Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 กรกฎาคม 2553, 06:06:45

   


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: โลกสดใสท่องเที่ยวไทยสดสวย / วินิจ รังผึ้ง  (อ่าน 665 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


lonely
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 12

สมาชิกลำดับที่ 4998

ไม่รู้ ไม่เห็น ยิ่งเป็นทุกข์


« เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2553, 19:07:52 »




โลกสดใสท่องเที่ยวไทยสดสวย / วินิจ รังผึ้ง
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์







        แม้นจะไม่ใช่นักทำนายเศรษฐกิจหรือหมอดูประเภทฟันธง แต่ผมก็เคยเขียนไว้ในบทความเมื่อตอนกลางปีที่แล้วว่าหากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว และเหตุการณ์ความขัดแย้งและความวุ่นวายในบ้านเมืองเราสงบลงได้ นักท่องเที่ยวก็จะคืนกลับมาเที่ยวเมืองไทยกันอย่างคับคั่ง เพราะนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวขาประจำประเภทที่รักเมืองไทยชนิดที่มีความผูกพันจนกลายเป็นแฟนประจำจะเกิดอาการคิดถึงเมืองไทยเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ว่างเว้นไม่กล้าเดินทางมาเที่ยวในปีสองปีที่ผ่านมา
       
       ปรกตินักท่องเที่ยวขาประจำเหล่านี้จะเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแทบทุกปีจนรู้จักมักคุ้นกับเจ้าของ เจ้าหน้าที่โรงแรม รีสอร์ต แม่บ้านที่ดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี มาเที่ยวแต่ละทีก็ยังมีของฝากติดมือมาให้ก็มี นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวถิ่นหนาวจากแถบสแกนดิเนเวียที่มักจะหนีหนาวสุดขั้วหัวใจในบ้านเขา มาพักผ่อนที่หาดทรายชายทะเลบ้านเรา มาแต่ละครั้งก็อยู่นานเป็นเดือน กับนักท่องเที่ยวอีกหลายๆตลาดที่เป็นแฟนประจำ ซึ่งช่วงปีสองปีที่ผ่านมาเมืองไทยเรามีความขัดแย้ง ความวุ่นวายเกิดขึ้นในประเทศเป็นข่าวดังออกไปทั่วโลกจนทำให้ผู้คนไม่ค่อยกล้าจะเดินทางมาเที่ยว ยิ่งเจอเข้ากับวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ทำให้ผู้คนเดือดร้อนกันไปทั่ว ก็ยิ่งทำให้ยอดนักท่องเที่ยวตกลงไปมากทีเดียว
       
       ความจริงแล้วหากลำพังวิกฤตเศรษฐกิจโลกอย่างเดียวนั้นคงจะไม่เท่าไหร่ เพราะเมืองไทยของเรานั้นมีจุดขายที่โดดเด่นในความเป็นเมืองที่คุ้มค่ากับการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทยนั้นจ่ายน้อยกว่า แต่ได้รับบริการที่ดีมีมาตรฐานไม่แพ้เมืองท่องเที่ยวอื่นใดในโลก ซ้ำยังบริการด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดีงาม บริการด้วยรอยยิ้มจากใจที่ไม่มีใครในโลกจะเลียนแบบได้ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวยังมีมากมายหลากหลายให้เลือกตามความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม นั่นจึงทำให้การท่องเที่ยวไทยมีความโดดเด่น และยิ่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกขึ้น นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจำเป็นต้องมองที่ความประหยัดและความคุ้มค่าเงินเป็นหลัก เมืองไทยเราจึงน่าจะยิ่งได้เปรียบ แต่ก็เสียดายที่ความขัดแย้งทางการเมืองทำให้เกิดความวุ่นวายกันไม่หยุดหย่อน นักท่องเที่ยวจึงหันไปเที่ยวที่อื่นที่บ้านเมืองเขาสงบสุขกว่า ประเทศไทยของเราจึงเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
       
       แม้นเราจะพยายามเดินสายชี้แจงกับนักท่องเที่ยวในตลาดต่างๆ ว่ามันเป็นความขัดแย้งภายในที่ไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวก็คงไม่อยากจะเดินทางไปเที่ยวบ้านเมืองที่เกิดความวุ่นวายอยู่ดี ลองคิดง่ายๆว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว หากเดินทางไปเที่ยวไปพักค้างในโฮมสเตย์สักแห่ง เมื่อเข้าไปพักแล้วเจ้าของบ้านยิ้มแย้มแจ่มใสกับเราเป็นอย่างดี แต่หันไปทะเลาะเบาแว้งกันเองจนเสียงดัง กลางคืนนอนอยู่เจ้าของบ้านก็ทะเลาะกันเสียงดังจนถึงขั้นลงไม่ลงมือขว้างแก้วปาจานกันวุ่นวายไปหมด เราคงจะนอนอยู่ในห้องอย่างไม่เป็นสุข ถ้าเป็นไปได้ก็คงอยากจะเก็บข้าวของเผ่นออกจากบ้านให้เร็วที่สุด ยิ่งในปัจจุบันที่แต่ละประเทศมีการแข่งขันกันสูงทางด้านท่องเที่ยว ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็นั่งยิ้ม เพราะอยู่ๆก็ส้มหล่นมีนักท่องเที่ยวจากไทยหลั่งไหลไปเยือนเป็นจำนวนมากในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา

 
 




 
 
       โชคยังดีครับที่ตอนครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา สถานการณ์การเมืองของเราเริ่มผ่อนคลายลง รัฐบาลปัจจุบันสามารถจะบริหารและคุมสถานการณ์ไว้ได้ และสภาพเศรษฐกิจโลกเริ่มจะฟื้นตัว และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่าง ททท.ก็ทำงานหนักบุกเจาะตลาดเป้าหมายต่างๆ จนทำให้ช่วง 6 เดือนหลังของปี 2552 นักท่องเที่ยวก็เริ่มหวนคืนหลับมาโดยมีปริมาณนักท่องเที่ยวเกิน 1 ล้านคนทุกเดือน โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปีนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นมาอย่างสูงอย่างมาก โดยเดือนตุลาคมมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1,209,473 คน เดือนพฤศจิกายน 1,359,647 คน เดือนธันวาคม 1,632,339 คน ก็นับเป็นสัญญาณที่ดีว่าท่องเที่ยวไทยเราเริ่มฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปรกติแล้ว บรรดาผู้ประกอบการทั้งสายการบิน บริษัทนำเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร รถรับจ้าง มัคคุเทศก์ และชาวบ้านในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวก็เริ่มจะยิ้มออก
       
       เมืองไทยเรานั้นช่างเป็นดินแดนที่โชคดี เพราะแม้นปีนี้หลายประเทศทั่วโลกอาจจะประสบกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทำให้หลายภูมิภาคของโลกต้องประสบกับพายุหิมะและภาวะอากาศที่หนาวเย็นมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา หรือประเทศในกลุ่มยุโรป มีหิมะปกคลุมขาวโพลนไปหมด อุณหภูมิติดลบไปมากมายถึงลบ 40 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว นั่นก็ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวจากหลายๆประเทศในเขตหนาว เดินทางหนีหนาวมาเที่ยวเมืองไทยกันอย่างคึกคัก โดยดูจากสถิติในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นเดือนแรกของฤดูหนาว และเป็นช่วงเข้าสู่ไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทย ก็มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากมาย เช่นนักท่องเที่ยวจากทางเอเชียตะวันออกแถว จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เดินทางเข้ามา 397,525 คน เพิ่มจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 51 นักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 นักท่องเที่ยวจากอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 นักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียใต้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 62 โดยมีนักท่องเที่ยวอินเดียนำโด่ง หรือแม้แต่กลุ่มตะวันออกกลางก็เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 75
       
       ด้วยแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ปี 2553 กลายเป็นปีแห่งความหวังของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเมืองไทยของเราก็ยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งล่าสุดชาวนอร์เวย์เพิ่งจะโหวตให้ไทยของเราเป็นประเทศที่น่ามาเที่ยวมากที่สุดในโลก (Best tourist country) ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 ในการประกวดรางวัลด้านการท่องเที่ยวของประเทศนอร์เวย์ โดยการลงคะแนนของบริษัทกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวของนอร์เวย์กว่า 400 บริษัท และประเทศในกลุ่มนี้อย่างสวีเดน และเดนมาร์ค ก็เคยโหวตให้ไทยเป็นประเทศที่น่าเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดหลายปีซ้อนเช่นกัน
       
       นักท่องเที่ยวและผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกดูจะอยากมาเที่ยวเมืองไทย เพราะชื่นชมในความสวยงามของเมืองไทย ชื่นชอบอาหารไทย มีความสุขใจกับรอยยิ้ม ความมีน้ำใจ อัธยาศัยไมตรีที่ดีงามของคนไทย แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่คนไทยเราด้วยกันเองกลับแตกแยกขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย สร้างความขัดแย้งเกลียดชังกันจนคนไทยเราทุกคนก็คงไม่มีความสุข กับสภาวะที่เป็นอยู่ของสังคม ของบ้านเมือง หากความขัดแย้งและความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ ประเทศชาติและประชาชนคนไทยก็จะเสียโอกาส ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เสียโอกาสไปมากมายแล้ว คนไทยทุกคนจะยอมให้ประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเราหยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือถอยหลังลงเรื่อยๆ ในขณะที่โลกและประเทศเพื่อนบ้านกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเช่นนั้นหรือ.
 


  ที่มา   :   http://pics.manager.co.th/Images/553000001988002.JPEG




บันทึกการเข้า




.....เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องใช้ชีวิตลำพัง ฟ้าทุกเช้ามันอ้างว้าง ตั้งแต่เธอจากไป ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม....

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: