Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 กรกฎาคม 2553, 07:07:24

   


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: จับเท็จคนลวง...อย่ารอฟ้าผ่า  (อ่าน 254 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


ม่อน
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 133

สมาชิกลำดับที่ 3837


« เมื่อ: 19 มกราคม 2553, 21:09:30 »

จับเท็จคนลวง...อย่ารอฟ้าผ่า

คมชัดลึก : วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม 2553




จะมีเครื่องมืออะไรที่สามารถบอกถึง "ความในใจ" ที่ซ่อนอยู่ลึกในใจคนได้ดีไปกว่า "เครื่องจับเท็จ" ที่ช่วยภารกิจด้านสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง ของตำรวจกับผู้ร้ายที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ขณะเดียวกันก็ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ต้องสงสัยได้อีกด้วย


 เครื่องจับเท็จทำงานโดยผสมผสานอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ใช้ตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ขณะผู้ต้องสงสัยถูกถามคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้ตรวจจะดูอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต อัตราการหายใจ และการเปลี่ยนแปลงกระแสคลื่นไฟฟ้าที่ชั้นผิวหนัง โดยเปรียบเทียบกับภาวะปกติ

 ถ้าเส้นกราฟที่ได้มีการแกว่งหรือขึ้นๆ ลงๆ ที่ต่างกันมาก นั่นก็อาจจะชี้ได้ว่า ผู้ที่ถูกตรวจสอบในขณะนั้นกำลังหลอกลวง แต่ว่าผลการตรวจสอบนั้นก็แล้วแต่ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจะตีความว่า นี่ใช่การโกหกหรือไม่

 ตามที่เคยเห็นในฉากหนัง เครื่องจับเท็จจะมีสายระโยงระยางเชื่อมตัวเครื่องกับผู้ต้องสงสัย แต่ด้วยเทคโนโลยีไร้สายที่ก้าวหน้า อีกไม่นานจะมีเครื่องจับเท็จแบบไร้สาย หนึ่งในผลงานวิจัยของหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ ภายใต้สังกัดศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

 เครื่องจับเท็จไร้สายจะทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตรวจจับอุณหภูมิระยะไกล โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อน และการตรวจวัดเชิงแสงเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของผู้ต้องสงสัย

 ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร นักวิจัยหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ เนคเทค กล่าวว่า เครื่องจับเท็จไร้สายเป็นผลงานต่อยอดจากซอฟต์แวร์วัดอุณหภูมิระยะไกล หรือเครื่องตรวจอุณหภูมิร่างกายระยะไกล ซึ่งติดตั้งใช้จริงอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 ระบาด จุดเด่นของเครื่องจับเท็จไร้สายคือ ประสิทธิภาพที่แม่นยำสูง

 "เครื่องจับเท็จทั่วไปเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม จะแสดงผลไม่ชัดเจน เนคเทคจึงนำเทคโนโลยีไอทีทางไกล มาช่วยสร้างซอฟต์แวร์ใช้ในการสืบสวนสอบสวนและวิเคราะห์ความผิดปกติ ข้อดีของการใช้เทคโนโลยีไร้สายคือ สามารถตรวจสอบความจริงจากปากคำของผู้ต้องหา โดยไม่ต้องสัมผัสตัว ช่วยในการหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีต่างๆ รวมถึงยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ต้องสงสัย ทำให้กระบวนการสอบสวนของหน่วยงานด้านความมั่นคงได้รับความน่าเชื่อถือ"

 เนคเทคนำเทคโนโลยีไอทีเข้ามาช่วยในรูปแบบซอฟต์แวร์ช่วยสืบสวนสอบสวน โดยวิเคราะห์และประมวลผลจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น อุณหภูมิใบหน้า หลังจากใช้เวลาศึกษาและปรับแต่งโปรแกรมอยู่ 3 ปี ทีมวิจัยได้ซอฟต์แวร์ต้นแบบชื่อ "เทด" (Thermal Analyzer for Deceptive Detection : TAD) ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังทดสอบประสิทธิภาพอยู่

 “งานวิจัยดังกล่าวเกิดจากโจทย์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มองหาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้แก่ผู้ต้องหา ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ ถ้าเราทำสำเร็จ ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก” ดร.ศรัณย์ กล่าว

 โปรแกรมดังกล่าวอาศัยการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของคลื่นความร้อน ของอุณหภูมิบนใบหน้า ด้วยหลักการถ่ายเทความร้อน หรือระบบตรวจวัดเชิงแสงมาใช้ควบคู่ไปกับการติดตามบริเวณที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ผลได้ทันที หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบ

 เวอร์ชั่นล่าสุดมีความแม่นยำของการวิเคราะห์อยู่ที่ 84% สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมให้คงที่ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้น ที่มีผลต่อผลการวิเคราะห์ และยังเก็บข้อมูลผู้ถูกสัมภาษณ์ ชุดคำถาม พร้อมทั้งรวบรวมผลการวิเคราะห์ไว้ในฐานข้อมูลด้วย

 นักวิจัยมั่นใจว่า ซอฟต์แวร์จับเท็จช่วยให้การสืบสวนสอบสวนทำได้ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น และยังมีโอกาสเชิงพาณิชย์ด้วย

 ก่อนหน้านี้เทคโนโลยีรูปแบบคล้ายกันถูกนำมาประยุกต์ใช้ทำซอฟต์แวร์วัดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระยะไกล เพื่อตรวจวัดไข้ผู้โดยสารจากต่างประเทศ ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 ระบาดเมื่อปีที่แล้ว

 ทีมวิจัยยังได้พัฒนาเครื่องพิสูจน์บัตรเครดิตปลอม โดยแยกแยะความผิดปกติในตำแหน่งต่างๆ ของบัตรเครดิตด้วยเทคโนโลยีประมวลผลภาพจากจุดที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปตราสัญลักษณ์ และเครื่องหมายที่สายตาเปล่าไม่อาจแยกแยะได้


จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา
บันทึกการเข้า




ความเป็นมาในอดีต ความเป็นไปในอนาคต
ไม่สำคัญเท่ากับ ความเป็นอยู่ ในปัจจุบัน

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: