นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
   
เพศ: 
กระทู้: 12,389
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:03 » |
|
850 หมวดจิต ธรรมทั้งหลาย มีจิตนำหน้า 851 หมวดจิต การฝึกจิตเป็นความดี 852 หมวดจิต จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้ 853 หมวดจิต พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรเต็มด้วยน้ำมัน 854 หมวดจิต ผู้ประพฤติตามอำนาจของจิต ย่อมลำบาก 855 หมวดจิต เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้ 856 หมวดจิต ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ 857 หมวดจิต โลกอันจิตย่อมนำไป 858 หมวดจิต จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้ 859 หมวดจิต จงตามรักษาจิตของตน 860 หมวดจิต คนฉลาด ทำจิตของตนให้ซื่อตรง 861 หมวดจิต เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง 862 หมวดจิต พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน 863 หมวดจิต จิตของเรามีธรรมชาติดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก 864 หมวดจิต จิตนั้นเห็นได้แสนยาก ละเอียดอ่อนยิ่งนัก มักตกไปหาอารมณ์ที่ใคร่ 865 หมวดจิต ผู้รู้จักควบคุมจิตใจ จะพ้นไปได้จากบ่วงของมาร 866 หมวดจิต สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ประเสริฐอบรมบริบูรณ์ดีแล้ว, ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็ไม่หวั่นไหว 867 หมวดจิต ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดีฉันใด, ราคะย่อมรั่วรดจิตที่ไม่ได้อบรมฉันนั้น 868 หมวดจิต จิตของท่านย่อมเดือนร้อน เพราะเข้าใจผิด, ท่านจงเว้นเครื่องหมายที่สวยงามประกอบด้วยความรัก 869 หมวดจิต สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์, ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว 870 หมวดจิต ผู้ใดมักหวาดสะดุ้งต่อเสียง เหมือนเนื้อทรายในป่า ท่านเรียกผู้นั้นว่ามีจิตเบา, พรตของเขาย่อมไม่สำเร็จ 871 หมวดจิต ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย 872 หมวดจิต จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้, กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้นจักไม่เหลือในจิตนั้น 873 หมวดจิต เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์ 874 หมวดจิต จิตนี้ถูกยกขึ้นจากอาลัย คือกามคุณ เพื่อละที่ตั้งแห่งมาร ย่อมดิ้นรน เหมือนปลาถูกจับขึ้นจากน้ำโยนไปบนบกฉะนั้น 875 หมวดจิต ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่ประเสริฐล้วนก็ดี ขันติ และ โสรัจจะ ก็ดี จะเป็นผู้สนิทก็ดี ย่อมไม่มีเพราะการชำระล้างด้วยน้ำ 876 หมวดจิต โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป, สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว 877 หมวดจิต การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี, เพราะว่าจิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้ 878 หมวดจิต โจรกับโจร หรือ ไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน, ส่วนจิตที่ตั้งไว้ผิด พึงทำให้เสียหายยิ่งกว่านั้น 879 หมวดจิต ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด, บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น 880 หมวดจิต คนมีปัญญาทำจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศร ทำลูกศรให้ตรงได้ฉะนั้น 881 หมวดจิต ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่, เพราะว่าจิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้ 882 หมวดจิต ผู้ใดจักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีกายเป็นที่อาศัย, ผู้นั้นจักพ้นจากเครื่องผูกมารได้ 883 หมวดจิต จิตที่ตั้งไว้ถูกต้อง ทำคนให้ประเสริฐ ประสบผลดี ยิ่งกว่าที่มารดาบิดา หรือ ญาติทั้งหลายใด ๆ จะทำให้ได้ 884 หมวดจิต คนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรมเพื่อบรรลุที่เกษมจากโยคะ พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้ 885 หมวดจิต ภิกษุเพ่งพินิจ มีจิตหลุดพ้น รู้ความเกิด และความเสื่อมแห่งโลกแล้ว มีใจดี ไม่ถูกกิเลศอาศัย มีธรรมนั้นเป็นอานิสงส์ พึงหวังความบริสุทธิ์แห่งใจได้ 886 หมวดจิต ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์พี่น้อง พ่อแม่ ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา 887 หมวดจิต ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะ อันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลวจะถึงฝั่งไม่ได้ 888 หมวดจิต เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชา รบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้, เพราะว่าเวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลัง ย่อมสงบระงับ 889 หมวดจิต บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธ คือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่ 890 หมวดปัญญา ผู้มีปัญญา พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา 891 หมวดปัญญา ปัญญาย่อมเกิดเพราะความประกอบด้วยหลายประการ 892 หมวดปัญญา ปัญญาเป็นรัตนะแห่งนรชน 893 หมวดปัญญา ผู้ไม่ประมาท พินิจพิจารณา ตั้งใจฟัง ย่อมได้ปัญญา 894 หมวดปัญญา ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจพิจารณา 895 หมวดปัญญา คนเราจะมองเห็นอรรถชัดแจ้งได้ด้วยปัญญา 896 หมวดปัญญา ผู้มีปัญญาอยู่ครองเรือน เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนมาก 897 หมวดปัญญา ปัญญาเป็นเครื่องปกครองตัว 898 หมวดปัญญา รู้จักฟัง ย่อมได้ปัญญา 899 หมวดปัญญา พึงวิจัยเรื่องราวตลอดสายให้ถึงต้นตอ 900 หมวดปัญญา ความสิ้นปัญญาย่อมเกิดเพราะความไม่ประกอบ 901 หมวดปัญญา คนเกียจคร้านย่อมไม่พบทางด้วยปัญญา 902 หมวดปัญญา ปัญญา ย่อมเกิดเพราะใช้การ 903 หมวดปัญญา ไม่พึงละเลยการใช้ปัญญา 904 หมวดปัญญา ปราชญ์ว่า ชีวิตที่อยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐสุด 905 หมวดปัญญา คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา 906 หมวดปัญญา ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ได้เล่าเรียน 907 หมวดปัญญา ปัญญาแล ประเสริฐกว่าทรัพย์ 908 หมวดปัญญา ปัญญา เป็นดวงแก้วของคน 909 หมวดปัญญา ปัญญา เป็นแสงสว่างในโลก 910 หมวดปัญญา คนมีปัญญา ถึงแม้ตกทุกข์ ก็ยังหาสุขพบ 911 หมวดปัญญา ความพินิจ ไม่มีแก่คนไร้ปัญญา 912 หมวดปัญญา คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาแลประเสริฐสูงสุด 913 หมวดปัญญา คนย่อมเห็นเนื้อความด้วยปัญญา 914 หมวดปัญญา เมื่อขาดปัญญา ถึงจะมีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้ 915 หมวดปัญญา ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์ 916 หมวดปัญญา ปัญญาย่อมปกครองบุรุษนั้น 917 หมวดปัญญา ผู้มีปัญญา รู้เนื้อความแห่งภาษิตคนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า 918 หมวดปัญญา ปัญญาย่อมเจริญด้วยประการใด ควรตั้งตนไว้ด้วยประการนั้น 919 หมวดปัญญา ราคะ โทสะ ความมัวเมา และ โมหะ เข้าที่ไหน ปัญญาย่อมเข้าไม่ถึงที่นั้น 920 หมวดปัญญา ขาดตาปัญญาเสียแล้ว ก็เหมือนคนตาบอด เหยียบลงไปได้ แม้กระทั่งไฟที่ส่องทาง 921 หมวดปัญญา คนมีปัญญา ถึงสิ้นทรัพย์ ก็ยังเป็นอยู่ได้ 922 หมวดปัญญา คนมีปัญญาประเสริฐกว่า คนโง่ถึงจะมียศก็หาประเสริฐไม่ 923 หมวดปัญญา คนที่อิ่มด้วยปัญญา ตัณหาจะครอบงำเอาไว้ในอำนาจไม่ได้ 924 หมวดปัญญา ปราชญ์กล่าวชีวิตของผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญา ว่า ประเสริฐสุด 925 หมวดปัญญา คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติ เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น 926 หมวดปัญญา ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญา แม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้ 927 หมวดปัญญา ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้ 928 หมวดปัญญา ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย 929 หมวดปัญญา ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติ และชื่อเสียง คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ก็หาความสุขได้ 930 หมวดปัญญา บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ, ผู้อิ่มด้วยปัญญานั้นย่อมไม่เดือนร้อนด้วยกาม, ตัณหาครอบงำ ผู้อิ่มด้วยปัญญาไว้ในอำนาจไม่ได้ 931 หมวดปัญญา คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ 932 หมวดปัญญา คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ เหมือนพระจันทร์ ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา 933 หมวดปัญญา ผู้รู้ย่อมสรรเสริญคนมีปัญญา พูดจริง ตั้งมั่นในศีล ประกอบความสงบใจนั่นแล 934 หมวดปัญญา คนโง่ถึงมียศ ก็กลายเป็นทาสของคนมีปัญญา เมื่อมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น บัณฑิตจัดการเรื่องใดอันเป็นเรื่องละเอียดก่อน คนโง่ย่อมถึงความหลงใหลในเรื่องนั้น 935 หมวดปัญญา ในเวลาที่ควรลุกขึ้นทำงาน ไม่ลุกขึ้นทำ ทั้งที่ยังหนุ่มแน่น มีกำลัง กลับเฉื่อยชา ปล่อยความคิดให้จมปลัก เกียจคร้าน มัวซึมเซาอยู่ ย่อมไม่ประสบทางแห่งปัญญา 936 หมวดปัญญา เมื่อน้ำใส กระจ่างแจ๋ว ย่อมมองเห็นหอยกาบ หอยโข่ง กรวด ทราย และ ฝูงปลาได้ ฉันใด เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว ย่อมมองเห็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น 937 หมวดปัญญา คนโง่เขลามาประชุมกันแม้ตั้งกว่าพันคน พวกเขาไม่มีปญญา ถึงจะพร่ำคร่ำครวญอยู่ตลอดร้อยปี ก็หามีประโยชน์ไม่ คนมีปัญญารู้เนื้อความแห่งภาษิต คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า 938 หมวดปัญญา สัตบุรุษสรรเสริญปัญญาแน่แท้ คนทั้งหลายชอบทรัพย์สมบัติ จึงใคร่ได้สิริ (ยศ) ก็ความรู้ของท่านผู้รู้ทั้งหลายชั่งไม่ได้ ทรัพย์จึงเกินกว่าปัญญาไปไม่ได้ ไม่ว่ากาลไหน ๆ 939 หมวดปัญญา คนเขลามียศศักดิ์ ก็เป็นทาสของคนมีปัญญา, เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดจัดการข้อได้แนบเนียน คนเขลาถึงความงมงายในข้อนั้น 940 หมวดปัญญา ผู้ขบคิดปัญหาอันลึกซึ้งด้วยใจ ไม่ทำกรรมชั่วอันไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเลย, ไม่ละทางแห่งประโยชน์ที่มาถึงตามเวลา, บัณฑิตทั้งหลายเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีปัญญา
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
   
เพศ: 
กระทู้: 12,389
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่
|
 |
« ตอบ #15 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:27 » |
|
หมวดศรัทธา
941 ศรัทธาเป็นทรัพย์ ประเสริฐของคนในโลกนี้ 942 ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียงคือกุศล 943 ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ 944 ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน 945 ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว นำสุขมาให้ 946 ผู้มีศรัทธาประกอบด้วยศีล เพียบพร้อมด้วยศและโภคะ จะไปสู่ถิ่นใด ๆ ก็มีคนบูชาในถิ่นนั้น ๆ 947 ผู้ใดใคร่เห็นผู้มีศีล ปรารถนาฟังพระสัทธรรม กำจัดมลทิลคือความตระหนี่ได้, ผู้นั้นแลท่านเรียกว่าผู้มีศรัทธา 948 คนใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวด้วยศรัทธา, คนนั้นย่อมได้ข้าว ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกหน้าเหมือนกัน 949 ผู้มีศรัทธา มีปัญญา ตั้งในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล แม้คนเดียว ย่อมเป็นประโยชน์แก่ญาติ และ พวกพ้องผู้ไม่มีศรัทธา
หมวดบุญ
950 บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต 951 บุญ โจรนำไปไม่ได้ 952 บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ ในโลกหน้า 953 คนสั่งสมบุญ นำสุขมาให้ 954 ควรทำบุญอันนำสุขมาให้ 955 ถ้าบุรุษจะพึงทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้ 956 สหายเป็นมิตรของคนผู้มีความต้องการเกิดขึ้นบ่อย ๆ , บุญทั้งหลายที่ตนทำเอง บุญนั้นจะเป็นมิตรในสัมปรายภพ 957 ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมยินดีในโลกนี้ ตายแล้ว ย่อมยินดี ชื่อว่าย่อมยินดีในโลกทั้งสอง, เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไปแล้ว ไปสู่สุคติ ย่อมยินดียิ่งขึ้น 958 ผู้ทำบุญแล้วย่อมบันเทิงในโลกนี้ ละไปแล้วย่อมบันเทิง ชื่อว่าย่อมบันเทิงในโลกทั้งสอง,เขาเห็นความบริสุทธิ์ แห่งกรรมของตนแล้ว ย่อมบันเทิงปราโมทย์ 959 ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่ามีประมาณน้อย จักไม่มาถึง, แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลง ฉันใด, ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญแม้ทีละน้อย ๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญฉันนั้น
หมวดความสุข
960 ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้ 961 ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข 962 ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี 963 ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก 964 การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้ 965 ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข 966 นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง 967 จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล 968 ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง 969 การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย 970 ความดี โจรลักไม่ได้ 971 คนเรานี้ ถ้ามีอันทำชั่วลงไป ก็อย่าพึงทำความชั่วนั้นซ้ำเข้าอีก 972 บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ 973 ความชั่ว ไม่ทำเสียเลย จะดีกว่า 974 ความดี ทำไว้แล จะดีกว่า 975 อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว 976 สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม 977 ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว 978 ธรรมนั่นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม 979 ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข 980 ผู้อิ่มในธรรม ย่อมนอนเป็นสุข 981 เกียรติไม่ทิ้งผู้ตั้งอยู่ในธรรม 982 ผู้ประพฤติธรรม ย่อมนอนเป็นสุข 983 กรรมไม่ดี ย่อมเผาผลาญในภายหลัง 984 การสร้างสมความดี นำสุขมาให้ 985 ไม่ควรทำบาป แม้เพราะเห็นแก่กิน 986 การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้นทำง่าย 987 ความดี คนชั่ว ทำยาก 988 ความดี คนดี ทำง่าย 989 ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุญ นี้เป็นชื่อของความสุข 990 ถึงคราวจะสิ้นชีพ บุญก็ช่วยให้เป็นสุข 991 การไม่ทำความชั่ว ย่อมก่อให้เกิดความสุข 992 ความชั่ว คนชั่ว ทำง่าย 993 เพราะน้ำหยดทีละน้อย หม้อน้ำก็ยังเต็มได้ 994 ความดีที่ทำไว้เองนี้แหละ เป็นทรัพย์ส่วนของตัวโดยเฉพาะ 995 ตายเพราะชอบธรรมดีกว่า อยู่อย่างไม่ชอบธรรม จะมีค่าอะไร 996 กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือ ให้ทราม และประณีต 997 ความดีที่ทำไว้เองเป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า 998 ทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลดี 999 อย่าพึงสร้างความพอใจในความชั่วนั้น การสั่งสมความชั่ว เป็นการก่อความทุกข์ 1000 ทำกรรมใดแล้ว ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลไม่ดี 1001 ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตน โดยทางไม่ชอบธรรม 1002 ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี 1003 การใดเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง 1004 พาลชนสร้างสมความชั่วทีละน้อย ก็เต็มเพียบไปด้วยความชั่ว 1005 การไม่ทำความชั่วทั้งปวง 1 การบำเพ็ญความดีให้เพียบพร้อม 1 การชำระจิตของตนให้ผ่องใส 1 สามนี้ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า 1006 คนมีความชั่วย่อมเดือนร้อน เพราะกรรมของตน 1007 ไม่ได้แต่ชอบธรรมดีกว่า ถึงได้แต่ไม่ชอบธรรมจะดีอะไร 1008 บัณฑิตไม่ประกอบความชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว 1009 บัณฑิตนั้น ถึงถูกทุกข์กระทบ ถึงพลาดพลั้งลงก็คงสงบอยู่ได้ และ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะชอบหรือชัง 1010 ช่างดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยได้มากมาย จากดอกไม้กองหนึ่ง ฉันใด คนเรา เกิดมาแล้วก็ควร สร้างความดีงามให้มาก ฉันนั้น 1011 บุคคลใดเคยทำกรรมชั่วไว้ แล้วกลับตัวได้ หันมาทำดีปิดกั้น บุคคลนั้นย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์อันพ้นจากเมฆหมอก 1012 บุคคลใดในกาลก่อนเคยผิดพลาด ครั้นภายหลังเขากลับตัวได้ไม่ประมาท บุคคลนั้น ย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์ อันพ้นจากเมฆหมอก 1013 พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ ในเมื่อจะรักษาชีวิต พึงสละได้หมด ทั้งอวัยวะ ทรัพย์ และ ชีวิต ในเมื่อคำนึงถึงธรรม
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
   
เพศ: 
กระทู้: 12,389
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:57 » |
|
1014 หมวดธรรม ธรรม เหมือนห้วงน้ำไม่มีตม 1015 หมวดธรรม สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น 1016 หมวดธรรม ธรรมของสัตบุรุษ ไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า 1017 หมวดธรรม ผู้ประพฤติธรรม ไม่ไปสู่ทุคติ 1018 หมวดธรรม ธรรมแล เป็นธงชัยของพวกฤษี 1019 หมวดธรรม ธรรมของสัตบุรุษ รู้ได้ยาก 1020 หมวดธรรม พึงประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่พึงประพฤติให้ทุจริต 1021 หมวดธรรม สัจจะ เป็นรสดียิ่งกว่าประดารสทั้งหลาย 1022 หมวดธรรม บัณฑิตควรเจริญธรรมขาว 1023 หมวดธรรม ศีล เป็นเกราะอย่างอัศจรรย์ 1024 หมวดธรรม บัณฑิตควรละธรรมดำเสีย 1025 หมวดธรรม เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง มีหวังไปสุคติ 1026 หมวดธรรม ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิต 1027 หมวดธรรม การระมัดระวังกาย เป็นความดี 1028 หมวดธรรม การระมัดระวังใจ เป็นความดี 1029 หมวดธรรม ผู้แพ้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์ 1030 หมวดธรรม ปราชญ์ พึงรักษาศีล 1031 หมวดธรรม คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์ 1032 หมวดธรรม ทำได้แล้วค่อยพูด 1033 หมวดธรรม ถึงพูดดี ก็ไม่ควรพูดเกินเวลา 1034 หมวดธรรม โลก ถูกจิตนำไป 1035 หมวดธรรม การฝึกจิต เป็นการดี 1036 หมวดธรรม เมื่อจิตเศร้าหมอง มีหวังไปทุคติ 1037 หมวดธรรม ศีล ยอดเยี่ยมในโลก 1038 หมวดธรรม พูดอย่างใด ทำอย่างนั้น 1039 หมวดธรรม ความกตัญญูกตเวที เป็นพื้นฐานของคนดี 1040 หมวดธรรม ศีล พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน 1041 หมวดธรรม ผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งจิต ย่อมเดือดร้อน 1042 หมวดธรรม ธรรมะ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม 1043 หมวดธรรม ธรรมของสัตบุรุษ อันสัตบุรุษควรรักษา 1044 หมวดธรรม ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้ 1045 หมวดธรรม ควรเคารพสัทธรรม 1046 หมวดธรรม ทุกข์ ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล 1047 หมวดธรรม ทำไม่ได้ อย่าพูด 1048 หมวดธรรม ศรัทธา เป็นเพื่อนแท้ของคน 1049 หมวดธรรม ความสะอาด รู้ได้ด้วยคำพูด 1050 หมวดธรรม คนมีสติ เท่ากับมีสิ่งนำโชคอยู่ตลอดเวลา 1051 หมวดธรรม ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี 1052 หมวดธรรม พึงเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย 1053 หมวดธรรม ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่ทำบาป 1054 หมวดธรรม ศีลเป็นอาภรณ์อันประเสริฐ 1055 หมวดธรรม ผู้มีปิติในธรรม อยู่เป็นสุข 1056 หมวดธรรม ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข 1057 หมวดธรรม ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า 1058 หมวดธรรม ผู้ตั้งมั่นอยู่ในสัทธรรม เป็นผู้เกื้อกูลแก่คนทั้งปวง 1059 หมวดธรรม เกียรติ ย่อมไม่ละผู้ตั้งอยู่ในธรรม 1060 หมวดธรรม คนมีสติ ย่อมดีขึ้นทุกวัน 1061 หมวดธรรม สติ คือความตื่นในโลก 1062 หมวดธรรม ผู้มีจิตใจตั้งมั่น ย่อมไม่เบียดเบียนคนอื่น และ แม้ตนเอง 1063 หมวดธรรม ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้งอาศัย เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั่วไป ฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์ 1064 หมวดธรรม ผู้ไม่คดโกง ไม่พูดเพ้อ มีปรีชา ไม่หยิ่ง มีใจมั่นคงนั้นแล ย่อมงดงามในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว 1065 หมวดธรรม สัจจะ ธรรมะ อหิงสะ สัญญมะ และ ทมะ มีอยู่ในผู้ใด อารยชนย่อมคบผู้นั้น นั่นเป็นธรรมอันไม่ตายในโลก 1066 หมวดธรรม ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ 1067 หมวดธรรม ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง รู้ข้อนั้นตามเป็นจริงแล้ว ดับเสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง 1068 หมวดธรรม ชนเหล่าใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว ชนเหล่านั้น จักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก 1069 หมวดธรรม ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนพรหมจารี, ผู้นั้นย่อมห่างจากประสัทธรรม เหมือนฟ้ากับดินฉะนั้น 1070 หมวดธรรม ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ 1071 หมวดธรรม โสรัจจะ และ อวิหิงสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติ และ สัมปชัญญะนั้น เป็นช้างเท้าหน้า 1072 หมวดธรรม ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ดารดาษด้วยดอกไม้คือวิมุติติ หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน 1073 หมวดธรรม ผู้มีปัญญาทราม มีจิตใจกระด้าง ถึงฟังคำสอนของพระชินเจ้า ก็ยังห่างไกลจากพระสัทธรรม เหมือนดินกับฟ้า 1074 หมวดธรรม ผู้ใดสอนธรรมแก่คนที่ปฏิบัติไม่ถูก ถ้าเขาทำตามคำของผู้นั้น จะไม่ไปสู่ทุคติ 1075 หมวดธรรม เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก, พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้ 1076 หมวดธรรม นามและรูปย่อมดับไม่เหลือในที่ใด ปัญญา สติ และนามรูปนี้ย่อมดับในที่นั้น เพราะวิญญาณดับ 1077 หมวดธรรม กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม คนสามัญไม่อาศัยธรรม ชนทั้ง 2 นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ 1078 หมวดธรรม ผู้ใดประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละ ความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน 1079 หมวดธรรม กษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร จัณฑาล และ คนงานชั้นต่ำ ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในสวรรค์ชั้นไตรทิพย์ 1080 หมวดธรรม พึงเป็นผู้พอใจ และ ประทับใจ ในพระนิพพานที่บอกไม่ได้ ผู้มีจิตไม่ติดกาม ท่านเรียกว่า ผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน 1081 หมวดธรรม คนมีตัณหาเป็นเพื่อน ท่องเที่ยวอยู่ช้านาน ไม่ล่วงพ้นสงสารที่กลับกลอกไปได้ 1082 หมวดธรรม ท่านผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว หายโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลศเครื่องรัดทั้งปวงแล้ว ย่อมไม่มีความเร่าร้อน 1083 หมวดธรรม ผู้ถูกราคะย้อม ถูกกองมืด (อวิชชา) ห่อหุ้มแล้ว ย่อมไม่เห็นธรรม สำหรับฝืนใจอันละเอียดลออ ลึกซึ้ง ซึ่งเห็นได้ยาก 1084 หมวดธรรม บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และ ป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี 1085 หมวดธรรม ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก 1086 หมวดธรรม พึงนั่งใกล้ผู้เป็นพหูสูต และ ไม่พึงทำสุตะให้เสื่อม สุตะเป็นรากแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้นควรเป็นผู้ทรงธรรม 1087 หมวดธรรม ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ 1088 หมวดธรรม เราตถาคต ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และ การสละสิ่งทั้งปวง 1089 หมวดธรรม พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ 1090 หมวดธรรม มหาราช ธรรมเป็นทาง (ควรดำเนินตาม) ส่วนอธรรม นอกลู่นอกทาง (ไม่ควรดำเนินตาม) อธรรมนำไปนรก ธรรมให้ถึงสุคติ 1091 หมวดธรรม เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพต่อไปอีก 1092 หมวดธรรม ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว 1093 หมวดธรรม กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก สติเป็นเครื่องกันกระแสเหล่านั้น เรากล่าวว่าสติเป็นเครื่องกั้นกระแส กระแสเหล่านั้นอันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา 1094 หมวดธรรม ผู้ละปัญจธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว ยินดีในธรรม ที่ไม่มีสิ่งทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพาน อันปลอดจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า 1095 หมวดธรรม ผู้ใดฟังธรรมแม้น้อย ย่อมเห็นธรรมด้วยกาย ผู้ใดไม่ประมาทธรรม ผู้นั้นแล ชื่อว่าผู้ทรงธรรม 1096 หมวดธรรม ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์, ผู้นั้นพึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม 3 อย่าง 1097 หมวดธรรม บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว, ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง 1098 หมวดธรรม บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ 8 ประเสริฐสุด บรรดาสัจจะทั้งหลาย บท 4 ประเสริฐสุด, บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรม ประเสริฐสุด, และ บรรดาสัตว์ 2 เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุ ประเสริฐสุด 1099 หมวดธรรม ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษ กับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้ 1100 หมวดธรรม จงเด็ดเยื่อใยของตนเองเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว 1101 หมวดธรรม พึงขจัดปัญหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้น ๆ 1102 หมวดธรรม สมณพราหมณ์บางเหล่ากล่าวธรรมของตนว่าบริบูรณ์, แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว (บกพร่อง), เขาย่อมทะเลาะวิวาทกัน แม้ด้วยเหตุนี้ เพราะต่างก็กล่าวข้อสมมุติของตน ๆ ว่าเป็นจริง 1103 หมวดธรรม เขากล่าวว่า ฟ้ากับดินไกลกัน และ ฝั่งทะเลก็ไกลกัน แต่ธรรมของสัตบุรุษ กับของอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่านั้น 1104 หมวดธรรม ท่านผู้ดับไป (คือปรินิพพาน) แล้ว ไม่มีประมาณ, จะพึงกล่าวถึงท่านนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี, เมื่อธรรมทั้งปวง (มีขันธ์เป็นต้น) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด 1105 หมวดกรรม ทำดี ได้ดี 1106 หมวดกรรม ทำชั่ว ได้ชั่ว 1107 หมวดกรรม ความดี อันคนดีทำง่าย 1108 หมวดกรรม ความดี อันคนชั่วทำยาก 1109 หมวดกรรม ความชั่ว ย่อมเผาผลาญในภายหลัง 1110 หมวดกรรม ควรทำตามถ้อยคำของผู้เอ็นดู 1111 หมวดกรรม ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ ดีกว่า 1112 หมวดกรรม คนเราจะเลวเพราะการกระทำ 1113 หมวดกรรม ไม่พึงทำประโยชน์แก่ผู้มุ่งความพินาศ 1114 หมวดกรรม คนเราจะดีเพราะการกระทำ 1115 หมวดกรรม สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้ 1116 หมวดกรรม ถ้าจะทำ ก็พึงทำการนั้น (จริง ๆ) 1117 หมวดกรรม กรรมชั่วของตน นำตนไปสู่ทุคติ 1118 หมวดกรรม พึงทำกิจแก่ผู้ช่วยทำกิจ 1119 หมวดกรรม กรรมที่เป็นประโยชน์และดี ทำได้ยากยิ่ง 1120 หมวดกรรม กรรมจำแนกสัตว์ให้ดีเลวแตกต่างกัน 1121 หมวดกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว 1122 หมวดกรรม คนชั่ว ย่อมเดือนร้อนเพราะกรรมชั่วของตน 1123 หมวดกรรม พึงประกอบธุระให้เหมาะแก่กาลเทียว 1124 หมวดกรรม ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม 1125 หมวดกรรม สุขไม่เป็นผลอันคนทำชั่วจะได้ง่ายเลย 1126 หมวดกรรม การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย 1127 หมวดกรรม อย่ามาถึงกรรมอันมีโทษเลย 1128 หมวดกรรม การงานอะไร ๆ ที่ย่อหย่อน ย่อมไม่มีผลมาก 1129 หมวดกรรม พึงรักษาความดีของคนไว้ ดังเกลือรักษาความเค็ม 1130 หมวดกรรม รู้ว่าการใดเป็นประโยชน์แก่ตน พึงรีบทำการนั้นเทียว 1131 หมวดกรรม คนทำกรรมใดไว้ ย่อมเห็นกรรมนั้นในตนเอง 1132 หมวดกรรม ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี 1133 หมวดกรรม บัณฑิตไม่ทำชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว 1134 หมวดกรรม ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ 1135 หมวดกรรม ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ จัดการงานเรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ 1136 หมวดกรรม เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือนร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้ 1137 หมวดกรรม ประโยชน์ทั้งหลาย ย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่าหนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว 1138 หมวดกรรม บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว 1139 หมวดกรรม ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น 1140 หมวดกรรม ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อนย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ 1141 หมวดกรรม ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อนแต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย 1142 หมวดกรรม สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข 1143 หมวดกรรม สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข 1144 หมวดกรรม ผู้ใดปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง ผู้นั้นย่อมเดือนร้อนในภายหลัง ดุจมานพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่มฉะนั้น 1145 หมวดกรรม อย่าถามถึงชาติกำเนิด จงถามถึงความประพฤติ 1146 หมวดกรรม คนพาลทรามปัญญา ย่อมดำเนินชีวิตโดยมีตนเองนั้นแหละเป็นศัตรู 1147 หมวดกรรม กรรมใด ทำไว้ ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือ ด้วยใจ กรรมนั้นแหละเป็นสมบัติของเขา ซึ่งเขาจะพาเอาไป 1148 หมวดกรรม การงาน 1 วิชา 1 ธรรม 1 ศีล 1 ชีวิตอันอุดม 1 คนบริสุทธิ์ด้วยสิ่งทั้ง 5 นี้ หาใช่ด้วยตระกูลหรือ ด้วยทรัพย์ไม่ 1149 หมวดกรรม ธัญญาหาร ทรัพย์สิน เงินทอง หรือสมบัติที่ครอบครอง ไม่ว่าอย่างใดที่มีอยู่ คนรับใช้ คนงาน คนอาศัยทั้งหลาย ทุกอย่างล้วนพาเอาไปไม่ได้ ต้องทิ้งไว้ทั้งหมด 1150 หมวดกิเลส คนทั้งหลาย อันถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้ 1151 หมวดกิเลส ความอยาก ละได้ยากในโลก 1152 หมวดกิเลส กรรมทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์ 1153 หมวดกิเลส ความอยาก มีอารมณ์หาที่สุดมิได้เลย 1154 หมวดกิเลส ไฟเสมอด้วยราคะ ไม่มี 1155 หมวดกิเลส แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี 1156 หมวดกิเลส ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี 1157 หมวดกิเลส ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป 1158 หมวดกิเลส โกรธแล้ว ย่อมมองไม่เห็นธรรม 1159 หมวดกิเลส ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก 1160 หมวดกิเลส ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน 1161 หมวดกิเลส คนโกรธฆ่าได้ แม้แต่มารดาของตน 1162 หมวดกิเลส คนมักโกรธย่อมมีผิวพรรณไม่งาม 1163 หมวดกิเลส กามทั้งหลายที่ทำให้อิ่มได้ ไม่มีในโลก 1164 หมวดกิเลส ฆ่าความโกรธได้ ย่อมนอนเป็นสุข 1165 หมวดกิเลส ความอยาก ย่อมชักพาคนไปต่าง ๆ 1166 หมวดกิเลส ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มี เพราะฝนคือ กหาปณะ (คือกามไม่มีที่สิ้นสุด) 1167 หมวดกิเลส ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือนร้อน เหมือนถูกไฟใหม้ 1168 หมวดกิเลส คนโกรธจะผลาญสิ่งใด แม้สิ่งนั้นทำยาก ก็เหมือนทำง่าย 1169 หมวดกิเลส ผู้บริโภคกามเป็นอันมาก ไม่สิ้นทะเยอทะยาน เป็นผู้พร่อง อยู่เทียว ละร่างกายไปแท้ (ตายไปทั้งที่หื่นกระหายกาม) 1170 หมวดกิเลส ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย 1171 หมวดกิเลส คนโลภไม่รู้ทันว่าความโลภนั้น เป็นภัยที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง 1172 หมวดกิเลส ท่านที่ตัดความอยากเสียได้ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้ 1173 หมวดกิเลส ความโลภเป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย 1174 หมวดกิเลส ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่านไป สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงยังมีกรรมนำหน้า 1175 หมวดกิเลส โลภเข้าแล้ว มองไม่เห็นธรรม เมื่อความโลภเข้าครอบงำคน เวลานั้นมีแต่ความมืดตื้อ 1176 หมวดกิเลส ผู้ไม่โกรธตอบคนโกรธ ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยาก 1177 หมวดกิเลส ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภเป็นลำต้น 1178 หมวดกิเลส ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่านไป สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงไม่พ้นจากทุกข์ 1179 หมวดกิเลส ภิกษุผู้ถอนภวตัณหาได้แล้ว มีจิตสงบแล้ว สิ้นความเวียนเกิดแล้ว ย่อมไม่มีภพอีก 1180 หมวดกิเลส โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในทุกข์ 1181 หมวดกิเลส ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก, สัตว์เป็นอันมาก ถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนาจนกถูกบ่วงรัดไว้ฉะนั้น 1182 หมวดกิเลส โลกถูกความอยากผูกมัดไว้ จะหลุดได้ เพราะกำจัดความอยาก, เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้ 1183 หมวดกิเลส ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่ 1184 หมวดกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น 1185 หมวดกิเลส คนที่เห็นแต่โทษผู้อื่น คอยแต่เพ่งโทษนั้น อาสวะก็เพิ่มพูน เขายังไกลจากความสิ้นอาสวะ 1186 หมวดกิเลส ไม่พึงเพลิดเพลินของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่ เมื่อสิ่งนั้นเสื่อมไป ก็ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา 1187 หมวดกิเลส หมู่สัตว์นี้ประกอบด้วยมานะ มีมานะเป็นเครื่องร้อยรัด ถูกมานะมัดไว้ ทำความแข่งดีเพราะทิฏฐิ ย่อมล่วงสงสารไปไม่ได้ 1188 หมวดกิเลส สัตว์โลกถูกมฤตยูขจัดแล้ว ถูกชราปิดล้อมไว้ ถูกลูกศรคือตัณหาเสียบแล้ว ถูกอิจฉาคุกรุ่นแล้วทุกเมื่อ 1189 หมวดกิเลส ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น 1190 หมวดกิเลส โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูก มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป เพราะละตัณหาเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกได้ทั้งหมด 1191 หมวดกิเลส กามทั้งหลายเป็นของเผ็ดร้อน เหมือนงูพิษ กามทั้งหลายเป็นที่คนโง่หมกมุ่น เขาต้องแออัดทุกข์ยากอยู่ในนรกตลอดกาล 1192 หมวดกิเลส ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขา ไม่สำคัญตนว่าดีกว่าเขา ไม่สำคัญตนว่าต่ำกว่าเขาในโลก, ผู้นั้นชื่อว่าไม่มีกิเลศเครื่องฟูขึ้น 1193 หมวดกิเลส ผู้โลภย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภย่อมไม่เห็นธรรม, ความโลภ เข้าครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น 1194 หมวดกิเลส คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงาม ในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว 1195 หมวดกิเลส บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้วย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม 1196 หมวดกิเลส เมื่อใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่นในธรรม 2 อย่าง เมื่อนั้นกิเลศเครื่องตรึงทั้งปวงของพราหณ์ผู้รู้นั้น ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ 1197 หมวดกิเลส ผู้ใดไม่มีกังวลว่านี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้นเมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้ 1198 หมวดกิเลส ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น และมีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด 1199 หมวดกิเลส กามทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่ยั้งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดังก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล 1200 หมวดกิเลส ผู้ใดข้ามพ้นกามในโลก และเครื่องข้องที่ข้ามได้ยากในโลก, ผู้นั้นตัดกระแสตัณหาได้แล้ว ไม่มีเครื่องผูก, ชื่อว่าไม่เศร้าโศก ไม่ยินดี 1201 หมวดกิเลส คนที่นึกถึงพระนิพพาน พึงครอบงำ ความหลับ ความเกียจคร้าน ความท้อแท้, ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท ไม่พึงตั้งอยู่ในความทะนงตัว 1202 หมวดกิเลส เมื่อผู้อื่นทำความดีให้ ทำประโยชน์ให้ก่อน แต่เราไม่สำนึกบุญคุณ เมื่อมีกิจเกิดขึ้นภายหลัง จะหาผู้ช่วยทำไม่ได้ 1203 หมวดกิเลส พราหมณ์ .. พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน, เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก 1204 หมวดกิเลส ท่านทั้งหลายจงตัดป่า (กิเลศ) อย่าตัดต้นไม้ ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย พวกท่านจงตัดป่าและสิ่งที่ตั้งอยู่ในป่าแล้ว เป็นผู้ไม่มีป่า เถิด 1205 หมวดกิเลส ผู้มีปัญญาทราม ย่อมฆ่าตนเองเหมือนฆ่าผู้อื่น เพราะอยากได้โภคทรัพย์ 1206 หมวดกิเลส โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏ เพราะความตระหนี่ (และความประมาท) เรากล่าวความอยากว่าเป็นเครื่องฉาบทาโลก เป็นทุกข์ภัยใหญ่ของโลกนั้น 1207 หมวดกิเลส สัตว์ทั้งปวง หวาดต่ออาญา ล้วนกลัวต่อความตาย ควรทำตนให้เป็นอุปมาล้าไม่ฆ่าเขาเอง ไม่พึงให้ผู้อื่นฆ่า 1208 หมวดกิเลส ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว, ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย 1209 หมวดกิเลส ผู้ใดไม่รู้ ย่อมก่ออุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้น ผู้รู้เห็นแดนเกิดแห่งทุกข์ จึงไม่ควรก่ออุปธิ 1210 หมวดกิเลส กามทั้งหลาย ตระการหวานชื่นใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยรูปร่างต่าง ๆ กัน บุคคลพึงเห็นโทษในกามคุณแล้วเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด 1211 หมวดกิเลส บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, เพราะทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตาม ผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น 1212 หมวดกิเลส บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, เพราะเครื่องข้องทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตาม ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น 1213 หมวดกิเลส ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา ความร่าเริง การเล่น และ เมถุนพร้อมทั้งเครื่องประดับเสีย 1214 หมวดบาป-เวร บาปธรรมเป็นมลทินแท้ ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกอื่น 1215 หมวดบาป-เวร คนมักทำบาปเพราะความหลง 1216 หมวดบาป-เวร บาปไม่มี แก่ผู้ไม่ทำ 1217 หมวดบาป-เวร คนมีสันดานชั่ว ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน 1218 หมวดบาป-เวร พึงละเว้นบาปทั้งหลาย 1219 หมวดบาป-เวร การไม่ทำบาป นำสุขมาให้ 1220 หมวดบาป-เวร ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้ 1221 หมวดบาป-เวร คนพูดเท็จ จะไม่พึงทำบาป ย่อมไม่มี 1222 หมวดบาป-เวร คนสะอาด ไม่ยินดีในความชั่ว 1223 หมวดบาป-เวร ไม่ควรทำบาป เพราะเห็นแก่กิน 1224 หมวดบาป-เวร สาธุชนย่อมละบาปกรรมด้วยตปะ (ตบะ) 1225 หมวดบาป-เวร เมื่อเรากล่าวธรรมอยู่ บาปย่อมไม่แปดเปื้อน 1226 หมวดบาป-เวร แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำฉันใด, คนเขลาสั่งสมบาปแม้ทีละน้อย ๆ ก็เต็มด้วบบาปฉันนั้น 1227 หมวดบาป-เวร ผู้ใดระงับบาปน้อยใหญ่ได้โดยประการทั้งปวง ท่านเรียกผู้นั้นว่าสมณะ เพราะเป็นผู้ระงับบาปทั้งหลายได้ 1228 หมวดบาป-เวร คนพูดเท็จ ล่วงสัตยธรรมเสียอย่างหนึ่ง ไม่คำนึงถึงโลกหน้า จะไม่พึงทำบาปเป็นอันไม่มี 1229 หมวดบาป-เวร ถ้าฝ่ามือไม่มีแผล ก็พึงนำยาพิษไปด้วยฝ่ามือได้ ยาพิษซึมเข้าฝ่ามือไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด, บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำฉันนั้น 1230 หมวดบาป-เวร ควรงดเว้นบาปเสีย เหมือนพ่อค้ามีพวกน้อย มีทรัพย์มาก เว้นหนทางที่มีภัย และ เหมือนผู้รักชีวิตเว้นยาพิษเสียฉะนั้น 1231 หมวดบาป-เวร บาปกรรม ที่ทำแล้วย่อมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนนมสดที่รีดในวันนั้น, บาปย่อมตามเผาคนเขลา เหมือนไฟที่เถ้ากลบไว้ 1232 หมวดบาป-เวร เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร 1233 หมวดบาป-เวร เวรของผู้จองเวร ย่อมไม่ระงับ 1234 หมวดบาป-เวร ในกาลไหน ๆ เวรในโลกนี้ย่อมระงับด้วยเวรไม่ได้เลย 1235 หมวดบาป-เวร ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศกในโลกทั้งสอง, เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือนร้อน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
   
เพศ: 
กระทู้: 12,389
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่
|
 |
« ตอบ #17 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:28 » |
|
1236 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ก่อให้เกิดทุกข์ 1237 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การพบเห็นสิ่งที่ไม่รัก ทำให้เกิดทุกข์ 1238 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง 1239 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ความจน เป็นทุกข์ในโลก 1240 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ทุกเสมอด้วยขันธ์ ไม่มี 1241 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้ 1242 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ คนไม่มีที่พึ่ง.. อยู่เป็นทุกข์ 1243 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ผู้แพ้.. ย่อมอยู่เป็นทุกข์ 1244 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก 1245 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ทุกข์.. ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล 1246 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ นิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง 1247 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ผู้ดื่มธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข 1248 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การสะสมบุญ นำสุขมาให้ 1249 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ เมื่อหมดกังวล ทุกข์ก็ไม่มี 1250 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข 1251 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ปฏิบัติชอบต่อมารดา เป็นความสุขในโลก 1252 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ปฏิบัติชอบต่อบิดา เป็นสุขเช่นกัน 1253 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การแสดงธรรม ทำให้เกิดสุข 1254 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ผู้ไม่มีอะไรให้กัลวล สุขจริงหนอ 1255 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ครองเรื่อนไม่ดี ก็เป็นทุกข์ 1256 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ปฏิบัติชอบต่อสมณะ ย่อมเป็นสุข 1257 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ท่านผู้ไกลกิเลส ช่างสุขจริงหนอ 1258 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ศีลก่อให้เกิดสุขตราบเท่าชรา 1259 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ทุกข์ เท่านั้นเกิด 1260 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ศรัทธาที่มั่นคง ทำให้เกิดสุข 1261 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ โลกตั้งอยู่บนฐานแห่งความทุกข์ 1262 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ คนมีตัณหาเป็นทุกข์บ่อยและนาน 1263 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ละทุกข์ทั้งปวงได้ เป็นความสุข 1264 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ เป็นคน พึงทำทุกข์ให้หมดไปได้ 1265 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์อย่างยิ่ง 1266 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การได้ปัญญา ทำให้เกิดสุข 1267 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การสะสมบาป เป็นทุกข์ 1268 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การอยู่ร่วมกับคนไม่เสมอกันก็เป็นทุกข์ 1269 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ไม่พบคนที่รักก็เป็นทุกข์ 1270 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ พอใจเท่าที่มี เป็นความสุข 1271 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ผู้ฉลาด พึงละทุกข์ในโลกนี้ให้ได้ 1272 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การไม่เบียดเบียนกัน เป็นทุกข์ในโลก 1273 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ คนโง่ ย่อมได้รักทุกข์บ่อย ๆ 1274 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ กามมีความคับแค้นเป็นราก มีทุกข์เป็นผล 1275 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ธรรมที่ประพฤติดีแล้วนำสุขมาให้ 1276 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ สุขอื่นนอกจากความสงบไม่มี 1277 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ บุญให้ความสุขเมื่อถึงคราวตาย 1278 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การไม่พบคนชั่วเลย มีความสุขทุกเมื่อ 1279 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ทุกข์ เสมอด้วยขันธ์ไม่มี 1280 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ผู้แพ้ ย่อมนอนเป็นทุกข์ 1281 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ พบคนไม่รัก ก็เป็นทุกข์ 1282 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การไม่ทำชั่ว ทำให้เกิดสุข 1283 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ความทุกข์ เกิดขึ้นบ่อย ๆ 1284 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การเกิดบ่อย ๆ เป็นทุกข์ 1285 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ความจนเป็นทุกข์ในโลก 1286 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ กามทั้งหลายมีสุขน้อย ทุกข์มาก 1287 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า ทำให้เกิดสุข 1288 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นดับไป 1289 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ อยากได้สุข เมื่อปฏิบัติถูกทาง ก็ย่อมได้สุข 1290 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ 1291 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด 1292 หมวดทุกข์-พ้นทุกข์ ทุกข์เป็นภัยใหญ่หลวงของโลก 1293 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตนี้วิปริตผันแปร ไม่แน่นอน 1294 หมวดชีวิต-ความตาย วัย หมดไปตามลำดับแห่งวัย 1295 หมวดชีวิต-ความตาย หนุ่มก็ตาย แก่ก็ตาย 1296 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิต ไม่ถึงร้อยปีก็จะตาย 1297 หมวดชีวิต-ความตาย ถ้าอยู่เลยร้อยปี ก็ต้องตายเพราะความแก่เป็นแน่แท้ 1298 หมวดชีวิต-ความตาย คนโง่ก็ตาย คนฉลาดก็ตาย 1299 หมวดชีวิต-ความตาย สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนก้าวเดินไปสู่ความตาย 1300 หมวดชีวิต-ความตาย คนถึงคราวตาย หมู่ญาติก็ช่วยไม่ได้ 1301 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตนี้น้อยนัก ชีวิตนี้สั้นนัก 1302 หมวดชีวิต-ความตาย วันและคืนย่อมผ่านไป 1303 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อมีชีวิต วัยแห่งชีวิตก็ร่นเข้ามา 1304 หมวดชีวิต-ความตาย เกิด ก็เป็นทุกข์ 1305 หมวดชีวิต-ความตาย จะตาย ก็ตายไปคนเดียว 1306 หมวดชีวิต-ความตาย กาลเวลาล่วงไป ราตรีก็ผ่านไป 1307 หมวดชีวิต-ความตาย ตาย ก็เป็นทุกข์ 1308 หมวดชีวิต-ความตาย แก่ ก็เป็นทุกข์ 1309 หมวดชีวิต-ความตาย สัตว์โลกถูกมฤตยูห้ำหั่น 1310 หมวดชีวิต-ความตาย จะวิ่งหนีก็ไม่ทัน (ความตายไม่มีใครหนีได้) 1311 หมวดชีวิต-ความตาย สัตว์โลก ถูกชราปิดล้อม 1312 หมวดชีวิต-ความตาย เจ็บ ก็เป็นทุกข์ 1313 หมวดชีวิต-ความตาย จะเกิด ก็เกิดมาคนเดียว 1314 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตนี้คับแค้น และสั้นนิดเดียว 1315 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตสิ้นสุดลงที่ความตาย 1316 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ควรเกื้อกูลกัน 1317 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน 1318 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อคนจะตาย ยังแถมประกอบด้วยทุกข์อีก 1319 หมวดชีวิต-ความตาย คนที่ร้องให้ถึงคนตาย เขาก็จะต้องตายด้วย 1320 หมวดชีวิต-ความตาย ปราชญ์กล่าวว่าชีวิตนี้น้อยนัก 1321 หมวดชีวิต-ความตาย เห็นอยู่เมื่อเช้า สายก็ตาย 1322 หมวดชีวิต-ความตาย ที่ตายแล้วก็แล้วไป ไม่ควรเศร้าโศกถึง 1323 หมวดชีวิต-ความตาย ปราชญ์ทั้งหลาย บอกแล้วว่าชีวิตนี้น้อยนัก 1324 หมวดชีวิต-ความตาย โลกถูกความตายครอบเอาไว้ 1325 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อความตายมาถึงตัว ก็ไม่มีใครป้องกันได้ 1326 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อคนตายแล้วสมบัติสักนิดก็ไม่ติดไป 1327 หมวดชีวิต-ความตาย ทุกชีวิตที่เกิดมาแล้วจะต้องแตกสลายในที่สุด 1328 หมวดชีวิต-ความตาย ทุกชีวิตจะต้องทอดทิ้งร่ายกายไว้ในโลก 1329 หมวดชีวิต-ความตาย ไม่มีใครผัดเพี้ยนกับความตาย ซึ่งมีอำนาจมากได้ 1330 หมวดชีวิต-ความตาย สถานที่ที่ได้ชื่อว่าไม่มีคนตาย ไม่มีในโลก 1331 หมวดชีวิต-ความตาย ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนและไม่ควรประมาท 1332 หมวดชีวิต-ความตาย ทั้งหนุ่มและแก่ ล้วนร่างกายแตกดับไปทุกคน 1333 หมวดชีวิต-ความตาย สัตว์โลกถูกมฤตยูห้ำหั่น ถูกชราปิดล้อม 1334 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ไม่มีผู้ป้องกัน 1335 หมวดชีวิต-ความตาย ความผัดเพี้ยนกับมฤตยูอันมีกองทัพใหญ่นั้น ไม่ได้เลย 1336 หมวดชีวิต-ความตาย กี่วันผ่านไป ชีวิตก็ยิ่งใกล้ความตาย 1337 หมวดชีวิต-ความตาย คนทุกคนต้องตาย 1338 หมวดชีวิต-ความตาย วัยสิ้นไปตามคืนและวัน 1339 หมวดชีวิต-ความตาย การตายโดยชอบธรรม ดีกว่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่ชอบธรรม 1340 หมวดชีวิต-ความตาย อายุของคนย่อมหมดสิ้นไป 1341 หมวดชีวิต-ความตาย ความตายย่อมมีแก่ผู้เกิด 1342 หมวดชีวิต-ความตาย วันคืนเคลื่อนคล้อย อายุก็เหลือน้อยเข้าทุกที 1343 หมวดชีวิต-ความตาย สัตว์ทั้งปวงย่อมถูกชราและมรณะพัดพาไป 1344 หมวดชีวิต-ความตาย สายเห็นกันอยู่ รุ่งเช้าอีกวันก็ตาย 1345 หมวดชีวิต-ความตาย มีชีวิตอยู่อย่างไม่ถูกต้อง หาประเสริฐไม่ 1346 หมวดชีวิต-ความตาย เงิน ก็ซื้ออายุให้ยืนยาวไม่ได้ 1347 หมวดชีวิต-ความตาย สัตว์ทั้งปวง จัดทอดทิ้งร่างไว้ในโลก 1348 หมวดชีวิต-ความตาย ตั้งอยู่ในธรรมแล้ว ไม่ต้องกลัวปรโลก 1349 หมวดชีวิต-ความตาย วัยย่อมเสื่อมลงเรื่อยไป ทุกหลักตา ทุกลืมตา 1350 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อตาย ทรัพย์สักนิดเดียวจะติดตัวไปก็ไม่มี 1351 หมวดชีวิต-ความตาย ตายเพื่อความถูกต้องประเสริฐกว่า 1352 หมวดชีวิต-ความตาย ถึงคราวตาย บุตรทั้งหลายก็ช่วยไม่ได้ 1353 หมวดชีวิต-ความตาย ถึงคราวตาย บิดา ญาติพี่น้องก็ช่วยไม่ได้ 1354 หมวดชีวิต-ความตาย รวยก็ตาย จนก็ตาย 1355 หมวดชีวิต-ความตาย ทรัพย์สมบัติ ก็ซื้อความแก่ไม่ได้ 1356 หมวดชีวิต-ความตาย สักวันหนึ่ง ก็จะพรากจากกันไป 1357 หมวดชีวิต-ความตาย วันคืน ไม่ผ่านไปเปล่า 1358 หมวดชีวิต-ความตาย มฤตยู พยาธิ ชรา ทั้งสามนี้ดุจไฟลามลุกไหม้ 1359 หมวดชีวิต-ความตาย ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวความตาย 1360 หมวดชีวิต-ความตาย ผู้ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี 1361 หมวดชีวิต-ความตาย วันคืนผ่านพ้นไป ชีวิตย่อมจะเหลือน้อยลง 1362 หมวดชีวิต-ความตาย อายุย่อมหมดไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา 1363 หมวดชีวิต-ความตาย คนจะมีชีวิตอยู่ได้ก็เพียงร้อยปี หรือจะเกินก็เพียงเล็กน้อย 1364 หมวดชีวิต-ความตาย แม้ชีวิตอยู่ร้อยปี ก็ไม่พ้นความตายไปได้ มวลมนุษย์ล้วนมีความตายรออยู่ข้างหน้า 1365 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตของเราเป็นของน้อย ชราและพยาธิก็คอยย่ำยี 1366 หมวดชีวิต-ความตาย กาลเวลาย่อมกลืนกินสรรพสัตว์ทั้งหลาย พร้อมกันไปกับตัวมันเอง 1367 หมวดชีวิต-ความตาย คนใดร้องให้บ่นเพ้อถึงคนที่ตายไปแล้ว แม้คนที่ร้อนนั้นก็ต้องตายเหมือนกัน 1368 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อมาเกิด ก็ไม่มีใครอ้อนวอนมาเกิด เมื่อตายจากโลกนี้ ก็ไม่มีใครอนุญาตให้ไป 1369 หมวดชีวิต-ความตาย วันคืนล่วงไป ชีวิตของคนก็พร่องลงไป จากประโยชน์ที่จะทำ 1370 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด 1371 หมวดชีวิต-ความตาย ทั้งคนมี ทั้งคนจน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า 1372 หมวดชีวิต-ความตาย รูปกายของสัตว์ย่อมร่วงโรยไป แต่ชื่อและโครตไม่เสื่อมสลาย 1373 หมวดชีวิต-ความตาย อายุสังขาร ใช่จะประมาทไปตามสัตว์ผู้ยืน นั่ง นอน หรือ เดินอยู่ก็หาไม่ 1374 หมวดชีวิต-ความตาย สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ย่อมกลัวโทษและกลัวความตาย จงทำตนเป็นอุปมา แล้วไม่พึงฆ่าหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า 1375 หมวดชีวิต-ความตาย เพราะฉะนั้น ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ทุกคนควรกระทำกิจหน้าที่ และไม่พึงประมาท 1376 หมวดชีวิต-ความตาย ร่างกายนี้ ไม่นานนัก เมื่อวิญญาณจากไปแล้ว หมู่ญาติก็เกลียดกลัว เอาไปทิ้งในป่าช้าเหมือนท่อนไม้ 1377 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อภิกษุมีใจอันอบรมแล้วด้วยมรณะสัญญาอยู่โดยมาก จิตย่อมหวนกลับ งอกลับ ถอยกลับจากการรักชีวิต 1378 หมวดชีวิต-ความตาย กาลเวลาล่วงไป วันคืนผ่านพ้นไป วัยก็หมดไปที่ละตอน ๆ ตามลำดับ 1379 หมวดชีวิต-ความตาย อายุของคนนี้น้อยนัก จะต้องจากโลกนี้ไป จึงควรทำกุศล และประพฤติพรหมจรรย์ 1380 หมวดชีวิต-ความตาย น้ำเต็มฝั่ง ไม่ไหลทวนขึ้นที่สูง ฉันใด อายุของคน ก็ย่อมไม่เวียนไปสู่วัยเด็กอีก ฉันนั้น 1381 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตนี้เป็นสิ่งคับข้อง เป็นสิ่งเล็กน้อย ประกอบด้วยทุกข์ ใครเล่ายังจะอาศัยชีวิตนี้ ไปสร้างเวรกับผู้อื่น 1382 หมวดชีวิต-ความตาย ชีวิตนี้น้อยนัก ไม่ถึงร้อยปีก็ตายกันแล้ว ถ้าจะอยู่เกินไป ก็ต้องตายเพราะความแก่ 1383 หมวดชีวิต-ความตาย วันคืนย่อมล่วงไป ชีวิตย่อมหมดเข้าไป อายุของสัตว์ ย่อมสิ่นไป เหมือนน้ำแห่งแม่น้ำน้อย ๆ ฉะนั้น 1384 หมวดชีวิต-ความตาย ชนเหล่าใดกำหนดรู้รูปธาตุ ไม่ตั้งอยู่ในอรูปธาตุ ย่อมหลุดพ้นไปได้ในในโรธธาตุ, ชนเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นผู้ละมัจจุได้ 1385 หมวดชีวิต-ความตาย อายุของมนุษย์มีน้อย คนดีพึงดูถูกอายุนั้นเสีย พึงประพฤติดุจคนมีศรีษะถูกไฟใหม้ มฤตยู (ความตาย) จะไม่มาถึง ย่อมไม่มี 1386 หมวดชีวิต-ความตาย ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า 1387 หมวดชีวิต-ความตาย ความตายย่อมครอบงำคนเก็บดอกไม้ (กามคุณ) ที่มีใจข้องในอารมณ์ต่าง ๆ ไม่อิ่มในกาม ไว้ในอำนาจ 1388 หมวดชีวิต-ความตาย ภัยของสัตว์ผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมี เพราะต้องตายแน่นอน เหมือนภัยของผลไม่สุก ย่อมมี เพราะต้องหล่นในเวลาเช้าฉะนั้น 1389 หมวดชีวิต-ความตาย ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำแล้ว ล้วนมีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด, ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้น 1390 หมวดชีวิต-ความตาย ผู้เลี้ยงโคย่อมต้อนฝูงโคไปสู่ที่หากินด้วยพลอง ฉันใด, ความแก่และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปเช่นกัน ฉันนั้น 1391 หมวดชีวิต-ความตาย การร้องให้ ความโศกเศร้า หรื การคร่ำครวญร่ำไรใด ๆ ย่อมไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้ที่ตายแล้วก็คงอยู่อย่างเดิมนั้นเอง 1392 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อถูกพญามัจจุราชครอบงำ ไม่ว่าบุตร ไม่ว่าบิดา ไม่ว่าญาติพวกพ้อง มีไว้ก็ช่วยต้านทานไม่ได้ จะหาที่ปกป้องในหมู่ญาติ เป็นอันไม่มี 1393 หมวดชีวิต-ความตาย ข้าพเจ้าไม่มีความชั่ว ซึ่งทไว้ ณ ที่ไหน ๆ เลย ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นเกรงความตายที่จะมาถึง 1394 หมวดชีวิต-ความตาย การร้องให้หรือโศกเศร้า จะช่วยให้จิตใจสงบ สบาย ก็หาไม่ ทุกข์ยิ่งเกิดเพิ่มพูนทับทวี ทั้งร่ายกายก็พลอยทรุดโทรม 1395 หมวดชีวิต-ความตาย คนที่รักใคร่ ตายจากไปแล้ว ย่อมไม่ได้พบเห็นอีกเหมือนคนตื่นขึ้นไม่ได้เห็นสิ่งที่ได้พบในฝัน 1396 หมวดชีวิต-ความตาย จะตายก็ไปคนเดียว จะเกิดก็มาคนเดียว ความสัมพันธ์ของสัตว์ทั้งหลาย ก็เพียงแค่ได้มาพบปะเกี่ยวข้องกันเท่านั้นเอง 1397 หมวดชีวิต-ความตาย คนที่สละความเศร้าโศกไม่ได้ มัวทอดถอนถึงคนที่จากไปแล้ว ตกอยู่ในอำนาจของความโศก ย่อมประสบความทุกข์หนักยิ่งขึ้น 1398 หมวดชีวิต-ความตาย ตอนเช้ายังเห็นกันอยู่มากคน พอตกเห็นบางคนก็ไม่เห็น เมื่อเย็น ยังเห็นกันอยู่มากคน ตกถึงเช้า บางคนก็ไม่เห็น 1399 หมวดชีวิต-ความตาย ถ้าบุคคลจะเศร้าโศกถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่แก่ตน (เช่นผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นต้น) ไซร้ ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเอง ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของพญามัจจุราชตลอดเวลา 1400 หมวดชีวิต-ความตาย แม่น้ำเต็มฝั่ง ไม่ไหลทวนขึ้นที่สูง ฉันใด อายุของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมไม่เวียนกลับมาสู่วัยเด็กอีก ฉันนั้น 1401 หมวดชีวิต-ความตาย ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งคนพาล ทั้งบัณฑิต ทั้งคนมี ทั้งคนจน ล้วนเดินหน้าไปหาความตายทั้งหมด 1402 หมวดชีวิต-ความตาย ผลไม้สุกแล้ว ก็หวั่นแต่ละต้องร่วงหลุ่นไปตลอดเวลา ฉันใด สัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ก็หวั่นแต่จะตายอยู่ตลอดเวลา ฉันนั้น 1403 หมวดชีวิต-ความตาย อายุของคนน้อยนัก คนดีไม่ควรลืมอายุ ควรระลึกถึงอายุดุจคนถูกไฟไหม้ศรีษะ เพราะการที่ความตายจะไม่มาถึงนั้น ไม่มีเลย 1404 หมวดชีวิต-ความตาย ถ้าจะเศร้าโศกถึงคนที่ตายไปแล้ว ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเองด้วย ที่ตกอยู่ในอำนาจของความตายตลอดเวลา 1405 หมวดชีวิต-ความตาย ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด, สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น 1406 หมวดชีวิต-ความตาย เพราะฉะนั้น สาธุชน สดับคำสอน ของท่านผู้ไกลกิเลสแล้ว พึงกำจัดความร่ำไรรำพันเสีย เห็นคนล่วงลับจากไป ก็ทำใจให้ได้ว่า ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เราจะขอให้เป็นอยู่อีกย่อมไม่ได้ 1407 หมวดชีวิต-ความตาย ดูซิ.. ถึงคนอื่น ๆ ที่กำลังเตรียมตัว เดินทางไปตามยถากรรม ที่นี่สัตว์ทั้งหลายเผชิญกับอำนาจ ของพญามัจจุราชเข้าแล้ว กำลังดิ้นรนกันอยู่ทั้งนั้น 1408 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อวัยเสื่อมสิ้นไปอย่างนี้ ความพลัดพรากจากกัน ก็ต้องมีโดยไม่ต้องสงสัย หมู่สัตว์ที่ยังเหลืออยู่ ควรเมตตา เอื้อเอ็นดูกัน ไม่ควรจะมัวเศร้าโศกถึงผู้ที่ตายไปแล้ 1409 หมวดชีวิต-ความตาย วันคืนล่วงไปเท่าไรชีวิตก็พร่องลงไปเท่านั้น เวลาแห่งความตายรุกไล่เข้าไปทุกอิริยาบท ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาทเวลา 1410 หมวดชีวิต-ความตาย จะอยู่ในอากาศ อยู่กลางมหาสมุทร เข้าไปสู่หลืบเขา ก็ไม่พ้นจากมฤตยูได้ ประเทศคือดินแดนที่มฤตยูจะไม่รุกรานผู้อยู่ ไม่มี 1411 หมวดชีวิต-ความตาย กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยล่อมละลำดับไป ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำสุขมาให้ 1412 หมวดชีวิต-ความตาย เมื่อเศร้าโศกไป ก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง ร่างกายจะผ่ายผอม ผิดพรรณจะซูบซีดหม่นหมอง ส่วนผู้ที่ตายไปแล้ว ก็จะเอาความโศกเศร้านั้นของเรา ไปช่วยอะไรตัวเขาไม่ได้ ความร่ำไรรำพัน ย่อมไร้ประโยชน์ 1413 หมวดชีวิต-ความตาย ผู้ที่เศร้าโศกถึงคนตาย ก็เหมือนเด็กร้องให้ เหมือนกับขอพระจันทร์ที่โคจรไปในอากาศ คนตายถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้ว่าญาติคร่ำครวญถึง เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศก เขาไปแล้วตามวิถีทางของเขา
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
   
เพศ: 
กระทู้: 12,389
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่
|
 |
« ตอบ #18 เมื่อ: 05 เมษายน 2552, 22:10:00 » |
|
หมวดพิเศษสำหรับบุคคลทั่วไป
1414 ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ 1415 ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง 1416 สังขารที่ยั่งยืน ไม่มี 1417 ภาวะของหญิง รู้ได้ยาก 1418 พึงเพิ่มพูนความสละออกให้มากไว้ 1419 ศรี เป็นที่อาศัยแห่งโภคทรัพย์ 1420 ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง 1421 ไม่ควรอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่ 1422 เมตตา เป็นเครื่องค้ำจุนโลก 1423 พึงศึกษาความสงบนั้นแล 1424 ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง 1425 ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ เป็นการยาก 1426 ความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นการยาก 1427 ความได้เป็นมนุษย์ เป็นการยาก 1428 การได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ เป็นการยาก 1429 วัยย่อมผ่านพ้นไปทุกขณะทีเดียว 1430 มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน 1431 เหย้าเรือนมีความไม่หมั่น เป็นมลทิน 1432 กำลังใจ พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย 1433 ได้ยศแล้ว ไม่ควรเมา 1434 ผู้อื่นพึงให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้ 1435 โภคทรัพย์ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม 1436 ความถึงพร้อมแห่งขณะ หาได้ยาก 1437 สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น 1438 เมื่อยังไม่ถึง ไม่ควรพูดอวด 1439 ผู้เพ่งสันติ พึงละอามิสในโลกเสีย 1440 ในเวลามีข้าวน้ำ ย่อมต้องการคนที่รัก 1441 อำนาจ เป็นใหญ่ในโลก 1442 ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว 1443 พรตของผู้บริสุทธิ์ มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ 1444 ถึงให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้ 1445 กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง 1446 ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนหนุ่ม ผู้ทอดทิ้งการงาน 1447 ท่านทั้งหลายจงมีที่พึ่งอยู่เถิด อย่าไม่มีที่พึ่งอยู่เลย 1448 ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก 1449 ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ มีเฉพาะตัว 1450 สัตบุรุษ ไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา 1451 สิ่งใดที่เข้าไปยึดถืออยู่จะพึงหาโทษมิได้ สิ่งนั้นไม่มีในโลก 1452 สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ย่อมเป็นไปตามปัจจัย 1453 ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่ ผู้มัวถือฤกษ์อยู่ 1454 พึงปรารถนาความไม่มีโรค ซึ่งเป็นลาภอย่างยิ่ง 1455 การเห็นพระพุทธเจ้าเนือง ๆ เป็นการหาได้ยาก 1456 ในบรรดาที่ปรึกษา ย่อมต้องการคนไม่พูดพล่าม 1457 หิริและโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี 1458 ต่อหน้าประพฤติเช่นใด ถึงลับหลังก็ให้ประพฤติเช่นนั้น 1459 ความเป็นไปของคนไร้ศิลปะ ย่อมฝืดเคือง 1460 ความริษยา เป็นเหตุทำโลกให้ฉิบหาย 1461 ขณะเวลา อย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย 1462 ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต 1463 ความเกียจคร้าน เป็นมลทินแห่งผิวพรรณ 1464 สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ 1465 สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย 1466 ในเวลาคับขัน ย่อมต้องการคนกล้า 1467 ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี 1468 บรรดาทางทั้งหลาย ทางที่มีองค์ 8 (มรรค) เป็นทางเกษมให้ถึงอมตธรรม 1469 ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นทางดับจากทุกข์ 1470 โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกำลังก่อขึ้น 1471 ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำบาปกรรม ไม่มีในโลก 1472 รูปโฉม พอลวงคนโง่ให้หลงได้ แต่ลวงคนแสวงหาพระนิพพานไม่ได้เลย 1473 ความรู้จักประมาณ ยังประโยชน์ให้สำเร็จทุกเมื่อ 1474 ร่างกายของสัตว์ย่อยยับได้ แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับ 1475 ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้ 1476 อัชฌาสัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณา เป็นลักษณะของมหาบุรุษ 1477 สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา 1478 บุคคลไม่เพลินเวทนา ทั้งภายในทั้งภายนอก มีสติดำเนินอยู่อย่างนี้ วิญญาณย่อมดับ 1479 พระจันทร์ พระอาทิตย์ สมณพราหมณ์ และ ฝั่งทะเล ต่างก็มีกำลัง, แต่สตรีมีกำลังยิ่งกว่ากำลัง (เหล่านั้น) 1480 ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้ 1481 กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก ทุกข์อันยิ่งกว่ากามไม่มี ผู้ใดส้องเสพกาม ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก 1482 พระตถาคตเจ้าย่อมเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก คือเพื่อสตรี และ บุรุษผู้ทำตามคำสอน 1483 ภิกษุรื่นรมย์ยินดีในธรรม ใคร่ครวญธรรม และระลึกถึงธรรมอยู่เนือง ๆ ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม 1484 ผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน ไม่พึงลุอำนาจของโลภะ พึงกำจัดใจที่ละโมภเสีย 1485 โลกถูกมฤตยูกำจัด ถูกชราล้อมไว้ไม่มีผู้ต้านทาน ย่อมเดือนร้อยเป็นนิตย์ ดุจคนต้องโทษ ต้องทำตามอาชญาฉะนั้น 1486 กามคุณ 5 ในโลก มีใจเป็นที่ 6 อันท่านชี้แจงไว้แล้ว, บุคคลคลายความพอใจในกามคุณนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ได้อย่างนี้ 1487 ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเห็นสิ่งที่เป็นสาระว่าไม่เป็นสาระ เขามีความดำริผิดเป็นโคจร จึงไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ 1488 ผู้ใด ต้องการสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์แก่ผู้อื่น, ผู้นั้นชื่อว่าพัวพันไปด้วยเวร ย่อมไม่พ้นจากเวร 1489 พึงศึกษาวิเวก ซึ่งเป็นคุณอันสูงสุดของพระอริยะทั้งหลาย, ไม่ถือตัวว่าเป็นผู้ประเสริฐเพราะวิเวกนั้น ผู้นั้นแล ชื่อว่าปฏิบัติใกล้พระนิพพาน 1490 สัตว์โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และ ธรรมารมณ์นั้น ล้วนเป็นโลกามิสอันร้ายกาจ 1491 คนรู้จักขนบธรรมเนียม ย่อมยำเกรงผู้เฒ่าผู้แก่ ในชาตินี้ก็มีผู้สรรเสริญ ชาติหน้าก็ไปดี 1492 สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ ย่อมมีได้, สิ่งที่คิดไว้ ก็เสียหายได้, โภคะของสตรีหรือบุรุษ ที่สำเร็จได้ด้วยนึกเอาไม่มีเลย 1493 คนใด จักทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว คนนั้นจักถึงฝั่งที่สวัสดี เหมือนพ่อค้าถึงฝั่งที่สวัสดีเพราะม้าวลาหก 1494 ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลาผู้มัวถือฤกษ์อยู่, ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้ 1495 ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำความชั่วไม่มีในโลก, คนทั้งหลายเห็นเป็นป่า แต่คนเขลาสำคัญที่นั้นว่าเป็นที่ลับ 1496 พระราชาดี ที่ทรงยินดีในธรรม, คนดี ที่มีปัญญา, เพื่อนดีที่ไม่ประทุษรายมิตร, สุข อยู่ที่ไม่ทำบาป 1497 ควรระแวงภัยที่ควรระแวง พึงระวังภัยที่ยังไม่มาถึง ผู้ฉลาดย่อมมองดูโลกทั้ง 2 เพราะกลัวต่ออนาคต 1498 เมื่อพ้นเพราะรู้ชอบ สงบคงที่แล้ว ใจคอของเขาก็สงบ คำพูดและการกระทำก็สงบ 1499 ผู้ใดไม่มีกามอยู่ ผู้ใดไม่มีตัณหา และผู้ใดข้ามความสงสัยได้, ผู้นั้นย่อมมีความพ้น ที่ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอีก 1500 ผู้ใดผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา เขาได้ฆ่าเรา เขาได้ชนะเรา เขาได้ลักของของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมไม่ระงับ 1501 คนใดเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน ย่อมล้างผลาญทรัพย์ที่ตนได้แล้ว ๆ , ข้อนั้นเป็นเหตุแห่งผู้ฉิบหาย 1502 ถ้าสัตว์พึงรู้อย่างนี้ว่า ชาติภพนี้เป็นทุกข์ สัตว์ก็ไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ย่อมเศร้าโศก 1503 ผู้เห็นความประมาทเป็นภัย และเห็นควมไม่ประมาทเป็นความปลอดภัยแล้ว พึงเจริญมรรคมีองค์ 8 นี้เป็นพุทธาศาสนี 1504 พึงเป็นคนไม่เบียดเบียน (ผู้อื่น) และพึงกล่าวแต่คำสัตย์อย่างนี้ ละไปจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่นแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก 1505 แม้มีปัญญารุ่งโรจน์อย่างไฟ เมื่ออยู่ในต่างประเทศ ก็ควรอดทนคำขู่เข็ญแม้ของทาส 1506 ผู้สงบ เว้นบาป ฉลาดพูด ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมขจัดบาปธรรมเสียได้ เหมือนลมกำจัดใบไม้ฉะนั้น 1507 คนทำกรรมใดด้วยทานด้วยความประพฤติสม่ำเสมอ ด้วยความสำรวมและด้วยการฝึกตนย่อมมีความสุขเพราะกรรมนั้นย่อมไม่ตามเผาผลาญในภายหลัง 1508 คนใดมักหลับ มักคุย และไม่ขยัน เกียจคร้าน มีความมุทะลุ ข้อนั้น เป็นเหตุของผู้ฉิบหาย 1509 การไม่เห็นสิ่งที่รักเป็นทุกข์ และการเห็นสิ่งที่ไม่รักก็เป็นทุกข์ เหตุนั้น จึงไม่ควรทำอะไรให้เป็นที่รัก เพราะความพรากจากสิ่งที่รัก เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย 1510 ธงเป็นเครื่องปรากฎของรถ ควันเป็นเครื่องปรากฎของไฟ พระราชาเป็นเครื่องปรากฎของแว้นแคว้น สามีเป็นเครื่องปรากฎของสตรี 1511 ไม่ควรฟังคำก้าวร้าวของคนอื่น ไม่ควรมองดูการงานของคนอื่นที่เขาทำแล้ว และยังไม่ได้ทำ, ควรพิจารณาดู แต่การงาน ของตนที่ทำแล้ว และยังไม่ได้ทำเท่านั้น 1512 คนเขลา มีกำลัง หาทรัพย์อย่างผลุนผลัน ไม่ดี, นายนิรยบาล ย่อมฉุดคนโง่มีปัญญาทราม ผู้คร่ำครวญอยู่ ไปสู่นรกอันร้ายกาจ 1513 เมื่อมีจิตใจไม่หนักแน่น เห็นคนใจเบา มักประทุษร้ายมิตร ผู้มีความประพฤติกลับกลอกเป็นนิตย์ ย่อมไม่มีความสุข 1514 บุคคลไม่ความเศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ใฝ่หาถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง, ยังชีวิตให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเพราะเหตุนั้นผิวพรรณย่อมผ่องใส 1515 บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น,ปรารถนาสิ่งใดดูหมิ่นสิ่งที่ได้แล้วนั้น,เพราะความต้องการไม่มีที่สุด,พวกเราจงทำความนอบน้อมผู้ปราศจากความต้องการเถิด 1516 ในโลกนี้ พวกที่ชอบถือตัว ย่อมไม่มีการฝึกตน, คนมีใจไม่มั่นคง ย่อมไม่มีความรู้, ผู้ประมาทแม้อยู่ในป่าคนเดียว ก็ข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยูไม่ได้ 1517 ชีวิตคืออายุอันน้อยนี้ ถูกชรานำเข้าไป เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีเครื่องต้านทานผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น มุ่งความสงบพึงละโลกามินเสีย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|