183   บุคคลไม่ควรนิยมการกล่าวคำเท็จ   ไม่ควรทำความเสน่หาในรูปโฉม  ควรกำหนดรู้มานะ   และ ประพฤติงดเว้นจากความผลุนผลัน
184   บุรุษจะเป็นบัณฑิตในที่ทั้งปวงก็หาไม่,  แม้สตรีก็เป็นบัณฑิต มีปัญญาเฉียบแหลมในที่นั้น ๆ ได้เหมือนกัน
185   ผู้ตั้งใจประพฤติตนเป็นคนโสด   เขารู้กันว่าเป็นบัณฑิต,   ส่วนคนโง่ฝักใฝ่ในเมถุน  ย่อมเศร้าหมอง
186   คนเขลาคิดว่าเรามีบุตร  เรามีทรัพย์  เขาจึงเดือนร้อน   ที่แท้ตนของตนก็ไม่มี   จะมีบุตร  มีทรัพย์มาแต่ไหนเล่า
187   ผู้ใดไม่มีความอาลัย  รู้แล้ว  หาความสงสัยมิได้   เราเรียกผู้หยั่งลงสู่อมตะบรรลุประโยชน์แล้วนั้น ว่าเป็นพราหมณ์
188   คนเหล่าใดเขลา  มีปัญญาทราม       มีความคิดเลว  ถูกความหลงปกคลุม,    คนเช่นนั้น  ย่อมติดเครื่องผูกอันมารทอดไว้นั้น
189   บัณฑิตกล่าวถึงผู้มีกายสะอาด   มีวาจาสะอาด   มีใจสะอาด   ไม่มีอาสวะ   ถึงพร้อมด้วยความสะอาดล้างบาปแล้ว ท่านว่าเป็นผู้สะอาด
190   ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามทางที่สร่างความเมา    บรรเทาความโศก  เปลื้องสงสาร  เป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวง   โดยความเคารพ
191   ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล  คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน    แต่บาปให้ผลเมื่อใด  คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น
192   ผู้เป็นคนขัดเคืองเหนียวแน่น  ปรารถนาลามก  ตระหนี่  โอ้อวด  ไม่ละอาย   และ ไม่เกรงกลัวบาป  พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นคนเลว
193   บัณฑิตไม่ศึกษา  เพราะอยากได้ลาภ,    ไม่ขุ่นเครือง   เพราะเสื่อมลาภ,    ไม่ยินดียินร้ายเพราะตัณหา  และ ไม่ติดในรสทั้งหลาย
194   เมื่อสัตบุรุษให้สิ่งที่ให้ยาก   ทำกรรมที่ทำได้ยาก,   อสัตบุรุษย่อมทำตามไม่ได้   เพราะธรรมของสัตบุรุษ  ยากทีอสัตบุรุษจะประพฤติตาม
195   บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่  เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่    แต่เป็นคนเลวเพราะการกระทำ  เป็นผู้ประเสริฐเพราะการกระทำ
196   คนเหล่าใด  อันเทวทูตตักเตือนแล้วยังประมาทอยู่   คนเหล่านั้นเข้าถึงกายอันเลว   ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
197   บัณฑิตขัดขวางโจรผู้นำของไป,  ส่วนสมณะนำไปย่อมเป็นที่รัก,   บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับสมณะผู้มาบ่อย ๆ
198   ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว  ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ,    เพราะการสงเคราะห์นั้น  เขาย่อมได้เกียรติ  ละไปแล้ว  ย่อมบันเทิงในสวรรค์
199   สัตบุรุษย่อมปรากฎได้ในที่ไกล  เหมือนภูเขาหิมพานต์   อสัตบุรุษถึงนั่งอยู่ในที่นี้ก็ไม่ปรากฎ   เหมือนกับลูกศรที่ยิงไปกลางคืน
200   ผู้ถูกมานะหลอกลวง  เศร้าหมองอยู่ในสังขาร    ถูกลาภและความเสื่อมย่ำยี   ย่อมไม่ลุถึงสมาธิ
บันทึกการเข้า

มีชีวิตครองเรือน คงทำเหมือนบรรพชิตมิได้ทั้งหมด แต่คฤหัสถ์ก็สามารถมีความสุขจากวิถีชีวิตที่ “ไม่รวย” ได้เช่นกัน

หน้า: [1] 2 3 4  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: