Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 สิงหาคม, 2562, 20:38:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่ประมาท  (อ่าน 4 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,140
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 16 สิงหาคม, 2562, 05:58:53 »

สันตุสสโกวาท
“ฆ่าความโกรธ”

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า
การฆ่าความโกรธ ดีที่สุด
ถ้าหากว่าคนมีความโกรธอยู่ในใจ
คนนั้นจะเป็นผู้เศร้าหมองในใจลึกๆ เพราะว่ามันมีมลทิน
ความโกรธ รากมันเป็นพิษ แต่ยอดมันหวาน
เพราะฉะนั้นผู้ใดก็ตาม ชนะความโกรธ หรือฆ่าความโกรธได้
อยู่เป็นสุข ไม่เศร้าโศกอีกต่างหาก
นักปราชญ์ทั้งหลายสรรเสริญในการฆ่าความโกรธ
พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า
ผู้ใดก็ตามมีขันติ คือความอดทน แล้วก็ไม่โกรธ
ผู้นั้นแลเป็นผู้มีกำลังอยู่ในจิตใจอีกต่างหาก
เพราะฉะนั้นต้องดูใจ
อย่าให้มีความโกรธ เหยียบย่ำทำลายใจตัวเอง
คนที่มีอารมณ์โมโหในจิตในใจ
จิตใจมันขุ่นมัวแล้ว...จะหาความสุขได้ที่ไหน
เสียใจในภายหลังอีกต่างหาก มีความเศร้าโศกในใจอีกต่างหาก
เพราะฉะนั้นการไม่โกรธ ดีที่สุด
ต้องมีเหตุผล ก่อนที่จะคิดจะทำอะไร
ก่อนที่มันจะโกรธก็รู้ว่า อย่าโกรธนะ อย่าโกรธ ต้องรู้ไว้ก่อน
แต่หลวงพ่อได้สังเกตดูนะ คนที่มีปัญญา ชอบมีขี้โกรธ
ถ้าว่าคนโง่ๆซื่อๆเซ่อๆนี้ จะไม่ค่อยโกรธใคร
ถ้าโกรธออกมามันก็ไม่น่าดูอีก เพราะฉะนั้นมันก็เลยไม่โกรธ
แต่ว่าถ้าตัวเองมีปัญญา เห็นคนอื่นทำงุ่มๆง่ามๆ ก็เลยไม่พอใจหงุดหงิด
แต่ตามที่จริง มันก็ไม่ถูกอีกเหมือนกัน
ปัญญา กับ โกรธมันไปด้วยกัน คือใจมันเร็วนะ กระแสใจมันเร็ว
มันพุ่งจุ๊ด...ออกไปเลย โดยมากมันห้ามไม่ทัน เบรคไม่ทัน
เพราะมันเบรกไม่ทัน มันก็เลยถลำออกไปทางอารมณ์ร้อน
เพราะฉะนั้นพวกเราต้องสังเกตตัวเองให้มากๆ
ถ้ามีสติ มีเบรคอยู่ในจิตในใจแล้ว
จะคิดอะไรออกมา จะพูดอะไรออกไป
จะแสดงอะไรออกไป ต้องให้รอบคอบ
ไปอยู่ ณ สถานที่ใด อยู่กับใคร มีแต่ความสงบร่มเย็นเป็นสุข
แต่ถ้าหากว่าเรามีแต่ปล่อยหมัดปล่อยมวยออกไป ปล่อยวาจาออกไป
อมขี้เป่าออกไป ก็คือขี้โกรธ
ถ้าอมขี้เป่าออกไป ขี้โลภ ขี้หลง
สรุปแล้วก็คือ ในตัวของเรามีแต่ขี้
ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลง อยู่ในจิตในใจ
เพราะฉะนั้นเราจะชำระกายใจของเรา ได้ด้วยอย่างไร
ต้องใช้ธรรมะเข้ามาชำระจิตใจ จึงจะหายโลภ โกรธ หลง
เป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ขึ้นมาได้
ถ้าใจบริสุทธิ์ ใจหมดจดจากกิเลสนั้นล่ะ
อยู่ ณ สถานที่ใด มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข ณ สถานที่นั้นๆ

โดย หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา "ฆ่าความโกรธ"





เวลากรวดน้ำ อย่าไปจับก้นกัน
 หรือจิ้มต่อกันเป็นแถว
 พนมมือตั้งใจอุทิศไปให้ก็ได้
 ยถา...เปตานัง ให้แก่เปรต
 สัพพีติโย หมายความว่า ให้พรแก่คน
 ยถา..ให้ผี สัพพี..ให้คน
 ต้องพนมมือรับพร ขอฝากด้วย

 หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม




“ทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที มีครั้งเดียวในชีวิตของเรา
เมื่อสำนึกในข้อนี้ ผู้ไม่ประมาทจึงต้องพยายาม
ทำสิ่งที่มีคุณค่า พูดสิ่งที่มีคุณค่า และคิดสิ่งที่มีคุณค่า”

พระอาจารย์ชยสาโร  ภิกขุ




"ดูตัวเอง ฝึกฝนตัวเอง แก้ไขตัวเอง
ปรับปรุงตัวเอง เรียกว่า ดูที่ตัวเราก่อน
ไม่ต้องไปดูคนอื่น

ส่วนมากแล้ว คนเรามักชอบโทษคนอื่น
ไม่ชอบโทษตัวเอง มันเหมือนกับเรา
มองดูขนตาของเรา แต่มองเท่าไร
ก็มองไม่เห็น บอกไม่ถูกว่ามันมีกี่เส้น
มันยาวขนาดไหน มันไม่เห็นอะไรเลย

การที่เรามองดูตัวเองไม่เห็น
เพราะเราขาดสติปัญญา"

 พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป





“ความดี กับความไม่ดี
ขึ้นอยู่กับเหตุ คือ เราทำไว้
ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับคนพูด “

 หลวงปู่ศรี มหาวีโร







"ให้สู้ด้วยการละทิ้ง อย่าไปยึดเอาถือเอา
เขาว่าให้เรา เขาดูถูกเรา เสียงไม่ดีเข้าหู
ก็เพียรละออกไปให้มันหมดสิ้น

มนุษย์มีปาก ห้ามมันไม่ให้พูดไม่ได้
มนุษย์มีตา ห้ามไม่ให้มันดูไม่ได้
มันเป็นเรื่องของโลก

ท่านจึงตรัสว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
มันเป็นความร้อน ความร้อนคือกิเลส
กิเลสเหมือนกับไฟ ไฟมันเป็นของร้อน"

 หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร













แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: