Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 กรกฎาคม, 2562, 07:39:18

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บทความพิเศษ : เปิดกรุหนังต้องห้าม (Prohibited Films)  (อ่าน 918491 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 6 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 ... 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 [55] 56
คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #540 เมื่อ: 23 มิถุนายน, 2562, 00:59:13 »






739. รีวิว : The Unpublicizable File / 1993 (กุนเชียงเนื้อคน!)

#ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกเพจคุณ "อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่" ที่เเนะนำแหล่งหาลิ้งดูออนไลน์ของหนังเรื่องนี้ให้ครับ (ขอบคุณมากมายครับผ๊ม)

“นี่คือหนึ่งในหนังสยองขวัญสายโหด-วิปริต สัญชาติ Taiwan-Hong Kong ที่หางานตัวต้นฉบับมารับชมได้ยากในระดับแถวหน้าของโลก!”

The Unpublicizable File / 1993 สำหรับเรื่องนี้หนังมีหลายชื่อมาก เช่น Yan Yuk Lap Cheung / 1993, Ren Rou La Chang / 1993, Human Sausage / 1993, Tetsujin Choudume / 1993, 人肉腊肠 / 1993, และใช้ชื่อในภาคภาษาไทยว่า “กุนเชียงเนื้อคน”  คือหนังโหด-วิปริตงานร่วมทุนสร้างระหว่าง Taiwan-Hong Kong ผลงานการกำกับของ Director: Shao-Wei Ma

ภายใน The Unpublicizable File / 1993 (กุนเชียงเนื้อคน!) หนังบอกเล่าเรื่องราวช่วงกลางดึกคืนหนึ่ง แถมฝนยังตกหนักอีก กับหนึ่งหญิงสาวที่เพิ่งวิ่งหนีออกมาจากซ่องนรก โดยมีแมงดาชายโฉด 4 นายวิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด ฝูงแมงดาไล่ตามนางจนทัน จากนั้นจึงรุมกระทืบ และใช้มีดเชือดนางจนตาย กลายเป็นศพนอนอยู่ข้างถนน ตรงนั้น  ท่ามกลางฝูงชน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และตำรวจที่เข้ามาเคลียร์สถานการณ์ในช่วงเวลาต่อมา….

จากนั้นหนังจึงเล่าต่อถึงความโสมมของซ่องกระหรี่และบ่อนการพนันที่มีแก๊งค์มาเฟียขาใหญ่คอยคุมอยู่ งานหลักของพวกนี้คือซื้อสาวๆมากหน้าหลายตาจากที่ต่างๆมารวมกันเพื่อสำหรับขายตัวให้กับบรรดาเสี่ยใหญ่-ชายหื่นกาม รวมถึงการดูแลบ่อนการพนันที่ในแต่ละคืนคือเม็ดเงิน และรายได้มหาศาลต่างทะยอยเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

ถามว่ามาเฟียเปิดทั้งซ่องกระหรี่+บ่อนการพนันซะกลางเมืองแบบนี้ พวกเขาต้องกลัวตำรวจหรือไม่  คำตอบคือ…. “ไม่”  เพราะหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียแก๊งค์นี้ซื้อตำรวจไว้คนหนึ่ง มีตำแหน่งใหญ่โตพอตัว โดยใช้นายตำรวจคนนี้เป็นประหนึ่งสุนัขรับใช้กินเงินเดือนระดับเต็มคราบสุขสบาย ในเมื่อเลี้ยงตำรวจไว้ดูแลซ่องกระหรี่และบ่อนการพนันก็ไม่จำเป็นต้องไปกลัวการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่แล้วล่ะ แถมวันไหนสาวๆขายตัวภายในซ่องแอบหนี มาเฟียก็ใช้ตำรวจพวกนี้แหล่ะออกไปไล่ล่า จับพวกนางมากระทืบ ใช้มีดแทงจนตาย หรือไม่ก็ใช้แส้ฟาดปางตาย….

ระหว่างที่บ่อนการพนันเปิดให้บริการ ก็มีลูกค้าคนหนึ่งมาใช้บริการ เขาเป็นชายวัยกลางคน ผมยาว หนวดเครารุงรัง แถมขาเป๋ไปข้าง ชายคนนี้ชื่อ “อาเหลียง” เป็นพ่อครัวของร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมือง อาเหลียงเสียการพนันอย่างมากมายจนคืนหนึ่งอารมณ์มันค้างเลยไประบายกับเด็กล้างจาน(ชาย)ในร้าน ด้วยการกระทืบแล้วใช้มีดอีโต้เชือดคอจนตาย(งานเลยเข้า) อาเหลียงจึงจัดการทำลายศพด้วยการเลาะเนื้อของเด็กล้างจานคนดังกล่าวเอามายัดไส้ทำเป็นกุนเชียงเนื้อคนออกขายบริการลูกค้าภายในร้านอาหารจนหลายคนติดใจในรสชาติกันยกใหญ่ แม้แต่ตำรวจที่มาทำคดีคนหาย(เด็กล้างจาน)ก็ได้ชิมกุนเชียงดังกล่าว แถมบอกว่ามันอร่อยมากๆ(แหว่ะ….)

ถึงตรงนี้หนังจะจบลงอย่างไร หาลิ้งมาดูกันเอาเองเหอะ 555+

*อนึ่ง หนังฉบับหลุดกองเซ็นเซอร์มีความยาวประมาณ 82 นาที

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
เข้าใจว่าผู้กำกับหยิบเอาชื่อ “กุนเชียงเนื้อคน” เอามาเล่นเพื่อโปรโมทหนังเรื่องนี้ โดยอิงกระแส “ซาลาเปาเนื้อคน” ที่สมัยนั้นดังมากๆเข้าช่วย  แต่เอาเข้าจริงหนังเรื่อง The Unpublicizable File / 1993 กลับมีความสนุกและความโหดร้ายป่าเถื่อนห่างไกลจากซาลาเปาเนื้อคนไกลหลายกิโลฯนัก เพราะหนังเน้นขายฉากวาบหวิวเรต R ระหว่างคู่ชายหญิง และหญิงหญิง แบบอีโรติกเสียมากกว่าครับ ฉากแบบนี้มีให้เห็นเยอะเลย แถมการให้ความสำคัญกับมุมมองของมาเฟียคุมซ่องกระหรี่และบ่อนการพนัน ยังทำให้ความเป็นตัวตนของหนัง “กุนเชียงเนื้อคน” ดูลดทอนบทบาท และด้อยคุณค่าลงอักโข  กระนั้นก็ตาม….หนังก็ยังพอมีฉากโหดๆให้สายแข็งได้ชื่นชมอยู่บ้างตามสมควร ไล่ตั้งเเต่ ฉากการฆาตกรรมเพื่อนร่วมงานของอาเหลียงเพื่อเอามาทำกุนเชียง, ฉากตบหัวเด็กชายอายุ 8 ขวบจนหน้าคว่ำ จากนั้นจึงจับเด็กไปแขวนคอเพื่อฆ่าในป่า และฉากมาเฟียทรมานกระหรี่ในซ่องด้วยการจับนางแก้ผ้า มัดเท้าห้อยหัวปักลงพื้น แล้วฟาดด้วยแส้ตาย  ถามถึงความสนุก ให้ 6.2 / 10 คะแนนครับ  หนังพอดูได้เรื่อยๆ….

 









แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #541 เมื่อ: 26 มิถุนายน, 2562, 23:33:31 »






740. Der Todesking: The Death King / 1990 : คือการฆ่าตัวตายของปลาทองตัวหนึ่งในอ่างอาบน้ำ....

ดองหนังเรื่องนี้ไว้ในอุปกรณ์เก็บข้อมูลเมื่อราวห้าปีก่อน ตอนนั้นยังไม่มีอารมณ์อยากที่จะดูมัน หลังจากห้าปีผ่านพ้นไป คืนวันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 ตอนนี้เริ่มอยากที่จะดูมันแล้วล่ะ….   (ผู้เขียน)

หนังใช้ชื่อว่า Der Todesking: The Death King / 1990 หรือ Der Todesking / 1990 (ชื่อในฉบับ Original Title) เป็นหนังสยองขวัญสายจิตจากประเทศเยอรมัน(สมัยนั้นยังเป็น West Germany / เยอรมันตะวันตก) ผลงานการกำกับของ Director: Jörg Buttgereit (ก็คนที่กำกับหนังจิตในตำนานอย่างหนังในตระกูล Nekromantik นั่นไง) โดยผู้กำกับได้ทาง Franz Rodenkirchen มาช่วยในด้านของงาน Writers ให้จนหนังถ่ายทำเสร็จ

Der Todesking: The Death King / 1990 มีความยาวทั้งเรื่องคือ 73 นาที (ตัวหลุดกองเซ็นเซอร์) นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวันทั้ง 7 และความตายที่ย่างกรายเข้ามาในรูปแบบต่างๆ โดยมีร่างของชายคนหนึ่งที่นอนตาย และกำลังถูกอิทธิพล-อำนาจของความตายทั้ง 7 วันพ่นพิษใส่ให้กายร่างค่อยๆแตกสลายไปทีละเล็กละน้อย….

มันเริ่มจากเช้าตรู่ของวันจันทร์ ชายคนหนึ่งจ้องมองมาที่โถเลี้ยงปลาทองของเขาจนอิ่มอกอิ่มใจ จากนั้นกิจกรรมมากมายก็ปรากฏขึ้น พอเสร็จ เขาก็เดินเข้าไปภายในห้องน้ำ เปิดน้ำใส่ให้เต็มอ่าง แล้วก็ลงไปฆ่าตัวตายประหนึ่งปลาทองที่เขาเลี้ยงอย่างเอิบอิ่มและมีความสุข….

วันอังคาร ชายคนหนึ่งไปเช่าม้วน VDO ชื่อ “Nazisploitation” มาจากร้านค้าในเมือง จากนั้นเขาก็ถูกภรรยาต่อว่าด้วยเรื่องบางอย่าง เขาจึงหยิบปืนขึ้นมา แล้วก็….  ปัง!

วันพุธ คือวันที่แสนสั้น

วันพฤหัสบดี ชายคนนั้น และผู้หญิงคนโน้น กับเลือด และน้ำสมองที่หลั่งไหลพลั่งพรูออกมาอย่างสวยงามข้างๆรูปปั้นคิวปิดน้อยที่กำลังเบิกบานปานขึ้นสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และซากศพก็เริ่มเน่าเปื่อยส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกไปในท้องทุ่งดอกลาเวนเดอร์….

วันศุกร์ เรื่องรางของหญิงสาววัยดึกนางหนึ่งกำลังแอบส่องหน้าต่างดูหนุ่มสาววัยแรกรุ่นกำลังมีอะไรกัน แล้วนางก็ทำสีหน้า (เอ้อ….)

วันเสาร์ ฆาตกรจะวิ่งเล่นเริงระบำรำร่ายสนุกสนาน

ปิดฉากที่วันอาทิตย์ คือร่างแหลกสลายไร้ดวงวิญญาณชั่วกัปกัลป์!

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
เรื่องนี้เอาเข้าจริงคล้ายหนังแนวทดลองที่ผู้กำกับใส่อะไรต่อมิอะไรลงไปให้คนดูตีความกันเอาเอง ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก แล้วแต่คนดูดูจบแล้วคิดอ่านออกไปในทิศทางเฉกเช่นไร หนังมีฉากเสื่อมๆเยอะพอตัว ทั้งฉากศพเปลือยที่กำลังเน่าเปื่อยแตกสลาย(กล้องซูมเข้าไปแบบจะๆสายตาเลย) ฉากการฆ่าตัวตายในรูปแบบต่างๆตามแต่ละวัน และจุดจบสุดท้าย

เอ้อ….  หนังดีเลยล่ะ แต่อธิบายไม่ถูกว่าดียังไง ระดับไหน รู้เพียงดูจบแล้ว “ชอบ” หนังมันโคตรแปลกตาดีจริงๆครับ เอาไป 7.4 / 10 คะแนนละกัน (สาย Arts สุดฤทธิ์สุดเดชสมควรดูเพื่อซึมซับรับประสบการณ์แปลกแยกสักครั้งนะเออ....   555+ )

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #542 เมื่อ: 27 มิถุนายน, 2562, 02:31:28 »







741. The Healing / 2012 คือหนังโหดที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์!


“เด็กผู้หญิงวัย 12 ขวบคนหนึ่งถือมีดและขวานไว้ในมืออย่างแนบแน่น จากนั้นจึงเดินเข้าไปในวัดนิกายมหายาน-(วัดจีน) ในอุโบสถแห่งหนึ่ง นางจัดการสังหารหมู่พระสงฆ์ที่กำลังยืนสวดมนต์ภาวนาอยู่ตรงหน้าอย่างสุดโหดเหี้ยม ไล่ตั้งแต่ใช้มีดจ้วงแทงเจ้าอาวาสจนไส้ทะลัก จากนั้นจึงใช้ขวานกระหน่ำเข้าไปตรงหน้าท้องของพระลูกวันอีกหลายรูปจนล้มกองลง มรณภาพตรงเบื้องหน้าอย่างทุกข์เวทนา  เด็กน้อยรู้สึกเริงรื่นในการสังหารหมู่ครั้งนี้ นางวิ่งตัวเปื้อนเลือด ขึ้นไปข้างบนตัวอาคารสูง จากนั้นจึงกระโดดลงมาข้างล่าง ตกลงมาเสียบเข้ากับเหล็กแหลมแบบพอดิบพอดี ร่างน้อยๆค่อยๆรูดลงสู่พื้นเบื้องล่างช้าช้า จวบจนสิ้นสูญลมหายใจสุดท้าย….”

หนังใช้ชื่อว่า The Healing / 2012 เป็นหนังสยองขวัญที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศฟิลิปปินส์เลยทีเดียว ผลงานการกำกับของ Director: Chito S. Roño โดยได้ Roy Iglesias มาช่วยเกลาบทหนังอีกแรง

หนังเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ยากของผู้คนในหลายเมืองปลีกย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ อาทิ เมือง Hagdang Bato Itaas, Mandaluyong City, และ Metro Manila เมื่อมีผู้คนเป็นจำนวนมากล้มป่วยลงจากสาเหตุหลากหลายตามอายุไข ดูเหมือนว่าแสงสว่างปลายอุโมงค์เกือบดับมืดบอดลง  กระทั่งวันหนึ่งมีสาววัยดึกนามว่า Seth (นำแสดงโดย Vilma Santos)โผล่ขึ้นมาประหนึ่งผู้วิเศษ นางเข้ามาเยือนหลายหมู่บ้าน จากนั้นจึงทำการรักษาโรคที่ทางการแพทย์สมัยใหม่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ เช่น พ่อใครแม่ใครป่วยเป็นอัมพาต นางสามารถเสกคาถาทำให้คนป่วยติดเตียงเหล่านั้นหายและลุกขึ้นมาวิ่งออกกำลังกาย ใช้ชีวิตปกติได้ประหนึ่งคนทั่วไปได้อย่างอัศจรรย์ จนชาวบ้านต่างยกย่องให้นางเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิด-เป็นผู้วิเศษ-และเป็น “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” ของประชาชนชาวรากหญ้าแห่งประเทศฟิลิปปินส์ไปในบัดดล

แต่แล้วไม่นาน บางสิ่งบางอย่างที่ชั่วร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อคนป่วยทุกคนที่เคยมารับการรักษากับนาง Seth กลับมีพฤติกรรมนรกแตกหลายอย่างเกิดขึ้น ไล่ตั้งแต่บางคนจู่ๆก็เกิดอยากเสพความรุนแรง เลยไปจับชาวบ้านมาเชือดคอทิ้ง จากนั้นจึงใช้มีดเล่มเดียวกันแทงเข้าไปในลำคออย่างสนุกจนตาย, สาวสวยอีกคนจู่ๆก็นึกสนุก จึงใช้เชือดแขวนคอตัวเองจนตาย, บางคนเอามีดไล่ฟันหัวชาวบ้านด้วยกันจนหัวหลุด, เด็กอายุน้อยๆราว 12-13 ขวบ จู่ๆก็เกิดบ้า เอามีดและขวานไล่ฆ่าพระในวัดอย่างสนุกสนาน ฯลฯ  มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่กับกระบวนการรักษาของนางคนนี้….

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
หนังเรื่องนี้หาลิ้งดูยากมากๆ พอได้ลิ้งตัวเต็มมาดู(ลิ้งฉบับหลุดกองเซ็นเซอร์) ดูจบถึงกับหน้าถอดสี-อึ้งไปพักใหญ่ๆ-เพราะหนังโหดเข้าขั้นทีเดียว เเละน่าจะโหดกว่าหนังสยองขวัญทุกเรื่องของประเทศฟิลิปปินส์ที่เคยดูมา(555+) หนังใส่ฉากการฆ่าตัวตายและฉากละเลงโลหิตไว้เพียบ เเม้นงานเอฟเฟคในหลายจุดยังไม่เนียน เเต่ก็ถือว่ามัน OK ในระดับที่ "ใช่ล่ะ" (หนังโหดงานเอฟเฟค เเละเทคนิคการถ่ายทำต้องเเบบนี้เเหล่ะ) หนังสนุกเข้าขั้น เอาไปเลย 8 / 10 คะเเนนครับ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #543 เมื่อ: 08 กรกฎาคม, 2562, 23:44:35 »






ึ742. The Last Circus / 2010  :  “โหด-บัดซบ-บ้าคลั่ง”....คือนิยามสั้นๆของหนังสยองฯเรื่องนี้!

“Sergio ตัวตลกผู้บ้าคลั่งและโคตรซาดิสต์หันมามองภรรยายังสาว Natalia นักกายกรรมดาวเด่นประจำคณะละครสัตว์ เขาเดินตรงเข้าไปหานาง จากนั้นจึงประเคนกำปั้นและส้นตีนใส่นางนับครั้งไม่ถ้วนจนนางเลือดกบปาก แต่แล้วความสัมพันธ์โคตรจะพิสดารก็บังเกิด สาวเจ้า Natalia กลับชื่นชอบมัน นางเริ่มยิ้มเเลมีความสุขที่ถูกสามีสุดเลิฟทำร้าย นางถอดกางเกงชั้นในแล้วถ่างขาออก ให้ตัวตลกสามีผู้บ้าคลั่งข่มขืนกระทำชำเราแบบสุดเหวี่ยงภายในมุมมืดของร้านอาหารแห่งหนึ่ง อีกมุมของบานกระจกฝั่งตรงข้ามที่สองสามี-ภรรยาวิปริตกำลังซำกันอย่างเมามันส์จนกำเเพงสั่นระดับ 7.5 ริกเตอร์ กลับมีตัวตลกอ้วนอีกตัวกำลังร่ำไห้อาลัยรักเเท้ด้วยอารมณ์เจ็บปวดอย่างยากจะบรรยาย….”

หนังใช้ชื่อว่า The Last Circus / 2010 หรือ Balada Triste De Trompeta / 2010 (ชื่อฉบับ Original Title) เป็นหนังสยองขวัญสายโหด-บัดซบ-บ้าคลั่งแบบสุดๆงานร่วมทุนสร้างจากประเทศสเปนและฝรั่งเศส ผลงานการกำกับของ Director: Álex de la Iglesia

โครงเรื่องหลักภายใน The Last Circus / 2010 นำเสนอเรื่องราวในสองช่วงตอน  ช่วงแรกเรื่องราวเริ่มต้นในปี ค.ศ.1937 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามกลางเมืองในสเปนกำลังคุกรุ่น  ช่วงสองมานำเสนอเรื่องราวในปี ค.ศ.1973 ภายหลังสงครามกลางเมืองในสเปนยุติลงและประเทศกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง....

ช่วงแรกเป็นเรื่องราวเริ่มต้นในปี ค.ศ.1937 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามกลางเมืองในสเปนกำลังคุกรุ่น : หนังนำเสนอเรื่องราวของสองกลุ่มชนที่กำลังรวบรวมกำลังทหารและพลเรือนติดอาวุธหนักเข้าห้ำหั่นกันอย่างชนิดเอาตาย โดยฝ่ายสังคมนิยมได้รวบรวมกำลังทหาร-พลเรือนติดอาวุธ-รวมถึงตัวตลกในชุดโบโซ่เต็มยศติดปืนกลคู่ออกรบกับทหารของฝ่ายชาตินิยม แต่ปรากฏว่าในสงครามครั้งนั้นฝ่ายสังคมนิยมแพ้แบบยับเยิน ตัวตลกในชุดโบโซ่จึงถูกทหารของฝ่ายชาตินิยมจับตัวไปเป็นทาสรับใช้แรงงานในเหมืองถ่านหิน

ไม่นานนักลูกชายของตัวตลกโบโซ่อย่างหนุ่มน้อย Javier (รับบทโดย Carlos Areces)ก็แอบลักลอบเข้ามาภายในค่ายเชลยในเหมืองทำถ่านหิน Javier พยายามใช้ระเบิดแหกค่ายเพื่อเอาตัวพ่อบังเกิดเกล้ากลับออกมาให้ได้รับอิสรภาพอีกครั้ง แต่เหมือนบุญของคุณพ่อทำมาแค่นี้  ตัวตลกวัยเก๋าหนุ่มใหญ่วัยดึกถูกพวกทหารฆ่าตาย ภาพในวันนั้นช่างติดตาคนเป็นลูกเสียเหลือเกิน จวบจนหลายปีผ่านไป….

ช่วงสองมานำเสนอเรื่องราวในปี ค.ศ.1973 ภายหลังจากสงครามกลางเมืองในสเปนยุติลงและกลับคืนสู่ความสงบสุข  :  ลูกชายของตัวตลกในชุดโบโซ่เต็มยศอย่าง Javier ยังไม่ลืมเหตุการณ์ในวันที่สูญเสียคุณพ่อไป เขาทำอาชีพตัวตลกในชุดโบโซ่แห่งความเศร้า รับช่วงต่อจากคุณพ่อของเขาภายในคณะละครสัตว์คณะหนึ่งที่ซึ่งมีชายหน้าหล่อ-ซาดิสต์อย่าง Sergio (รับบทโดย Antonio de la Torre)เป็นเจ้าของและบริหารดูแลควบ

Sergio แม้นจะเป็นถึงเจ้าของและบริหารดูแลคณะละครสัตว์ แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนซาดิสต์ ชอบแกล้งหรือทำร้ายลูกน้องในคณะเป็นประจำ การชอบกลั่นแกล้ง ทารุณกรรมลูกน้องนี้แม้แต่ภรรยายังสาวของเขาอย่าง Natalia (รับบทโดย Carolina Bang)นักกายกรรมดาวเด่นประจำคณะละครสัตว์ก็โดนมาประจำ เล่ากันว่า ครั้งหนึ่ง....  “Sergio ตัวตลกผู้บ้าคลั่งและโคตรซาดิสต์หันมามองภรรยายังสาว Natalia นักกายกรรมดาวเด่นประจำคณะละครสัตว์ เขาเดินตรงเข้าไปหานาง จากนั้นจึงประเคนกำปั้นและส้นตีนใส่นางนับครั้งไม่ถ้วนจนนางเลือดกบปาก แต่แล้วความสัมพันธ์โคตรจะพิสดารก็บังเกิด สาวเจ้า Natalia กลับชื่นชอบมัน นางเริ่มมีความสุขที่ถูกสามีสุดเลิฟทำร้าย นางถอดกางเกงชั้นในแล้วถ่างขาออก ให้ตัวตลกสามีผู้บ้าคลั่งข่มขืนกระทำชำเราแบบสุดเหวี่ยงภายในมุมมืดของร้านอาหารแห่งหนึ่ง อีกมุมของบานกระจกฝั่งตรงข้ามที่สองสามี-ภรรยาวิปริตกำลังซำกันอย่างเมามันส์ กลับมีตัวตลกอ้วนอีกตัวกำลังร่ำไห้ด้วยอารมณ์เจ็บปวดอย่างยากจะบรรยาย….”

หลังจากที่ Javier พ่อตัวตลกร่างอวบแห่งความเศร้าแอบมอง Natalia ถูกรังแกมาเนินนาน เขาจึงวางแผนลอบเป็นชู้กับนางและหวังว่าสักวันหนึ่งจะพานางในฝันนางนี้หนีออกไปจากเงื้อมมือของพญามารร้ายอย่างสามีจอมซาดิสต์โฉดชั่ว Sergio ได้ แต่ปรากฏความลับดันแตก เพราะตลกซาดิสต์ Sergio ดันจับได้ว่าไอ้ห่ารากอ้วนป้อมหน้าเหมือนหมูมาแอบเป็นชู้กับภรรยายังสาวของตน  ทำเอาพ่อหนุ่มตุ้ยนุ้ยนาม Javier ต้องวิ่งหนีตายออกมาจากคณะละครสัตว์แบบไม่คิดชีวิต หนีไปหนีมาดันซวยห่ารากตกหลุมดักสัตว์ในป่าลึก เเถมดันไปพบเข้ากับนายทหารโจทย์เก่าสมัยสงครามกลางเมืองที่แค้น Javier แบบไม่เผาผี(เพราะสมัยหนีออกมาจากเหมือนถ่านหิน Javier ดันไปทำนายทหารคนนี้ตาบอด เสียโฉมด้วยความบังเอิญ) ความซวยมันช่างถาโถมเข้ามาแบบบ้าคลั่งเสียนี่กระไร  จนพอถึงช่วงหนึ่ง Javier ก็เกิดบ้าคลั่งขึ้นมาเพราะเรื่องห่าเหวต่างๆถูกโยงมาทิ่มเเทงภายในหัวใจดวงน้อยๆของเขา!

ใช่ครับ ไอ้ตัวตลกบ้าร่างตุ้ยนุ้ย Javier กำลังกลายร่างเป็นพระเจ้าอย่างสมบูรณ์เเบบ!

“ครั้งนั้น....พ่อตัวตลกแห่งความเศร้าร่างตุ้ยนุ้ยจึงหยิบเอาน้ำกรดมาสาดใส่ใบหน้าตัวเองให้เสียโฉม แล้วจึงใช้เตารีดร้อนๆมานาบลงตรงใบหน้า จากนั้นจึงใช้มีดปลายแหลมทะลวงหน้าผาก คิ้ว แก้ม จนเป็นรูพรุนอย่างสยดสยองพองขนหัว ตัวตลกบ้าคลั่งแบบสุดขีดยิ่งขึ้นไปอีก มันจัดการรื้ออาวุธพิฆาตภายในห้องเก็บของลับของกลุ่มนายทหาร เอาออกมาเพื่อจบเกมทั้งหมด ใช่….ไอ้สัส มันจะต้องเกมในวันนี้!”

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
เเค่ได้ดูตัวอย่างของมัน(Trailer)ผมก็หลงรักหนังเรื่องนี้เข้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียเเล้ว หลังได้ดูตัวเต็มแบับหลุดกองเซ็นเซอร์จบ เราพบว่าหนังมีฉากการถ่ายทำโคตรสมจริง หม่นหมองในห้วงอารมณ์เเบบสุดๆ หลายฉากเลยที่ตัวตลกเล่นได้อย่างบ้าคลั่งจนเราแอบกลัวนิดๆ(555+) เป็นหนังที่ภาพสวย ตัดต่อกระชับเนียนตาดีครับ งานเอฟเฟคก็เเจ่มสะเด็ดเข้าขั้น กับฉากจบที่พอสังเคราะห์ได้ประมาณ.... “ในสงคราม ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ แต่ประชาชนทุกคนก็คือผู้แพ้ร่วมกัน” ใช่....มันเป็นเฉกเช่นนั้นจริงๆเเล

เอ่อ....สุดท้ายนี้ หนังดีเลยครับ เอาไป 9 / 10 คะเเนน

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #544 เมื่อ: 10 กรกฎาคม, 2562, 23:41:34 »






743. Lebanon / 2009 :สมจริงจนทำให้หลายคนเกิดอาการจิตหลุด!

“บางช่วงตอนหนังอยู่ในสภาวะทิ้งดิ่ง หดหู่ เเละสิ้นหวัง....”

เรื่องนี้เป็นหนังสงคราม Genres: Drama | War งานร่วมทุนสร้างจากประเทศ Israel | France | Germany | UK ผลงานการกำกับของ Director: Samuel Maoz

หนังเรื่องนี้พิเศษตรงนำเสนอเรื่องราว(ทั้งเรื่อง)ผ่านมุมมองจากกล้องแทนสายตา ซึ่งเป็นกล้องส่องสำหรับยิงในปากกระบอกปืนใหญ่-ปืนกลภายในรถถังคันหนึ่ง ที่มีพลขับรถถังเป็นทหารจากประเทศอิสราเอล โดยมีพลทหารติดอาวุธหนักราว 10-12 นายคอยคุ้มกันอยู่ภายนอกตัวรถอีกที

ภารกิจเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1982 เมื่อกองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่ประเทศเลบานอนจนยับเยิน แล้วจึงส่งรถถังคันนี้พร้อมพลทหารอารักษ์ขาเข้าไปในดินแดนดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่าพลเมืองภายในประเทศนี้ยังปลอดภัยดีอยู่ (รึเปล่า ? )

ซึ่งแน่นอนว่าจากประวัติศาตร์ ชาวอิสราเอลกับคนเลบานอนไม่กินเส้นกันอยู่แล้ว งานนี้ขบวนรถถังเลยโดนต่อต้านอย่างหนักจากทหารเลบานอน(ที่ยังพอมีสรรพกำลังหลงเหลืออยู่), พวกกลุ่มกองโจร, ชาวเมือง, รวมถึงใครก็ไม่รู้เยอะเเยะอิเเปะลอยน้ำไปหมด ฯลฯ   ขบวนรถถังจำต้องเจอทั้งการดักซุ่มยิง, ระเบิดพลีชีพ, การก่อการร้าย, และการจับชาวเมืองเป็นตัวประกันพร้อมยื่นข้อเรียกร้อง คนดูก็จะได้ลุ้นกันผ่านกล้องติดปืนใหญ่-ปืนกลล่ะว่า ฉากสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ จะจบลงเฉกเช่นไร….

ฉากต้องห้ามในหนัง : ฉากลาถูกยิง นอนหายใจรวยรินน้ำตาไหลอยู่ข้างทางที่ขบวนรถถังขับผ่าน(ยังแอบสงสัยอยู่จนทุกวันนี้ว่า ผู้กำกับใช้ลาจริงๆมาฆ่าเพื่อเข้าฉากป่าวว่ะ), ฉากครอบครัวของผู้หญิงชาวเลบานอนคนหนึ่งถูกกลุ่มก่อการร้ายฆาตกรรมยกครัว แล้วนางก็ถูกไฟคลอกต่อหน้าทหาร, ฉากการระเบิด-ยิงใส่รถขนไก่ของชาวเลบานอนจนไก่กระจาย นอนตายเต็มพื้น ส่วนชายเจ้าของรถร่างฉีกขาดกระจาย, และฉากโหดอีกหลายฉาก เพียบ!

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
หนังดีเลยล่ะ มุมกล้องซึ่งแอบมองผ่านปากกระบอกปืนใหญ่-ปืนกลภายในรถถังแหวกและแปลกตาดี รวมถึงหนังค่อนข้างดิบ-กดดันคนดูเอามากๆ จนถึงฉากสุดท้ายซึ่ง….  (เอ่อ…. )  ความสนุกให้ 8 / 10 คะแนนครับ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #545 เมื่อ: 11 กรกฎาคม, 2562, 23:32:19 »





744. Freak Out / 2015 : พลทหารกับประสาทสงครามโรคกลัวแขก

“คือหนึ่งในหนังสยองขวัญสายต้องห้ามจากประเทศอิสราเอลที่หางานต้นฉบับมารับชมได้ยากระดับเเถวหน้าของโลกเรื่องหนึ่ง”

ว่าแต่เพื่อนๆรู้จัก “โรคกลัวแขก” หรือ “Islamophobia” กันไหมครับ ในเว็บไซต์ thehumans อธิบายปรากฏการณ์นี้เอาไว้ว่า….  Islamophobia หรือในที่นี้ “โรคกลัวแขก” เป็นปฏิกิริยาของหลายสังคมที่มีต่อกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลาม หรือ “มุสลิม” ความกลัวแขกมีความสัมพันธ์กับเงื่อนไขทางวัฒนธรรมและบริบทของสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งที่เกิดขึ้นภายในประเทศและผลสืบเนื่องมาจากการรับรู้ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในต่างประเทศจากสื่อ  ฉะนั้น การทำความเข้าใจกับ “ภยาคติ” หรือตำแหน่งแห่งที่ของความกลัวเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้รู้เท่าทันอคติ ที่มาที่ไป ปฏิกิริยาต่อ “โรค” ความรุนแรงของความกลัว  มิตรภาพและความอดทนอดกลั้นต่อความแตกต่าง นับเป็นส่วนหนึ่งของทางออกจากความกลัว โดยสังคมพึงตระหนักถึงสภาพความเป็นจริงที่สังคมไม่เคยเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ต่างอยู่ท่ามกลางความแตกต่างและความหลากหลาย (อ้างอิงข้อมูลจาก : https://thehumans.sac.or.th/sac/video/17 )

หนังใช้ชื่อว่า Freak Out / 2015 หรือ Mesuvag Harig / 2015 (ชื่อฉบับ Original Title) หนังสยองขวัญสายต้องห้ามเรต 18+ จากประเทศอิสราเอล ผลงานการกำกับของ Director: Boaz Armoni โดยได้ Lior Lederman มาช่วยในส่วนของการ Writer ให้

หนังนำเสนอเรื่องราวของพลทหารนายหนึ่งชื่อ Matan (รับบทโดย Itay Zvolon) พลทหารอิสราเอลผู้ป่วยเป็นโรค Islamophobia หรือโรคกลัวแขกขั้นรุนแรง โดยทุกครั้งที่ Matan ต้องอยู่ใกล้อะไรก็ตามที่มีส่วนผสมของวัฒนธรรมมุสลิม-อิสลาม เช่น แขกโพกหัวด้วยผ้า, บ้านเรือนที่มีลักษณะแบบมุสลิม, บรรยากาศเวิ้งว้างกลางทะเลทรายเเบบอาหรับ, อาหารมุสลิม, เพลงอาหรับ, และ ฯลฯ พลทหาร Matan จะเกิดอาการหลอน ตัวเกร็ง ตาเหลือก น้ำลายฟูปาก ชักกระตุก ตัวแข็ง หัวใจเต้นแรง อ้วกแตก บางครั้งถ้าเข้าใกล้คนมุสลิมที่แต่งตัวแบบโพกหัว(แบบแขกอาหรับ) พลทหาร Matan อาจหมดสติล้มกองลงกับพื้นเอาดื้อๆ....

เพราะ Matan เป็นโรคกลัวแขกอย่างหนักนี่เอง เขาจึงเลือกขอประจำการบริเวณที่ไกลจากถิ่นที่อยู่ของประชากรเชื้อสายมุสลิมในอิสราเอลให้ไกลที่สุด(คือไปประจำการในฐานทัพทางตอนกลางและตอนใต้ของอิสราเอลแทน) แต่….อยู่มาวันหนึ่งผู้บังคับบัญชาดันเรียกตัวพลทหารรวม 4 นายให้เข้าพบ (โดยมี Matan เป็นหนึ่งในนั้นด้วย) ผู้บังคับบัญชาออกคำสั่งให้พลทหารทั้ง 4 ใน IDF ออกเดินทางลาดตระเวนในฐานทัพที่ห่างไกลทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล(ติดชายแดนประเทศเลบานอน)เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

พลทหาร Matan ถึงกับตาเหลือก เพราะเขารู้มาก่อนล่วงหน้าว่าฐานทัพทางตอนเหนือที่ต้องไปนั้นมันติดกับประเทศเลบานอน(ประเทศที่ประชากรส่วนมากนับถือศาสนาอิสลาม) นอกจากนี้ในบริเวณที่ตั้งของฐานทัพดังกล่าวยังแวดล้อมไปด้วยชุมชนชาวอิสราเอล-มุสลิมอีกเป็นจำนวนมาก

แถมระหว่างเดินทางเพื่อนทหารก็ดันเล่าเรื่องสยองขวัญแนวๆพวกแขกโหดๆที่ชอบบุกมาปล้นค่ายทหารกลางดึก และอาจจับพลทหารใหม่มาควักไส้กินอะไรประมาณนี้ให้ฟังอีก ยิ่งทำให้ตัวเอกของเราขวัญผวายิ่งขึ้นไปอีกเท่าทวีคูณ  ถึงตรงนี้คนดูก็จะได้ร่วมลุ้นกันล่ะว่า พลทหาร Matan ผู้ป่วยเป็นโรคกลัวแขกในระดับหนักจะสามารถเอาชีวิตรอดกลับออกมาจากฐานนรกแห่งนี้ได้หรือไม่ อย่างไร….

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
โครงเรื่องแปลกดี เพิ่งเคยได้ยินคำว่า “โรคกลัวแขก” หรือ “Islamophobia” ก็วันนี้แหล่ะ  ข่าวบางกระเเสว่าหนังโดนห้ามฉาย-เผยแพร่ในประเทศฝั่งตรงข้างเพราะอาจสร้างความไม่พอใจให้คนในอีกรากฐานความเชื่อหนึ่งได้  กระนั้นก็ตาม หนังทำออกมาได้ดีพอสมควร มีส่วนของการผสมผสานระหว่างหนังสยองขวัญแนวหลอน-กดประสาท + หนังโหด +หนังผีได้อย่างค่อนข้างลงตัวในระดับหนึ่ง ฉากจบก็เคลียร์พอสมควร ความสนุกให้ผ่าน(ถึงแม้บางช่วงจะน่าเบื่อไปสักนิดก็เหอะ) เอาไป 7.4 / 10 คะแนนครับ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #546 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2562, 12:45:08 »





745. The Nightshifter / 2018 (คุยกับผีในห้องผ่าศพ!)

“ศพคนตายที่ตัวเอกผ่าในห้องเก็บศพเนี่ยสมจริงโคตร ใครจิตอ่อนมีสิทธิ์ลมจับเอาได้เลย....”

หนังใช้ชื่อว่า The Nightshifter / 2018 หรือ Morto Não Fala / 2018 (ชื่อฉบับ Original Title) คือหนังสยองขวัญสายจิตจากประเทศบราซิล ผลงานการกำกับของ Director: Dennison Ramalho โดยหนังได้ Cláudia Jouvin รับหน้าที่คุมกอง Writers

ภายใน The Nightshifter หนังนำเสนอเรื่องราวและวิถีชีวิตของชายคนหนึ่ง Stênio (รับบทโดย Daniel de Oliveira) เจ้าหน้าที่ผ่าศพภายในโกดังห้องเก็บศพ กับชีวิตที่ดูเรียบง่าย ธรรมดาคล้ายเจ้าหน้าที่ผ่าพิสูจน์ศพในหน่วยงานราชการทั่วไป แต่ขอบอกว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดาตรงที่เขามีความสามารถพิเศษคือ Stênio สามารถพูดคุยกับดวงวิญญาณที่ติดมากับซากศพได้คล้ายเขาเป็นล่าม-ร่างทรงระหว่างคนเป็นกับคนตาย(คล้ายกับคุณริว จิตสัมผัส, คุณเจน ญาณทิพย์ / ในรายการคนอวดผี) สมาชิกของแก๊งค์ค้ายาเสพติดศพแล้วศพเล่าที่ฆ่ากันตายแบบโหดๆในบราซิลล้วนถูกส่งตรงมายังห้องผ่าศพที่ Stênio ทำงาน เขาก็แอบคุยกับศพไปเรื่อย(แบบไม่ให้มีใครในห้องผ่าศพสังเกตเห็น) ว่าคุณผีมีอะไรให้ช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้ายไหม จะให้โทรบอกภรรยาว่าคุณตายแล้วนะ แต่คุณยังรักเธอและครอบครัวเป็นครั้งสุดท้ายไหม?

ก็ดูว่า Stênio จะมีความสุขในหน้าที่การงานผ่าศพแล้วคุยกับผีไปเรื่อยๆ จวบจนอยู่มาคืนหนึ่งมีศพของหัวหน้าแก๊งค์ค้ายาสองสามีภรรยาถูกส่งมาที่นี่ แล้วปรากฏว่าพ่อหนุ่ม Stênio ของเราดันไปทำผิดกฎของการพูดคุยติดต่อสื่อสารกับดวงวิญญาณเข้าอย่างจังเบอร์ เลยทำให้ผีภรรยาของหัวหน้าแก๊งค์ค้ายาไม่พอใจ ตามาทวงชีวิตของ Stênio และครอบครัวที่บ้านของเขาอย่างสุดสยดสยองพองขนหัว…. (Stênio เจอผีอันธพาลเข้าให้เเล้ว 555+)

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
ขอยอมรับว่าทีมเอฟเฟคในหนังเรื่องนี้สร้างสภาพของศพคนตายออกมาได้สมจริงมาก นอกจากนี้อวัยวะที่ตัวเอกอย่าง Stênio ต้องผ่าหั่นออกเป็นชิ้นๆก็ยังดูสมจริงว่ามันคืออวัยวะศพอย่างชนิดสุดขนหัวลุก หนังเรื่องนี้มีดีตรงงานเอฟเฟคศพเเละชิ้นส่วนศพจริงๆครับ โดยช่วงหลังของหนังพอเข้าสู่เรื่องราวของการไล่ล่าระหว่างผีภรรยาหัวหน้าแก๊งค์ค้ายากับครอบครัวของตัวเอก หนังกลับสร้างความหลอนให้แก่คนดูประหนึ่งกำลังเสพหนังผีชั้นดี เพราะจังหวะการหลอกของผี และจังหวะตุ้งแช่ทำออกมาได้น่าสนใจ  เสียดายนิดตรงหนังเดินเรื่องมาไม่สุดสักทาง จะโหด-ดิบก็ไม่สุด จะเป็นหนังผีที่หลอน-ตุ้งแช่ ก็ไม่สุด  กระนั้นก็ตาม สำหรับคนรักหนังสยองขวัญแนวสืบคดีจากศพ มีผีออกมาหลอนให้หัวใจวาบๆเป็นระยะน่าจะพอใจกับงานตัวนี้ของผู้กำกับ Dennison Ramalho อยู่ไม่น้อย หนังดีในระดับที่ OK แต่ก็นั่นแหล่ะ เสียดายที่มันไปไม่สุดสักทาง  ให้ 7.5 / 10 คะแนนครับ

 


#กระทู้นี้สปอยล์ : The Nightshifter / 2018 (คุยกับผีในห้องผ่าศพ!) โดยคุณ : รัฐวิทย์ ล้ำเลิศธนัญชัย

เนื่องจากงานต้นฉบับของหนังเรื่องนี้พากย์ภาษาบราซิล(ฝังซับอังกฤษ) เเละตัวหนังมีบทสนทนาที่เยอะมากๆ หลายคนดูจบอาจเกิดอาการ งง จับต้นชนปลายไปต่อไม่ถูก วันนี้เพื่อนสมาชิกเพจคุณ รัฐวิทย์ ล้ำเลิศธนัญชัย เลยอาสานั่งเเปลซับ สรุปเนื้อหาเเบบละเอียดมาให้เพื่อนๆอ่านกันครับ ขอขอบพระคุณคุณ รัฐวิทย์ ล้ำเลิศธนัญชัย มากๆที่สละเวลามานั่งเล่าให้ฟังครับ....

(*สรุปเนื้อหา+บทสปอยล์ โดยคุณ รัฐวิทย์ ล้ำเลิศธนัญชัย)

ยาวมากนะขอรับแอดฯ 555

เปิดเรื่องด้วยการโฟกัสไปที่ Stenio พระเอกของเราทำงานเป็นผู้ช่วยในห้องดับจิต อยู่ที่เมือง โดยพระเอกมีความสามารถพิเศษคือสื่อสารกับศพคนตายได้ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร แต่ตัวเองรับรู้ได้

โดยศพแรกที่เข้ามาเป็นศพที่เกิดจากเหตุการณ์ตะลุมบอนระหว่างแฟนบอลทีมพัลไมรัส กับโครินเธียนส์ ในบราซิล ซึ่งศพแรก Mr. Valdeci ไม่ยอมรับว่าตนเองตายไปแล้วในตอนแรก แต่เมื่อรู้แน่ว่าตนตายแล้ว จึงอ้อนวอนให้พระเอกโทรไปแจ้งกับภรรยา เพราะไม่อยากให้ภรรยาเข้าใจผิดว่าตนเองหนีหายไปไหน

โดยพระเอกก่อนกลับบ้านได้แวะไปร้านของชำของ Jaime เพื่อแวะดื่มหลังเลิกงาน โดยตนเองขอเซ็นไว้ก่อนเพราะเงินยังไม่ออก ซึ่ง Jaime ก็ยอมให้อีกแก้ว ฉากนี้จะเห็น Jaime บ่น Lara ลูกสาวตนเองว่ามาทำงานสาย ซึ่ง Lara อธิบายว่าตนเองไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล(แม่นอนโคม่า ไม่รู้ตัวอยู่) ทุก ๆ วัน แต่วันนี้รถติดเลยมาสาย ซึ่ง Lara เห็นว่าไม่จำเป็นต้องไปทุกวัน เพราะแม่ Lara ไม่รู้เรื่องหรอกว่าเธอไปเยี่ยม เพราะโคม่าอยู่

ตัว Stenio มีภรรยา (Odete) กับลูกสาว (Cica) และลูกชาย (Edson) อย่างละคน จะเห็นว่าหนังแสดงให้เห็นว่าภรรยาเขาไม่มีความสุขนัก ด้วยการเป็นคนขี้บ่น อย่างฉากที่ลูกสาวเกาหัวให้พระเอก ตัวภรรยาก็มาขัดว่าเหม็นกลิ่นสาปซึ่งติดตัว Stenio มาจากที่ทำงาน แถมยังไล่ให้ลูกสาวไปล้างมือด้วย

ฉากต่อมาจะเห็นว่าพระเอกพยายามขอมีอะไรกับเมีย ขณะที่เธอร้องเพลงคลอไปตามเสียงจากโทรทัศน์ (ซึ่งเพลงนี้จะโผล่มาอีกหลายช๊อตในหนังให้รู้ว่าเป็น Odete โผล่มาแล้วนะ) แต่เมียบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่มีอารมณ์

ศพที่สองชื่อว่า Sujo โดยจากการสนทนา พระเอกบอกว่ารู้ว่าศพนี้เป็นพวกแก๊งมาเฟียยาเสพติด โดยสังเกตจากรอยสักที่ท่อนแขน Sujo เล่าให้เขาฟังว่า เขาถูกตำรวจยิงตาย เพราะถูกทรยศจากคนในแก๊งเป็นสายแจ้งข่าวให้กับแก๊งคู่อริของตน จึงขอร้องให้ Stenio ไปบอกพี่ชายตนเองว่าใครเป็นสายให้แก๊งคู่อริ เพื่อให้แก้แค้นให้ตน แต่ Stenio ปฏิเสธไป โดยบอกว่าหากตนเองบอกเรื่องระหว่างที่ตนคุยกับศพออกไปให้คนอื่นรู้ ตนเองจะถูกนำเรื่องโชคร้ายต่าง ๆ มาสู่ตน

Sujo จึงเล่าเรื่องที่เขาและพี่ชาย Jonas เคยฆ่าพ่อตัวเองที่ชอบซ้อมแม่บ่อย ๆ ด้วยการแทงที่หน้าอก 3 แผล แล้วนำศพไปทิ้งที่สะพานแถว ๆ Registo โดยมีแค่เขาและพี่ชายและพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ และพระเจ้าไม่เคยให้อภัยคนที่ฆ่าครอบครัวตัวเอง (สังเกตได้จากเรื่องจริงที่คนบราซิลคลั่งไคล้เรื่องศาสนามาก  ๆ โดยยึดมั่นในพระเจ้ากับแทบทุกคน โดยในเรื่องเราจะได้ยินเสียงจากโทรทัศน์ ซึ่งเป็นเสียงของพวกเจ้าลัทธิทางศาสนาคริสต์ ซึ่งกล่าวถึงวิญญาณ ปีศาจชั่วร้าย รวมทั้งมีฉากที่ทำพิธีไล่ปีศาจด้วย)

ฉากต่อมาเราจะเห็นว่า Stenio ทะเลาะกับ Odete เรื่องโซฟา ซึ่งเขาไม่ชอบใจและไม่อยากให้เอาเข้าบ้าน แต่ Odete อ้างว่าตนเองได้เงินวางดาวน์โซฟาจากการทำงานพิเศษให้ร้านของชำของ Jaime แต่ Stenio เถียงว่าตนเองต้องหาเลี้ยงครอบครัวรวมทั้งจ่ายค่าเช่าบ้าน แถมสุดท้ายเขาต้องจ่ายค่างวดเองอยู่ดี แสดงให้เห็นว่า Stenio มีปัญหาการเงินด้วย

Sara ไปที่รพ.เพื่อเยี่ยมแม่แต่พบว่าแม่ถูกย้ายไปห้องไอซียู หมอบอกเธอว่าแม่ของเธอมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว

ฉากต่อมาคนขับรถพยาบาลและคู่หู นำศพใหม่เข้ามายังห้องดับจิต Stenio นอนบนเตียงที่ใช้วางศพ แต่พวกเขาแกล้ง Stenio ด้วยการวางศพที่แก้ผ้า หันของดีซึ่งมีขนาดมหึมาโชว์ให้ Stenio สะดุ้งตื่นมาเห็น ซึ่งทำให้สองฝ่ายด่าทอไปมา ก่อนที่ทั้งสองจะออกไป

ศพนี้ชื่อ Vila Gustavo ที่ถูกแทงตาย เป็นคนรู้จักกันละแวกบ้าน Stenio ซึ่งเป็นพวกชอบตีท้ายครัวชาวบ้าน โดย Gustavo เผยให้พระเอกรู้ว่าเมียของเขา เป็นพวกร่าน สวมเขาให้กับ Stenio โดยเป็นชู้กับ Jaime เจ้าของร้านของชำ Stenio จึงผลุนผลันออกจากห้องดับจิตเพื่อไปที่ร้านของ Jaime ทันที

โดย Stenio แกล้งทำเป็นเงินไม่พอจ่ายแล้วขอเชื่อเหล้า แต่ ให้ Stenio วางอะไรเป็นหลักประกันบ้าง เพราะค้างจ่ายไว้มากพอแล้ว Stenio จึงได้เอาโทรศัพท์วางไว้เป็นประกัน

จากนั้นตอนกลางคืนจึงแอบดูเห็น Odete ขึ้นรถไปกับ Jaime และจูบกัน จึงโมโหต่อยกำแพงจนแตก รุ่งเช้าเมื่อกลับบ้านจึงหมดอาลัยอยาก โดยขณะเถียงเรื่องแย่งทีวีกันกับ Odete แล้วเห็นข่าวทีวีเรื่องแก๊งค้ายาเสพติดของ Gilvan Barreiro เปิดศึกยิงถล่มกับแก๊งของ Jonas Cravo พี่ชายของ Sujo เขาจึงวางแผนจะยืมมือ Jonas เพื่อกำจัดศัตรูหัวใจ Jaime เสีย
Odete ไปหา Jaime ที่ร้านชำ เพื่อนัดคุยกันที่ Jaime ไม่รับโทรศัพท์เธอ ซึ่ง Jaime รังเกียจลูกๆ ของ Odete ดังจะเห็นจากฉากต่อมาที่ทั้งคู่มีอะไรกัน แต่เขาไม่เสร็จเพราะเห็นรอยสักชื่อลูก ๆ บนหน้าอกของเธอ

ตัดไปที่แก๊ง Stenio ทำทีว่าเคยเป็นเพื่อนในคุกของ Sujo และตนเองรู้ว่าใครเป็นต้นเหตุที่ขาย Sujo ให้กับแก๊งคู่อริ ซึ่ง Steino บอกว่า Jaime เป็นสายให้อีกแก๊ง โดย Jonas ไม่เชื่อนัก แต่ Stenio บอกว่าตนเป็นเหมือนพี่น้องอีกคนของ Sujo แถมยังบอกเรื่องที่ Jonas กับ Sujo แทงพ่อตนเองสามแผลจนตายแล้วเอาศพไปทิ้งที่สะพาน Jonas จึงเชื่อพร้อมรับปากจะจัดการให้เรียบร้อย

ฉากต่อมาเราจะเห็น Vila Gustavo บอกพระเอกว่า เขาซวยแล้วทีนี้ ที่เอาเรื่องความลับของคนตายไปเปิดเผย โดยกล่าวว่าเขาถูกหมายหัวแล้ว Stenio ตกใจจึงรีบปิดฝาโลงเพื่อนตนลงทันที

Jaime มีอะไรกับ Odete แต่ไม่เสร็จเพราะเห็นรอยสักชื่อลูกของเธอ จากนั้นจึงไปส่ง โดยจอดรถคุยกันว่าอยากยุติความสัมพันธ์แล้ว เพราะสงสัยว่า Stenio นั้นรู้เรื่องระหว่างทั้งคู่แล้ว แต่ Odete ไม่ยอม โดยขอร้องให้เขาอย่าทิ้งเธอ ระหว่างกำลังคุยนั้น Jonas พาลูกน้องเอาตัว Jaime ออกมาจากรถ พร้อมกับฆ่าเขาด้วยการเอามีดปาดคอ ตัว Odete ตกใจและเสียใจมาจึงข่มขู่พวกค้ายาว่าได้ยินชื่อหัวหน้า Jonas แล้ว จะไปบอกตำรวจ พวกแก๊งต้องถูกจับแน่นอน

ทีนี้ตัวสายตำรวจที่เป็นลูกน้องเลยยิงเมียพระเอกทิ้ง แล้วบอกให้ลูกพี่รีบหนีไป จริง ๆ ไอ้คนที่ชื่อ Dentinho คนที่ยิงเมียพระเอกตายแหละที่เป็นสาย แต่พระเอกไม่สน แค่อยากแก้แค้นชู้ เพียงแต่ไม่คิดว่าชู้จะพาเมียตัวเองไปด้วย

ฉากต่อมานี่หลอนดี ศพในห้องดับจิต เปิดประตูช่องเก็บศพออกมาหลอก Stenio เหมือนเตือนและขู่เขาไปในตัว

Stenio กลับบ้านแล้วพบว่า Odete กับ Jaime ถูกฆ่าตายแล้ว นางบอกให้เขาพาลูกออกไปให้พ้นที่เกิดเหตุ เพราะไม่อยากให้ลูกชายเห็นสภาพตนเป็นศพแบบนี้

Stenio ไปดูศพเมียแล้วพูดจาเยาะเย้ยเมียตัวเอง ว่ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เขาแค่ไม่รู้ว่าเธอจะอยู่กับ Jaime ในที่เกิดเหตุด้วย Odete แค้นมาจึงบอกว่าไม่มีทางให้อภัยเขาเรื่องนี้ แต่ Stenio บอกเธอไม่ให้อภัยเขา แต่เขา ให้อภัยเธอ เขายังรักเธออยู่ โดยสุดท้ายเธอต้องเป็นของเขาคนเดียว แล้วเอาแหวนที่เตรียมมาใส่เข้าที่นิ้วศพเมียตัวเอง โดยมีแหวนเป็นพลอย 5 เม็ด แทนตัวอักษร 5 ตัวแทนชื่อเมียตัวเองที่ชื่อ Odete

Stenio กลับมาทุบโซฟาทิ้งด้วยความโมโห แถมลูกชายก็กลายเป็นเด็กมีปัญหาไปขโมยของในซุปเปอร์มาเก็ต ตำรวจจึงพาตัวมาส่ง

ฉากต่อมา Stenio ไปที่เกิดเหตุพร้อมหัวหน้าเพื่อพิสูจน์ศพสองศพ ซึ่งก็คือศพของ Dentinho และ Jonas ซึ่ง Jonas บอกเขาว่าถูกฆ่าตายโดย Odete ซึ่งจริง ๆ แล้วคนที่ตายคนแรกควรจะเป็น Stenio มากกว่าจะเป็นพวกเขาเอง และ Odete โกรธมาก ๆ คนที่จะซวยต่อไปคือ Stenio แน่ ๆ โดยนอกจากนั้นยังพบว่าในปากของศพ Dentinho มีหนังกำพร้าจากหน้าอกของ Odete ที่มีรอยสักชื่อลูกอยู่ในนั้น

Edson Cica เด็กทั้งสองเจอกับเรื่องแปลก ๆ ในบ้าน จึงหนีไปอาศัยนอนกับ Lara จากนั้น Lara บอกว่าตนเองรู้เรื่องพ่อของตนกับ Odete จากกลิ่นน้ำหอมของ Odete ที่ติดเสื้อผ้าพ่อของเธอ แต่หลังจากเขาตาย ทิ้งหนี้สินไว้ให้เธอมากมาย เธอไม่มีปัญญาหาใช้ อาจต้องออกไปหางานทำ เขาจึงเสนองานพี่เลี้ยงดูแลลูก ๆ ของเขาให้กับ Lara

เกิดเหตุดินถล่มมีคนตายมากมายล้นห้องดับจิตไปหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถ ตรวจศพคนตายได้ทัน แถมมีศพเข้ามาใหม่ไม่หยุด อีกทั้งเสียงคนตายทั้งหลายที่เขาได้ยินทำให้เขาสติแตก ก่อนจะพบว่าตนเองนอนอยู่ในช่องเก็บศพได้อย่างไรไม่รู้ตัว เพื่อนร่วมงานจึงบอกว่าอาจเกิดจากความเครียดของเขาไม่ว่าจะเรื่องเมียที่ตายไปและเรื่องงานที่กดดัน จึงอาจทำอะไรไปไม่รู้ตัว ควรพักผ่อนให้มาก ๆ อย่าฟุ้งซ่าน

Lara พบเหตุการณ์แปลก ๆ ขณะดูข่าวการทำพิธีไล่ผีในโทรทัศน์ พร้อมกับพบว่า Cica ละเมอเอาลิปสติกเขียนบนเพดานเต็มไปหมดว่าแกมันน่าขยะแขยง

หัวหน้าของ Stenio พบว่าศพที่ถูกฆ่าหั่นศพมีสิ่งผิดปรกติ นั่นคือกระดูกสันหลังของศพหายไป แต่ Stenio เอารูปถ่ายในกล้องให้หัวหน้าดูว่าก่อนหน้านี้ศพไม่ได้เป็นแบบนี้ หัวหน้าเขากล่าวว่า Stenio ต้องหาชิ้นส่วนศพกลับมาให้ได้เพราะเป็นความรรับผิดชอบของเขา
Stenio คุยกับ Lara เรื่องที่ Cica เอาลิปสติกเขียนเพดานว่าไม่น่าเป็นไปได้ด้วยฝีมือของเด็ก แต่เขาก็ขอโทษเธอที่กล่าวหาว่าอาจะเป็นเธอเองที่เป็นคนทำ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเขา Stenio เอาแหวนที่ให้ศพเมียแล้วกลับมาเองขว้างทิ้งไป แล้วไปที่หลุมศพเพื่อบอกสัปเหร่อว่ามีอะไรผิดปรกติ อาจมีคนจงใจกลั่นแกล้งเขา ทีแรกสัปเหร่อไม่อนุญาต แต่เพราะสงสารจึงบอกเขาให้กลับมาขุดศพดูเองในตอนกลางคืน เพราะสัปเหร่อไม่อยากยุ่งเรื่องนี้เพราะผิดกฎหมาย

กลางดึก Cica แอบออกมาหาแล้วพบกับแหวนที่พ่อขว้างทิ้งไป Stenio ขุดหลุมศพ Odete ออกดู พบว่าแหวนที่ศพหายไป ก่อนจะโดนวิญญาณ Odete เอาพลั่วตีเข้าที่หัว ก่อนจะฝังเอาไว้ในหลุม แต่เขาหนีออกมาได้ แต่หมดแรงสลบเหมือดไป

สัปเหร่อและตำรวจจับเขาไปไว้ที่รพ. ก่อนจะปล่อยตัวในตอนเช้า Stenio กลับเข้าบ้านก่อนจะเถียงกับลูกชายตนเอง ซึ่งผิดหวังที่พ่อถูกตำรวจจับทั้งที่ดุด่าว่ากล่าวตนตอนขโมยของว่าไม่รักดี Stenio พยายามเข้าหาลูกชาย แต่กลับถูกวิญญาณ Odete ผลัก Edson กระเด็นไปให้ดูเหมือนเขาทำร้ายลูกชายตัวเอง

ด้วยความอยากทำดีเพื่อเอาใจลูก ๆ Stenio จึงจัดงานวันเกิดให้ Edson แต่เด็ก ๆ บอกว่ายังไม่ถึงวันเกิดของ Edson เลย แต่เขาก็บอกลูก ๆ ว่าอยากจัดล่วงหน้า เพื่อให้อะไร ๆ ดีขึ้นและอยากให้ลูก ๆ มีความสุข

ในงานวันเกิด Edson เขาซื้อสกู๊ตเตอร์ถีบให้ลูกชาย แต่เมื่อเปิดกล่องของขวัญมาดูกลับพบว่าเป็นกระดูกสันหลังของศพที่ถูกหั่นศพอยู่ในกล่องแทน ทำให้ Edson ตกใจและเสียใจมาก โดยที่เขาเองพยายามบอกทุกคนว่าเขาไม่รู้เรื่องว่าใครเป็นคนแกล้งเขา

Stenio รู้สึกเครียดจึงไปถามขอซื้อยากล่อมประสาทจากเพื่อนร่วมงาน แต่ถูกปฏิเสธพร้อมบอกว่าเขาควรเลิกทำงานที่นี่ได้แล้ว

กลางดึกคืนนั้นเขาถูกวิญญาณ Odete ตามเล่นงานอีกครั้ง จนโดนเชือกที่ขึงไว้ในห้องนั่งเล่น บาดเลือดอาบไปทั่วตัว และบอกว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของ Odete แต่ Lara บอกว่าเป็นเพราะความเครียดของเขาเอง อย่าคิดมากไปเอง

ที่รพ.ในห้องดับจิต Odete เสนอให้ Stenio ฆ่า Lara เสียเพื่อลบล้างความผิดของเขา เธอต้องการให้ Stenio ฆ่า Lara เพื่อเอาเลือดล้างเลือด และให้ลูก ๆ เห็นว่าพ่อเป็นฆาตกร ถึงแม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม แต่ก็เป็นต้นเหตุ จึงหวังให้ลูกเห็นพ่อตัวเองเป็นฆาตกรเพื่อล้างแค้น Stenio
 
Lara เสนอให้ Stenio ไปหานักบวชกับเธอเพื่อช่วยเขา แต่ Stenio ไม่เห็นด้วย เขาจึงขอร้องให้ Lara พาเด็ก ๆ ไปอยู่บ้านของเธอซักพัก

ที่บ้านของ Lara วิญญาณของ Odete หลอก Cica หมายจะทำร้ายเธอด้วยการลากเข้าไปเตาอบแล้วเปิดแก๊ส แต่ Sara และ Edson ตามมาช่วยได้ทันพร้อมพาเธอกลับไปหา Stenio ที่บ้าน

Lara ได้รับแจ้งจากทางรพ. ว่าแม่ของเธอเสียชีวิตแล้ว เขาและเธอจึงไปที่รพ.เพื่อรับศพ แม่ Sara ที่ตายแล้วเลยบอกให้พระเอก เอาของส่วนตัวของเมียทั้งหมดไปทำลายเสีย แล้วอย่ามายุ่งกับลูกสาวเธอ เพราะเธอไม่อยากให้ Lara ถูกคำสาปของ Odete ตามพระเอกไปด้วย

Stenio รื้อข้าวของของ Odete ออกมาเผาทั้งหมด วิญญาณเธอกรีดร้องอย่างโกรธแค้นเขามาก จะเห็นได้ว่าไฟที่เผาพยายามโหมใส่พระเอกแต่สุดท้ายก็เผาไหม้ไปจนหมด

Lara ไปที่บ้าน Stenio แล้วพบแหวนที่ Cica ตามไปเก็บเอามาได้ อยู่ที่คอของตุ๊กตา เธอเห็นจึงเก็บเอามาใส่เอง Stenio กลับมาบ้านพบว่า Lara หายตัวไป
รัฐวิทย์ ล้ำเลิศธนัญชัย
ต่อมีคนพบศพ Lara จึงนำมาส่งที่รพ. แต่ทว่าเธอฟื้นขึ้นมาในห้องดับจิต หัวหน้าเขาอธิบายว่าเรื่องตายแล้วฟื้นของเธอเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ Lara ที่ฟื้นมากลายเป็นมีอาการซึมเศร้าไม่พูดจา เขาจึงพาเธอไปพักที่บ้านของเขา

Stenio กลับไปทำงานที่ห้องดับจิต แต่ Lara โทรหาเขาเพื่อขอร้องให้เขากลับไปที่บ้านด่วน เธอรู้สึกกลัว แต่เมื่อกลับมากลับพบว่าเธอยั่วยวนพยายามที่จะมีเซ็กซ์กับเขาแทน จึงพากันไปที่ห้องนอนก่อนที่ Lara ที่ถูก Odete เข้าสิงพยายามจะทำร้ายเขาและบังคับให้เขาฆ่าเธอทิ้งเสีย Stenio ต่อสู้กับ Lara โดยวิญญาณได้บังคับให้ Lara  ทำร้ายลูก ๆ ของเธอ ก่อนที่ Lara จะถูก Stenio ใช้มีดปักมือเธอไว้กับประตูห้องนอน ก่อนพาลูก ๆ หนีไปซ่อนในห้องใต้ดิน

Lara ตามลงไปแล้วเกิดการต่อสู้อีกครั้ง เด็ก ๆ รับรู้ได้ว่า Lara ถูกวิญญาณของแม่เข้าสิง Stenio ต่อสู้กับ Lara  ก่อนจะเห็นว่าเธอใส่แหวนนั้น เขาจึงแย่งแหวนมาจากเธอสำเร็จ ก่อนที่จะยอมรับกับทุกคนว่าเขาแม้ไม่ได้ฆ่า Odete แต่ทว่ากลับเป็นคนบงการคนอื่นให้ไปฆ่า Jaime แต่ Odete ต้องมาตายไปด้วย

เขาตัดสินยอมที่จะจบเรื่องนี้ด้วยตนเอง โดยเอาแหวนนั้นออกไปพ้นจากบ้าน พร้อมเดินก่อนจะค่อย ๆ ออกวิ่งไปตามถนน ก่อนที่วิญญาณของผีแต่ละตนในเรื่อง จะเดินและวิ่งตามเขาไปทุกตัว

หนังจบแบบปลายเปิดให้เราคิดได้ว่า Stenio เอาแหวนไปเพื่อไปมอบตัวตำรวจในภายหลังหรืออาจจะยอมตายตามเองเพื่อชดเชยในสิ่งที่ทำผิดไปแล้วก็เป็นได้

(*สรุปเนื้อหา+บทสปอยล์ โดยคุณ รัฐวิทย์ ล้ำเลิศธนัญชัย)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #547 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2562, 12:47:06 »





746. Shopping Tour / 2012 (มากินคนรัสเซียกันดีกว่า!)

Shopping Tour / 2012 หรือ Shoping-tur / 2012 (ชื่อในแบบ Original Title) เรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญแนวแปลกๆจากประเทศรัสเซีย ผลงานการกำกับของ Director: Mikhail Brashinskiy หนังบอกเล่าเรื่องราวของชาวรัสเซียกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินทางขึ้นเหนือไปท่องเที่ยว-ช้อปปิ้งในดินแดนแถบภูมิภาคสแกนดิเนเวียในประเทศฟินแลนด์ หนังถ่ายทำโดยเล่ามุมมองผ่านโหมดถ่าย VDO ของกล้องโทรศัพท์มือถือของเด็กวัยรุ่นชายชาวรัสเซียคนหนึ่งและมารดาที่แวะช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกภายในศูนย์การค้าในย่านชานเมือง Kotka ประเทศฟินแลนด์ แล้วดันเกิดปรากฏการณ์ประหลาดแพร่ระบาดในประเทศนี้เข้าพอดี ปรากฏการณ์ประหลาดดังกล่าวเล่าลือกันว่า คนฟินแลนด์ทุกคนจะรับกลิ่นกายของชาวรัสเซีย และเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ไล่ล่ากระซวกเนื้อสดของคนรัสเซียมากินเป็นอาหาร ทุกคนจะบ้าคลั่งไปหมดจนไม่เหลือเค้าโครงความเป็นมนุษย์ให้ได้เห็นอีกต่อไป

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
โครงสร้างของหนังเรื่องนี้ดูแปลกๆ ไม่ค่อยเข้าใจในกรณีที่ผู้กำกับสร้างให้คนฟินแลนด์จงเกลียดจงชังคนรัสเซียกันทั้งประเทศ ถึงกับไล่ฆ่าไล่กินคนรัสเซียทุกคนที่เข้ามาเที่ยวในฟินแลนด์ (กรณีนี้เป็นผลพวงมาจากการทำสงครามสู้รบกันของสองชาตินี้รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ?) หนังมีความยาว 70 นาทีเองนะ พูดถึงความสนุก ก็พอสมควรนะครับ คู่แม่ลูกและคนรัสเซียในคณะทัวร์ในรถบัสจอดแวะช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกในศูนย์การค้าย่านชานเมือง Kotka ประเทศฟินแลนด์ แล้วโดนคนฟินแลนด์ที่จู่ๆก็เกิดอาการบ้าไล่กินเอาดื้อๆ ไม่เว้นแม้แต่เด็กอายุ 5 ขวบที่ดมกลิ่นคนรัสเซียเสร็จก็เกิดบ้าวิ่งไล่งับขาอาคันตุกะผุ้มาเยือนอย่างเอาตาย นอกจากนี้หนังแปลกตาเพราะมุมมองทุกมุมมาจากกล้องมือถือ ความสนุกให้ผ่าน เอาไป 7.8 / 10 คะแนนจ้า

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #548 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2562, 12:48:38 »





747. Zombiepura / 2018 (ซากดิบกัดกระซวกโหดกลางสิงคโปร์)

“ถึงเป็นผีซอมบี้ก็รักชาติ  เสียงบรรเลงเพลงชาติสิงคโปร์ดัง  พวกเรายืนตรง!”

“ผ่อนคลายกันบ้างกับหนังซอมบี้ฉบับ โหด-มันส์-ฮา เห็นว่าหนังถ่ายทำในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างสิงคโปร์ เลยขอกดเอามาลองชมเสียสักหน่อย เเถมไม่ค่อยมีใครพูดถึงมันมากนัก หลังดูจบพบว่า หนังสนุกดี เลยเอามาแนะนำครับ”


Zombiepura / 2018 เป็นหนังสยองขวัญสาย  Horror- Comedy จากประเทศสิงคโปร์ ผลงานการกำกับของ Director: Jacen Tan หนังบอกเล่าเรื่องราวและโฟกัสลงมาที่พลทหารลาดตระเวนนายหนึ่ง ที่จู่ๆกลางดึกระหว่างทำหน้าที่ลาดตระเวรรอบค่ายทหารตามปกติ ก็ดันปวดขี้ เลยวิ่งเข้าป่าข้างทางแล้วลงมือระเบิดถังขี้อย่างเมามันส์ ปรากฏตรงป่ารกทึบเบื้องหลัง(ตรงจุดทิ้งระเบิด)ดันมีใครก็ไม่รู้ติดเชื้อซอมบี้ชนิดรุนแรง เดินโซซัดโซเซเเละก็วิ่งเข้ามากัดตูดของพลทหารดวงซวยเข้าอย่างจังเบอร์ นอกจากนั้นมันยังพยายามกัดตามซอกคอ และร่างกายของพลทหารจนเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

รุ่งเช้าพลทหารได้รับการนำตัวส่งอาคารพยาบาลภายในค่ายทหารกองหนุนแห่งหนึ่ง ปรากฏระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารพยาบาลชายกำลังทำ CPR(กระบวนการกู้ชีวิต)แบบปากดูดปากแล้วปั้มหัวใจ ปรากฏอิพลทหารลาดตระเวนดันฟื้นขึ้นกลายเป็นซอมบี้ มันกัดลิ้นของเจ้าหน้าที่ทหารพยาบาลชายจนกระจุย แล้วแพร่เชื้อซอมบี้จนกระจายไปทั่วทั้งค่ายทหารชนิดกฎอัยการศึกภายในค่ายก็คุ้มกะลาหัวบรรดาทหารไม่ได้ จนทหารกลุ่มหนึ่งพยายามหนีตายโดยการแอบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องจ่ายยาของอาคารพยาบาลอย่างเงียบๆ และปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรให้มีชีวิตอยู่จนรอดถึงรุ่งเช้าวันพรุ่งนี้….

****** ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน
ถามว่าหนังสนุกไหม  ตอบเลยว่า “สนุกเข้าขั้น” แถมมันยังได้คะแนนโหวต 6.6 / 10 คะแนนจากเว็บ IMDB อีกด้วย  ก็นะ….หนังออกแนว Horror- Comedy เลยมีทั้งฉากโหด(โหดจริงๆ เลือดสาดกระจาย) ผสานมุกขำๆ ตลกๆอย่างลงตัว ถึงเราไม่ค่อยได้เห็นหนังแนวซอมบี้โผล่ออกมาจากประเทศสิงคโปร์เสียเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ยอมรับเลยว่า “หนังสร้างออกมาได้ดูดีพอตัว”  ว่างๆจากการเสพฯหนังโหดเรต 20+ ก็เอาเรื่องนี้มาล้างตาเสียหน่อยก็ดีนะเออ  ความสนุกเอาไป 7.8 / 10 คะแนนครับ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,498
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #549 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2562, 09:08:30 »





748. Beneath Us / 2019 (บ้านสาบสูญ)

หนังสยองขวัญในเรต 18+ จากอเมริกา ผลงานการกำกับของ Director: Max Pachman บทหนังโดย  Mark Mavrothalasitis โครงเรื่องหลักใน Beneath Us หนังนำเสนอเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้อพยพชายชาวเม็กซิโก 4 คนที่เข้ามาหางานทำในอเมริกาเเล้วถูกสองสามีภรรยาสุดโหด-โรคจิตจ้างมาทำงานเเล้วทรมาน-กักขังไว้ภายในรั้วบ้าน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

หน้า: 1 ... 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 [55] 56
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: